ประตูกระจกของห้องอาหารปิดลงเบาๆ หลังร่างสูงของเจไดเดินจากไป
เบลล่ายืนแข็งอยู่ตรงนั้น มือเล็กกำแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ
คำพูดเมื่อครู่ยังดังวนอยู่ในหัว
“ผมกลับนะครับคุณภรรยา เตรียมตัวเข้าหอกับผมได้เลย หึ..”
“ไอ้คนบ้า…”
เธอกัดฟันพึมพำเบาๆ หน้าแดงด้วยความโมโหมากกว่าจะเขิน
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องอาหาร
ผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวยังคุยกันเรื่องรายละเอียดงานอยู่ พอเห็นเธอเดินกลับเข้ามา อลิชาก็ยิ้มอ่อนๆ
เบลล่านั่งลงเงียบๆ แต่ในหัวกลับเดือดพล่าน
‘ใครจะไปแต่งกับคนแบบนั้นกัน…’
ผับ เวลาต่อมา
เสียงดนตรีจังหวะหนักๆ ดังสะท้อนทั่วทั้งร้าน แสงไฟสีสลับกะพริบเหนือบาร์
เจไดนั่งเอนหลังอยู่บนโซฟา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า อีกมือพาดพนักอย่างสบายอารมณ์ ข้างกายยังมีสาวสวยเหมือนเดิม
มุมปากยังมีรอยยิ้มจางๆติดอยู่
ภาพตอนที่เบลล่าหน้าแดง โวยวายใส่เขายังชัดอยู่ในหัว
“หึ…”
เขาหัวเราะในลำคอ
“อะไรวะ”
เสียงเฮเดนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทักขึ้น
“เมื่อวานยังอารมณ์เสียอยู่เลย วันนี้ยิ้มไม่หุบ”
อเล็กซ์ เพื่อนอีกคนมองหน้าเขาอย่างสงสัย
“ไปทำอะไรมา”
เจไดยกแก้วขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะตอบสบายๆ
“ไม่มีอะไร”
“ไม่มีอะไรแล้วนายยิ้มอะไรวะ อาการนี้ต้องพบแพทย์ด่วนแล้วมั้ง ”
เสียงแซวทำให้โต๊ะหัวเราะกันสนุกสนาน
เจไดส่ายหัวเล็กน้อย แต่แววตากลับดูอารมณ์ดีผิดปกติ
“ก็แค่…ไปเจอว่าที่ภรรยามา”
คำตอบนั้นทำให้เพื่อนสองสามคนถึงกับชะงัก
“เดี๋ยวนะ…ไหนตอนแรกบอกไม่อยากแต่ง รึว่าเห็นว่าเธอสวยเลยเปลี่ยนใจ”
เจไดไม่ตอบ แต่หันไปนัวหญิงข้างกายอย่างหมั่นเขี้ยว
“อุ้ย! เฮีย..คิกๆ อย่าค่ะ อายคุณเฮเดนกับคุณอเล็กซ์บ้างสิคะ”
หญิงสาวหัวเราะเขินๆ ขณะพยายามผลักอกเขาออกเบาๆอย่างเหนียมอาย
เจไดเพียงยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันกลับมาตอบเพื่อน
“ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด สวยๆฉันเจอมาเยอะแล้ว”
เขายกแก้วขึ้นหมุนช้าๆก่อนพูดต่อ
“แต่ปากดีและจัดจ้านแบบนี้…ฉันยังไม่เคยเจอ”
“ยังไงวะ”
เฮเดนคีบบุหรี่เข้าปาก ก่อนพ่นควันออกช้าๆ อย่างไม่เกรงใจใคร
เจไดยกคิ้วเล็กน้อย
“ก็ว่าที่ภรรยาฉัน…กับผู้หญิงที่ด่าฉันหน้าผับวันนั้น คือคนเดียวกันน่ะสิ”
“เชี้ย!…เซอร์ไพรส์สุดๆเลยว่ะ”
เฮเดนโพล่งขึ้นมาอย่างเหลือจะเชื่อ
อเล็กซ์เองก็หัวเราะออกมา
“โลกมันกลมขนาดนั้นเลยเหรอวะ”
เจไดเอนหลังพิงโซฟา มุมปากยกขึ้นช้าๆ
“นั่นน่ะสิ เซอร์ไพรส์สุดๆ”
เขาหยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกำลังสนุกกับอะไรบางอย่าง
“แล้วก็น่าสนุกสุดๆเหมือนกัน”
ปากหยักยิ้มร้าย มันเป็นอะไรที่ตื่นเต้น และเกินคาดจริงๆ
@อีกด้าน เบลล่า
“ปู่คะ พ่อ แม่ หนูไม่อยากแต่งงานกับนายนั่นเลยค่ะ หนูไม่ชอบเขา”
บนรถระหว่างทางกลับคฤหาสน์ เบลล่าระบายออกมาอย่างสุดจะทน
เธอหวังเพียงว่าครอบครัวจะฟังเสียงเล็กๆของเธอบ้าง
แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้หัวใจเธอหนักอึ้งกว่าเดิม
“ลูกโตแล้วนะเบลล่า ทำเพื่อครอบครัวแค่นี้จะเป็นไรไป”
ผู้เป็นพ่อพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แล้วอีกอย่างนะ เจไดหนะหน้าตาหล่อเหลามีสง่าราศี ตระกูลใหญ่โต นั่งแท่นประธานบริษัทคชากรุ๊ป โปรไฟล์ดีขนาดนี้ ลูกจะหาจากที่ไหนได้อีก”
แม่ของเธอเสริมขึ้นทันที
“พวกเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกทั้งนั้นแหละ อย่ามางอแงเหมือนเด็กเลย”
และดูเหมือน…จะไม่มีใครฟังเธอจริงๆ
“แต่เขานิสัยไม่ดีนะคะ”
เสียงของเบลล่าสั่นเล็กน้อย
“เขาเจ้าชู้ เสือผู้หญิง ควงคนใหม่เป็นว่าเล่น แบบนี้พ่อกับแม่กับปู่ ยังอยากให้หนูแต่งกับเขาอีกเหรอคะ”
เธอพยายามอธิบายทุกอย่างให้พ่อแม่เข้าใจ
แต่พวกท่านกลับไม่ยอมฟัง เอาแต่เรื่องธุรกิจมาเป็นเหตุผล
ผู้เป็นปู่ถอนหายใจยาว ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
“ปู่ว่ามันไม่ได้เสียหายอะไรนะ ตอนเป็นโสดเขามีเรื่องผู้หญิงบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร ผู้ชายน่ะ เขาดูกันตอนหลังแต่งงาน”
ท่านพูดต่ออย่างมั่นใจ
“คนที่เจ้าชู้ พอมีลูกมีเมียไป เดี๋ยวก็กลายเป็นคนรักครอบครัวเองแหละ แบบนี้มีให้เห็นถมเถไป”
เบลล่าก้มหน้าลงเล็กน้อย น้ำตาเริ่มคลออยู่ในดวงตา
แต่คำพูดของปู่ยังคงดำเนินต่อไป
“ตอนโสดก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะผู้ชายอย่างเจได ยิ่งเขามีผู้หญิงเข้าหาเยอะแยะ ก็ยิ่งแสดงว่าเขามีคุณค่า ใครๆก็อยากได้”
ท่านมองหลานสาวอย่างเอ็นดู
“หลานต่างหากที่จะได้เป็นเบอร์หนึ่ง มีทะเบียนสมรส ออกหน้าออกตาทางสังคมได้ ผู้หญิงทั้งเมืองต้องอิจฉาหลานของปู่แน่ๆ”
คำพูดเหล่านั้นยิ่งทำให้เบลล่าจุกแน่นในอก
น้ำตาคลอเบ้าจนแทบกลั้นไม่อยู่
“ปู่เห็นเรื่องเจ้าชู้ของผู้ชาย…เป็นเรื่องปกติจริงๆ เหรอคะ”
เธอถามออกมาในที่สุด
เสียงสั่นจนแทบขาดหาย
“แล้วถ้าหลังแต่งงาน…เขายังทำตัวแบบนี้อยู่ล่ะคะ”
เบลล่าเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นปู่
แววตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
“ปู่จะให้หลาน…ใช้ชีวิตยังไงคะ…”
“หลานคิดมากเกินไปแล้ว”
น้ำเสียงของท่านยังคงนิ่งเหมือนเดิม
“ชีวิตแต่งงานมันไม่ได้มีแค่เรื่องรักอย่างเดียว มันมีเรื่องหน้าที่ เรื่องครอบครัว เรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวด้วย”
เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย
“แต่หนูต้องใช้ชีวิตกับเขานะคะปู่…”
เสียงของเธอเบาลง แค่คิดว่าต้องใช่ชีวิตกับเขา ปากที่ไปจูบใครมาบ้าง แขนที่ไปกอดใครมาบ้าง เธอก็ขยะแขยงเต็มทน แล้วเธอจะใช้ชีวิตกับเขายังไง
“เบลล่า พ่อเลี้ยงลูกมาไม่เคยให้ลูกลำบาก เรื่องนี้พ่อก็คิดมาอย่างดีแล้ว การแต่งงานครั้งนี้มันสำคัญกับธุรกิจเรามาก ลูกลองเปิดใจดูสักหน่อยเถอะนะ”
บนรถมีแต่เสียงเกลี้ยกล่อม
“บางทีสิ่งที่ลูกเห็น…อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของเขาก็ได้”
เบลล่าหัวเราะออกมาอย่างฝืดเฝื่อน ทั้งที่น้ำตาแทบจะไหล
“แม่คะ…หนูเพิ่งเจอเขาไม่กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่เจอ เขาก็ทำให้หนูรู้สึกว่าเขาเป็นคนแบบนั้นจริงๆ”
บทสนทนาบนรถเงียบไป ไม่มีเสียงตอบโต้จากผู้ใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะเปลี่ยนความคิด