ปฏิบัติการหนีเที่ยวของเจ้าหญิงขนฟู

1897 Words
‎กลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิเริ่มขยับเข้ามาแทนที่ลมหนาว หุบเขาเมฆาเร้นลับกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์ปราบนักพรตชั่วผ่านไปได้เพียงเจ็ดราตรี หลินซี นั่งอยู่บนตั่งไม้ไผ่ตัวเดิม มือเรียวบางบรรจงปักผ้าลวดลายดอกท้อพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาสุกใสของนางเหม่อมองไปที่ประตูห้องที่เคยมีเจ้าก้อนขนสีเงินวิ่งเข้าวิ่งออกอย่างร่าเริง ‎“เงียบเหงาเหลือเกินนะ...” นางพึมพำกับตัวเอง พลางยกมือลูบไล้จี้หยกรูปหยดน้ำสีเงินที่ห้อยคออยู่ สัมผัสของหยกนั้นอุ่นวาบราวกับมีชีวิต แต่นางก็ไม่กล้าเรียกเสี่ยวอิ๋นมา เพราะเกรงใจว่าครอบครัวอสูรคงอยากใช้เวลาอยู่กับลูกสาวที่พลัดพรากไปนาน ‎ทว่า... ในดินแดนอสูรเงินที่ห่างออกไปนับพันลี้ บรรยากาศกลับไม่ได้สงบสุขอย่างที่หลินซีคิด! ‎ภายในวังวนเมฆาที่หรูหราอลังการ เสี่ยวอิ๋น ในร่างก้อนขนสีเงินกำลังนั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเบาะไหมทิพย์อันนุ่มนิ่มเบื้องหน้าของมันคือผลไม้ทิพย์ชั้นเลิศและน้ำค้างสวรรค์ที่บรรดาสัตว์อสูรรับใช้คอยประเคนให้ แต่นางกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง ‎“ข้าไม่กิน! ข้าอยากไปหาท่านแม่บุญธรรม!” เสี่ยวอิ๋นส่งกระแสจิตประท้วงจนข้ารับใช้พากันตัวสั่น ‎“โถ่... องค์หญิงน้อย ท่านเพิ่งกลับมาได้ไม่กี่วันเองนะเพคะ ราชาและราชินีทรงเป็นห่วงท่านมาก” สัตว์อสูรรับใช้พยายามปลอบใจ ‎เสี่ยวอิ๋นสะบัดหางพรึ่บพรั่บด้วยความหงุดหงิด เบาะไหมพวกนี้ต่อให้นุ่มแค่ไหน แต่มันก็ไม่มี ‘กลิ่นหอมดอกท้อ’ และ ‘ความอุ่นซ่าน’ เหมือนหน้าอกของหลินซีเลยสักนิด ยิ่งนึกถึงสัมผัสที่นางเคยประคองโอบกอดไว้ในยามหลับ เสี่ยวอิ๋นก็ยิ่งรู้สึกทนไม่ได้ นางต้องการอ้อมกอดนุ่มนิ่มนั่นเดี๋ยวนี้! ‎เจ้าก้อนขนจอมแสบเริ่มวางแผนทันที นางแกล้งทำเป็นง่วงเหงาหาวนอนแล้วมุดตัวลงใต้ผ้าห่มผืนหนา พอกลุ่มรับใช้ตายใจเดินออกไปจากห้อง เสี่ยวอิ๋นก็ร่ายมนตร์อำพรางกายที่แอบจำมาจากตำราลับของท่านพ่อ แล้วมุดหน้าต่างวังพุ่งทะยานลงจากเขาเมฆาทันที! ‎“รอข้าก่อนนะท่านแม่บุญธรรม! อกนุ่มๆ ของท่าน ข้ากำลังจะไปซุกแล้ววว!” ‎ทางด้านหลินซีที่กำลังจะเข้านอน นางสวมชุดนอนผ้าป่านสีขาวบางเบาพลางเอนกายลงบนเตียงไม้ไผ่ กลิ่นเทียนหอมอ่อนๆ ช่วยให้นางผ่อนคลาย ทันใดนั้น... หน้าต่างห้องนอนที่ปิดสนิทก็สั่นไหวเบาๆ พร้อมกับเงาสีเงินเล็กๆ ที่พุ่งพรวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว! ‎ตุ๊บ! ‎หลินซีสะดุ้งสุดตัว “ใครน่ะ!” ‎ยังไม่ทันที่นางจะลุกขึ้น ร่างเล็กๆ ที่คุ้นเคยก็กระโจนพรวดเดียวขึ้นมาบนหน้าอกของนางอย่างแม่นยำ! เสี่ยวอิ๋นไม่รอช้า มันใช้หัวทุยๆ มุดเข้าไปในสาบชุดนอนที่คอกว้างของหลินซีทันที จมูกเปียกชื้นซุกไซ้เข้าไปที่กึ่งกลางหน้าอกนุ่มนิ่มอย่างโหยหา พลางส่งเสียงคราง ‘งื้ด... งื้ด...’ รัวๆ เหมือนจะบอกว่าคิดถึง ‎ภายในห้องนอนที่สลัวรางด้วยแสงจันทร์ หลินซีที่ตอนแรกตกใจจนตัวโยนกลับหลุดหัวเราะออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนดุ๊กดิ๊กที่คุ้นเคยตรงทรวงอก “เสี่ยวอิ๋น! เจ้าตัวแสบ แอบหนีมาหาข้าอีกแล้วหรือ?” ‎เจ้าก้อนขนสีเงินไม่ตอบเป็นคำพูด แต่มันกลับใช้ปฏิบัติการ "ซุกทะลวง" อย่างบ้าคลั่ง! มันมุดลึกเข้าไปใต้สาบชุดนอนผ้าป่านสีขาวที่ทั้งบางและนุ่ม เสี่ยวอิ๋นใช้ขาหน้าเล็กๆ ตะปบเฟ้นหาความนุ่มหยุ่นที่มันโหยหามาหลายราตรี ทันทีที่จมูกเย็นๆ สัมผัสเข้ากับร่องอกที่อุ่นซ่านและหอมกรุ่นกลิ่นแป้งเด็กผสมดอกท้อ เสี่ยวอิ๋นก็ส่งเสียงครางครืดๆ ในลำคออย่างเป็นสุขที่สุดในโลก ‎มันซุกหน้าแช่นิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับจะฝังร่างลงไปในเนื้อนวลของหลินซี ความนุ่มนิ่มที่ยืดหยุ่นรองรับใบหน้าเล็กๆ ของมันได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ เสี่ยวอิ๋นหลับตาพริ้ม สูดดมกลิ่นกายสาวที่แสนบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด พลางใช้หัวทุยๆ ถูไถไปมาจนเสื้อนอนของหลินซีรั้งขึ้นมากองอยู่เหนืออก ‎“โอ๊ย... จั๊กจี้นะเสี่ยวอิ๋น พอได้แล้วลูก ข้าพึ่งจะอาบน้ำมานะ” หลินซีพยายามจะดึงตัวเจ้าก้อนขนจอมตื้อออกมา แต่มันกลับยิ่งดื้อรั้น มันใช้เล็บเล็กๆ เกี่ยวขอบเสื้อไว้แน่น แล้วมุดพรวดเข้าไปจนมิดหาง คราวนี้มันเข้าไปนอนขดตัวกลมดิ๊กอยู่ ‘ข้างใน’ เสื้อของนางจริงๆ ‎หลินซีสัมผัสได้ถึงก้อนกลมๆ ที่ขยับไปมาอยู่กลางอก นางต้องใช้มือกุมประคองหน้าอกของตนเองไว้เพื่อไม่ให้เสี่ยวอิ๋นตกลงไป สัมผัสของขนสัตว์ที่นุ่มละเอียดเสียดสีกับผิวเนื้อเปลือยเปล่าภายในร่มผ้าทำให้นางหน้าร้อนผ่าว “เจ้าลูกคนนี้นี่... โตเป็นสาวแล้วยังจะขี้อ้อนเป็นทารกไปได้” ‎ในขณะที่หนึ่งคนกับหนึ่งอสูรกำลังฟัดเหวี่ยงกันด้วยความรัก บนยอดเมฆาเหนือกระท่อมไม้ไผ่ ปรากฏร่างจำแลงของ ราชินีอสูร ที่ยืนกอดอกมองลงมาด้วยรอยยิ้มขบขัน นางตามลูกสาวมาติดๆ ตั้งแต่เริ่มหนีออกจาก ‎ภายในห้องนอนที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมละมุนของเทียนหอมและกลิ่นกายสาว เสี่ยวอิ๋น ดูจะยึดครองพื้นที่ "รังนุ่ม" ของมันได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เจ้าก้อนขนสีเงินไม่เพียงแค่มุดเข้าไปนิ่งๆ แต่มันเริ่มออกฤทธิ์ซุกซนตามนิสัยเสียแล้ว! มันใช้ขาหน้าเล็กๆ ตะกุยเบาๆ ที่เนินอกนุ่มนิ่มของหลินซีเหมือนกำลังนวดเฟ้นหาตำแหน่งที่อุ่นที่สุด พลางใช้จมูกเปียกชื้นดุนดันไปตามร่องอกอย่างร่าเริง ‎“อ๊ะ... เสี่ยวอิ๋น! หยุดนะลูก มัน... มันแปลกๆ” หลินซีอุทานพลางพยายามรวบสาบชุดนอนที่แหว่งกว้างออกมาเพราะแรงมุดของเจ้าตัวแสบ ‎แต่ยิ่งหลินซีพยายามดึงออก เสี่ยวอิ๋นก็ยิ่งสู้กลับ! มันใช้ลำตัวกลมๆ เบียดแทรกเข้าไปจนหน้าอกของหลินซีต้องขยายตัวรับน้ำหนักของมัน ชุดนอนผ้าป่านเนื้อบางแนบชิดไปกับสัดส่วนโค้งเว้าจนเห็นรอยนูนของเจ้าอสูรน้อยที่กำลังดุ๊กดิ๊กอยู่ภายในชัดเจน เสี่ยวอิ๋นส่งเสียง ‘งื้ด...’ พลางอ้าปากงับเบาๆ ที่ยอดอกผ่านเนื้อผ้าผืนบาง เป็นการหยอกล้อที่ทำให้หลินซีสะดุ้งจนตัวโยน ‎“เจ้าตัวร้าย! ทำแบบนี้ข้าจะนอนได้อย่างไร” หลินซีดุไม่ลง นางทำได้เพียงใช้ฝ่ามือเรียวบางประคอง ‘ก้อนกลม’ ที่หน้าอกเอาไว้ สัมผัสถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของเสี่ยวอิ๋นที่กำลังแผ่ซ่านเข้าสู่ผิวเนื้อของนาง ความนุ่มนิ่มที่บดเบียดกันอยู่ภายใต้ร่มผ้าสร้างความรู้สึกประหลาดที่ทั้งอบอุ่นและชวนให้ขัดเขิน ‎ในที่สุด เสี่ยวอิ๋นก็หาทำเลทองได้สำเร็จ มันซุกหน้าจมหายลงไปในร่องกลางอกที่ลึกและนุ่มที่สุด สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่เข้มข้นขึ้นเพราะความร้อนจากร่างกายนาง มันหลับตาพริ้ม ส่ายหางดิกๆ อยู่ใต้เสื้ออย่างเป็นสุข ราวกับว่าสมบัติล้ำค่าใดๆ ในวังอสูรก็ไม่อาจเทียบเท่าความนุ่มหยุ่นที่มันกำลังซบเซาอยู่นี้ได้ ‎ขณะที่หนึ่งคนหนึ่งสัตว์กำลังนัวเนียกันอยู่บนเตียง บนยอดไม้สูงนอกหน้าต่าง ราชินีอสูร ในชุดคลุมสีเงินระยับยืนมองภาพนั้นผ่านม่านมนต์อำพราง นางส่ายหัวเบาๆ พลางหลุดหัวเราะออกมา “ลูกคนนี้นี่นะ... หนีวังมาเพียงเพื่อจะมาขอนอนซุกอกมนุษย์ เสียชื่อเจ้าหญิงอสูรหมดสิ้น” ‎ทว่า ในแววตาของราชินีอสูรกลับไม่มีความโกรธเคือง นางสังเกตเห็นว่า ‘สายใยวิญญาณ’ ระหว่างเสี่ยวอิ๋นและหลินซีเริ่มถักทอเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ พลังปราณของทั้งคู่กำลังแลกเปลี่ยนกันผ่านสัมผัสที่แนบชิดนั้น ร่างกายของหลินซีเริ่มผ่องใสขึ้น ผิวพรรณดูนวลเนียนดุจไข่มุกจากการได้รับไออสูรชั้นสูง ส่วนเสี่ยวอิ๋นเองก็ได้รับการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์จากกลิ่นอายเซียนของหลินซี ‎“เอาเถอะ... ในเมื่อนางชอบ ‘หมอน’ ใบนี้ขนาดนั้น ข้าก็คงขัดใจไม่ได้” ราชินีอสูรพึมพำ ก่อนจะสะบัดมือร่ายมนตร์ ‘ม่านหมอกนิทรา’ คลุมรอบกระท่อมไว้ เพื่อไม่ให้สัตว์ร้ายหรือใครมาขบถขัดจังหวะการพักผ่อนของลูกสาว ‎กลับมาบนเตียงไม้ไผ่ หลินซีที่ตอนแรกพยายามจะเอาเสี่ยวอิ๋นออก เริ่มรู้สึกเคลิ้มตามไปด้วย ความนุ่มของขนสัตว์และจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอของเจ้าตัวน้อยตรงหน้าอกทำให้นางเริ่มง่วงซึม นางค่อยๆ เอนกายลงนอนตะแคง โดยที่มือยังคงโอบประคอง ‘ก้อนนูน’ ในเสื้อไว้แน่น ‎เสี่ยวอิ๋นรับรู้ถึงการขยับตัว มันรีบเบียดกายลึกเข้าไปอีกนิดจนหน้าของมันแนบสนิทกับผิวเนื้อที่หอมหวานของหลินซี มันส่งเสียงครางเครือในลำคออย่างพอใจ ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมๆ กัน ‎แต่แล้ว... ความสงบก็ถูกทำลายลงเล็กน้อย เมื่อ ราชาอสูรเงิน ผู้เป็นพ่อ พุ่งทะยานลงมาจากฟ้าในร่างมนุษย์ด้วยสีหน้าขึงขัง “เมียรัก! ลูกหนีมาที่นี่จริงๆ ด้วยใช่ไหม? ข้าจะเข้าไปพานางกลับเดี๋ยวนี้!” ‎ราชินีอสูรรีบคว้าแขนสามีไว้ทันควัน “ท่านพี่! อย่าเพิ่งเข้าไปขัดจังหวะเด็ดขาด” ‎“ทำไมล่ะ? ลูกเราต้องกลับไปฝึกวิชานะ!” ราชาอสูรฮึดฮัด ‎ราชินีอสูรบุ้ยปากไปทางหน้าต่าง “ท่านดูนั่นสิ... ลูกสาวท่านกำลัง ‘เสวยสุข’ อยู่บนเนินอกนุ่มๆ ของแม่นางผู้นั้น ขืนท่านเข้าไปตอนนี้ เสี่ยวอิ๋นได้โกรธท่านไปอีกร้อยปีแน่” ‎ราชาอสูรชะโงกหน้ามองตาม แล้วก็ต้องนิ่งอึ้งไป เขาเห็นลูกสาวจอมพยศของเขากำลังนอนหลับปุ๋ย ซุกหน้าแช่อยู่ในร่องอกของหลินซีอย่างสบายอารมณ์ ร่างกลมๆ ของมันถูกโอบอุ้มด้วยมือเรียวบางที่ทะนุถนอม ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของหญิงสาว ‎ราชาอสูรถอนหายใจยาว “เห้อ... ข้าละยอมแพ้จริงๆ มนุษย์ผู้นี้มีมนตร์ขลังอะไรกันนะ ถึงทำให้อสูรเงินผู้หยิ่งทะนงกลายเป็นลูกหมาตัวน้อยไปได้ขนาดนี้” ‎“มันไม่ใช่เซียนมนตร์หรอกท่านพี่... มันคือ ‘ความอบอุ่น’ ที่หาไม่ได้จากที่อื่นต่างหาก” ราชินีอสูรยิ้มละไม “ปล่อยให้นางซุกไปเถอะ พรุ่งนี้เช้าเราค่อยมารับ... หรือไม่ เราก็ควรจะสร้าง ‘ประตูมิติ’ ทิ้งไว้ให้เสี่ยวอิ๋นแอบหนีมาที่นี่ได้บ่อยๆ ดีไหม?” ‎ราชาอสูรทำหน้าบูดบึ้งแต่สุดท้ายก็พยักหน้ายอมรับ “ตามใจเจ้าเถอะ...”‎ราตรีนั้นจึงดำเนินต่อไปด้วยความเงียบสงบ หลินซีหลับสนิทโดยมีเสี่ยวอิ๋นเป็นหมอนข้างมีชีวิตที่ซุกซนอยู่กลางอก เป็นภาพความผูกพันที่ก้าวข้ามเผ่าพันธุ์ผ่านสัมผัสที่แสนนุ่มนิ่มและหอมหวานที่สุดในหุบเขาเมฆาเร้นลับแห่งนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD