รวงข้าว Part
-ร้านบะหมี่เกี๊ยวหมู เด้งดึ่ง (เฮียหลี)-
วันนี้เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์...
ร้านบะหมี่ตอนนี้ยังมีลูกค้าเเทบจะเต็มร้านเหมือนเดิม...ภาพคุ้นตาที่ฉันเห็นมาตั้งเเต่เด็กๆ เเละตอนนี้มันก็ยังอยู่...เรียกได้ว่าร้านบะหมี่ของเตี่ยมีอายุมากกว่าฉันเสียอีก เพราะเปิดมาตั้งเเต่ฉันอยู่ในท้อง
เเต่ตอนนี้เหมือนจะขยายให้ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม..ส่วนนึงก็เพราะเตี่ยฉันอยากให้งานกับคนในชุมชนได้มีอาชีพมีรายได้ ...เพราะเด็กเสิร์ฟในร้านเนี้ยล้วนเเล้วเเต่เป็นคนในชุมชน
“เตี่ย อยู่ไหนเหรอ?” ฉันเดินเข้าไปภายในร้าน..ก็ไม่เห็นเตี่ยนั่งอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์
“อยู่ในครัวอีกเเล้วฮะ เจ้” เด็กเสิร์ฟในร้านรีบกระซิบบอก
“เอาอีกเเล้วเหรอ เตี่ยนี่ดื้อจริงๆ”
เป็นถึงเถ้าเเก่ เเต่ทำไมถึงได้ชอบทำอะไรที่ลำบากด้วยก็ไม่รู้ บอกตามตรงฉันไม่เข้าใจความคิดเตี่ยเลยสักนิด
ท่านรักร้านบะหมี่เล็กๆนี่มากเปิดมาตั้งเเต่ฉันยังไม่เกิด... แกขายเพียงจานละสามสิบห้าบาทด้วย บางครั้งก็เเจกให้คนเขากินฟรี เด็กๆหรือคนยากไร้ ก็มักจะเเวะเวียนมาตลอด
นั่นเเหละเตี่ยฉันเอง จนได้รับการขนานนามจากคนในชุมชนว่า เถ้าเเก่ผู้ใจดียืนหนึ่งในระเเวกหมู่บ้านนี้!
เเต่ลึกๆเเล้วฉันก็รู้ว่าเตี่ยรักร้านบะหมี่เเห่งนี้มาก เหมือนเป็นความฝัน... เป็นสิ่งที่ท่านอยากทำจริงๆ เเละก็ขอบอกว่าบะหมี่สูตรของเตี่ยฉันเนี้ย ...อร่อยยืนหนึ่งอย่าบอกใครเลยล่ะ!
โดยเฉพาะเกี๊ยวหมูนุ่ม~ ของโปรดฉันเอง
“เจ้าเกี๊ยวของเตี่ย กลับมาจากมหาลัยเหรอ” เตี่ยเดินออกมาจากห้องครัวด้านหลัง ในมือถือถาดบะหมี่ออกมาด้วย
“…” ฉันกอดอกส่งสายตาพิฆาตมองไป ก็บอกหลายครั้งเเล้วว่าฉันอยากให้พักผ่อนบ้าง เเต่นี่อะไรเอาเเต่จะเข้าครัว อีกทั้งยังจะยกชามบะหมี่มาเสิร์ฟให้ลูกค้าเองอีกต่างหาก
ทั้งๆที่เด็กก็เสิร์ฟในร้านก็มีตั้งหลายคน!
