“ใจเย็นก่อน สายข่าวฉันไม่มีพลาด นายนั่นกลับขึ้นฝั่งแล้ว ปกติเขาไม่พลาดที่จะมาดื่มที่นี่”
พริมาเพื่อนอีกคนได้แต่ปลอบใจ อย่ากให้เธอใจเย็นลง เพราะตอนนี้ความโมโหเธอพุ่งสุดขีด
“นั่นไง…ใช่คนนั้นป่ะ…”พลันสายตาเธอก็ไปสะดุดใครบางคน
เบลล่าตาโต มองไปยังประตูทางเข้าตาไม่กระพริบ ชายร่างใหญ่ในเชิ้ตดำ เดินเข้ามาด้วยท่าทีสุขุม เหล่าบอดี้การ์ดต่างก้มหัวให้
“คนนี้ไม่ใช่นะ แป๊บ”
ริชาร์รีบหยิบมือถือขึ้นมาดู เพราะเธอก็จำไม่ค่อยได้ ผู้ชายตระกูลนี้มีหลายคน ส่วนหน้าตาก็แทบแยกไม่ออก
“ไม่ใช่จริงๆด้วย คนนี้ชื่อเฮเดนอะ เป็นทายาทอีกคน ”
เบลล่าถอนหายใจ ก่อนทวนชื่อว่าที่สามีที่เธอไม่แม้แต่จะจำ
“นายนั่นชื่ออะไรนะ”
“เจได หล่อ ร้าย เสือผู้หญิง ”
ริชาร์ทวนสรรพคุณว่าที่สามีเธอแบบละเอียดยิบ
“หล่อ ร้าย เสือผู้หญิง เหอะ…น่าภูมิใจดีหนิ ”
เบลล่าประชดขึ้นพร้อมกระดกแก้วอีกครั้ง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
“กลับเหอะ…ฉันไม่รอละ”
เบลล่าสะพายกระเป๋าขึ้นพาดบ่า ความอดทนที่มีค่อยๆหมดลง ตอนแรกเธออุตส่าห์รวบรวมความกล้ามาเจรจา หวังว่าอีกฝ่ายก็คงไม่ได้อยากแต่งงานเหมือนกัน เผื่อจะมีทางออกที่ดีร่วมกัน แต่เธอรอมาเกือบครึ่งค่อนคืน
ก็ไม่มีแม้แต่เงา
“เออ…อุตส่าห์มารอ เสียเที่ยวชิบหาย สายข่าวแกไม่ได้เรื่องเลยนะยัยพริมา ”
ริชาร์บ่นให้พริมาอุบอิบ
“เอ้า ฉันจะไปรู้เหรอ ว่านายนั่นเกิดจะไม่มาวันนี้อ่า สายข่าวบอกว่ามาทุกวัน วันนี้ไม่มาพรุ่งนี้ก็อาจจะมาก็ได้ งานแต่งก็อีกเป็นเดือน จะรีบอะไรนักหนา ”พริมาบ่นกลับ
“พวกแกไม่ต้องทะเลาะกัน ไม่ว่ายังไง ฉันก็ต้องหาวิธีเจอนายนั่นก่อนงานแต่งให้ได้ ฉันไม่ยอมแต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รักเด็ดขาด ”
เบลล่ายืนยันหนักแน่น
เพราะในใจเธอรู้ดี ว่าใจเธอกำลังรอใคร
“อืม ถ้าไม่รองั้นก็กลับ วันหลังค่อยมาใหม่”
พริมาพูดขึ้น และเธอกับริชาร์ก็เห็นด้วย
ลานจอดรถผับเวลาต่อมา
“ไปก่อนนะ” ริชาร์ตบไหล่เธอเบาๆ
พริมาโบกมือ “ถึงบ้านแล้วไลน์มา”
ทั้งสองแยกไปที่รถตัวเอง ทิ้งให้เธอเดินลำพังในลานจอดรถที่เงียบเกินไป เพราะรถเธอจอดปลายแถว เธอเดินเซนิดหน่อยจนมาถึงรถ
และกดรีโมตปลดล็อกรถ
ปี๊บ…
แต่ก่อนจะได้ก้าวถึงประตู เสียงหนึ่งก็แทรกผ่านความเงียบ
“อื้ม…เฮียขา…ใจเย็นๆสิคะ…ไปโมโหอะไรมา…”
เสียงหัวเราะคิกคักสลับกับเสียงจูบกันดังจ๊วบจ๊าบชัดเจนจนขนลุก
เธอชะงักไม่คิดจะสนใจด้วยซ้ำ
ถ้าเสียงพวกนั้นไม่ได้ดังมาจากรถของเธอ
เธอเดินอ้อมไปด้านหลัง แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้เลือดขึ้นหน้า
ผู้ชายร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มพิงตัวผู้หญิงคนหนึ่งอยู่กับฝากระโปรงรถเธอ มือหนากดเอวหญิงสาวไว้แน่น อีกฝ่ายเกาะคอเขาแนบแน่นราวกับกลัวหลุด
บนฝากระโปรงรถของเธอ
“เฮ้!” เบลล่าตะโกนเสียงลั่น “มาทำบัดสีบัดเถลิงอะไรกับรถฉัน!”
ทั้งคู่ชะงักทันที
ชายคนนั้นผละออกช้าๆ หันหน้ามามองเธอเต็มตา ดวงตาคมจัดเหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกรบกวนเวลากินอาหาร เบลล่าสบตาเพียงเสี้ยวก่อนเบ้ปากขยะแขยง
“หน้าตาก็ดี ไปหาที่ผสมพันธ์ใหม่เถอะ”
เขายังไม่พูดอะไร
แค่เอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆอย่างไม่พอใจ มือหนึ่งเท้าเอว
ผู้หญิงอะไรปากจัดชะมัด แววตาเขาพูดแบบนั้นชัดเจน
“อยากมากนัก โรงแรมก็มีค่ะ” เบลล่าเดินเข้าไปใกล้สายตาเหยียด
“หรือไม่มีเงินจ่าย เดี๋ยวฉันออกให้เอง”
ผู้หญิงที่นัวกับเขาหน้าเสียทันที
“นี่! พูดดีๆหน่อยสิยะ! เธอรู้หรือเปล่าว่าเธอกำลังพูดอยู่กับใคร ”
“ทำไมฉันต้องพูดดี และฉันก็ไม่สนด้วยว่านายนี่จะเป็นใคร ” เบลล่าหันไปตอกกลับ “รถฉันทั้งคัน เสนียดที่สุด กลับไปคงต้องเอาไปล้างน้ำมนต์ ให้พระสวดขับไล่ความอัปมงคลซักสามวัน ”
เธอปากดีไม่มีแผ่ว ทั้งหงุดหงิดเรื่องที่จะต้องแต่งงาน และยังมาเห็นรถตัวเองถูกทำมิดีมิร้ายอีก อารมณ์โกรธโมโหก็จะพลุ่งพล่านเป็นธรรมดา
ชายคนนั้นหัวเราะหึในลำคอ เสียงต่ำและเย็น
“พูดดีๆไม่เป็นหรือไง คุณเติบโตมาในครอบครัวแบบไหนกัน”
เขาพูดเรียบๆ มองผู้หญิงตรงหน้าอย่างแปลกใจ และก็แปลกมาก ที่เธอเป็นลูกค้าของที่นี่ แต่เธอไม่รู้จักเขา เจได คาร์เนอร์ ทายาทของที่นี่
“กับคนไม่มีมารยาท ฉันก็ใช้ภาษานี้แหละ”
บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีไฟลุกพรึ่บ
เขาก้าวเข้ามาใกล้เธอกว่าเดิม ความสูงและไหล่กว้างทำให้เธอตัวเล็กลงทันตา กลิ่นน้ำหอมเข้มๆปะทะปลายจมูก
“ปากดีนักนะ” เขาพูดช้าๆน้ำเสียงต่ำ“ระวังจะโดนจับกระแทกให้จมเตียง”
“ก็ลองดูสิ ฉันรับประกัน ว่านายจะไม่มีไอ้นั่นไว้สืบพันธ์แน่ ”
สองคนจ้องตากันอย่างดุเดือด ลานจอดรถแทบลุกเป็นไฟ
“เอ้ย! เฮีย!ใจเย็นค่ะ!” สาวข้างกายรีบคว้าแขนเขาไว้
เบลล่าหัวเราะเยาะ “ขู่ผู้หญิงเนี่ยนะ เก่งจังเลยค่ะ”
ดวงตาคมหรี่ลง
เขาไม่เคยมีใครกล้าด่าใส่หน้าขนาดนี้
โดยเฉพาะผู้หญิง
“เธอจะยืนอีกนานไหม รีบไปสิ!” คู่ขาเขาหันมาตะคอกใส่เธอทันที
เบลล่าเบ้ปาก มองทั้งคู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเหยียดหยาม
“ขอให้คืนนี้สนุกนะคะ แต่ครั้งหน้าถ้าอยากโชว์สวีท หารถตัวเองค่ะ อ้อ…ถ้ามักง่ายขนาดนี้
แนะนำอย่าลืมถุงยางนะ เดี๋ยวติดโรคตายก่อนวัยอันควร”
“นี่เธอ!!”
เจไดโมโหเลือดขึ้นหน้า แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อ
เธอก็เปิดประตูขึ้นรถ นั่งลงแล้วสตาร์ทเครื่อง เสียงเครื่องยนต์คำรามกลบความเงียบ
ก่อนขับออกไป เธอลดกระจกลงเล็กน้อย
“แล้วก็…อย่าให้เจออีกนะ เสียสายตา”
รถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนมองไฟท้ายที่ค่อยๆห่างออกไป
เขาเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มอีกครั้ง
“ชื่อก็ไม่รู้…แต่ปากจัดชิบหาย”
แววตาเขาวูบวาบ ไม่ได้โกรธอย่างเดียว
มันเหมือนโดนท้าทายจากใครก็ไม่รู้