ฟ้าคราม Part
(บนรถ)
นอกจากจะช่วยทำเเผลให้เเล้ว..ผมก็พาเธอมาส่งที่บ้าน..ก็จะปล่อยให้ผู้หญิงนั่งอยู่คนเดียวเเบบนั้นได้ยังไง มันก็จะดูใจร้ายใจดำจนเกินไปถ้าหากไม่ช่วย เเละก็ดูจากสภาพเเล้วเธอก็ซวยจริงๆ
"ถ้าหากถึง..ซอยโชคชัยเเล้ว เดี๋ยวนายเลี้ยวเข้าไปในซอยด้านหน้า ก็จะเห็นป้ายร้านบะหมี่โตๆร้านเฮียหลี "
ผมเลี้ยวเข้าไปในซอยตามที่เธอบอก ก็เห็นร้านขายบะหมี่ขนาดกลางๆ เเต่ดูเหมือนใกล้จะปิดร้านเเล้ว มีลูกค้าบ้างบางโต๊ะ
"ถึงเเล้ว"
"อ่อ ขอบคุณมากนะคะ ฉันไม่มีอะไรที่จะขอบคุณเลย"
"ไม่ต้อง" ผมพูดตัดบทเอง เพราะที่ช่วยก็ไม่ได้ต้องการอะไร เเละอยากจะให้เธอลงไปจากรถสักที ผมเองก็มีธุระที่จะต้องไปทำต่อเหมือนกัน
ป่านนี้เเล้วผมยังไม่ได้กลับบ้าน พ่อกับเเม่คงเป็นห่วงเเล้วเหมือนกัน ผมอายุเพียงเเค่สิบแปดปีก็อยู่ในวัยมัธยมเเต่เป็นเทอมสุดท้าย เเละพึ่งได้รับอนุญาติจากพ่อให้ขับรถยนต์เองได้
ผู้หญิงคนนั้นลงจากรถอย่างทุลักทุเล เพราะมองไม่เห็นอะไร เธอคงจะสายตาสั้นมาก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสายตา ผมก็เลยตัดสินใจลงไปช่วยเปิดประตู พาเธอเข้าไปส่งด้านใน
“รองเท้าเธอ?”
“..ฉันลืมเอาไว้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ เพราะตกใจฟ้าร้องเลยรีบขึ้นรถนายมา เเต่ช่างมันเถอะ” เธอสวมใส่รองเท้าผ้าใบข้างเดียว… เธอขี้เเงมาก เอาเเต่จะร้องไห้เหมือนหมดอาลัยตายยากในชีวิต
"เจ้ ไปโดนไรมาอ่ะ " เสียงของใครบางคนวิ่งเข้ามา ผมก็เลยส่งตัวเธอคนนั้นให้ไป
"เรื่องมันยาวไว้ค่อยเล่า"
"อาหมวย ลื้อไปโดนไรมา"
ผมได้ยินเสียงเหล่านั้นตามหลัง ตอนนี้ผมเดินออกมาเเล้ว เพราะส่งเธอถึงครอบครัว….เเต่ทว่าพอกลับเข้ามานั่งในรถ ผมก็ต้องถอนหายใจพรืดใหญ่
ก็เธอลืมกระเป๋าสะพายเอาไว้ที่เบาะนั่ง
ทำให้ผมต้องวิ่งเอากลับเข้าไปให้เธออีกครั้ง เเละในจังหวะนั้นฝนก็ดันเทถล่มลงมายกใหญ่ เหมือนฟ้ารั่วทลายลงมาพอดิบพอดี
"ขอบคุณมากนะพ่อหนุ่ม ขอบคุณที่ช่วยลูกอั๋วเอาไว้ อีสายตาสั้นนะ พอไม่ใส่เเว่นก็มองอะไรไม่ชัด" ผู้หญิงคนนั้นคงเล่าให้พ่อตัวเองฟังเเล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ซึ่งผมก็ทำเพียงเเค่พยักหน้ารับ เดิมทีเเล้วผมเองก็ไม่ใช่คนที่พูดเก่งมากสักเท่าไหร่
"เอ่อเดี๋ยวสิ ฝนมันตกหนักมากเลย อย่าพึ่งขับรถกลับเลยมันอันตรายนะ ……มาๆนั่งก่อนๆ"
ผมเองก็เห็นว่ามันเป็นเเบบนั้นอย่างที่ลุงท่านว่า เลยนั่งรอให้ฝนหยุดก่อน เพราะตอนนี้มันตกลงมาหนักมากจริงๆ ถ้าหากฝืนขับรถกลับบ้าน ผมเองก็คงโดนเเม่ด่าจนหูชาเเน่ๆ
ในร้านตอนนี้มีลูกค้าเพียงเเค่สามสี่โต๊ะ ผมมองไปรอบๆ ที่นี่เป็นร้านบะหมี่เกี๊ยว.. เจ้าของร้านเป็นคนจีน เเละคงเป็นพ่อของเธอ
พ่อของเธอสั่งให้เด็กเสิร์ฟมาบริการหาเก้าอี้มาให้ผมนั่งรอ สักพักท่านก็ยกชามบะหมี่ร้อนๆมาเสิร์ฟให้ด้วยตัวเอง… พร้อมกับเคย้นคยอให้ผมทาน
“ฮือๆ เตี่ยรู้ไหมว่าวันนี้หนูเจอไรบ้างอ่ะ…” เสียงของเธอคนนั้นยังคงงอแง เสียงดัง เธอนั่งหน้าบึ้งตึง
"อาต้น ลื้อพาอาเกี๊ยว อีกลับไปที่บ้านก่อนไป เสียงดังจนลูกค้าในร้านอั๊วตกใจหมดเเล้ว…"
เธอคนนั้นชื่อเกี๊ยวงั้นเหรอ?
"ครับๆ เฮีย"
"วันนี้มันวันซวยของหนูจริงๆอะเตี่ย ฮือๆ" เสียงของเธอคนนั้นโวยวายดังลั่นร้าน ก่อนที่เธอจะโดนคนที่พ่อเธอสั่งให้พยุงตัวพาออกไป
“โวยวายจนลูกค้าอั๊วตกใจหมดเเล้ว ยัยลูกคนนี้นิ เห้อ~…” ท่านส่ายหน้ามองตามไป…ก่อนที่จะหันหน้ามามองที่ผม
“อั๊วขอบใจเเทนลูกสาวอีกครั้งนะ ที่ลื้อช่วยอีเอาไว้…ทานเถอะถือว่าเป็นคำขอบคุณก็ได้”
ท่านเคย้นคยอให้ผมกินบะหมี่ชามโตร้อนๆ กลิ่นหอมๆตรงหน้า…..
รวงข้าว Part
วันนี้มันคือวันซวยของฉันจริงๆ ตั้งเเต่ก้าวออกจากบ้าน วันนี้เป็นวันเรียนวันสุดท้ายของนักเรียนมอหกชั้นปีสุดท้ายอย่างฉัน...โรงเรียนเลิกเรียนตอนบ่าย จะมีปัจฉิมส่งท้ายเล็กๆน้อยจากเหล่าบรรดารุ่นน้อง ที่พากันให้ของขวัญต่างๆ ซึ่งฉันก็วางเเผนเอาไว้เเล้วเหมือนกันว่าวันนี้ฉันจะตัดสินใจ...บอกความรู้สึกของฉัน กับเพื่อนคนนึง ....ใช่ ฉันเเอบชอบผู้ชายอยู่คนนึง ในตอนนี้เรากำลังจะเเยกย้ายกัน ฉันไม่รู้ว่าเขาจะเข้าเรียนมหาลัยที่ไหน ถ้าหากฉันไม่สารภาพความรู้สึกตอนนี้เเล้วฉันจะสารภาพตอนไหนอีก?
เเต่ทุกอย่างมันพังทลายลง...มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด… ใช่ ผู้ชายคนนั้นปฎิเสธฉัน ....เเต่..เเต่..อกหักดังจึก ไม่พอ!! ที่เสียใจมากๆคือไอ้ผู้ชายคนนั้นมันพูดว่า "ฉันไม่ชอบผู้หญิงใส่เเว่น หน้าหมวยจืดๆ"
ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนมีอะไรมาฟาดลงบนใบหน้าจนหน้าชาไปหมด ก็โกรธอยู่หรอก… เเต่พอมาคิดดูดีๆเเล้ว ฉันมันก็เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ
ยัยหน้าหมวย ยัยเเว่น ....หน้าจืด คำพูดพวกนี้คือฉันได้ยินเพื่อนล้อมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งเเต่อนุบาลยันตอนมัธยม
ฉันเป็นคนผิวขาวๆ ซีดๆ ใส่เเว่นสายตาหนาเตอะ…อีกทั้งรูปร่างภายนอกยังดูอ่อนแอ เหมือนคนขี้โรค….
เเต่ก็อย่างที่เห็นความซวยของฉันในวันนี้ไม่ได้จบที่อกหัก….เเต่ดันมาซวยโดนไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ชน หกล้มระเนระนาด จากหัวใจที่ห่อเหี่ยวอยู่เเล้ว เจ็บช้ำขึ้นไปมากกว่าเดิม...ฉันไปไม่ทันเข้าคอนเสิร์ตศิลปินที่ฉันซื้อบัตรเเละนัดกับเพื่อนเอาไว้เเล้ว เพราะมัวเเต่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ตรงป้ายรถเมล์....เเต่ตอนเเรกฉันก็ไม่มีอารมณ์ไปเเล้วจริงๆเพราะอกหัก เเต่ก็นั่นเเหละซวยซ้ำซวยซ้อนฉันดันมาเจ็บตัวอีก… ซึ่งก็ยังไม่จบฟ้ากลั่นเเกล้งให้ฉันโดนผู้ชายที่หักอก มันพากันหยอกล้อเล่นกับความรู้สึกของฉัน เหมือนเป็นตัวตลกซ้ำรอบสอง อย่างที่เห็น….เเต่ก็ยังดีที่มีคนช่วยพามาส่งบ้าน..ถ้าไม่ได้เขาฉันเองก็ไม่รู้เลยว่าจะกลับมาถึงบ้านได้ยังไง เพราะถ้าหากไม่มีเเว่นสายตา ฉันก็มองอะไรไม่ชัดเลย มันเบลอๆไปหมด
วันนี้มันวันซวยของฉันจริงๆ
ฉันคงจดจำวันนี้ไม่ลืมเลือนเเน่ๆ ….