“อ่าๆ ลื้อไม่ต้องมาทำหน้าเเบบนั้น อั๊วก็เเค่จะเข้าไปทำอาหารมาให้เพื่อนอั๊วเอง “ เตี่ยส่ายหน้า ยิ้มร่าเริงอารมณ์ดี เดินไปยังโต๊ะนึง ที่มีคนวัยรุ่นห้าสิบอัพ รุ่นเดียวกับเตี่ยฉันนั่งกันอยู่
ก็สมาคมเยาวรุ่น... เพื่อนเตี่ยฉันในระเเวกชุมชนนี้นั่นแหละ
ป้าๆ ลุงๆ คนในชุมชน ก็มักจะมานั่งพูดคุย ชมวิว เมาท์มอยกันตามประสาคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่ร้านบะหมี่เเห่งนี้ประจำ เรียกได้ว่าร้านนี้เป็นจุดศูนย์รวมเพื่อนเตี่ยฉันไปเเล้ว
ตอนนี้เป็นช่วงตอนเย็นๆที่ร้านใกล้จะปิด…ลูกค้าก็ไม่ค่อยจะมีเเล้ว หลังจากเลิกเรียนฉันก็ขับรถกลับบ้านเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ …เเละเพราะด้วยจากคอนโดกับบ้านของฉันมันไม่ได้ไกลกันมากสักเท่าไหร่ ฉันก็สัญญากับเตี่ยเอาไว้เเล้วด้วยว่าจะกลับบ้านทุกวันศุกร์
ร้านก๋วยเตี๋ยวเเห่งนี้เปิดมานานหลายกว่าสิบปี มีลูกค้าเเวะเวียนมาตลอดเรียกว่าขายดีเทน้ำเทท่าตลอดนั่นเเหละ...ก็สูตรก๋วยเตี๋ยวเตี่ยฉัน อร่อยมากไง เเถมราคาก็ย่อมเยาว์เรียกว่าเเทบจะไม่เห็นกำไร เเต่ก็นั่นเเหละเตี่ยฉันก็ยังทำขายได้เเละอยู่มาจนถึงวันนี้ ก็เพราะเตี่ยทำด้วยใจรัก ไม่ได้หวังผลกำไรอะไรใดๆ
ฉันนั่งกินบะหมี่เกี๊ยวของโปรด ยังโต๊ะประจำตัวเองเเล้วนั่งมองเตี่ย ก็เห็นเเกกำลังนั่งพูดคุยกับเหล่าเพื่อนๆตัวเองอย่างยิ้มเเย้ม พอเห็นเตี่ยดูมีความสุขเเบบนี้ลูกสาวอย่างฉันก็สบายใจ
กลัวว่าจะทิ้งให้เเกเหงาคนเดียวในตอนที่ฉันไปเรียน ไปอยู่คอนโด... เเต่ก็คงไม่ใช่เพราะเตี่ยฉันดูร่าเริงมีความสุขดี..เเถมยังดูสุขภาพดี ไม่เคยเจ็บป่วยอะไรใดๆ ไม่เคยต้องเข้าโรงพยาบาลเลย
วันต่อมา…
ฟ้าคราม Part
-ตอนเย็น-
ตอนเย็นผมลงมาเอาอาหารที่สั่งจากเดลิเวอรี่ เเละเอาถุงขยะไปทิ้ง ชีวิตผมก็เเบบนี้เเหละไม่มีอะไรมากมาย เวลาว่างส่วนใหญ่เเล้วผมก็มักจะไปอยู่ที่ค่ายมวย หรือไม่ก็ฟิตเนตเพื่อออกกำลังกาย เเต่ตอนนี้เข้ามหาลัยปีหนึ่งก็จะวุ่นวายหน่อย ทั้งเรื่องกิจกรรมเเละเรื่องเรียน ไม่ได้มีเวลาว่างมากนัก
บ็อกๆ บ็อกๆ… เสียงของเจ้าสุนัขเร่ร่อนตัวเดิมที่วนเวียนอยู่แถวๆคอนโดส่งเสียงร้องทัก เหมือนว่ามันจะเริ่มจำผมได้เเล้ว ก็ทุกครั้งที่ผมว่างๆ ผมก็จะเอาอาหารมาให้มันเสมอ
เเต่เเล้วก็เหมือนมีเสียงของใครบางคนกำลังเดินผ่าน...เธอคุยโทรศัพท์ไปด้วย ถือข้าวของพะรุงพะรังเต็มมือ