หลังจากลงเล่นน้ำในลำธารหลังอุทยานจนเหนื่อย องค์ชายอิ้งเยว่พาฉีอันฉีเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางสายหนึ่ง ซึ่งเป็นทางลัดเชื่อมระหว่างตำหนักส่วนพระองค์กับตำหนักร้าง เส้นทางนี้เคยรกชัฏและเงียบเหงา ทว่าบัดนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับคนละสถานที่ ฉีอันฉีเดินเคียงข้างท่านพี่ชุนของเขาอย่างอารมณ์ดี สองมือเกาะแขนอีกฝ่ายไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใช้เวลาไม่นาน ก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน ตัวตำหนักทาด้วยสีขาวสะอาดตา รูปทรงถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยการผสมผสานศิลปะจีนและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว งดงามแปลกตาจนฉีอันฉีถึงกับตะลึง “ที่นี่คือที่ใดกัน?” “ตำหนักส่วนพระองค์ขององค์ชายอิ้งเยว่” เขาตอบตามตรง ความจริงอิ้งเยว่อยากบอกความลับนี้แก่ฉีอันฉีนานแล้ว แต่เกรงว่าหนุ่มน้อยจะรับไม่ได้ จึงเลือกวิธีบอกอ้อมๆ พร้อมกับคอยสังเกตปฏิกิริยาของคนข้างกาย “ห๊า!” “เจ้าว่าที่นี่งดงามหรือไม่?” “ด

