หลังจากเบลล่านั่งทำงานอยู่พักใหญ่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ
ก๊อก ก๊อก
“เชิญค่ะ”
ประตูถูกเปิดออก ก่อนที่เลโอ จะก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเธอช้าๆ เสียงฝีเท้าของเขาดูหนักแน่น
เบลล่าเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร ใจเธอกระตุกเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาท่าทีเรียบเฉยไว้ได้
“สวัสดีค่ะคุณลุง”
“ทำงานอยู่เหรอ ลุงมารบกวนหลานรึเปล่า”
เลโอยิ้มบางๆ พลางเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ
“ค่ะ ช่วงนี้ไม่ได้เข้าบริษัทหลายวัน เลยมีงานค้างนิดหน่อย”
เขาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะดึงเก้าอี้มานั่งตรงข้าม
ท่าทีเหมือนจะคุยสบายๆ แต่สายตาที่มองเธอนั้นเหมือนกำลังจับสังเกตทุกอาการ
“ลุงได้ยินเรื่องงานแต่งของหนูแล้ว”
เบลล่าหัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที ไม่คิดว่าลุงเลโอจะมาหาเธอเพราะเรื่องนี้
แต่เธอก็ยังคงยิ้มให้ลุงเหมือนเดิม
“ค่ะ”
เลโอมองหน้าเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดจุดประสงค์ที่มา
“หนูเบลล่า… ลุงได้ยินมาว่า หนูไม่ได้เต็มใจแต่งงานจริงไหม”
คำถามนั้นทำให้มือที่กำลังจับปากกาของเธอชะงักไปเล็กน้อย
เบลล่าเงยหน้ามองเขา
แววตานิ่งสงบ แต่ในใจกลับระแวงขึ้นมาทันที
“คุณลุงหมายถึงอะไรคะ”
เธอแกล้งถามกลับ เหมือนไม่เข้าใจ
เลโอเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เบาๆ
“ก็ลุงได้ยินมาว่า หนูไม่อยากแต่งงานกับตระกูลคาร์เนอร์ ถ้าหนูถูกคุณปู่บังคับจริงๆ ลุงช่วยหนูได้นะ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เหมือนผู้ใหญ่ที่เป็นห่วงหลาน
แต่คำพูดนั้นกลับทำให้เบลล่ารู้สึกหวาดกลัวอยู่ภายในใจ ถ้าเมื่อคืนแม่ไม่เล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง ตอนนี้เธอคงระบายให้ลุงฟัง
และขอความช่วยเหลือจากลุงไปแล้ว
เธอหายใจลึกเล็กน้อย ก่อนจะปั้นรอยยิ้มออกมา
“คุณลุงเข้าใจผิดแล้วค่ะ เรื่องงานแต่งหนูเต็มใจ”
เลโอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เหมือนไม่อยากเชื่อคำพูดของเธอซักเท่าไหร่
“จริงเหรอ”
“ค่ะ หนูกับคุณเจไดคบกันมาสักพักแล้ว”
คำโกหกหลุดออกจากปากเธออย่างลื่นไหล
ทั้งที่ในใจยังเต้นแรงไม่หยุด
“ลุงไม่เคยได้ข่าวว่าหนูมีแฟนเลยนะ”
เขาพูดพร้อมจ้องเธอเหมือนกำลังจับพิรุธ
เบลล่ายังคงยิ้มบาง
“คือหนูยังไม่มั่นใจ ก็เลยยังไม่ได้พามาเปิดตัวค่ะ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนคุณเจไดขอหนูแต่งงาน หนูก็เลยตัดสินใจบอกทางครอบครัว”
เธอพูดต่ออย่างเป็นธรรมชาติ
ทั้งที่จริงแล้วกำลังโกหกเต็มคำ
เลโอนิ่งไปซักพัก
สายตาของเขาเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของเธอ
ก่อนจะยิ้มออกมาเบาๆ
“อย่างนั้นเหรอ”
“ค่ะ”
“ถ้ามันเป็นความเต็มใจของหนู ลุงก็จะไม่ยุ่ง”
เขาลุกขึ้นช้าๆ
“ขอบคุณคุณลุงมากนะคะ”
เบลล่าพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ให้ดูเป็นปกติที่สุด
“เอาล่ะ งั้นหนูก็ทำงานต่อเถอะ ลุงไม่กวนแล้ว”
“ค่ะคุณลุง”
เขาเดินไปหยุดที่หน้าประตู ก่อนจะหันกลับมามองเธออีกครั้ง
“แต่ถ้ามีอะไรที่ลุงช่วยได้ ก็บอกลุงได้ตลอดนะ”
เบลล่าลุกขึ้นเล็กน้อย
“ขอบพระคุณคุณลุงมากนะคะ คุณลุงดีกับหลานตลอดเลย แบบนี้จะไม่ให้หลานรักได้ยังไง”
เลโอหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อนความคิดในใจ
“ลุงก็รักหลาน”
พูดจบเขาก็เปิดประตูเดินออกไป
ปัง
เสียงประตูปิดลง
ทันทีที่ร่างของเลโอหายไป เบลล่าก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง
หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียง
เธอเพิ่งรู้ตัวว่า มือของตัวเองกำลังสั่นอยู่เล็กน้อย
“คุณลุง…คิดจะเล่นอะไรอยู่กันแน่”
เธอพึมพำเบาๆ
สายตาเธอหันไปมองประตูที่เพิ่งปิดลง ลุงเลโอน่ากลัวกว่าที่คิด
ครืด~ครืด~
เธอรีบหยิบมือถือโทรหาแม่ทันที สายตายังจ้องประตูเอาไว้อยู่
{เบลล่า มีอะไรรึเปล่าลูก}
“แม่คะ ลุงมาคุยกับหนูเรื่องงานแต่ง บอกว่าถ้าหนูไม่เต็มใจแต่ง ลุงจะช่วยเอง ”
{จริงหรอ แล้วลูกตอบไปว่ายังไง}
“ ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยค่ะแม่ หนูบอกลุงไปแล้วว่าหนูกับคุณเจไดชอบพอกันมาได้สักพัก ลุงถึงยอมออกจากห้องไป ถ้าคุณลุงถามหรือคุณแม่จำเป็นต้องเล่า ให้บอกว่าหนูกับคุณเจไดคบกันมาสักพักแล้วนะคะ จะได้พูดตรงกัน”
{ได้เลยลูก หนูรอบคอบแบบนี้แม่ก็สบายใจ เอาเป็นว่าไปทำงานก็ระวังตัวนะ }
“ หนูจะระวังตัวให้มากที่สุดค่ะ ”
เธอกดวางสาย ในใจเริ่มคิดหนัก ทั้งวันเธอไม่เป็นอันทำงาน ตอนนี้ระแวงไปหมด
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณเบลล่าคะ มีนัดคุยงานกับลูกค้าตอนบ่ายสองนะคะ ”
เลขาเคาะเตือนเบาๆ
“โอเคค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณอนงค์ ”
เธอเก็บของเรียบร้อย รีบเข้าไปพบลูกค้าในห้องประชุม บางทีต้องไปติดต่องานกับลูกค้าหลายประเทศ เพื่อหาลูกค้ารายใหม่ๆเข้าบริษัท
“สวัสดีค่ะ คุณเวนิส ”
“สวัสดีครับคุณเบลล่า ”
เธอประสานงานกับลูกค้าได้เป็นอย่างดี หลายบริษัทไว้ใจใช้บริการขนส่งกับเธอ นับวันบริษัทยิ่งเติบโต แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีปัญหาภายใน
แย่งชิงความเป็นใหญ่
“งั้นก็ตกลงตามนั้นนะครับ เราจะขนส่งกับบริษัทของคุณ ”
“ขอบคุณที่ไว้ใจเรา ยินดีที่ได้ร่วมงานนะคะ เราจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน ”
“ขอบคุณเช่นกันครับ ”
แทบจะไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอเจรจาไม่สำเร็จ
หลังเลิกงาน
ครืด~ครืด~
“ว่าไง”
{เบลล่า คืนนี้ออกมาดื่มกันมั้ย }
“โทษทีนะริชาร์ ช่วงนี้ฉันยุ่งหนะ ทั้งงานที่บริษัทและก็งานแต่ง ”
{สรุป…แกจะแต่งจริงๆเหรอ }
เบลล่าเงียบไปซักพัก ก่อนตอบเพื่อนเสียงเบาลง
“อืม ”
{โห… แกจะอยู่กับคนประเภทนั้นได้ใช่ไหม }
“ อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่ มันไม่มีทางให้ฉันเลือกแล้วหนิ พวกแกอย่าลืมมางานฉันด้วยล่ะ ”
{พวกเราต้องไปอยู่แล้วสิ }
หลังวางสายเธอถอนหายใจยาว
“ เจ้าชู้แล้วยังไง เราไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักอยู่แล้ว ถ้าเขาอยากมั่วผู้หญิงก็ให้เขามั่วไป แต่อย่ามาแตะต้องตัวฉันก็แล้วกัน ฉันไม่ยอมใช้ผู้ชายร่วมกับใครแน่นอน ”
เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง หวังว่าเธอคงเลือกถูกทางนะ