บ่วงบาศแห่งกาลเวลา

1084 Words
แรงสั่นสะเทือนภายในยานรบของ ซอลตาร์ (Zoltar) รุนแรงเสียจนโครงสร้างโลหะผสมพิเศษส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะฉีกขาดออกจากกัน แขนทั้งสี่ของเขาขยับพัลวันบนแผงควบคุมที่สว่างวาบด้วยสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน ดวงตาหลายคู่จ้องมองจอแสดงผลมิติที่ปรากฏ "เส้นแสงสีขาว" เส้นหนึ่งพุ่งตามหลังมาด้วยความเร็วที่ฉีกทึ้งความเข้าใจด้านฟิสิกส์ของอารยธรรมระดับต่ำไปโดยสิ้นเชิง มันคือ "กระสุนอนุภาคความเร็วแสง" (Photoid) อาวุธทำลายล้างที่พรานในป่ามืดใช้เพื่อกวาดล้างสิ่งมีชีวิตที่ส่งเสียงดังเกินไป กระสุนนัดนี้ไม่ได้เล็งมาที่ยานของเขาโดยตรง แต่มันถูกยิงมายัง "พิกัดต้นกำเนิดสัญญาณ" ซึ่งก็คือทิศทางที่เขาเพิ่งจากมา... ทิศทางของโลก "พวกเจ้าลั่นไกเร็วเกินไปแล้ว!" ซอลตาร์คำราม แขนคู่ล่างสับคันบังคับเลี้ยวหักศอกกลางมิติบิดเบี้ยว ยานรบขนาดยักษ์เอียงวูบจนเกิดแรงเหวี่ยงมหาศาลที่อาจทำให้ร่างกายมนุษย์กลายเป็นของเหลวได้ในพริบตา แต่ด้วยมวลร่างกายที่หนาแน่นและกระดูกที่แข็งแกร่งกว่าเพชร ซอลตาร์กลับกัดฟันต้านทานแรงจี (G-force) นั้นไว้ได้ เขารู้ดีว่าหากกระสุนนัดนี้พุ่งผ่านระบบสุริยะ แรงดึงดูดและพลังงานจลน์ของมันจะทำให้ดวงอาทิตย์ไร้เสถียรภาพจนเกิดซูเปอร์โนวาในทันที เขาต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด... นั่นคือการใช้ยานของเขาเองเป็น "เหยื่อล่อ" เพื่อเบี่ยงเบนวิถีของมัจจุราช ซอลตาร์ระเบิดพลังจิตขั้นสูงสุด เชื่อมต่อสมองเข้ากับแกนพลังงานปฏิสสารของยานโดยตรง แสงสีฟ้าครามสว่างจ้าไหลเวียนผ่านเส้นเลือดที่ปูดโปนตามแขนทั้งสี่ ยานรบปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูงออกมาเป็นรูปทรงกรวยขนาดมหึมา เพื่อพยายามสร้าง "แรงดึงดูดจำลอง" ให้กระสุนนัดนั้นเบี่ยงเบนวิถีมาทางเขาแทน "มานี่! เจ้าพรานขี้ขลาด! จ้องมองมาที่ข้านี่!" เสียงคำรามทางจิตของเขาสั่นสะเทือนไปในความว่างเปล่า ในวินาทีที่กระสุนอนุภาคเกือบจะพุ่งผ่านวิถีขนาน มันเริ่มโค้งงอตามแรงดึงดูดเทียมที่ซอลตาร์สร้างขึ้น แสงสีขาวนวลนั้นเฉียดผ่านกราบยานของเขาไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร แรงอัดจากมวลสารที่เคลื่อนที่เท่าความเร็วแสงฉีกกระชากปีกข้างหนึ่งของยานรบจนละลายหายไปในพริบตา ระบบวาร์ปพังพินาศส่งผลให้ยานของเขากระเด็นหลุดออกจากมิติบิดเบี้ยว กลับเข้าสู่ห้วงอวกาศปกติที่ห่างจากโลกไปหลายปีแสง ยานรบที่พังยับเยินหมุนเคว้างอยู่ท่ามกลางดงอุกกาบาต ซอลตาร์สำลักของเหลวสีเขียวเข้มออกมาจากปาก แขนข้างหนึ่งหักงอผิดรูป แต่เขากลับยิ้มออกมาอย่างขมขื่นเมื่อมองเห็นในหน้าจอว่าวิถีของกระสุนมรณะนั้นพุ่งเลยระบบสุริยะไปสู่ความว่างเปล่าที่ไม่มีวันหวนคืน "โลก... ยังปลอดภัย..." เขาพึมพำอย่างอ่อนแรง ตัดกลับมาที่โลกมนุษย์... เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์หลังจากเหตุการณ์ "ยักษ์ต่างดาว" ท้องฟ้ากลับสู่สภาวะปกติอย่างน่าประหลาด แต่ลึกลงไปใต้ดิน ณ ฐานวิจัยลับ เอเลน่า ไม่เคยหยุดพัก เธอใช้ชีวิตอยู่กับ 'ผลึกพรางวิถี' และข้อมูลมหาศาลที่ซอลตาร์ทิ้งไว้ในฐานข้อมูลชั่วคราวก่อนจากไป "ด็อกเตอร์ครับ เราตรวจพบความผิดปกติที่ขอบระบบสุริยะ" ผู้ช่วยวิจัยวิ่งหน้าตาตื่นมาหาเธอ "เซ็นเซอร์คลื่นความโน้มถ่วงจับสัญญาณ 'กระเพื่อม' ขนาดใหญ่ได้ มันรุนแรงเหมือนมีวัตถุบางอย่างพุ่งผ่านไปด้วยความเร็วแสง แต่มันหายไปในความมืดแล้วครับ" เอเลน่านิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความเข้าใจที่น่าสะพรึงกลัว เธอเดินไปที่หน้าต่างที่มองเห็นท้องฟ้าในยามค่ำคืน "เขาไม่ได้แค่หนีไป... เขาออกไปรับกระสุนแทนเรา" เธอรู้ดีว่าตอนนี้โลกเปรียบเสมือนเด็กน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางที่ชื่อว่าผลึกพรางวิถี แม้จะรอดพ้นจากการลั่นไกครั้งแรกมาได้ แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ พรานในป่ามืดจะยังคงเฝ้ามองหาสัญญาณที่ผิดปกติอยู่เสมอ ภายใต้คำสั่งของเอเลน่าและรัฐบาลโลก ยุคสมัยแห่งการ "ปิดไฟโลก" เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ เมืองใหญ่ที่เคยสว่างไสวในยามค่ำคืนเริ่มลดการใช้ไฟ การส่งสัญญาณดาวเทียมถูกจำกัดในวงแคบและใช้คลื่นความถี่ต่ำที่ผลึกสามารถดูดซับได้ มนุษยชาติเริ่มเรียนรู้ที่จะอยู่ในความมืดอย่างสงบเงียบ นักข่าวที่เคยกระหายข่าวเริ่มถูกควบคุมโดยกฎหมายความมั่นคงระหว่างประเทศ การถ่ายทอดสดเรื่องของซอลตาร์กลายเป็นสิ่งต้องห้าม แต่ในใจของผู้คนนับล้าน ภาพของยักษ์สี่แขนที่เตือนพวกเขาเรื่องความตายได้กลายเป็นตำนานบทใหม่ ตำนานของ "ผู้ปกป้องที่โลกไม่ต้องการ" ในซากยานที่ลอยเคว้าง ซอลตาร์ใช้แขนที่เหลือสามข้างพยายามซ่อมแซมระบบประคองชีพ ดวงตาหลายคู่ของเขาเริ่มพร่ามัวจากการเสียพลังงานจิตมหาศาล เขาเปิดหน้าต่างสังเกตการณ์ มองย้อนกลับไปทางทิศทางของดาวสีน้ำเงินที่เขาเพิ่งจากมา "เอเลน่า... เจ้าคือความหวังเดียวของพรานที่กำลังหัดซ่อนตัว" เขาพึมพำ พลังงานสำรองในยานเริ่มริบหรี่ลง "จงนำพาพวกเขาผ่านคืนที่หนาวเหน็บนี้ไปให้ได้ จนกว่าพวกเจ้าจะแข็งแกร่งพอที่จะถือปืนไว้ในมือตนเอง" ทันใดนั้น บนหน้าจอสื่อสารที่ดูเหมือนพังไปแล้ว กลับปรากฏสัญญาณกะพริบเบาๆ มันไม่ใช่สัญญาณจากโลก... แต่เป็นสัญญาณที่เข้ารหัสลับระดับสูงจากยานลี้ภัยอีกลำของเผ่าพันธุ์เขาที่หลบซ่อนอยู่ในอีกฟากของกาแล็กซี “ซอลตาร์... เจ้ายังอยู่หรือไม่? เราพบที่พรางตัวแห่งใหม่แล้ว...” แววตาของซอลตาร์กลับมามีประกายอีกครั้ง แม้เขาจะบาดเจ็บสาหัสและอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด แต่เขาก็ไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป สงครามกลางป่ามืดเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และเขามีหน้าที่ต้องรอดชีวิตเพื่อนำพามิตรภาพที่เหลืออยู่ไปสู่แสงสว่างในอนาคต
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD