ดวงตาของนลันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คำพูดของเธอเหมือนน้ำเย็นจัดที่สาดโครมลงมากลางกองไฟ มันดับความโกรธของเขาไม่ได้ แต่กลับทำให้เขารู้สึกชาวาบไปทั้งตัว
เธอพูดเหมือนคนที่แตกสลายไปแล้ว... สลายไปจนไม่มีอะไรให้เขาทำลายได้อีก
เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยนั้น พยายามค้นหาความเสแสร้ง แต่สิ่งที่สะท้อนกลับมามีเพียงความว่างเปล่าและความอดทนที่ไร้ก้นบึ้ง
นลันสะบัดแขนเธอออกอย่างแรงราวกับต้องของร้อน เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว หายใจเข้าออกหนักหน่วง พยายามควบคุมอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ในอก
“อย่ามาทำอวดดีกับฉัน โปรดปราน” เขากัดฟันพูด ชี้หน้าเธอ “ถ้าเธอคิดว่าความด้านชาของเธอจะเอาชนะฉันได้ล่ะก็... เธอคิดผิด”
เขาหันหลังขวับ เดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องครัวไปหยิบกุญแจรถและเสื้อคลุมที่โซฟา
“อย่าออกจากห้องนี้จนกว่าฉันจะกลับมา” เขาหันมาสั่งเสียงเฉียบขาดเป็นครั้งสุดท้าย “และอย่าแตะต้องของๆ ฉันอีก”
ปัง!
เสียงประตูเพนต์เฮาส์ปิดกระแทกดังสนั่น ตามด้วยเสียงล็อกอัตโนมัติ ทิ้งให้โปรดปรานยืนนิ่งอยู่กลางห้องครัวเพียงลำพัง
เธอค่อยๆ ก้มลงมองมือตัวเองที่สั่นระริก อาการเกร็งที่ฝืนทนมาตลอดเริ่มคลายออก ความเจ็บปวดที่ต้นแขนแล่นริ้วขึ้นมา เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้น กอดเข่าตัวเองแน่น ซบหน้าลงกับท่อนแขน
เจ็บ... แต่ก็ยังดีกว่าการถูกส่งไปให้เสี่ยเฒ่า
เธอพร่ำบอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อเรียกความเข้มแข็งกลับคืนมา เธอต้องอยู่รอดให้ได้ เธอต้องทนให้ได้จนกว่านลันจะได้รหัสครึ่งหลังไป แล้วยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ
ทางด้านนลัน หลังจากขับรถออกมาจากคอนโดด้วยความเร็วสูง เขาทุบพวงมาลัยอย่างแรงเพื่อระบายความหงุดหงิด ทำไมผู้หญิงคนเดียวถึงทำให้เขาสติแตกได้ขนาดนี้! เขาเคยวางแผนธุรกิจร้อยล้านพันล้านได้อย่างเยือกเย็น แต่กลับต้องมาหัวเสียเพราะความเงียบของผู้หญิงที่เขาเกลียด
เขาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา กดโทรออกหาเบอร์แม่บ้านที่เพนต์เฮาส์
“ป้าวิภา” เขาพูดเสียงห้วนทันทีที่ปลายสายรับ “คืนนี้เตรียมห้องนอนใหญ่ให้พร้อม เปลี่ยนผ้าปูเตียงใหม่ทั้งหมด... ฉันจะกลับไปทวงสิทธิ์ของสามีตามกฎหมาย”
ในเมื่อทำลายความหยิ่งทะนงทางจิตใจไม่ได้ เขาก็จะใช้อำนาจทางร่างกายทำลายมันเอง ให้มันรู้ไปว่าหุ่นยนต์อย่างเธอ จะทนการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีบนเตียงของศัตรูได้นานแค่ไหน!
เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังชี้บอกเวลาเที่ยงคืนตรง เพนต์เฮาส์กว้างใหญ่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศ
โปรดปรานนั่งตัวตรงอยู่บนโซฟาปลายเตียงในห้องนอนใหญ่ของนลัน เธออยู่ในชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ป้าวิภาเตรียมไว้ให้ มันบางเบาและลื่นมือ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ
ตั้งแต่ได้รับคำสั่งจากแม่บ้านเมื่อตอนบ่ายว่าคุณผู้ชายสั่งให้ย้ายมานอนที่ห้องนี้ โปรดปรานก็รู้ทันทีว่าคืนนี้เธอต้องเผชิญกับอะไร
เธอไม่ได้โลกสวยจนไม่รู้ว่า ‘สิทธิ์ของสามี’ ที่นลันอ้างถึงคืออะไร เขาซื้อเธอมาด้วยทะเบียนสมรสและโฉนดบ้าน การร่วมเตียงคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของการชำระหนี้ เป็นเพียงธุรกรรมอย่างหนึ่งที่เธอต้องหลับตายอมรับเพื่อให้ได้มาซึ่งพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง
‘เจ็บ แค่นี้ทนได้... พรุ่งนี้ก็จะผ่านไปเหมือนทุกวัน’ เธอท่องประโยคนี้ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับมนตร์สะกด มือเล็กๆ จิกเข้าหากันแน่นบนตัก พยายามสะกดกลั้นอาการสั่นไหวของร่างกาย
แกร๊ก...
เสียงลูกบิดประตูห้องนอนถูกเปิดออก โปรดปรานสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา
นลันอยู่ในชุดสูทที่ปลดเนกไทออกหลวมๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมากระทบจมูก บ่งบอกว่าเขาเพิ่งกลับมาจากการดื่มหนัก นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อย แต่มันยังคงความคมกริบและดุดันขณะจ้องมองมาที่เธอราวกับนักล่าที่เห็นเหยื่อจนมุม
เขาไม่ได้พูดอะไร เดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ ฝีเท้าหนักแน่นทุกย่างก้าว โปรดปรานรู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกสูบออกไปจนหมด เธอบังคับตัวเองไม่ให้ถอยหนี นั่งนิ่งยอมรับชะตากรรม
นลันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนออกมา แล้วโยนมันแหมะลงบนตักของเธอ
“เปิดดูสิ” เขาออกคำสั่งเสียงพร่า
โปรดปรานก้มลงมองซองเอกสารด้วยความงุนงง มือสั่นๆ เอื้อมไปเปิดปากซอง หยิบกระดาษแผ่นหนาด้านในออกมาคลี่ดู
โฉนดที่ดินและบ้านเรือนไทยริมน้ำที่อยุธยา... ด้านหลังมีชื่อ ‘นางโปรดปราน อัครเดชโชติ’ ประทับตราโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว
ความรู้สึกโล่งใจอย่างมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนน้ำตาแทบจะรื้นขึ้นมา บ้านของแม่... สถานที่เดียวในโลกที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันอบอุ่น ตอนนี้มันกลับมาเป็นของเธออย่างสมบูรณ์แล้ว เธอไม่ต้องกลัวว่าพ่อจะเอามันไปขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้พนันอีกต่อไป
รอยยิ้มบางเบาที่แทบจะมองไม่เห็นผุดขึ้นที่มุมปากของโปรดปราน มันเป็นรอยยิ้มแรกตั้งแต่เธอเดินเข้ามาในเพนต์เฮาส์แห่งนี้
แต่นลันกลับตีความรอยยิ้มนั้นไปอีกทาง
ความโกรธเกรี้ยวตีตื้นขึ้นมาในอกเขาจนปวดหนึบ ‘ดีใจนักสิที่ได้สมบัติ... พอเห็นเงินเห็นทองก็ยิ้มออกเลยสินะ ผู้หญิงหน้าเงิน’
“นั่นคือค่าตอบแทนล่วงหน้า สำหรับ ‘หน้าที่ภรรยา’ ของเธอในคืนนี้” นลันพูดเสียงเหยียดหยัน ก้มตัวลงมาใช้สองมือยันพนักโซฟาคร่อมร่างเธอไว้ “หวังว่าลีลาของเธอ... จะคุ้มค่ากับโฉนดที่ดินแปลงงามนี่นะ โปรดปราน”
โปรดปรานชะงัก รอยยิ้มจางหายไปวับ เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เรียบตึงและเย็นชาดังเดิม เธอค่อยๆ สอดโฉนดกลับเข้าซอง วางมันไว้ข้างตัวบนโซฟาอย่างระมัดระวัง แล้วเงยหน้าสบตาเขานิ่ง
“ฉันพร้อมแล้วค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว แต่มั่นคง “คุณต้องการให้เริ่มตรงไหนคะ”
ความด้านชาของเธอมันเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟโทสะ นลันขบกรามกรอด เขาเกลียดสายตาที่มองมาเหมือนเขาเป็นเพียงเครื่องมือทำธุรกรรม เกลียดความสงบเสงี่ยมที่เสแสร้ง เกลียดทุกอย่างที่เป็นวรเลิศล้ำ!
“ถอดเสื้อผ้าออกสิ” เขาเคาะปลายนิ้วลงบนพนักโซฟา “หรือต้องให้ฉันสอนว่าหน้าที่ของสินค้าราคาแพงต้องทำยังไง”
โปรดปรานหลุบตาลง มือเล็กสั่นเทาขณะเอื้อมไปปลดกระดุมชุดนอนผ้าไหมของตัวเองทีละเม็ด... ทีละเม็ด... อย่างเชื่องช้า ผิวขาวเนียนละเอียดปรากฏสู่สายตา นลันลอบกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว ความโกรธแค้นถูกแทนที่ด้วยแรงปรารถนาดิบเถื่อนที่ถูกซุกซ่อนไว้
เมื่อชุดนอนลื่นหลุดลงไปกองที่เอว โปรดปรานก็นั่งก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขาอีก
นลันหมดความอดทน เขากระชากแขนเธอให้ลุกขึ้นยืน ดึงร่างบางเข้ามากระแทกกับอกแกร่งของเขา ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้ลงบนกลีบปากบางอย่างดุดัน รุนแรง และไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบที่เกิดจากความรักหรือความพิศวาส แต่เป็นการลงทัณฑ์และการแสดงความเป็นเจ้าของ
โปรดปรานหลับตาแน่น กัดฟันรับสัมผัสจาบจ้วงนั้นโดยไม่ขัดขืน แต่ก็ไม่ได้ตอบสนอง เธอทำตัวอ่อนปวกเปียกราวกับตุ๊กตาผ้า ปล่อยให้เขาช่วงชิงลมหายใจไปตามอำเภอใจ