ทุ่งหิมะสีขาวโพลนของไซบีเรียสั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทกจากยานเพชฌฆาตสีเงินที่ร่วงหล่นลงมาเสมือนอุกกาบาตทมิฬ ควันกำมะถันสีม่วงพวยพุ่งออกจากรอยแตกของตัวยานที่บิดเบี้ยวตัดกับสีขาวบริสุทธิ์ของน้ำแข็งที่เริ่มละลายกลายเป็นแอ่งน้ำร้อน
ซอลตาร์ (Zoltar) ก้าวออกมาจากซากยานด้วยท่าทางที่อ่อนแรงแต่ยังคงความทรงพลัง แขนทั้งสี่ของเขาโอบอุ้ม "กล่องข้อมูลชีวภาพ" และแผงวงจรเรืองแสงสีฟ้าหม่นซึ่งเป็นหัวใจหลักของเทคโนโลยีการตรวจจับของพราน
เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของกองทัพที่ดัดแปลงระบบเครื่องยนต์ให้ทำงานเงียบกริบเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ ร่อนลงจอดห่างออกไปไม่กี่เมตร เอเลน่า วิ่งฝ่าลมหนาวที่บาดผิวหนังออกมาพร้อมกับทีมแพทย์และวิศวกรอาวุธระดับหัวกะทิ
เธอหยุดนิ่งเมื่อเห็นร่างยักษ์ของซอลตาร์ในระยะใกล้ภายใต้แสงจันทร์ แผลตามร่างกายของเขาเริ่มสมานตัวด้วยกระบวนการเร่งด่วนของเซลล์ต่างดาว แต่นัยน์ตาหลายคู่ของเขากลับดูเคร่งเครียดกว่าครั้งไหนๆ
"คุณกลับมาแล้ว..." เอเลน่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะความโล่งใจที่เห็นผู้พิทักษ์ที่เธอไม่เคยคาดหวังยังคงมีชีวิตอยู่
"เวลาของพวกเจ้าเหลือไม่มากแล้ว เอเลน่า" ซอลตาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังกึกก้องเหมือนเสียงฟ้าคำรามในลำคอ เขาขยับแขนคู่บนส่งกล่องข้อมูลให้เธอ
"นี่คือ 'แผนผังเครือข่าย' ของหน่วยกวาดล้างที่ 14 พวกมันไม่ได้ล่าแค่สิ่งมีชีวิต แต่มันล่า 'ระเบียบของฟิสิกส์' ที่ผิดปกติ การที่เจ้าเปิดช่องโหว่ในม่านหมอกเมื่อครู่ แม้เพียงเสี้ยววินาที แต่มันสร้างแรงกระเพื่อมในมิติที่พวกมันไม่มีวันมองข้าม"
นายพลที่ก้าวตามลงมามองดูซากยานเพชฌฆาตลำเล็กด้วยสายตาที่เป็นประกาย "เทคโนโลยีลำนี้... เราจะสามารถดัดแปลงมันมาใช้กับอาวุธของเราได้ไหม? ถ้าเรามีปืนที่ยิงได้เร็วเท่าแสงเหมือนพวกมัน เราก็อาจจะป้องกันตัวเองได้"
ซอลตาร์หันไปมองนายพลด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ "พวกเจ้ายังไม่เข้าใจ... ในป่ามืดนี้ 'ปืน' ที่ดีที่สุดไม่ใช่สิ่งที่ใช้สังหารศัตรูในระยะประชิด แต่คือสิ่งที่ทำให้ศัตรู 'มองไม่เห็น' และ 'หาไม่เจอ' แม้จะยืนอยู่ตรงหน้ากันก็ตาม"
เขากวาดแขนทั้งสี่ออกไปรอบตัว
"ยานลำนี้มี 'ระเบิดลวงมิติ' (Dimensional Decoy) มันไม่ได้สร้างความเสียหายทางกายภาพ แต่มันจะสร้างภาพลวงตาของดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตขึ้นมาในทิศทางที่ห่างไกลออกไป เพื่อล่อให้กระสุนอนุภาคชุดต่อไปพุ่งไปผิดที่"
ในขณะที่ทีมวิศวกรเร่งกู้คืนระบบจากซากยาน แสงสว่างจ้าสีเขียวมรกตพลันระเบิดขึ้นบนท้องฟ้าเหนือทิศทางของดวงจันทร์ มันสว่างเสียจนเมฆที่ปกคลุมโลกกลายเป็นสีเขียวจัดชั่วขณะ ก่อนที่แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จะส่งมาถึงพื้นโลกในอีกไม่กี่นาทีต่อมา
"ดวงจันทร์!" เอเลน่าอุทานพลางดูแท็บเล็ต "สถานีสังเกตการณ์บนดวงจันทร์ถูกทำลายแล้วครับ! ไม่ใช่ด้วยกระสุนอนุภาค... แต่มันเหมือนถูก 'บีบอัด' จนหายไปจากวงโคจร!"
