3 ผู้หญิงทั้งเมืองอยากได้

1417 Words
อึก… อึก… น้ำเมาสีเข้มถูกยกกระดกลงคอแทบไม่หยุด แก้วแล้วแก้วเล่าเหมือนตั้งใจจะกดความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกให้จมหายไปพร้อมแอลกอฮอล์ เสียงเพลงในผับดังสนั่น แต่บรรยากาศตรงโต๊ะVIPกลับร้อนระอุแทบลุกเป็นไฟ ใบหน้าหล่อเข้มขรึมจนแทบไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร เฮเดนที่นั่งเอนพิงโซฟาอยู่ฝั่งตรงข้าม มองเพื่อนนิ่งก่อนยกยิ้มมุมปาก “เป็นอะไรวะ… ใครทำให้นายอารมณ์เสียได้ขนาดนี้” เจไดไม่ตอบ เพียงแค่ยกแก้วขึ้นกระดกอีกครั้งเหมือนคำถามนั้นไร้ค่า สาวสวยที่นั่งอยู่บนตักเขาเบ้ปากน้อยๆแล้วตอบแทน “เฮียอารมณ์เสียค่ะ… เจอผู้หญิงปากไม่ดีเข้าให้” เธอตอบพร้อมจิบปากจิบคอ แขนเรียวยังกอดคอเขาแน่น อกกลมโตแทบบังหน้าเขาไว้ครึ่งหนึ่ง เบียดเสียดไปมาอย่างยั่วเย้าอยู่แบบนั้น “เหอะ…” เฮเดนหัวเราะในลำคอ พลางเอนตัวไปข้างหน้าอย่างสนใจ “ผู้หญิงที่ไหนบังอาจวะ ถึงกล้าทำให้นายหัวร้อนขนาดนี้” เจไดวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง กึก กรามแกร่งบดกันแน่น “ไม่รู้จัก” เขาตอบสั้นๆ เฮเดนเลิกคิ้ว “อะไรกัน ถ้านายอยากรู้จริงๆ มันก็ไม่เกินความสามารถอยู่แล้ว ” เจไดใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม ก่อนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “เหอะ…ถ้าได้เจอยัยนั่นอีก…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยช้าๆ “ฉันจะเอาเอ็นแข็งๆกระแทกปาก เอาให้อ้วกออกเป็นเลือดเลยคอยดู ” เขาพูดอย่างเจ็บใจ แค่ตามสืบว่าเธอเป็นใครไม่ใช่เรื่องยาก แต่แค่ช่วงนี้มีเรื่องให้ทำมากมาย ไหนจะงานที่บริษัท งานส่งสินค้าไปชายแดน ช่วงนี้ออร์เดอร์เยอะด้วย และยังมีอีกเรื่องที่ทำให้เขาปวดหัว นั่นก็คือต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ที่ปู่เป็นคนหาให้ “ขนาดนั้นเชียว สวยมั้ย ” เฮเดนถามต่อ แขนแข็งแรงโอบไหล่หญิงข้างกายไม่ต่างกัน “สวยแล้วยังไง แค่ปากดีก็ไม่ผ่านแล้ว ” ความจริงเธอทั้งสวยทั้งน่ากระแทกเลยละ คงเป็นลูกคนรวยบ้านไหนซักที่ ดูจากเทสเธอใช้ได้เลยหละ “เฮียอ่า…ใจเย็นก่อนนะคะเฮีย เดี๋ยวนามิจะทำให้เฮียหายเครียดเอง ” นามินัวเนียบนตัวเขาอยู่แบบนั้น เอาอกเอาใจเป็นอย่างดี “จะแต่งงานแล้ว ทำตัวให้มันดีๆหน่อย ” เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่จริงจัง เหมือนเป็นการล้อซะมากกว่า “แต่งอะไรละเฮีย ผมนี่ยังคิดไม่ออกเลย ว่าจะปฏิเสธการแต่งงานยังไง ” เขาบ่นกับฮันเตอร์ ลูกพี่ลูกน้องอีกคน ที่เป็นผู้บริหารที่นี่ และก็เป็นพี่ชายแท้ๆของเฮเดนด้วย “ถ้าปู่เอ่ยปากอะไรแล้ว เฮียว่ารอดยาก ปกติปู่ไม่เคยตีกรอบให้พวกเราแบบนี้ ” ฮันเตอร์พูดอย่างหนักใจ พร้อมทิ้งตัวลงโซฟาอีกตัว “ มันจะไปยากอะไรล่ะ แต่งได้ก็เลิกได้ ไม่เห็นมีอะไรให้หนักใจสักหน่อย” เฮเดนพูดอย่างไม่ใส่ใจ “นายก็พูดได้สิ คนที่แต่งไม่ใช่นายหนิ เผื่อยัยนั่นไม่อยากเลิกละทำไง ผู้หญิงทั้งเมืองอยากได้ฉันทั้งนั้น ” ความหลงตัวเองยืนหนึ่ง แต่ก็ว่าไม่ได้แหละ ระดับคุณชายรองแล้ว หล่อพระเจ้าสร้างของแท้ เพิ่มความเอวดุไปอีกอย่าง สาวๆมีแต่อยากเรียงคิวขึ้นเตียง “นั่นนะสิ แต่งได้ก็เลิกได้ หรือถ้าผู้หญิงคนนั้นรับนิสัยนายได้ จะทนอยู่ก็ตามใจ ” ฮันเตอร์เห็นด้วยกับเฮเดน @อีกด้าน คฤหาสน์อันเกรวาเซียยามดึก ร่างบางก้าวลงจากรถคู่กาย ก่อนยื่นกุญแจให้คนขับรถเอารถไปเก็บ เสียงรองเท้าส้นสูงของหญิงสาวกระทบพื้นโถงกว้างของคฤหาสน์ที่เงียบสงัด กึก..กึก.. เวลานี้คนในบ้านคงหลับกันหมดแล้ว แต่เธอเพิ่งกลับมาถึงบ้าน แต่ทันทีที่เธอก้าวเข้ามาในโถง “ไปไหนมา” เสียงเข้มทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหน้า ร่างบางชะงักเล็กน้อย ก่อนมองที่มาของเสียงนิ่ง บนโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น ชายชราผมสีดอกเลานั่งอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว สายตาคมกริบของเขามองหลานสาวอย่างไม่พอใจ เขาคือปู่ของเธอเอง ‘มัตเตโอ’ ไม้เท้าในมือเคาะลงกับพื้นเบาๆ “จะแต่งงานอยู่แล้ว ยังออกไปเที่ยวกลางค่ำกลางคืนอีก” ปู่ตำหนิเธอเสียงเรียบ บรรยากาศในบ้านตึงเครียดทันที เหล่าคนรับใช้ที่ยืนอยู่แถวนั้นต่างก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง อิซาเบลล่ากำมือแน่น ความอึดอัดที่สะสมมาหลายวันเหมือนถูกจุดชนวนขึ้นมาในทันที “ปู่จะบังคับหนูทุกทางเลยเหรอคะ” เธอจ้องหน้าปู่ตรงๆแบบไม่หลบหลีก “หนูจะแต่งงานแล้วมันทำไม หนูไม่มีสิทธิ์ใช้ชีวิตของตัวเองเลยหรือไง ” คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าชราของปู่เคร่งเครียดขึ้นทันที ไม้เท้าถูกกระแทกลงกับพื้น กึก! “ธุรกิจครอบครัวกำลังจะล้มละลาย!” เสียงตะคอกดังสะท้อนทั่วห้อง “แกยังจะมัวมาเห็นแก่ตัว อยากใช้ชีวิตอะไรอยู่อีก!” ดวงตาของอิซาเบลล่าวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที แต่เธอก็ยังยืนนิ่งกำหมัดแน่น อยากกรี๊ดดังๆให้มันรู้แล้วรู้รอดไป “หนูนะเหรอคะที่เห็นแก่ตัว คำนี้ปู่ควรใช้กับคุณลุงเลโอมั้ยคะถึงจะถูก ลุงเลโอนะคะที่กำลังจะทำธุรกิจล้มละลาย และคนที่ควรแต่งงานเพื่อพยุงธุรกิจก็คือโซเฟีย หรือไม่ก็วาเลนติน่า สายเลือดของคุณลุง!