บทที่ 7

1321 Words
โปรดปรานก้าวออกมาในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่เขาเป็นคนเลือกให้ ชายกระโปรงยาวลากพื้นพริ้วไหวตามจังหวะการเดิน ผมยาวสลวยที่ปรกติมักจะมัดรวบลวกๆ บัดนี้ถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยต่ำ เผยให้เห็นลำคอระหงและลาดไหล่เนียน เครื่องสำอางราคาแพงขับเน้นโครงหน้าเรียวเล็กให้ดูโดดเด่นและเย้ายวนขึ้นอย่างประหลาด เธอสวย... สวยจนสะกดสายตา สวยจนเขาแทบละสายตาไปไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นลันอยากจะยอมรับ เขาปั้นหน้าขรึม กวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมินค่า “ก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย” เขาเอ่ยเสียงเรียบ กลบเกลื่อนความหวั่นไหวในใจ “หวังว่าคืนนี้เธอจะไม่ทำตัวบ้านนอก ให้ฉันต้องอายคนอื่นหรอกนะ” โปรดปรานไม่ได้โต้ตอบ เธอเพียงแค่พยักหน้ารับคำเบาๆ “ฉันทราบหน้าที่ของตัวเองดีค่ะ” “ดี” นลันยื่นแขนออกไปให้เธอควง “งั้นก็ไปกันได้แล้ว” โปรดปรานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ สอดมือเข้าไปคล้องแขนเขา สัมผัสอุ่นร้อนจากท่อนแขนแกร่งทะลุผ่านเนื้อผ้ามาถึงผิวของเธอ ทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว งานกาล่าดินเนอร์จัดขึ้นที่ห้องบอลรูมของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความหรูหราอลังการ แสงไฟแชนเดอเลียร์สะท้อนกับเครื่องเพชรบนคอของเหล่าไฮโซและนักธุรกิจชั้นนำ เสียงเพลงคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ สลับกับเสียงพูดคุยหัวเราะ ทันทีที่นลันและโปรดปรานก้าวเข้ามาในงาน สายตาทุกคู่ก็หันมาจับจ้องเป็นจุดเดียว เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเซ็งแซ่ ‘นั่นนลัน อัครเดชโชตินี่... แล้วผู้หญิงที่ควงมานั่นใครกัน’ ‘ได้ข่าวว่าเพิ่งจดทะเบียนสมรสเงียบๆ ไม่ใช่เหรอ สวยจังเลยนะ’ ‘เดี๋ยวนะ... นั่นมันยัยโปรดปราน ลูกเมียน้อยบ้านวรเลิศล้ำไม่ใช่เหรอ! ทำไมถึงไปเดินควงอริของพ่อตัวเองได้ล่ะนั่น!’ คำนินทาที่ลอยเข้าหูทำให้นลันกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ... ลากตัวลูกสาวของศัตรูมาประจานต่อหน้าสังคม ให้ทุกคนได้เห็นว่าตอนนี้วรเลิศล้ำตกต่ำขนาดไหน ถึงต้องส่งลูกสาวมาบำเรอเขาเพื่อแลกกับเศษเงิน เขากวาดสายตามองหาเป้าหมายหลักในคืนนี้ และไม่นานก็พบ... ‘คุณวรเลิศล้ำ’ พ่อของโปรดปราน ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างๆ ‘ณิชา’ ลูกสาวคนโตที่เกิดจากเมียหลวง ทั้งคู่แต่งตัวหรูหราฟู่ฟ่า แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กเดินควงคู่มากับศัตรูหมายเลขหนึ่ง “มาสิ... ไปทักทายครอบครัวที่รักของเธอหน่อย” นลันกระซิบข้างหูโปรดปราน ออกแรงดึงแขนเธอให้เดินตามไปหาเป้าหมาย โปรดปรานตัวแข็งทื่อ ฝีเท้าชะงักงัน หัวใจเต้นระรัวด้วยความกลัว เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับพ่อ ไม่อยากเห็นสายตาเกลียดชังของณิชา ภาพวันที่พ่อพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอเข้าไปในโรงแรมเพื่อส่งให้เสี่ยเฒ่า ยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ แต่แรงบีบที่ต้นแขนของนลันบังคับให้เธอต้องก้าวเดินต่อไป “สวัสดีครับ คุณวรเลิศล้ำ” นลันเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ... สบายดีไหมครับ ช่วงนี้ได้ข่าวว่าบริษัทมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องเยอะเลยนี่ ถ้าต้องการความช่วยเหลือ... ‘ลูกเขย’ คนนี้ยินดีพิจารณานะครับ” คำว่า ‘ลูกเขย’ เหมือนตบหน้าวรเลิศล้ำฉาดใหญ่ ชายวัยกลางคนหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธจัด เขาจ้องมองโปรดปรานด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ราวกับอยากจะฉีกทึ้งร่างของเธอให้แหลกเป็นชิ้นๆ “นังลูกเนรคุณ!” วรเลิศล้ำกัดฟันด่าเสียงลอดไรฟัน “แกกล้าขโมยของสำคัญของฉันไปขายให้ศัตรู แกมันเลี้ยงเสียข้าวสุก!” “แหม... พ่อลูกทักทายกันรุนแรงจังเลยนะครับ” นลันหัวเราะเบาๆ “แต่ก็ต้องขอบคุณความเนรคุณของเธอนะครับ ที่ทำให้ผมได้ข้อมูลเด็ดๆ มาเยอะเลย” นลันคาดหวังว่าโปรดปรานจะสวนกลับ เชิดหน้าขึ้นท้าทายพ่อตัวเอง หรืออย่างน้อยก็แสดงความสะใจที่ได้แก้แค้นครอบครัวที่ทอดทิ้งเธอ เธอเป็นคนขายข้อมูลให้เขาเอง เธอควรจะภูมิใจในความเจ้าเล่ห์ของตัวเองสิ! แต่ภาพที่ปรากฏกลับตรงกันข้าม โปรดปรานยืนก้มหน้า มือที่คล้องแขนเขาอยู่สั่นระริกจนรู้สึกได้ ไหล่บางห่อเข้าหากันราวกับหนูที่กำลังเผชิญหน้ากับราชสีห์ ไม่มีความหยิ่งยโส ไม่มีความสะใจ มีเพียงความหวาดกลัวที่ปิดทับไว้ไม่มิด ทำไมล่ะ? นลันขมวดคิ้วด้วยความสับสน คนหน้าเงินที่กล้าหักหลังพ่อเพื่อสมบัติ ทำไมถึงมากลัวหัวหดเอาตอนนี้? “หน้าด้าน!” เสียงแหลมปรี๊ดของณิชาดังแทรกขึ้นมา หญิงสาวสวยเฉี่ยวในชุดราตรีสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาชี้หน้าโปรดปราน “แกมันก็แค่ลูกเมียน้อยชั้นต่ำ ที่วันๆ เอาแต่คิดจะฮุบสมบัติของครอบครัว! แกคิดว่าเกาะผู้ชายรวยๆ แล้วจะยกหางตัวเองขึ้นมาเทียบชั้นฉันได้งั้นเหรอ! ฝันไปเถอะ ยัยขยะ!” คำด่าทอที่หยาบคายรุนแรงทำให้นลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างประหลาด เขาไม่ชอบให้ใครมาด่า ‘ของเล่น’ ของเขากลางงานสังคมแบบนี้ “ระวังปากหน่อยครับ คุณณิชา” นลันพูดเสียงเย็น “ผู้หญิงที่คุณกำลังด่า คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม และผมไม่ชอบให้ใครมาดูถูกคนของตระกูลอัครเดชโชติ” ณิชาชะงักไปเล็กน้อยด้วยความเกรงกลัวบารมีของนลัน แต่ความอิจฉาริษยาที่เห็นน้องสาวต่างแม่ได้ดีกว่า ทำให้เธอขาดสติ เธอคว้าแก้วไวน์แดงจากบริกรที่เดินผ่านมา แล้วสาดใส่โปรดปรานอย่างแรง! “ว้าย!” ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นลันดึงร่างของโปรดปรานหลบตามสัญชาตญาณ ไวน์แดงกระเซ็นไปโดนปลายชุดราตรีของเธอเพียงเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ไปหกเลอะเสื้อสูทราคาแพงของณิชาแทน “กรี๊ดดด! ชุดฉัน!” ณิชากรีดร้องลั่นงาน แขกเหรื่อรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว “พอได้แล้วณิชา! อย่าทำตัวขายหน้า!” วรเลิศล้ำตวาดลูกสาวคนโปรด ก่อนจะหันมามองโปรดปรานด้วยสายตาอำมหิต เขาฉวยจังหวะที่นลันกำลังหันไปมองความวุ่นวายของณิชา ก้าวเข้ามาประชิดตัวโปรดปรานแล้วกระซิบเสียงเหี้ยมที่ข้างหูเธอ “แกคิดว่าได้ทะเบียนสมรสมาคุ้มหัวแล้วจะรอดงั้นเหรอ... นังลูกชั่ว เตรียมตัวรอรับนรกที่แท้จริงได้เลย ฉันไม่มีวันปล่อยแกไปแน่!” คำขู่นั้นทำให้โปรดปรานหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม ร่างกายของเธอเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ภาพฝันร้ายในโรงแรมวันนั้นกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง เธอถอยกรูดไปหลบอยู่หลังแผ่นหลังกว้างของนลันโดยไม่รู้ตัว มือเล็กกำชายเสื้อสูทของเขาไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย นลันหันกลับมา เห็นอาการตื่นตระหนกของโปรดปรานและสายตาอาฆาตของวรเลิศล้ำ เขาไม่รู้ว่าไอ้แก่นั่นพูดอะไรกับเธอ แต่ความรู้สึกปกป้อง (ที่เขาพยายามปฏิเสธ) สั่งให้เขายกแขนขึ้นโอบไหล่บางนั้นไว้ รั้งตัวเธอเข้ามาแนบชิด “ถ้าคุณยังไม่อยากให้บัญชีเล่มนั้นหลุดไปถึงมือ ปปช. ในคืนนี้... ก็ไสหัวไปซะ” นลันขู่วรเลิศล้ำด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่สุด วรเลิศล้ำกัดฟันกรอด ยอมถอยทัพไปพร้อมกับณิชาที่ยังโวยวายไม่เลิก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD