ฐานทัพใต้ดินสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7 ริกเตอร์ เมื่อ ซอลตาร์ (Zoltar) ก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปยังลานจอดพิกัดยุทธศาสตร์ที่ยานรบของเขาถูกยึดไว้ ทุกย่างก้าวของร่างยักษ์หนักหลายตันทำให้พื้นคอนกรีตหนาหลายฟุตยุบตัวลงเป็นรอยเท้าขนาดมหึมา
แขนทั้งสี่ของเขาไม่ได้แกว่งไปมาอย่างเปล่าประโยชน์ แต่ละข้างกำลังทำหน้าที่ประสานพลังจิตเพื่อเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ชีวภาพของยานที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร
"หยุดเขาไว้! อย่าให้เขานำเทคโนโลยีออกไปจากที่นี่!" เสียงของนายพลแผดลั่นผ่านลำโพงประกาศภาวะฉุกเฉิน
ทหารหน่วยจู่โจมพิเศษนับร้อยนายพร้อมอาวุธหนักรุดเข้าสกัดกั้น รถถังประจัญบานสองคันเล็งกระบอกปืนใหญ่มาที่หน้าอกของซอลตาร์ในระยะประชิด เสียงขึ้นลำกล้องอาวุธสงครามดังคลิกแคล็กไปทั่วโถงทางเดินขนาดกว้าง
ซอลตาร์หยุดชะงัก ดวงตาหลายคู่ของเขาเปล่งแสงวับแวมสลับโหมดการมองเห็น เขาไม่ได้ใช้พละกำลังเข้าบดขยี้ แต่กลับหลับตาลงคู่หนึ่ง พลังจิตมหาศาลแผ่ซ่านออกมาเป็นระลอกคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
อาวุธทุกกระบอกในมือทหารพลันหนักอึ้งราวกับถูกเติมด้วยตะกั่วร้อนๆ จนร่วงหล่นลงพื้น รถถังเครื่องยนต์ดับสนิทระบบไฟฟ้าลัดวงจรจนเกิดประกายไฟ
"ข้าบอกพวกเจ้าแล้ว... ข้าไม่ได้มาเพื่อทำสงครามกับมดปลวก" ซอลตาร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะเทือนมวลอากาศจนทหารเหล่านั้นเข่าอ่อน "แต่ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้ากักขัง 'เป้าล่อ' ลำนี้ไว้บนโลกเด็ดขาด ถ้าพวกเจ้ายังอยากให้ลูกหลานมีโอกาสลืมตาดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้ จงถอยไป!"
ท่ามกลางความขัดแย้งที่จวนเจียนจะระเบิด เอเลน่า วิ่งตามมาจนถึงจุดเกิดเหตุ ในมือของเธอกำ 'ผลึกพรางวิถี' ไว้แน่น เธอตะโกนสุดเสียง
"หยุดมือเถอะนายพล! สิ่งที่เขาพูดคือเรื่องจริง! ผลึกนี่... มันกำลังเปลี่ยนค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้ารอบตัวฉันอยู่ ฉันมองเห็นมันผ่านเครื่องตรวจวัดพกพา โลกของเรากำลังถูกเปิดเผยตำแหน่ง และเขากำลังพยายามจะเบี่ยงเบนความสนใจให้เรา!"
นายพลมองดูนักวิทยาศาสตร์สาวสลับกับยักษ์สี่แขนที่สูงตระหง่านเหนือหัวเขาหลายเท่า ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่นายพลจะลดวิทยุสื่อสารลง "เปิดประตูโรงเก็บยาน... ปล่อยเขาไป"
ซอลตาร์พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะทะยานร่างเข้าไปในยานรบหกเหลี่ยมทันทีที่ประตูยักษ์เปิดออก ภายในห้องนักบิน แขนทั้งสี่ของเขาเริ่มร่ายรำบนแผงควบคุมแสงเลเซอร์อย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ระบบเครื่องยนต์ปฏิสสารเริ่มครางกระหึ่ม ส่งเสียงความถี่ต่ำที่ทำให้กระจกหน้าต่างในรัศมีหลายกิโลเมตรสั่นไหว
โดรนของนักข่าวที่ยังคงบินวนเวียนอยู่รอบปล่องระบายอากาศด้านบน พยายามจับภาพวินาทีประวัติศาสตร์นี้ไว้ ภาพของซอลตาร์ที่กำลังนั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับถูกถ่ายทอดไปสู่สายตาชาวโลกที่กำลังนั่งลุ้นระทึกอยู่หน้าจอ ทุกคนเห็นใบหน้าของเขาชัดเจน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากการสู้รบในอวกาศและความเหนื่อยล้าของนักเดินทางผู้โดดเดี่ยว
"มนุษยชาติ..." ซอลตาร์ส่งกระแสจิตครั้งสุดท้ายที่แทรกซึมเข้าไปในสัญญาณถ่ายทอดสดทุกช่องทาง "ผลึกที่ข้ามอบให้จะช่วยยืดเวลาให้พวกเจ้าได้อีกไม่กี่ศตวรรษ จงเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างเงียบเชียบที่สุด อย่าส่งสัญญาณหาใคร อย่าตอบรับคำทักทายจากความว่างเปล่า เพราะในป่ามืดนี้ 'ความเมตตา' คือสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง มีเพียงผู้ล่าและผู้ถูกล่าเท่านั้น"
เขามองไปยังเอเลน่าที่ยืนอยู่บนระเบียงเหล็กกล้า ดวงตาคู่หนึ่งของเขาแสดงความอ่อนโยนออกมาวูบหนึ่ง "จงรักษาความหวังไว้ในใจ แต่อย่าพ่นมันออกมาเป็นคลื่นวิทยุ... ลาก่อน มนุษย์ผู้กล้าหาญ"
วืดดดดด!
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือฐานทัพพลันบิดเบี้ยวเป็นวงกลมขนาดมหึมา มิติรอบตัวยานเริ่มพับม้วนเข้าหากัน แสงสีม่วงครามเข้มข้นระเบิดออกมาจากท้ายยานรบ ทันทีที่เครื่องยนต์วาร์ปทำงานเต็มกำลัง ยานรบขนาดเท่าเมืองย่อยๆ ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียงนับพันเท่า เกิดคลื่นกระแทกโซนิคบูมขนาดมหึมาที่ปัดเป่าเมฆหมอกบนท้องฟ้าจนสะอาดตา
ยานของซอลตาร์ทิ้งรอยแยกของมิติที่เป็นทางยาวสีรุ้งไว้เบื้องหลัง ก่อนจะหายวับไปในความมืดมิดของอวกาศ ทิ้งให้โลกตกอยู่ในความเงียบงันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นักข่าวทั่วโลกต่างหยุดรายงานสดชั่วคราว ผู้คนบนท้องถนนต่างแหงนมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ความตื่นเต้นจากการพบสิ่งมีชีวิตต่างดาวถูกแทนที่ด้วยความหวาดระแวงอันหนักอึ้ง
ทุกคนเพิ่งตระหนักว่าท้องฟ้าที่เคยดูสวยงามและเต็มไปด้วยดวงดาวนั้น แท้จริงแล้วคือสมรภูมิที่เงียบเชียบที่สุด และโลกที่ส่งเสียงดังมาตลอดหลายสิบปี กำลังตกเป็นเป้าหมายของพรานที่พวกเขามองไม่เห็น
เอเลน่ามองดูผลึกสีดำในมือที่เริ่มแผ่รังสีจางๆ ออกมาปกคลุมพื้นที่ เธอรู้ดีว่างานของเธอเพิ่งเริ่มต้นขึ้น โลกต้องเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการ 'ซ่อนตัว' และกำแพงที่ซอลตาร์สร้างไว้เป็นเพียงปราการด่านสุดท้ายก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกสิ่ง
ในอวกาศอันไกลโพ้น ยานของซอลตาร์เร่งความเร็ววาร์ปไปยังทิศทางที่ตรงกันข้ามกับโลก เขาตั้งใจจะปล่อยร่องรอยพลังงานให้เด่นชัดที่สุด เพื่อหลอกล่อ 'สายตา' ใดๆก็ตามที่อาจตรวจพบเหตุการณ์นี้ให้ตามเขาไปแทน
"ข้าทำหน้าที่ของข้าแล้ว..." ซอลตาร์พึมพำกับตัวเองขณะที่ดวงตาหลายคู่จ้องมองเส้นแสงของดาราจักรที่ยืดขยายออก "หวังว่าพวกเจ้าจะเงียบพอที่จะรอดพ้นจากกระสุนนัดต่อไป"