ท่ามกลางทุ่งน้ำแข็งที่เงียบงัน ร่างของ ซอลตาร์ (Zoltar) ดูเหมือนประติมากรรมหินขนาดยักษ์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยรัศมีสีม่วงครามเข้มข้น แขนทั้งสี่ของเขาเหยียดออกไปในอากาศราวกับกำลังค้ำยันโดมที่มองไม่เห็นเอาไว้
เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนและเต้นเป็นจังหวะตามการส่องสว่างของ 'ผลึกพรางวิถี' พลังจิตของเขาแผ่ซ่านออกไปไกลพ้นชั้นบรรยากาศ เชื่อมต่อกับม่านพลังงานที่พรางตาระบบสุริยะทั้งระบบเอาไว้ในความมืดมิด
เอเลน่า ยืนมองดูภาพนั้นด้วยความทึ่งและหวาดหวั่น เธอเห็นเกล็ดน้ำแข็งเริ่มเกาะตามร่างกายของยักษ์สี่แขนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาทุ่มเทพลังงานทั้งหมดไปกับการกางม่านพลังจนร่างกายขาดความร้อนประคัลประคอง
"ด็อกเตอร์! ระบบเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์แล้วครับ!" เสียงของวิศวกรอาวุธดังขึ้นจากเต็นท์บัญชาการชั่วคราว "เราดัดแปลง 'หัวรบนิวเคลียร์' รุ่นล่าสุดให้กลายเป็น 'ระเบิดคลื่นรบกวนว่างเปล่า' (Void Interference Bomb) ตามพิมพ์เขียวของซอลตาร์สำเร็จแล้ว 12 ลูกครับ!"
เอเลน่าหันไปมองหัวรบรูปทรงกรวยสีดำสนิทที่ถูกลำเลียงขึ้นสู่ฐานยิงเคลื่อนที่ "มันทำงานยังไงนะ?" นายพลถามด้วยความสงสัยขณะเดินเข้ามาสมทบ
"มันไม่ได้ระเบิดเพื่อทำลายสสารท่านนายพล" เอเลน่าอธิบายพลางชี้ไปที่จอมอนิเตอร์
"แต่มันจะระเบิดออกมาเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สุ่มที่เลียนแบบ 'สัญญาณรบกวนของพื้นหลังจักรวาล' (Cosmic Microwave Background) ทันทีที่มันระเบิดรอบๆ ยานเพชฌฆาตของพราน เซ็นเซอร์ของพวกมันจะพร่ามัวไปชั่วขณะ เหมือนคนถูกสาดด้วยทรายเข้าตา...ในวินาทีนั้นพวกมันจะมองไม่เห็น 'ความผิดปกติ' ของโลกเรา และจะคิดว่าที่นี่คืออวกาศที่ว่างเปล่าจริงๆ"
ทันใดนั้น ซอลตาร์กระอักของเหลวสีเขียวออกมาคำโต แขนข้างหนึ่งร่วงลงกระแทกพื้นจนหิมะกระจาย
"พวกมัน... มาถึงแล้ว..."เขากระซิบผ่านโทรจิตที่สั่นพร่าส่งตรงถึงสมองของเอเลน่า
"พรานระดับสูง... 'ผู้กวาดล้างระนาบมิติ' (Dimensional Sweeper) พวกมันไม่ใช้กระสุนอนุภาคธรรมดาอีกต่อไป..."
บนหน้าจอเรดาร์มิติพลันปรากฏจุดสีแดงขนาดใหญ่เพียงจุดเดียวที่ขอบระบบสุริยะใกล้ดาวพลูโต มันเคลื่อนที่ช้าๆ แต่ทิ้งรอยแยกของอวกาศไว้เบื้องหลังราวกับผ้าใบที่ถูกกรีดด้วยใบมีดโกน ยานลำนั้นมีรูปร่างเหมือน 'แผ่นดิสก์' บางเฉียบที่สะท้อนแสงดาวได้สมบูรณ์แบบจนเกือบจะโปร่งใส
"มันกำลังเตรียมปล่อย 'กระสุนลดมิติ' (Dual-Vector Foil)" ซอลตาร์เตือนด้วยเสียงที่แหบพร่า "ถ้าสิ่งนั้นแตะต้องชั้นบรรยากาศโลก... ระบบสุริยะจะถูกยุบตัวจาก 3 มิติให้เหลือเพียง 2 มิติ เหมือนภาพวาดบนกระดาษ...ทุกสิ่งมีชีวิตจะดับสูญในพริบตา!"
ความหวาดกลัวพุ่งจู่โจมหัวใจของทุกคนในฐานทัพ อาวุธนิวเคลียร์หรือระเบิดลวงมิติไม่มีความหมายเลยต่อหน้าอาวุธที่เปลี่ยนกฎเกณฑ์ของมิติกายภาพ
"เราต้องขัดขวางมันก่อนที่มันจะปล่อยแผ่นดิสก์นั่นออกมา!" เอเลน่าตะโกน "นายพล! ยิงระเบิดคลื่นรบกวนทุกลูกไปที่พิกัดดาวพลูโตเดี๋ยวนี้! เราต้องทำให้มัน 'ตาบอด' ก่อนที่จะเล็งเป้า!"
"แต่นั่นจะทำให้ม่านพรางตัวของเราขาดช่วงนะด็อกเตอร์!" นายพลท้วง "พรานลำอื่นจะเห็นเรา!"
"ให้พวกมันเห็นเราดีกว่าถูกลบออกไปจากมิติโลกค่ะ!"นายพลพยักหน้าและกดรหัสอนุมัติการยิง ขีปนาวุธ 12 ลูกพุ่งทะยานออกจากไซโลใต้ดินและฐานยิงเคลื่อนที่ทั่วโลก
แสงสีส้มจากหางเสือของจรวดฉีกกระชากท้องฟ้าที่มืดมิดเป็นทางยาว ซอลตาร์รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิด 'ช่องว่างเล็กๆ' ในม่านหมอกให้จรวดเหล่านั้นพุ่งออกไปสู่ห้วงอวกาศลึก
ขีปนาวุธเหล่านั้นติดตั้งเครื่องยนต์วาร์ประยะสั้นที่ดัดแปลงจากยานของซอลตาร์ พวกมันหายวับไปในอวกาศและไปปรากฏตัวรอบๆ ยาน 'ผู้กวาดล้าง' ในเวลาไม่กี่นาที
พรึ่บ!!!
แรงระเบิดของคลื่นรบกวนกระจายตัวออกเป็นวงกว้างรอบๆ ยานแผ่นดิสก์สีเงิน แสงสีรุ้งที่บิดเบี้ยวเข้าปกคลุมเซ็นเซอร์ทั้งหมดของศัตรู ยานลำนั้นชะงักงันและเริ่มหมุนเคว้างอย่างเสียการทรงจำ ระบบปัญญาประดิษฐ์ของพรานระดับสูงกำลังสับสนเนื่องจากข้อมูลพิกัดทั้งหมดถูกทำลายด้วยสัญญาณรบกวนที่เลียนแบบจุดกำเนิดจักรวาล
ในจังหวะนั้นเอง ซอลตาร์ยันกายลุกขึ้นยืนด้วยแขนทั้งสี่ที่สั่นเทา "เอเลน่า... ข้าจะออกไปปิดบัญชีนี้ด้วยตัวเอง"
"คุณไปไม่ไหวหรอกซอลตาร์! ร่างกายคุณกำลังล่มสลาย!" เอเลน่าวิ่งเข้าไปคว้าแขนที่เย็นเยียบของเขาไว้ซอลตาร์ก้มลงมองเธอด้วยดวงตาที่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยแต่เด็ดเดี่ยว
"ข้าหนีมาตลอดชีวิต... หนีจากดวงดาวที่ล่มสลาย หนีจากพรานที่ฆ่าครอบครัวข้า แต่ที่โลกใบนี้... ข้าได้เรียนรู้ว่าการมี 'บ้าน' ให้ปกป้องนั้นรู้สึกอย่างไร" เขาใช้แขนข้างหนึ่งแตะศีรษะเอเลน่าเบาๆ
"จงดูแลผลึกนี้ให้ดี มันคือ 'เสียงเงียบ' ของพวกเจ้า... ส่วนข้าจะเป็น 'เสียงสุดท้าย' ที่พรานพวกนั้นจะได้ยิน"ร่างยักษ์ของซอลตาร์เรืองแสงสว่างจ้าเกินกว่าที่ตาคนจะมองเห็นได้ เขาทะยานร่างขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยพลังจิตมหาศาลที่เปลี่ยนมวลร่างกายของเขาให้กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์ พุ่งพ้นชั้นบรรยากาศมุ่งตรงไปยังพิกัดดาวพลูโตในพริบตาเดียว
ภาพสุดท้ายที่ดาวเทียมของโลกจับได้ คือร่างพลังงานสีม่วงขนาดมหึมาพุ่งเข้าชนยานแผ่นดิสก์ของพรานระดับสูงจนเกิดแรงระเบิดที่สว่างจ้ากว่าดวงอาทิตย์ แรงระเบิดนั้นทำลายทั้งยานศัตรูและเผาผลาญ 'กระสุนลดมิติ' จนสลายหายไปก่อนที่มันจะถูกปล่อยออกมา
ความเงียบสงัดกลับคืนสู่ระบบสุริยะอีกครั้ง ม่านหมอกของซอลตาร์ยังคงทำงานอยู่ด้วยพลังงานที่ตกค้างในผลึกพรางวิถีบนโลก
เอเลน่ายืนนิ่งอยู่กลางทุ่งหิมะ น้ำตาไหลรินออกมาขณะมองดูแสงสว่างสุดท้ายที่ขอบฟ้ายามค่ำคืนที่ค่อยๆ เลือนหายไป ท้องฟ้ากลับมามืดมิดและปลอดภัยอีกครั้งภายใต้การคุ้มครองของความเงียบที่แลกมาด้วยชีวิตของยักษ์ผู้ลี้ภัย
"ลาก่อน... ซอลตาร์" เธอพึมพำ "เราสัญญา... เราจะเงียบให้ถึงที่สุด"ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มนุษย์ไม่รู้วันข้างหน้าพวกเขาจะเป็นผู้ล่าหรือผู้ถูกล่า