"พวกมันเริ่ม 'กวาดล้างขยะ' แล้ว" ซอลตาร์กล่าว แววตาของเขาสะท้อนภาพท้องฟ้าที่มืดมิด "พวกมันทำลายทุกอย่างที่เป็นสิ่งก่อสร้างประดิษฐ์ในระบบสุริยะ เพื่อให้เหลือเพียงดวงดาวตามธรรมชาติ ถัดจากดวงจันทร์... เป้าหมายต่อไปคือสถานีอวกาศนานาชาติ และดาวเทียมที่ยังโคจรอยู่รอบโลก"
"เราต้องทำอะไรสักอย่าง!" นายพลตะโกนสั่งการผ่านวิทยุ "เตรียมส่งฝูงบินรบที่ติดตั้งระบบพรางตัวของซอลตาร์ขึ้นไปเดี๋ยวนี้!"
"หยุดก่อน!" ซอลตาร์ตวาด เสียงของเขาทำให้ทหารทุกคนล้มลงกับพื้น "การส่งฝูงบินขึ้นไปตอนนี้คือการบอกพิกัดที่แม่นยำที่สุดให้พวกมัน พรานพวกนี้กำลังรอให้เหยื่อตื่นตระหนกและขยับตัว... เจ้าต้องอยู่นิ่งๆ ให้เหมือนก้อนหินที่ไร้วิญญาณที่สุด"
ซอลตาร์นั่งขัดสมาธิลงกลางหิมะ เขาใช้พลังจิตเชื่อมต่อกับผลึกพรางวิถีที่เอเลน่านำติดตัวมาด้วย
"ข้าจะใช้พลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดขยายอาณาเขตของม่านหมอกให้คลุมไปถึงดวงจันทร์และดาวอังคารชั่วคราว เพื่อสร้าง 'เขตมืดมิด' ขนาดใหญ่ที่จะทำให้พรานสับสนว่าศูนย์กลางของสัญญาณอยู่ตรงไหน"
"แล้วคุณล่ะซอลตาร์? พลังของคุณจะรับไหวเหรอ?" เอเลน่าถามด้วยความกังวล เธอเห็นเหงื่อสีเขียวซึมออกมาตามไรผมของเขา
"ข้าคือผู้ลี้ภัย... ชีวิตของข้ามีค่าเพียงเพื่อการหนีมาตลอด" ซอลตาร์หลับตาลง แขนทั้งสี่กางออกกว้าง แสงสีม่วงเข้มเริ่มแผ่ออกมาจากร่างกายของเขาและเชื่อมต่อกับผลึกสีดำ
"แต่ที่นี่... ข้าพบบางสิ่งที่คุ้มค่ากว่าการหนี นั่นคือการ 'ซ่อนความหวัง' เอาไว้ให้พ้นจากสายตาของความตาย"ท้องฟ้าเหนือโลกเริ่มเปลี่ยนไป ม่านมืดที่เคยดูเหมือนหมอกบางๆ บัดนี้มันขยายตัวออกและเข้มข้นขึ้นจนบดบังแสงดาวทั้งหมด
ระบบสุริยะในมุมมองของพรานที่เฝ้าจ้องมองอยู่ภายนอกพลันหายวับไปราวกับถูกลบออกจากจักรวาลด้วยยางลบยักษ์ ในห้วงอวกาศลึก ยานเพชฌฆาตลำอื่นๆ ของหน่วยกวาดล้างที่ 14 เริ่มสับสน
พวกมันวนเวียนอยู่รอบขอบเขตของระบบสุริยะที่กลายเป็น "หลุมดำจำลอง" ขนาดมหึมา พวกมันไม่กล้ายิงสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะกฎแห่งป่ามืดระบุว่าการลั่นไกทิ้งขว้างคือการเปิดเผยตำแหน่งของพรานเองเช่นกัน
"เรามีเวลาอีกไม่นาน" ซอลตาร์พึมพำผ่านโทรจิตถึงเอเลน่า "ข้าจะตรึงม่านนี้ไว้ให้ได้นานที่สุด ในระหว่างนี้ เจ้าต้องร่วมมือกับวิศวกรของข้า... ดัดแปลงขีปนาวุธนิวเคลียร์ของพวกเจ้าให้กลายเป็น 'หัวรบพรางสัญญาณ' เราจะไม่ยิงเพื่อฆ่า... แต่เราจะยิงเพื่อ 'ดับไฟ' ของพวกมัน"
เอเลน่าพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น เธอรู้แล้วว่าสงครามครั้งนี้ไม่ได้วัดกันที่ใครมีปืนใหญ่กว่า แต่คือใครจะ 'หายตัว' ได้เก่งกว่ากัน มนุษยชาติกำลังจะเปลี่ยนจากเหยื่อที่ขี้ขลาด กลายเป็นพรานฝึกหัดที่เรียนรู้จะล่าอยู่ในเงามืดเคียงข้างยักษ์สี่แขนผู้สันโดษ
แต่ท่ามกลางความเงียบนั้น ลึกเข้าไปในศูนย์กลางกาแล็กซี... "พรานระดับสูง" ที่มีอำนาจทำลายล้างดวงดาวทั้งระบบในพริบตา เริ่มสังเกตเห็น "ความผิดปกติของความว่างเปล่า" ในพิกัดของระบบสุริยะ และมันกำลังเตรียมการส่ง 'กระสุนนัดสุดท้าย' ที่ไม่มีอะไรจะบังมันได้