อึก… อึก…
น้ำเมาสีเข้มถูกยกกระดกลงคอแทบไม่หยุด
แก้วแล้วแก้วเล่าเหมือนตั้งใจจะกดความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกให้จมหายไปพร้อมแอลกอฮอล์
เสียงเพลงในผับดังสนั่น แต่บรรยากาศตรงโต๊ะVIPกลับร้อนระอุแทบลุกเป็นไฟ ใบหน้าหล่อเข้มขรึมจนแทบไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไร
เฮเดนที่นั่งเอนพิงโซฟาอยู่ฝั่งตรงข้าม มองเพื่อนนิ่งก่อนยกยิ้มมุมปาก
“เป็นอะไรวะ… ใครทำให้นายอารมณ์เสียได้ขนาดนี้”
เจไดไม่ตอบ
เพียงแค่ยกแก้วขึ้นกระดกอีกครั้งเหมือนคำถามนั้นไร้ค่า
สาวสวยที่นั่งอยู่บนตักเขาเบ้ปากน้อยๆแล้วตอบแทน
“เฮียอารมณ์เสียค่ะ… เจอผู้หญิงปากไม่ดีเข้าให้”
เธอตอบพร้อมจิบปากจิบคอ แขนเรียวยังกอดคอเขาแน่น อกกลมโตแทบบังหน้าเขาไว้ครึ่งหนึ่ง เบียดเสียดไปมาอย่างยั่วเย้าอยู่แบบนั้น
“เหอะ…”
เฮเดนหัวเราะในลำคอ พลางเอนตัวไปข้างหน้าอย่างสนใจ
“ผู้หญิงที่ไหนบังอาจวะ ถึงกล้าทำให้นายหัวร้อนขนาดนี้”
เจไดวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง กึก
กรามแกร่งบดกันแน่น
“ไม่รู้จัก”
เขาตอบสั้นๆ
เฮเดนเลิกคิ้ว
“อะไรกัน ถ้านายอยากรู้จริงๆ มันก็ไม่เกินความสามารถอยู่แล้ว ”
เจไดใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม ก่อนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ
“เหอะ…ถ้าได้เจอยัยนั่นอีก…”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยช้าๆ
“ฉันจะเอาเอ็นแข็งๆกระแทกปาก เอาให้อ้วกออกเป็นเลือดเลยคอยดู ”
เขาพูดอย่างเจ็บใจ แค่ตามสืบว่าเธอเป็นใครไม่ใช่เรื่องยาก แต่แค่ช่วงนี้มีเรื่องให้ทำมากมาย ไหนจะงานที่บริษัท งานส่งสินค้าไปชายแดน ช่วงนี้ออร์เดอร์เยอะด้วย และยังมีอีกเรื่องที่ทำให้เขาปวดหัว นั่นก็คือต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ที่ปู่เป็นคนหาให้
“ขนาดนั้นเชียว สวยมั้ย ”
เฮเดนถามต่อ แขนแข็งแรงโอบไหล่หญิงข้างกายไม่ต่างกัน
“สวยแล้วยังไง แค่ปากดีก็ไม่ผ่านแล้ว ”
ความจริงเธอทั้งสวยทั้งน่ากระแทกเลยละ คงเป็นลูกคนรวยบ้านไหนซักที่ ดูจากเทสเธอใช้ได้เลยหละ
“เฮียอ่า…ใจเย็นก่อนนะคะเฮีย เดี๋ยวนามิจะทำให้เฮียหายเครียดเอง ”
นามินัวเนียบนตัวเขาอยู่แบบนั้น เอาอกเอาใจเป็นอย่างดี
“จะแต่งงานแล้ว ทำตัวให้มันดีๆหน่อย ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่จริงจัง เหมือนเป็นการล้อซะมากกว่า
“แต่งอะไรละเฮีย ผมนี่ยังคิดไม่ออกเลย ว่าจะปฏิเสธการแต่งงานยังไง ”
เขาบ่นกับฮันเตอร์ ลูกพี่ลูกน้องอีกคน ที่เป็นผู้บริหารที่นี่ และก็เป็นพี่ชายแท้ๆของเฮเดนด้วย
“ถ้าปู่เอ่ยปากอะไรแล้ว เฮียว่ารอดยาก ปกติปู่ไม่เคยตีกรอบให้พวกเราแบบนี้ ”
ฮันเตอร์พูดอย่างหนักใจ พร้อมทิ้งตัวลงโซฟาอีกตัว
“ มันจะไปยากอะไรล่ะ แต่งได้ก็เลิกได้ ไม่เห็นมีอะไรให้หนักใจสักหน่อย”
เฮเดนพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“นายก็พูดได้สิ คนที่แต่งไม่ใช่นายหนิ เผื่อยัยนั่นไม่อยากเลิกละทำไง ผู้หญิงทั้งเมืองอยากได้ฉันทั้งนั้น ”
ความหลงตัวเองยืนหนึ่ง แต่ก็ว่าไม่ได้แหละ ระดับคุณชายรองแล้ว หล่อพระเจ้าสร้างของแท้
เพิ่มความเอวดุไปอีกอย่าง สาวๆมีแต่อยากเรียงคิวขึ้นเตียง
“นั่นนะสิ แต่งได้ก็เลิกได้ หรือถ้าผู้หญิงคนนั้นรับนิสัยนายได้ จะทนอยู่ก็ตามใจ ”
ฮันเตอร์เห็นด้วยกับเฮเดน
@อีกด้าน คฤหาสน์อันเกรวาเซียยามดึก
ร่างบางก้าวลงจากรถคู่กาย ก่อนยื่นกุญแจให้คนขับรถเอารถไปเก็บ
เสียงรองเท้าส้นสูงของหญิงสาวกระทบพื้นโถงกว้างของคฤหาสน์ที่เงียบสงัด
กึก..กึก..
เวลานี้คนในบ้านคงหลับกันหมดแล้ว
แต่เธอเพิ่งกลับมาถึงบ้าน
แต่ทันทีที่เธอก้าวเข้ามาในโถง
“ไปไหนมา”
เสียงเข้มทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหน้า
ร่างบางชะงักเล็กน้อย ก่อนมองที่มาของเสียงนิ่ง บนโซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น
ชายชราผมสีดอกเลานั่งอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว สายตาคมกริบของเขามองหลานสาวอย่างไม่พอใจ เขาคือปู่ของเธอเอง ‘มัตเตโอ’
ไม้เท้าในมือเคาะลงกับพื้นเบาๆ
“จะแต่งงานอยู่แล้ว ยังออกไปเที่ยวกลางค่ำกลางคืนอีก”
ปู่ตำหนิเธอเสียงเรียบ บรรยากาศในบ้านตึงเครียดทันที
เหล่าคนรับใช้ที่ยืนอยู่แถวนั้นต่างก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
อิซาเบลล่ากำมือแน่น
ความอึดอัดที่สะสมมาหลายวันเหมือนถูกจุดชนวนขึ้นมาในทันที
“ปู่จะบังคับหนูทุกทางเลยเหรอคะ”
เธอจ้องหน้าปู่ตรงๆแบบไม่หลบหลีก
“หนูจะแต่งงานแล้วมันทำไม หนูไม่มีสิทธิ์ใช้ชีวิตของตัวเองเลยหรือไง ”
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าชราของปู่เคร่งเครียดขึ้นทันที
ไม้เท้าถูกกระแทกลงกับพื้น กึก!
“ธุรกิจครอบครัวกำลังจะล้มละลาย!”
เสียงตะคอกดังสะท้อนทั่วห้อง
“แกยังจะมัวมาเห็นแก่ตัว อยากใช้ชีวิตอะไรอยู่อีก!”
ดวงตาของอิซาเบลล่าวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที แต่เธอก็ยังยืนนิ่งกำหมัดแน่น อยากกรี๊ดดังๆให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
“หนูนะเหรอคะที่เห็นแก่ตัว คำนี้ปู่ควรใช้กับคุณลุงเลโอมั้ยคะถึงจะถูก ลุงเลโอนะคะที่กำลังจะทำธุรกิจล้มละลาย และคนที่ควรแต่งงานเพื่อพยุงธุรกิจก็คือโซเฟีย หรือไม่ก็วาเลนติน่า สายเลือดของคุณลุง!ไม่ใช่หนู! ”
อิซาเบลล่าพูดอย่างเหลืออด เธอไม่เข้าใจปู่เลยว่าทำไมปู่จะต้องเจาะจงว่าเป็นเธอ พ่อแม่ที่เคยรักและหวงแหนเธอดั่งดวงใจ กลับไม่คิดจะปกป้อง และยังเห็นดีเห็นงามกับปู่อีกด้วย
อิซาเบลล่าสูดลมหายใจลึก ก่อนพูดต่อ
“ทำไมคนที่รับกรรม กลับต้องมาเป็นหนูเหรอคะ ”
อิซาเบลล่ายืนมองปู่ด้วยสายตาแข็งกร้าว
ส่วนชายชราก็นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา มือหนึ่งกำไม้เท้าแน่น
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
ลมหายใจหนักๆของปู่ค่อยๆผ่อนลง ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างใจเย็น
“วันนี้ก็ดึกมากแล้ว หลานไปพักผ่อนเถอะ”
อิซาเบลล่าชะงักเล็กน้อย เหมือนไม่คิดว่าจะได้ยินน้ำเสียงที่อ่อนลงแบบนี้
ปู่ถอนหายใจอีกครั้งก่อนพูดต่อ
“พรุ่งนี้ตอนเย็น… ปู่นัดครอบครัวนั้นทานข้าว ให้หลานกับว่าที่เจ้าบ่าวได้ทำความคุ้นเคยกันก่อนถึงวันแต่ง อย่างน้อย… จะได้ไม่ขัดเขินกันมากนัก”
คำพูดนั้นทำให้อิซาเบลลาหัวเราะออกมาเบาๆ
แต่เสียงหัวเราะนั้นกลับไม่มีความขบขันเลยแม้แต่น้อย แต่กำลังหัวเราะสมเพชตัวเองซะมากกว่า
“เหอะ…แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ”
เธอถามกลับทันที
สายตาคมสวยมองตรงไปที่ปู่อย่างโกรธเคือง
“ในเมื่อสุดท้าย…หนูก็ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักอยู่ดี”
ปู่ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่มองหลานสาวนิ่งๆ
ส่วนอิซาเบลล่าก็ไม่คิดจะยืนอยู่ตรงนั้นต่ออีก
หญิงสาวสะบัดผมยาวสลวยอย่างหงุดหงิด
ก่อนหมุนตัวเดินผ่านปู่ไป
ตึก… ตึก… ตึก…
เสียงส้นสูงของเธอดังก้องไปทั่วบ้าน
จนกระทั่งร่างบางหายลับขึ้นบันไดไปชั้นบน
โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ทิ้งไว้เพียงชายชราที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา
มือเหี่ยวย่นกำไม้เท้าแน่น
สายตาทอดมองขึ้นไปยังบันไดที่หลานสาวเพิ่งเดินผ่าน
ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยล้า
“ซักวันหลานจะเข้าใจปู่ ว่าทำไมถึงเป็นสายเลือดของเลโอไม่ได้ ”
📌แนะนำตัวละคร อิซาเบลล่า อันเกรวาเซีย
ทายาทบริษัทโลจิสติกส์และการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ ที่ดูแลเส้นทางการค้าหลายประเทศในเอเชีย เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของ
เซบัสเตียนกับโลล่า หลานสาวคนเล็กของปู่มัตเตโอวัยเพียง25ปี จบป.ตรีสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ และต่อปริญญาโทด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแมเนจเมนต์ จากประเทศอังกฤษได้ยังไม่ถึงปี เรียกได้ว่าทั้งสวยและเก่งรอบด้าน