ไม่ใช่หนู! ” อิซาเบลล่าพูดอย่างเหลืออด เธอไม่เข้าใจปู่เลยว่าทำไมปู่จะต้องเจาะจงว่าเป็นเธอ พ่อแม่ที่เคยรักและหวงแหนเธอดั่งดวงใจ กลับไม่คิดจะปกป้อง และยังเห็นดีเห็นงามกับปู่อีกด้วย อิซาเบลล่าสูดลมหายใจลึก ก่อนพูดต่อ “ทำไมคนที่รับกรรม กลับต้องมาเป็นหนูเหรอคะ ” อิซาเบลล่ายืนมองปู่ด้วยสายตาแข็งกร้าว ส่วนชายชราก็นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา มือหนึ่งกำไม้เท้าแน่น เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลมหายใจหนักๆของปู่ค่อยๆผ่อนลง ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างใจเย็น “วันนี้ก็ดึกมากแล้ว หลานไปพักผ่อนเถอะ” อิซาเบลล่าชะงักเล็กน้อย เหมือนไม่คิดว่าจะได้ยินน้ำเสียงที่อ่อนลงแบบนี้ ปู่ถอนหายใจอีกครั้งก่อนพูดต่อ “พรุ่งนี้ตอนเย็น… ปู่นัดครอบครัวนั้นทานข้าว ให้หลานกับว่าที่เจ้าบ่าวได้ทำความคุ้นเคยกันก่อนถึงวันแต่ง อย่างน้อย… จะได้ไม่ขัดเขินกันมากนัก” คำพูดนั้นทำให้อิซาเบลลาหัวเราะออกมาเบาๆ แต่เสียงหัวเราะนั้นกลับไม่มีความขบขันเลยแม้แต่น้อย แต่กำลังหัวเราะสมเพชตัวเองซะมากกว่า “เหอะ…แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ” เธอถามกลับทันที สายตาคมสวยมองตรงไปที่ปู่อย่างโกรธเคือง “ในเมื่อสุดท้าย…หนูก็ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักอยู่ดี” ปู่ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่มองหลานสาวนิ่งๆ ส่วนอิซาเบลล่าก็ไม่คิดจะยืนอยู่ตรงนั้นต่ออีก หญิงสาวสะบัดผมยาวสลวยอย่างหงุดหงิด ก่อนหมุนตัวเดินผ่านปู่ไป ตึก… ตึก… ตึก… เสียงส้นสูงของเธอดังก้องไปทั่วบ้าน จนกระทั่งร่างบางหายลับขึ้นบันไดไปชั้นบน โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งไว้เพียงชายชราที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา มือเหี่ยวย่นกำไม้เท้าแน่น สายตาทอดมองขึ้นไปยังบันไดที่หลานสาวเพิ่งเดินผ่าน ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยล้า “ซักวันหลานจะเข้าใจปู่ ว่าทำไมถึงเป็นสายเลือดของเลโอไม่ได้ ” 📌แนะนำตัวละคร อิซาเบลล่า อันเกรวาเซีย ทายาทบริษัทโลจิสติกส์และการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ ที่ดูแลเส้นทางการค้าหลายประเทศในเอเชีย เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของ เซบัสเตียนกับโลล่า หลานสาวคนเล็กของปู่มัตเตโอวัยเพียง25ปี จบป.ตรีสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ และต่อปริญญาโทด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแมเนจเมนต์ จากประเทศอังกฤษได้ยังไม่ถึงปี เรียกได้ว่าทั้งสวยและเก่งรอบด้าน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD