บทที่ 5

1361 Words
ดวงตาของนลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำพูดของเธอเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดโครมลงมากลางกองไฟ มันดับความโกรธของเขาไม่ได้ แต่กลับทำให้เขารู้สึกชาวาบไปทั้งตัว เธอพูดเหมือนคนที่แตกสลายไปแล้ว... สลายไปจนไม่มีอะไรให้เขาทำลายได้อีก เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยนั้น พยายามค้นหาความเสแสร้ง แต่สิ่งที่สะท้อนกลับมามีเพียงความว่างเปล่าและความอดทนที่ไร้ก้นบึ้ง นลันสะบัดแขนเธอออกอย่างแรงราวกับต้องของร้อน เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว หายใจเข้าออกหนักหน่วง พยายามควบคุมอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ในอก “อย่ามาทำอวดดีกับฉัน โปรดปราน” เขากัดฟันพูด ชี้หน้าเธอ “ถ้าเธอคิดว่าความด้านชาของเธอจะเอาชนะฉันได้ล่ะก็... เธอคิดผิด” เขาหันหลังขวับ เดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องครัวไปหยิบกุญแจรถและเสื้อคลุมที่โซฟา “อย่าออกจากห้องนี้จนกว่าฉันจะกลับมา” เขาหันมาสั่งเสียงเฉียบขาดเป็นครั้งสุดท้าย “และอย่าแตะต้องของๆ ฉันอีก” ปัง! เสียงประตูเพนต์เฮาส์ปิดกระแทกดังสนั่น ตามด้วยเสียงล็อกอัตโนมัติ ทิ้งให้โปรดปรานยืนนิ่งอยู่กลางห้องครัวเพียงลำพัง เธอค่อยๆ ก้มลงมองมือตัวเองที่สั่นระริก อาการเกร็งที่ฝืนทนมาตลอดเริ่มคลายออก ความเจ็บปวดที่ต้นแขนแล่นริ้วขึ้นมา เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้น กอดเข่าตัวเองแน่น ซบหน้าลงกับท่อนแขน เจ็บ... แต่ก็ยังดีกว่าการถูกส่งไปให้เสี่ยเฒ่า เธอพร่ำบอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อเรียกความเข้มแข็งกลับคืนมา เธอต้องอยู่รอดให้ได้ เธอต้องทนให้ได้จนกว่านลันจะได้รหัสครึ่งหลังไป แล้วยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ ทางด้านนลัน หลังจากขับรถออกมาจากคอนโดด้วยความเร็วสูง เขาทุบพวงมาลัยอย่างแรงเพื่อระบายความหงุดหงิด ทำไมผู้หญิงคนเดียวถึงทำให้เขาสติแตกได้ขนาดนี้! เขาเคยวางแผนธุรกิจร้อยล้านพันล้านได้อย่างเยือกเย็น แต่กลับต้องมาหัวเสียเพราะความเงียบของผู้หญิงที่เขาเกลียด เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา กดโทรออกหาเบอร์แม่บ้านที่เพนต์เฮาส์ “ป้าวิภา” เขาพูดเสียงห้วนทันทีที่ปลายสายรับ “คืนนี้เตรียมห้องนอนใหญ่ให้พร้อม เปลี่ยนผ้าปูเตียงใหม่ทั้งหมด... ฉันจะกลับไปทวงสิทธิ์ของสามีตามกฎหมาย” ในเมื่อทำลายความหยิ่งทะนงทางจิตใจไม่ได้ เขาก็จะใช้อำนาจทางร่างกายทำลายมันเอง ให้มันรู้ไปว่าหุ่นยนต์อย่างเธอ จะทนการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีบนเตียงของศัตรูได้นานแค่ไหน! เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังชี้บอกเวลาเที่ยงคืนตรง เพนต์เฮาส์กว้างใหญ่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศ โปรดปรานนั่งตัวตรงอยู่บนโซฟาปลายเตียงในห้องนอนใหญ่ของนลัน เธออยู่ในชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ป้าวิภาเตรียมไว้ให้ มันบางเบาและลื่นมือ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ ตั้งแต่ได้รับคำสั่งจากแม่บ้านเมื่อตอนบ่ายว่าคุณผู้ชายสั่งให้ย้ายมานอนที่ห้องนี้ โปรดปรานก็รู้ทันทีว่าคืนนี้เธอต้องเผชิญกับอะไร เธอไม่ได้โลกสวยจนไม่รู้ว่า ‘สิทธิ์ของสามี’ ที่นลันอ้างถึงคืออะไร เขาซื้อเธอมาด้วยทะเบียนสมรสและโฉนดบ้าน การร่วมเตียงคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของการชำระหนี้ เป็นเพียงธุรกรรมอย่างหนึ่งที่เธอต้องหลับตายอมรับเพื่อให้ได้มาซึ่งพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง ‘เจ็บ แค่นี้ทนได้... พรุ่งนี้ก็จะผ่านไปเหมือนทุกวัน’ เธอท่องประโยคนี้ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับมนตร์สะกด มือเล็กๆ จิกเข้าหากันแน่นบนตัก พยายามสะกดกลั้นอาการสั่นไหวของร่างกาย แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูห้องนอนถูกเปิดออก โปรดปรานสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา นลันอยู่ในชุดสูทที่ปลดเนกไทออกหลวมๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมากระทบจมูก บ่งบอกว่าเขาเพิ่งกลับมาจากการดื่มหนัก นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อย แต่มันยังคงความคมกริบและดุดันขณะจ้องมองมาที่เธอราวกับนักล่าที่เห็นเหยื่อจนมุม เขาไม่ได้พูดอะไร เดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ ฝีเท้าหนักแน่นทุกย่างก้าว โปรดปรานรู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกสูบออกไปจนหมด เธอบังคับตัวเองไม่ให้ถอยหนี นั่งนิ่งยอมรับชะตากรรม นลันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนออกมา แล้วโยนมันแหมะลงบนตักของเธอ “เปิดดูสิ” เขาออกคำสั่งเสียงพร่า โปรดปรานก้มลงมองซองเอกสารด้วยความงุนงง มือสั่นๆ เอื้อมไปเปิดปากซอง หยิบกระดาษแผ่นหนาด้านในออกมาคลี่ดู โฉนดที่ดินและบ้านเรือนไทยริมน้ำที่อยุธยา... ด้านหลังมีชื่อ ‘นางโปรดปราน อัครเดชโชติ’ ประทับตราโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกโล่งใจอย่างมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนน้ำตาแทบจะรื้นขึ้นมา บ้านของแม่... สถานที่เดียวในโลกที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันอบอุ่น ตอนนี้มันกลับมาเป็นของเธออย่างสมบูรณ์แล้ว เธอไม่ต้องกลัวว่าพ่อจะเอามันไปขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้พนันอีกต่อไป รอยยิ้มบางเบาที่แทบจะมองไม่เห็นผุดขึ้นที่มุมปากของโปรดปราน มันเป็นรอยยิ้มแรกตั้งแต่เธอเดินเข้ามาในเพนต์เฮาส์แห่งนี้ แต่นลันกลับตีความรอยยิ้มนั้นไปอีกทาง ความโกรธเกรี้ยวตีตื้นขึ้นมาในอกเขาจนปวดหนึบ ‘ดีใจนักสิที่ได้สมบัติ... พอเห็นเงินเห็นทองก็ยิ้มออกเลยสินะ ผู้หญิงหน้าเงิน’ “นั่นคือค่าตอบแทนล่วงหน้า สำหรับ ‘หน้าที่ภรรยา’ ของเธอในคืนนี้” นลันพูดเสียงเหยียดหยัน ก้มตัวลงมาใช้สองมือยันพนักโซฟาคร่อมร่างเธอไว้ “หวังว่าลีลาของเธอ... จะคุ้มค่ากับโฉนดที่ดินแปลงงามนี่นะ โปรดปราน” โปรดปรานชะงัก รอยยิ้มจางหายไปวับ เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เรียบตึงและเย็นชาดังเดิม เธอค่อยๆ สอดโฉนดกลับเข้าซอง วางมันไว้ข้างตัวบนโซฟาอย่างระมัดระวัง แล้วเงยหน้าสบตาเขานิ่ง “ฉันพร้อมแล้วค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว แต่มั่นคง “คุณต้องการให้เริ่มตรงไหนคะ” ความด้านชาของเธอมันเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟโทสะ นลันขบกรามกรอด เขาเกลียดสายตาที่มองมาเหมือนเขาเป็นเพียงเครื่องมือทำธุรกรรม เกลียดความสงบเสงี่ยมที่เสแสร้ง เกลียดทุกอย่างที่เป็นวรเลิศล้ำ! “ถอดเสื้อผ้าออกสิ” เขาเคาะปลายนิ้วลงบนพนักโซฟา “หรือต้องให้ฉันสอนว่าหน้าที่ของสินค้าราคาแพงต้องทำยังไง” โปรดปรานหลุบตาลง มือเล็กสั่นเทาขณะเอื้อมไปปลดกระดุมชุดนอนผ้าไหมของตัวเองทีละเม็ด... ทีละเม็ด... อย่างเชื่องช้า ผิวขาวเนียนละเอียดปรากฏสู่สายตา นลันลอบกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว ความโกรธแค้นถูกแทนที่ด้วยแรงปรารถนาดิบเถื่อนที่ถูกซุกซ่อนไว้ เมื่อชุดนอนลื่นหลุดลงไปกองที่เอว โปรดปรานก็นั่งก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขาอีก นลันหมดความอดทน เขากระชากแขนเธอให้ลุกขึ้นยืน ดึงร่างบางเข้ามากระแทกกับอกแกร่งของเขา ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้ลงบนกลีบปากบางอย่างดุดัน รุนแรง และไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบที่เกิดจากความรักหรือความพิศวาส แต่เป็นการลงทัณฑ์และการแสดงความเป็นเจ้าของ โปรดปรานหลับตาแน่น กัดฟันรับสัมผัสจาบจ้วงนั้นโดยไม่ขัดขืน แต่ก็ไม่ได้ตอบสนอง เธอทำตัวอ่อนปวกเปียกราวกับตุ๊กตาผ้า ปล่อยให้เขาช่วงชิงลมหายใจไปตามอำเภอใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD