1 สัญญาสองตระกูล

1623 Words
หลังเสร็จสิ้นภารกิจควบคุมเรือสินค้าไปส่งยังแถบชายแดนยาวนานถึงเจ็ดวันเต็ม ยังไม่ทันได้กลับถึงฝั่งอย่างเป็นทางการ เขาก็ถูกปู่เรียกตัวกลับคฤหาสน์โดยด่วน รถยนต์คันหรูแล่นผ่านประตูเหล็กบานใหญ่ ก่อนหยุดสนิทบริเวณลานหน้าคฤหาสน์ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถอย่างเรียบเฉย ใบหน้าคมคายดูอิดโรยเล็กน้อยจากการทำงานต่อเนื่องหลายวัน แต่ท่วงท่ากลับยังคงหนักแน่น สมฐานะคุณชายรองตระกูลมาเฟีย “แยกย้ายไปพักได้” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆ “ครับ นาย” ลูกน้องก้มหัวรับคำสั่ง ก่อนถอยออกไปอย่างพร้อมเพรียง ที่นี่คือเขตความปลอดภัยของตระกูล ไม่จำเป็นต้องมีบอดี้การ์ดเดินติดตามทุกย่างก้าว เขาไม่รอช้า สาวเท้ายาวตรงเข้าสู่ตัวคฤหาสน์ ระหว่างที่เขาเดินผ่านโถงกว้างใหญ่ เขาสวนกับชายชราคนหนึ่ง อายุอานามน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับปู่ สายตาของชายคนนั้นนิ่งลึก มองสบตากับเขาเพียงเสี้ยววินาที เจไดเองก็เพียงมองตอบ ไม่ได้ทำความเคารพหรือเอ่ยทักทายใดๆ ก่อนจะเดินผ่านไปอย่างเรียบเฉย เมื่อเข้ามาถึงห้องรับแขกใหญ่ เขาเห็นปู่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวประจำ สีหน้าเรียบเฉยแต่ยังเปี่ยมไปด้วยอำนาจ “ปู่มีอะไรครับ ถึงได้เรียกผมกลับมาด่วนขนาดนี้ ” เจไดนั่งลงฝั่งตรงข้าม ก่อนถามขึ้นอย่างสงสัย “ต้องมีอยู่แล้วสิ ไม่งั้นปู่จะเรียกแกกลับมาทำไม แต่เดี๋ยวรอโจเซฟก่อน” เจไดเลิกคิ้ว ก่อนดื่มน้ำที่แม่บ้านพึ่งยกมาให้ ปู่เขาคืออดีตผู้นำมาเฟียแห่งตระกูลคาร์เนอร์ ผู้วางมือจากธุรกิจทุกอย่าง และหลบไปใช้ชีวิตเรียบง่ายที่ต่างประเทศ ทิ้งอาณาจักรไว้ให้ลูกหลานดูแล และที่เห็นนั่งอยู่ตรงนี้ ก็พึ่งบินกลับมาได้ไม่นาน “เอ้อปู่ครับ เมื่อกี้ใครที่เพิ่งเดินออกไป ทำไมผมไม่คุ้นหน้าเลย” เขาถามถึงชายที่เดินผ่านกันเมื่อซักครู่ “เขาคือมัตเตโอ เจ้าของธุรกิจท่าเรือขนาดใหญ่” “เจ้าของธุรกิจท่าเรือขนาดใหญ่ แล้วมาทำอะไรที่บ้านเราครับ” แฟรงค์เฟิร์ตถอนหายใจยาว ก่อนตัดสินใจเล่าเรื่องบางอย่าง ที่เก็บไว้มานานให้หลานฟัง “เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่รัฐบาลอิตาลีกวาดล้างแก๊งมาเฟียครั้งใหญ่…” เจไดทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าปู่จะย้อนเรื่องไปไกลขนาดนั้น แต่เขาก็เงียบฟัง “ตอนนั้นปู่กับพี่น้องในตระกูลคาร์เนอร์หนีหัวซุกหัวซุน เป้าหมายเดียวคือ…หนีให้รอด และออกจากประเทศนั้นให้ได้ รัฐไล่ล่าไม่หยุด บางคนถูกจับ บางคนถูกวิสามัญ กระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง” แฟรงค์เฟิร์ตเงียบไปซักพัก เมื่อพูดถึงพี่น้องร่วมสายเลือด ที่แทบไม่มีใครหนีรอด ความเจ็บก็ย้อนมาในความทรงจำอีกครั้ง “แล้วปู่รอดมาได้ยังไงครับ” เจไดถามอย่างสนใจ “เพราะในความโชคร้าย ก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างนะสิ” “อย่าบอกนะครับ… เพราะมัตเตโอช่วย” เขาสวนขึ้นมาทันที “ใช่ เขาให้ปู่ลี้ภัยในเรือสินค้าของเขา ซ่อนตัวจนพ้นน่านน้ำอิตาลี ปู่ถึงรอดชีวิตมาได้” เจไดยิ้มบาง “งั้นเขาก็ถือเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลเราเลยสิครับ” “ก็ถูกต้อง” แฟรงค์เฟิร์ตตอบเรียบๆ “แล้วเขามาทำไมครับ” เขาถามปู่อย่างตรงประเด็น “มัตเตโอกำลังมีปัญหา ธุรกิจอู่ต่อเรือของเขาถูกแทรกแซงจนแทบล้มละลาย และยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มไหน วันนี้เขามาขอความช่วยเหลือ… และมาทวงสัญญา” “สัญญาอะไรครับปู่” “ปู่เคยลั่นวาจาไว้ ว่าเมื่อใดที่ตระกูลอันเกรวาเซียมีปัญหา คาร์เนอร์จะยื่นมือช่วย” เจไดพยักหน้าด้วยท่าทีสบาย “ถ้าเรื่องเงิน ตระกูลเราร่ำรวยมหาศาล ช่วยไปสักพันล้านก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” แฟรงค์เฟิร์ตส่ายหน้า “มันไม่ใช่แค่เงิน” เจไดเลิกคิ้วสูงอีกครั้ง “แล้วยังไงครับปู่” ชายชรามองหลานชาย ก่อนพูดถึงเหตุผลของมัตเตโอ “เขาอยากให้สองตระกูลผูกพันธ์กันด้วยสายเลือด ไม่ใช่แค่เงินสนับสนุน” เจไดชะงัก ก่อนหัวเราะลั่น “ฮ่าๆๆ อย่าบอกนะครับ ว่าตาแก่นั่นจะให้ลูกหลานแต่งงานกัน นี่มันศตวรรษไหนแล้ว” “ถูกต้อง” เสียงตอบสั้นๆ ทำให้เสียงหัวเราะของเจไดค่อยๆเงียบลง “หลานเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายครับ” “หลานสาวคนเดียว” เจไดถอนหายใจแรง “แล้วปู่เลือกหรือยังว่าจะให้แต่งกับใคร คงไม่ใช่ผมหรอกนะ แต่งกับเฮเดนเถอะครับ ผมไม่ชอบการคลุมถุงชน”เฮเดนคือลูกชายโจฮัน เป็นลูกพี่ลูกน้องกับเขาเอง “ต้องเป็นแก” คำตอบนั้นทำให้เขานิ่งไป “ห๊ะ! ต้องเป็นผม” “มัตเตโอต้องการหลานชายของลูกคนโต” เจไดยกมือกุมขมับ คิดว่าเรื่องคลุมถุงชนมีแค่ในละครหลังข่าว “ผมยังไม่เคยเจอหลานสาวเขาสักครั้ง จะให้แต่งงานกันได้ยังไง การแต่งงานมันต้องเกิดจากความรักนะครับปู่” แฟรงค์เฟิร์ตมองหน้าหลานชายนิ่ง “การแต่งงานครั้งหนี้เกี่ยวกับศักดิ์ศรี และสัจจะวาจาของตระกูลเรา ไม่มีมัตเตโอ แห่งอันเกรวาเซีย ก็คงไม่มีคาร์เนอร์ เกรเบรียนในวันนี้ ” บรรยากาศในห้องรับแขกเงียบลงทันที เหมือนว่าปู่เขาจะพูดจริงจังเกินไปแล้ว “แล้ว…ถ้าหลานสาวตาแก่นั่นขี้เหร่มากๆละครับ ผมจะทำยังไง จะต้องใช้ชีวิตด้วยกันแบบไหน ปู่ไม่คิดถึงหัวอกผมบ้างเหรอ ” เจไดไม่ได้ยอมรับข้อตกลงหรือเงื่อนไขอะไร เพราะยังไงป๊ากับม๊าเขาก็ไม่มีทางยอม ‘แค่คิดว่าต้องเป็นแบบนั้น’ “แล้วป๊ากับม๊ารู้เรื่องรึยังครับ ท่านคงยอมหรอกนะครับปู่ ” เขารู้ใจป๊าม๊าตัวเองดี “รู้แล้ว…โจเซฟไม่คัดค้านอะไร ” “ห๊ะ!!ไม่จริงอะ ป๊าไม่มีทางยอม เมื่อกี้ปู่ยังบอกอยู่เลย ว่ารอป๊ามาถึงก่อน” เขาเถียงคอเป็นเอ็น “ ที่รอโจเซฟมา ก็เพื่อมาช่วยคุยกับแกนั่นแหละ” เจไดมองหน้าปู่อย่างไม่เชื่อ ป๊าเขานะเหรอจะมาช่วยคุย “ป๊ายอม แต่ม๊าคงไม่ยอม ” เขาพูดอย่างมีความหวังเล็กๆ ม๊ารักเขาจะตายเอาจริง “ ยอมไม่ยอมก็ต้องยอม มัตเตโอต้องการให้จัดงานแต่งให้เร็วที่สุด และต้องยิ่งใหญ่อลังการเท่านั้น ” “เพื่ออะไรครับ ” หน้าตาเขาเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “เพื่อประกาศให้โลกรู้ถึงความแข็งแกร่งของสองตระกูลใหญ่ และประกาศให้ศัตรตรูรู้ ว่าไม่ควรยุ่ง ” เจไดกรอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย ชีวิตอิสระของเขายังใช้ไม่คุ้มเลยแท้ๆ กลับต้องถูกจับโยนเข้าสู่พันธะที่ไม่เต็มใจ “แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” เสียงของปู่หนักแน่น “การแต่งงานครั้งนี้ทำเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของตระกูล เตรียมตัวให้พร้อม และเลิกยุ่งกับผู้หญิงพวกนั้นเสียที” ปู่ของเขาดูจริงจังกว่าครั้งไหนๆ “คร้าบ…” เขาลากเสียงยาวอย่างเสียไม่ได้ “ผมไม่น่าพลาดมาหาปู่วันนี้เลย” ชายหนุ่มลุกขึ้นทันทีโดยไม่รอให้บทสนทนายืดเยื้อ “ผมกลับก่อนนะครับ ต้องเข้าไปเคลียร์งานที่คชากรุ๊ป” พูดจบก็หันหลังเดินออกไปอย่างไม่ลังเล อารมณ์ขุ่นมัวเกินกว่าจะอยู่ต่อ เดิมทีตั้งใจจะมาทานมื้อเย็นกับปู่สักมื้อ แต่เมื่อเรื่องพลิกผันกลายเป็นแบบนี้ การไปดื่มที่ผับคงเป็นตัวเลือกที่ดี 📌 แนะนำตัวละคร – เจได แห่งตระกูลคาร์เนอร์ มาเฟียหนุ่มหล่อวัยเพียง 31 ปี ลูกชายคนรองของโจเซฟและอลิชา เขาเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทคชากรุ๊ป ธุรกิจของตระกูลมีมากมายนับไม่ถ้วน พี่ชายของเขาคือเจคอป~ผู้บริหารคาสิโน ส่วนน้องสาวคือจัสมิน~คุณหนูสามสุดแสบ เจไดเติบโตท่ามกลางตระกูลมาเฟียที่กุมอำนาจไว้ในมือ เขาหล่อ เขารวย และมีอิทธิพลพอจะทำให้ใครหลายคนต้องก้มหัว ที่สำคัญ… เขาไม่เคยผูกมัดตัวเองกับใคร เพราะสำหรับเขา ความรู้สึกคือจุดอ่อน และมาเฟียอย่างเขา ไม่มีวันยอมมีพันธะกับใคร จนกว่าจะได้ใช้ชีวิตให้คุ้มซะก่อน @อีกด้าน~อิซาเบลล่า~ผับตระกูลคาร์เนอร์ มือเล็กยกแก้วค็อกเทลขึ้นกระดกทีเดียวเกือบหมดแก้ว สีหน้าบ่งบอกความหงุดหงิดชัดเจน หลังจากเพิ่งได้รับข่าวร้าย ว่าตัวเองกำลังจะถูกจับแต่งงาน… กับผู้ชายที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้า “เฮ้ย!ใจเย็นก่อนสิเบลล่า เดี๋ยวก็ไม่ทันได้เห็นหน้าเจ้าบ่าวหรอก” ริชาร์รีบเอื้อมมือมาดึงแก้วออกจากเธอ พลางส่ายหน้าอย่างระอา ใช่แล้ว… คืนนี้เธอตั้งใจมาดูหน้าว่าที่สามีในอนาคต หลังจากที่ปู่ของเธอเป็นฝ่ายติดต่อไปหาอีกตระกูล เพื่อขอความช่วยเหลือทางธุรกิจที่กำลังถูกแทรกแทรง และพ่อกับแม่เธอก็เห็นด้วยอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แต่เธอล่ะ เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกคู่ชีวิตของตัวเอง “เหอะ!” อิซาเบลล่าแค่นหัวเราะเบาๆ “ถ้านายนั่นจะมาจริง ป่านนี้ก็มานานแล้วแหละ เรามารอตั้งแต่สองทุ่ม ตอนนี้จะห้าทุ่มอยู่แล้วนะ” เธอยกข้อมือขึ้นดูเวลา ก่อนจะถอนหายใจยาว ความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกลดค่า ถูกทำให้เป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมธุรกิจของผู้ใหญ่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD