ฉันนั่งมองเพื่อนสาวประเภทสองนั่งแต่งหน้าที่ใต้คณะมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงอย่างไม่นึกรำคาญใจ นึกสงสัยว่าฝีมือการแต่งหน้าเพื่อนตัวเองดี หรือเครื่องสำอางที่มีมันเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ จึงสร้างสรรค์ผลงานบนใบหน้าออกมาได้ค่อนข้างดี จากที่เป็นผีอยู่ดีๆก็กลายมาเป็นคน
“หยุดความคิดของแกซะนังบี๋” กะเทยสาวหน้าตาดีทักท้วงอย่างรู้ทัน
เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมจวบจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 และยังคงปรองดองกันดี ด้วยความที่มีนิสัยที่คล้ายคลึงจึงไม่ค่อยผิดใจกัน หากไม่จำเป็นจริงๆ
“แสนรู้เนอะ” ฉันยิ้มเยาะ
“จ้า! แม่เบบี๋คนหน้าตาดีของเยาวชนชาย” เลดี้เบะปากพลางพูดประชดประชัน
ที่มาของการโดนกล่าวหานั้น เนื่องด้วยฉันมักจะมีรุ่นน้องเข้ามาจีบอยู่บ่อยๆ ทั้งที่ไม่ใช่สเปคเลย
ทำไมฟ้าไม่ส่งใครสักคนที่อายุมากกว่าฉันลงมาบ้าง เบบี๋แค่อยากรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ในอ้อมกอดของคนที่วุฒิภาวะสูงกว่า
“เพื่อนแกล่ะนังบี๋” เลดี้เหยียดริมฝีปากถามหาอีกคน
“เพื่อนกันค่ะเลดี้” ฉันย้ำอย่างเพลียใจ เลดี้มักจะมีอคติกับเพื่อนสนิทคนนี้ของฉันเสมอ
“ไม่สนิทใจค่ะชะนี”
‘แยม’ เป็นเพื่อนใหม่ที่รู้จักกันในตอนเข้ากิจกรรมรับน้องปี 1 แล้วก็คบกันมาเรื่อยๆ แยมหน้าตาน่ารัก เป็นผู้หญิงเรียบร้อยดี ไม่มีพิษไม่มีภัย และเอาใจใส่ฉันเสมอ เราจึงเป็นเพื่อนกันมาได้จนถึงปัจจุบัน
“เอาที่สบายใจค่ะดุษฎี” ฉันฉีกยิ้มอีกทีเมื่อเลดี้จิกตาใส่ เพราะขัดใจที่โดนเอาชื่อจริงมาล้อเลียน
“ขอโทษทีนะ มาสายมาก” แยมได้วิ่งมาหยุดที่โต๊ะกลมแล้วรีบทิ้งตัวลงนั่งพร้อมกับการพูดด้วยเสียงเหนื่อยหอบ
“หายใจลึกๆค่ะชะนีแอ๊บแบ๊ว” เลดี้ร้องบอกอย่างเป็นห่วง
หรือจริงๆแล้วกำลังหลอกด่า?
“ไปทำไรมาอะแยม” ฉันที่กำลังเล่นเกมทำอาหารในมือถือได้ถามไถ่เพื่อนสนิทออกไป
“ฉันไปร้านกาแฟกับพี่ยักษ์มา”
‘พี่ยักษ์’ เป็นญาติของแยม หน้าตาดี และพูดจาเพราะ
“อยู่มอก็มีไหมกาแฟอะ หรือว่าเจ้าของร้านหล่อบอกมาดีๆชะนีแอ๊บแบ๊ว”
“ก็… หล่อ”
“หล่อจริงดิ! พาฉันไปหน่อยแยม” ฉันเขย่าแขนแยมอย่างตื่นเต้น ความอินโนเซ้นท์ไม่เคยมีในตัวฉันเลยจริงๆ
“วันหลังแล้วกันแก”
“เร็วๆ อีบี๋! ” เลดี้แหกปากร้องลั่นรถและกระโดดไปมา ในขณะที่ฉันตั้งหน้าตั้งตาขับอย่างตั้งใจ และโคตรอึดอัดใจ
เพราะ…
“เลดี้อย่าตดบ่อยนักสิ” แยมปิดจมูกและตำหนินิดหน่อย
“ปวดขี้ขนาดนี้ยังจะมีเวลาอั้นตดไหมละคะ” เลดี้สวนกลับด้วยท่าทางหงุดหงิด สายตาก็ลุกลี้ลุกลน
“ฉันเตือนแกแล้วนะดี้” ฉันเอ่ยไปอย่างเอือมระอา
ฉันเคยบอกไปแล้วว่าอย่ากินมะม่วงเปรี้ยวตอนกลางค่ำกลางคืน
“หุบปาก! ” แล้วเลดี้ก็รีบเอามือมาปิดปากตัวเองทันทีที่เผลอพูดเสียงธรรมชาติที่ตามมากับเพศ
“เลี้ยวเลยแก อีบี๋เลี้ยวเลย เลี้ยวเดี๋ยวนี้! ” เลดี้ตะโกนเสียงดัง อีกทั้งเริ่มขย่มรถ
“เอ้อๆรู้แล้ว เลี้ยวแล้ว” ฉันรีบหักพวงมาลัยโดยไม่สนใจแม้กระทั่งคันที่ตามหลังมา และไม่รู้แม้กระทั่งว่าเลี้ยวเข้ามาสถานที่ใด
เอาเป็นว่าระบบขับถ่ายเพื่อนสำคัญที่สุดในตอนนี้
“ชะนีลงไปนั่งรอในร้านก่อน อย่าอยู่บนรถกดดันฉันเลย” เลดี้พูดขึ้นพร้อมกับเปิดประตูรถด้วยความรีบร้อน
“ไม่เป็นไร รอได้” แยมบอกกับอีกฝ่าย
“ตามสบายแก” ฉันไม่ได้ให้คำตอบ แต่กำลังบอกให้ ‘ไปซะ’
“เอ้อ! งั้นก็ตามใจ” แล้วเลดี้ก็วิ่งไปอย่างไว
เห็นแต่หลังไวๆไปตามเส้นทาง ซึ่งพอมองตามฉันถึงรู้ว่านี่คือร้านกาแฟที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้ เพราะชื่อร้านที่โชว์อยู่ทำให้คิดออก
ฉันนั่งคุยกับแยมไปเรื่อยเปื่อยและท่องโลกโซเชียลไปเรื่อยๆ
จนกระทั่ง…
(กาแฟที่อร่อยและน่ากินที่สุดในโลก)
แค็ปชันล่าสุดบนเฟซบุ๊กของเลดี้ เช็กอินอยู่ที่นี่ และมีแก้วกาแฟเป็นรูปภาพประกอบ
“แยมแกดูนี่!” ฉันรีบสะกิดแขนเพื่อน
“ไปฆ่ามันกันเถอะ” ฉันตั้งท่าจะลงจากรถ
“รออยู่นี่ก็ได้บี๋ โทรตามดี้สิ” แยมรีบดึงแขนฉันไว้พลางมองไปที่ร้านเหมือนกำลังหาใครสักคน
“ไม่รอหรอก จะไปถล่มกะเทย”