4 ผู้ชายในฝันของสาวโสดพันปี

1151 Words
4 ผู้ชายในฝันของสาวโสดพันปี อัครัฐยังคงรอคำตอบจากเพื่อน สิ่งที่เขาทำอย่างนี้เพราะอยากให้พี่สาวกระชุ่มกระชวยหัวใจเท่านั้น “ตกลงกูเล่นเกมนี้” คชากรเองก็ชอบทำอะไรแปลก ๆ อย่างนี้อยู่แล้วด้วย มันเหมือนท้าทายความสามารถบวกกับได้ลองเสน่ห์ของเขาด้วยว่าจะทำให้สาวโสดพันปีอย่างอัญญรินทร์สะทกสะท้านขึ้นมาบ้างหรือเปล่า “ถ้าอย่างนั้นกูจะบอกกติกาเพิ่มมึงมีเวลาแค่ 2 เดือนเท่านั้น ถ้าพี่สาวกูไม่ยอมเป็นแฟนมึง มึงแพ้แต่ถ้ามึงเป็นแฟนกับพี่กูสำเร็จกูแพ้” อัครัฐพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเพื่อนยิ้ม ๆ อัครัฐแค่อยากให้พี่สาวไม่เหงาจึงคิดแผนการนี้ขึ้นมาแต่เขาก็มั่นใจว่าคชากรจีบพี่สาวไม่ติดแน่นอน คชากรเองก็อยากท้าทายตัวเองและเขาก็มั่นใจว่าเขาสามารถจีบพี่สาวของเธอได้อย่างแน่นอน “ถ้าอย่างนั้นเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เลย กูจะไปหามึงที่บ้านแล้วก็จะเริ่มจีบพี่สาวของมึงด้วยเลย รับรองไม่ถึงสองเดือนมึงอาจได้กูเป็นพี่เขยก็ได้แต่กูบอกไว้เลยนะกูไม่ได้จริงจังนะ ถ้าพี่สาวมึงชอบกูขึ้นมาแล้วกูทิ้งไปมึงอย่ามาโกรธกูนะเว้ย!!!” คชากรพูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเพื่อนแล้วก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ อัครัฐก็ไม่ได้กลัวพี่สาวเสียใจเพราะเขามั่นใจว่าเพื่อนของเขาจีบพี่สาวไม่ติดแน่นอน “ได้อยู่แล้ว กูไม่โกรธมึงอยู่แล้ว มาชนแก้วนี้เป็นการเริ่มเกมนี้กันดีกว่า” อัครัฐยกแก้วขึ้นมาชนกับคชากรก่อนที่จะยกขึ้นดื่มจนหมดแก้วแล้วทั้งสองคนยิ้มให้กันต่างฝ่ายก็ต่างคิดว่าตัวเองต้องชนะแน่ ๆ เช้าวันใหม่อัญญรินทร์ออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพราะเธอต้องไปพูดคุยกับเจ้าของสำนักพิมพ์อีกครั้งเพราะเขาติดต่อมา จริง ๆ เธอจะปฏิเสธเขาผ่านทางมือถือก็ได้แต่เธอก็อยากไปเจอหน้าของเขาเพราะเขาคือผู้ชายในฝันของเธอ ภัทรพล หรือ ภัทร ชายหนุ่มวัย 35 ปี หนุ่มนักธุรกิจสุดหล่อที่เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ที่ติดต่ออยากร่วมงานกับเธอ นี่คือสาเหตุที่เธออยากมาพูดคุยกับเขาต่อหน้า เพราะเธออยากมาเจอคนหล่อ ๆ ดูดี ๆ ที่เป็นเจ้าชายในฝันของเธอ “สวัสดีค่ะ เจอกันอีกแล้วนะคะ” เสียงหวาน ๆ เอ่ยทักทายผู้ชายที่นั่งอยู่ภายในร้านอาหารสุดหรู “สวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันนานยังสวยน่ารักเหมือนเดิมเลยนะครับ” ภัทรพลพูดขึ้นมายิ้ม ๆ ให้กับเธอก่อนจะเดินไปยกเก้าอี้ให้เธอนั่ง ความเป็นสุภาพบุรุษคือสิ่งที่เขาทำให้เธอปลื้มและหลงใหลเสน่ห์ของเขาเพิ่มมากขึ้นไปอีก “ขอบคุณนะคะ” อัญญรินทร์ยิ้มให้กับเขาอย่างเขิน ๆ เธอเขินแต่ก็อยากมาเห็นหน้าของเขาอย่างนี้ “ผมสั่งอาหารไว้แล้ว ทานข้าวด้วยกันก่อนนะครับ” ภัทรพลเป็นคนที่หล่อ ดูดี อบอุ่นมาก ๆ เธอนั่งมองหน้าของเขาทุกครั้งที่เขาเผลอแต่เขาก็น่าจะรู้ตัวว่าเธอแอบมองเขาอยู่บ่อย ๆ “ได้ค่ะ” อัญญรินทร์พูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเขายิ้ม ๆ อัญญรินทร์นั่งทานอาหารกับภัทรพลนิ่ง ๆ เขิน ๆ เขาเองก็มองเธอไปก็ยิ้มให้กับความน่ารักของเธอที่หน้าแดงจนเขาสังเกตได้ “ทำไมหน้าแดง ๆ อาหารเผ็ดไปหรือเปล่าครับ” ภัทรพลเอ่ยถามเธอขึ้นมาเพราะเขาก็ไม่มั่นใจว่าอาหารที่สั่งไปจะเผ็ดไปหรือเปล่า “ใช่ค่ะ เมื่อครู่เผลอกินพริกเข้าไปค่ะ ต้องกินน้ำดับเผ็ดแล้วล่ะ” อัญญรินทร์พูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม “ฮ่า ๆ ๆ เผ็ดยังน่ารักเลยนะเนี่ย” ภัทรพลเอ่ยชมเธอออกมาอย่างนั้นยิ่งทำให้เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาเองก็แอบชอบเธออยู่เหมือนกันเพราะคราวก่อนเธอปฏิเสธไปแล้วรอบหนึ่งเขาก็ยังติดต่อเธอไปอีก หลังจากที่ทั้งสองนั่งกินข้าวด้วยกันจนเสร็จ เขาก็เริ่มพูดคุยเรื่องที่เขานัดเจอกับเธอวันนี้ “เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาพี่ขอถามเรื่องที่พี่ได้พูดคุยไว้ พี่อยากได้คำตอบว่าอัญญาจะยังไงอยากร่วมงานกับพี่หรือเปล่า” ภัทรพลเอ่ยถามเธอขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าของเธอยิ้ม ๆ อย่างใจเย็น “อัญญาต้องกล่าวขอโทษก่อนเลยนะคะ อัญญาคงต้องปฏิเสธพี่ภัทรอีกรอบนะคะ ไม่ใช่ว่าอัญญาไม่อยากร่วมงานกับพี่หรอกนะคะแต่อัญญายังไม่มั่นใจว่าจะทำงานให้พี่ได้หรือเปล่าเพราะอัญญาเองบางวันก็ขี้เกียจหมดไฟเป็นเดือน ๆ ก็มี อัญญากลัวทำงานให้พี่ได้ไม่เต็มที่ อัญญาต้องขอโทษด้วยนะคะ” อัญญรินทร์ยกมือไหว้ขอโทษภัทรพลอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน “ไม่เป็นไรครับ อย่าคิดมากถือว่ามากินข้าวเป็นเพื่อนพี่ก็ได้ ไว้พร้อมเมื่อไหร่เราค่อยร่วมงานกันก็ได้ แต่วันหลังถ้าพี่อยากกินข้าวด้วยพี่ไม่เอางานมาอ้างแล้ว” ภัทรพลพูดออกมาอย่างนั้นก็เหมือนให้ความหวังกับเธอเพราะเธอเองก็มีใจให้เขาอยู่แล้วไม่น้อยเลย “ยินดีมาก ๆ ค่ะ แต่วันนี้อัญญาต้องขอโทษพี่ภัทรด้วยนะคะ” อัญญรินทร์พูดพร้อมกับยิ้มหวานอ่อน ๆ ให้กับเธอ ที่บ้านของอัญญรินทร์ตอนนี้คชากรมาถึงที่บ้านของเธอโดยหาข้ออ้างว่ามาหาอัครัฐแต่พอเขามาแล้วก็ไม่ได้เจออัญญรินทร์เพราะเธอออกไปข้างนอกก่อนแล้ว “มึงแกล้งกูหรือเปล่า ให้กูมาวันที่พี่มึงไม่อยู่เนี่ย” คชากรมองหน้าของเพื่อนอย่างสงสัย “กูไม่ได้แกล้งก็กูบอกแล้วว่าพี่สาวของกูอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ คิดอยากไปไหนมาไหนเดี๋ยวนี้ไม่บอกกูแล้ว” อัครัฐพูดขึ้นมาตามความจริงเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าพี่สาวของเขาจะออกจากบ้านวันนี้เพราะโดยปกติกว่าจะออกจากห้องก็เที่ยงแล้ว “เออ ๆ อย่าให้กูรู้แล้วกันว่ามึงแกล้งกู ถ้าอย่างนั้นวันนี้ไปดื่มกับกูมั้ย” คชากรเอ่ยชวนเพื่อนไปเที่ยวเหมือนเดิมซึ่งเพื่อนก็ไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD