บทที่3

1404 Words
“มองวิวถนนมันน่าสนใจนักหรือไง” เสียงทุ้มต่ำดังทำลายความเงียบขึ้นมา นลันปรายตามองเธอผ่านกระจกมองหลัง สันกรามของเขาขบแน่น “เพิ่งจดทะเบียนสมรสกับมหาเศรษฐีแท้ๆ ไม่คิดจะทำตัวให้มันดูมีความสุขสมกับความหน้าเงินของตัวเองหน่อยเหรอ” โปรดปรานหลับตาลงชั่วครู่ กัดกระพุ้งแก้มด้านในจนรู้สึกถึงรสฝาด เธอบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดตอนที่ตอบกลับไป “คุณต้องการให้ฉันยิ้มหรือคะ” “ฉันต้องการให้เธอเลิกทำหน้าเหมือนถูกลากไปประหารสักที” เขากระแทกเสียง “เธอเป็นคนเดินเข้ามาเสนอขายตัวเองให้ฉันเองนะ อย่ามาทำตัวเป็นเหยื่อ” “ฉันทราบสถานะตัวเองดีค่ะ” คำตอบสั้นๆ ห้วนๆ และไร้อารมณ์นั้นเหมือนการสาดน้ำมันลงบนกองไฟ นลันเหยียบคันเร่งพุ่งตัวแซงรถคันหน้าอย่างดุดันจนตัวโปรดปรานกระแทกกับเบาะ เธอจิกมือลงบนหน้าตักตัวเองแน่น ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว รถเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถส่วนตัวชั้นใต้ดินของคอนโดมิเนียมหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี นลันดับเครื่องยนต์และก้าวลงจากรถโดยไม่รอเธอ โปรดปรานรีบเปิดประตูตามออกไป คว้ากระเป๋าเป้ใบเดียวที่ติดตัวมาตั้งแต่หนีออกจากบ้าน กอดมันไว้แนบอกแน่นราวกับเป็นเกราะกำบังสุดท้าย “ตามมา” เขาออกคำสั่งสั้นๆ เดินนำลิ่วไปที่โถงลิฟต์วีไอพี โปรดปรานก้าวเท้าตาม กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อมายืนอยู่หน้าประตูลิฟต์เหล็กกล้าสีเงินวาววับ ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นปราดขึ้นมาตามไขสันหลัง เธอเกลียดลิฟต์ เธอกลัวที่แคบและปิดทึบ ความทรงจำวัยเด็กตอนที่ถูกเมียแต่งของพ่อขังไว้ในห้องเก็บของใต้บันไดนานถึงสองวันสองคืนผุดขึ้นมาหลอกหลอน ความมืดมิด อากาศที่เหลือน้อยลงทุกที เสียงหนูที่วิ่งพล่าน... ‘ติ๊ง’ ประตูลิฟต์เปิดออก นลันก้าวเข้าไปยืนรออยู่ด้านใน เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นโปรดปรานยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ขาทั้งสองข้างของเธอสั่นระริกจนก้าวไม่ออก “จะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นอีกนานไหม” เขาตวาดเสียงดุ “หรือต้องให้อุ้มเข้าไป” โปรดปรานสะดุ้งสุดตัว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก้มหน้าเดินเข้าไปในตัวลิฟต์ พยายามยืนให้ห่างจากเขามากที่สุด ผนังลิฟต์ที่กรุด้วยกระจกเงาสะท้อนภาพผู้หญิงผิวซีดเผือด นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ประตูลิฟต์ปิดฉับลง เสียงกลไกทำงานและแรงเหวี่ยงที่พุ่งทะยานสู่ชั้นเพนต์เฮาส์ทำให้โปรดปรานรู้สึกเหมือนอากาศในห้องโดยสารเหลี่ยมๆ นี้ถูกสูบออกไปจนหมด เธอหายใจตื้นและเร็วขึ้นเรื่อยๆ มือเล็กที่กำสายกระเป๋าเป้จิกแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หยาดเหงื่อเย็นๆ ผุดพรายตามไรผม นลันเหลือบมองอาการของคนข้างๆ ผ่านเงาสะท้อนในกระจก เขาเห็นไหล่ของเธอสั่น เห็นการหอบหายใจที่ผิดปกติ แต่แทนที่จะรู้สึกสงสาร อคติที่บังตาทำให้เขาตีความไปอีกทาง ‘สำออย... คิดจะใช้มารยาหญิงเรียกร้องความสนใจล่ะสิ’ เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ‘คนอย่างเธอ ถนัดนักเรื่องละครบทโศก’ “เลิกสั่นได้แล้วโปรดปราน” เขาเอ่ยเสียงเย็นชา “ลิฟต์นี่มันราคาแพงกว่าบ้านทั้งหลังที่เธอเพิ่งขายพ่อมาแลกซะอีก ไม่หล่นลงไปหรอกน่า” คำพูดเชือดเฉือนนั้นไม่ได้เข้าหูโปรดปรานเลยแม้แต่น้อย เสียงวิ้งๆ ดังอยู่ในหัวของเธอ เธอพยายามหลับตา ท่องตัวเลขในใจเพื่อดึงสติ ‘หนึ่ง... สอง... สาม... อีกเดี๋ยวก็ถึง... อีกเดี๋ยวก็ถึง...’ ติ๊ง! เสียงสวรรค์ดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออกสู่โถงทางเข้าเพนต์เฮาส์อันกว้างขวาง โปรดปรานแทบจะถลันตัวออกไปทันที เธอสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่ ขาที่สั่นจนแทบยืนไม่อยู่ค่อยๆ กลับมามีแรงอีกครั้ง นลันเดินตามออกมาอย่างเชื่องช้า เขามองท่าทีของเธอด้วยสายตาจับผิด “ละครจบแล้วก็เดินตามมา” เขาผลักประตูไม้บานใหญ่เข้าไปด้านใน โปรดปรานเดินตามเข้าไปและต้องชะงักกับความหรูหราที่อยู่ตรงหน้า เพนต์เฮาส์เพดานสูงลิ่ว ตกแต่งด้วยโทนสีดำ เทา และกระจกบานยักษ์ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูแพงระยับ ทว่าไร้ซึ่งชีวิตชีวา มันให้ความรู้สึกเย็นชาและบีบคั้น ไม่ต่างจากผู้ชายที่เป็นเจ้าของ กว้างขวาง... แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนเดินเข้ามาในกล่องสี่เหลี่ยมที่ไม่มีทางออก “ป้าวิภา!” นลันส่งเสียงเรียก หญิงวัยกลางคนในชุดแม่บ้านเรียบร้อยเดินแกมวิ่งออกมาจากโซนห้องครัว “คะ... คุณลัน กลับมาแล้วหรือคะ” วิภาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้หญิงแปลกหน้ายืนอยู่ด้านหลังเจ้านาย “นี่โปรดปราน” นลันแนะนำตัวสั้นๆ ห้วนๆ “เธอจะมาอยู่ที่นี่... ในฐานะผู้อาศัย” เขาจงใจหลีกเลี่ยงคำว่าภรรยา “ป้าวิภา เอาเป้ของเธอไปค้นดูให้หมด” โปรดปรานเบิกตากว้าง หันขวับไปมองเขา “ค้นกระเป๋า? คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะ!” “ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในบ้านหลังนี้” นลันก้าวเข้ามาประชิดตัว ดึงกระเป๋าเป้ออกจากมือเธออย่างแรงแล้วโยนให้แม่บ้าน “ค้นดูว่ามีเครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์บันทึกเสียง หรืออะไรก็ตามที่ใช้ติดต่อโลกภายนอกได้ไหม ถ้ามี... ยึดมาให้หมด” “คุณลัน!” โปรดปรานพยายามจะเข้าไปแย่งกระเป๋าคืน แต่นลันคว้าแขนเธอไว้แน่น แรงบีบที่ข้อมือทำให้เธอเจ็บจนนิ่วหน้า “อย่ามาอวดดีกับฉัน” เขากดเสียงต่ำ “ข้อตกลงคือเธอต้องอยู่ในสายตาฉัน ห้ามเล่นตุกติก ห้ามติดต่อใคร ถ้าคิดจะแอบส่งรหัสบัญชีให้คนอื่น หรือแบล็กเมล์ฉันซ้อน... เธอจบไม่สวยแน่” โปรดปรานเงยหน้าขึ้นสบตาเขานิ่ง ดวงตาที่เคยสั่นไหวด้วยความกลัวลิฟต์เมื่อครู่ บัดนี้กลับมาแข็งกร้าวและว่างเปล่าอีกครั้ง “ฉันไม่มีใครให้ติดต่อหรอกค่ะ โทรศัพท์ฉันพังไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เงินสดก็มีติดตัวอยู่แค่สองร้อยบาท คุณจะยึดอะไรก็ยึดไปเถอะค่ะ” นลันชะงักไปเล็กน้อยกับแววตาปลงตกนั้น แต่เขาก็สลัดความรู้สึกแปลกๆ ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยมือออกจากแขนเธออย่างรังเกียจ “ดี... รู้ตัวก็ดี” เขาหันไปพยักหน้าให้แม่บ้านที่ยืนทำตัวไม่ถูก “ป้าวิภา เอาโทรศัพท์ บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชนของเธอมาให้ฉัน แล้วเอาเสื้อผ้าไปเก็บที่ ‘ห้องกระจก’ ฝั่งปีกขวา” ห้องกระจก... โปรดปรานขมวดคิ้ว วิภาทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว รวบรวมของใช้ส่วนตัวไม่กี่ชิ้นของโปรดปรานใส่ตะกร้า แล้วเดินนำไปยังโถงทางเดินฝั่งขวา โปรดปรานเดินตามไปเงียบๆ โดยมีสายตาคมกริบของนลันมองตามแผ่นหลัง เมื่อมาถึงห้องที่ถูกเรียกว่า ‘ห้องกระจก’ โปรดปรานก็เข้าใจความหมายของมันทันที มันเป็นห้องนอนขนาดกลางที่มีผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสแจ๋ว มองทะลุออกไปเห็นทางเดินและห้องโถงด้านนอกได้อย่างชัดเจน เตียงนอนสีขาวตั้งอยู่กลางห้อง ไม่มีตู้เสื้อผ้าทึบ มีเพียงราวแขวนผ้าแบบเปิดโล่ง และที่สำคัญที่สุด... ประตูห้องเป็นบานเลื่อนกระจกที่ไม่มีตัวล็อก “คุณจะให้ฉันนอนห้องนี้เหรอคะ” เธอหันไปถามนลันที่เพิ่งเดินตามมาสมทบ “ใช่” เขาตอบสบตาเธอตรงๆ “ห้องนี้ไม่มีมุมอับ ไม่มีประตูล็อก ฉันจะได้เห็นว่าเธอทำอะไรอยู่ตลอดเวลา เพื่อความแน่ใจว่าเธอจะไม่แอบทำเรื่องสกปรกใต้จมูกฉัน” มันไม่ใช่ห้องนอน... มันคือกรงขังสำหรับนักโทษที่ต้องถูกจับตามองตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ความรู้สึกเหมือนถูกลิดรอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตีตื้นขึ้นมาในอก แต่โปรดปรานกลืนมันลงไป เธอเคยอยู่ในบ้านที่พ่อพร้อมจะส่งคนมาพังประตูห้องนอนเมื่อไหร่ก็ได้เพื่อลากเธอไปขาย การไม่มีประตูล็อกที่นี่... อย่างน้อยมันก็ปลอดภัยจากเงื้อมมือของเสี่ยเฒ่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD