ตอนที่ 1: ผูกกรรม
น้ำอบกลิ่นมะลิลอยอ้อยอิ่งในห้องอับชื้น กลบกลิ่นสมุนไพรแห้งที่ถูกบดจนกลายเป็นผงแต่ไม่มีสิ่งใดกลบกลิ่นตัณหาที่กำลังค่อย ๆ แผ่คลุมห้องหมอผีเถื่อนเบื้องหน้าได้เลย
“ฉันมาขอ..ให้พ่อหมอ ทำของให้ผัวฉันกลับมา...”
เสียงแผ่วพร่าของ “ชบา” เจ้าของร้านน้ำอบในตลาดโบราณดังลอดออกมาจากริมฝีปากแดงเรื่อที่ยังไม่ทันได้แตะพานหมากหน้าพ่อหมอ
แต่แทนที่หมอผีจะยื่นมือรับ เขากลับลุกขึ้นจากเบาะหนังเสือด้วยแววตาคมดุดัน ดวงตาคู่นั้นคมเหมือนเคยสาปเธอไว้แต่ชาติปางก่อน
“มึงยังกล้ามาเหยียบที่ของกูอีกเหรอชบา”
เธอชะงัก หัวใจเต้นแรงด้วยความงุนงงและหวาดหวั่น ชื่อของเธอหลุดออกจากปากเขาได้อย่างไร ทั้งที่ไม่เคยบอก
“มึงมันคนทรยศ หักหลังกูทำให้กูต้องถูกเผาทั้งเป็น”
เสียงของเขาต่ำและหน่วงเหมือนคาถาที่ถูกท่องในลมหายใจ ชบาขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อมือหนา ๆ ของหมอคัมภีร์คว้าข้อมือเธอไปแนบกับอกเปลือยเปล่าของเขาผิวร้อนราวกับมีไฟเผาภายใน
“แต่ในเมื่อตอนนี้ มึงกลับมาหากูอีกครั้ง กูจะไม่ปล่อยมึงไปไหนอีกแล้ว”
เธอสะดุ้งเมื่อแผ่นหลังชนกับเสาไม้ท่อนใหญ่ด้านในเรือนของพ่อหมอ เสียงพระเครื่องที่ห้อยอยู่ตามผนังสั่นไหวตามแรงสะบัดของร่างกายเธอเมื่อพ่อหมอจงใจ ผูกเธอไว้ด้วยอาคมที่ไม่ใช่แค่คาถา แต่เป็นความแค้นผสมแรงราคะที่เขาเก็บสะสมมานานนับภพ
“มึงจะไม่ได้ผัวที่ไหนคืนทั้งนั้น กูจะให้มึงอยู่ใต้ร่างกู จะไม่มีผัวคนอื่นอีก นอกจากกูชาติที่แล้ว ชาตินี้ หรือชาติหน้า มึงจะเป็นของกูคนเดียว!”
“มะ...หมอคัมภีร์...” ชบาครางเสียงสั่น แต่ร่างกลับอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงขัดขืนพ ลังบางอย่างในตัวเธอกำลังลุกวาบเหมือนไฟต้องน้ำมัน
เสียงพึมพำของมนต์โบราณลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ แสงจากตะเกียงน้ำมันสลัวไหวบนฝ้าไม้ ทาบเงาร่างของชายผู้เปลือยท่อนบนเหมือนสัตว์ป่าที่ยังไม่ถูกปราบ
ชบาถูกผลักเบา ๆ ให้หลังชนเสาไม้ แผ่นหลังของเธอสัมผัสความหยาบของเปลือกไม้ ขณะมือหนาของหมอคัมภีร์ประคองปลายคางของเธอขึ้นอย่างเด็ดขาด
“มึงจำกูไม่ได้ แต่น้ำเสียงของมึง กลิ่นตัวมึง ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง”
เธอสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เมื่อปลายนิ้วเขาลูบไล้จากลำคอลงมาตามไหปลาร้า จนถึงเนินอกที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเนื้อบาง...
“อึก… มะ…หมอ…” เสียงเธอสั่นเครือ
“อย่าทำอะไรฉันเลย…”
“กูไม่ทำของให้มึง แต่มึงจะได้ของ ของกูแทน”
มือหนาดึงปมผ้าถุงของเธอหลุดออกในพริบตา ทิ้งให้เนื้อสาวขาวผ่องกระทบกับอากาศเย็นเยียบจนขนลุก สมองเธอต่อต้าน แต่ร่างกายกลับรู้สึกวาบหวิวเหมือนเคยถูกเขาครอบครองมาก่อน
ริมฝีปากของเขาประกบลงมาอย่างกะทันหัน หยาบกร้านแต่ร้อนรุ่ม
ลมหายใจของเขาเหมือนไฟที่แผดเผาผิวเนื้อเธอ จากริมฝีปาก ลากลงไปยังลำคอ ขบเม้มอย่างจงใจให้ทิ้งรอย
“นี่คือการผูก มึงจะไปไหนไม่ได้อีกแล้ว”
เสียงเขากระซิบข้างหู ก่อนที่เขาจะผลักร่างของเธอลงกับเบาะหนังเสือที่ปูอยู่บนพื้น
ชบารู้สึกเหมือนร่างกายถูกกักขังด้วยบางอย่างที่ไม่ใช่แขนของเขา แต่เป็นมนต์ผูกกรรมที่ทำให้เธอขยับหนีไม่ได้
ลิ้นร้อนของเขาค่อย ๆ ลากลงไปตามแนวกระดูกซี่โครง ขณะที่ปลายนิ้วหยาบของเขาปัดป่ายผ่านเนินเนื้ออย่างเชื่องช้า แล้วค่อย ๆ แทรกผ่านรอยแยกที่เปียกชื้นอย่างไม่อาจควบคุมได้
“อ๊ะ… อย่า…!”
เขายิ้มเหี้ยมในเงามืด ก่อนจะใช้สองนิ้วแทรกเข้าไปในโพรงที่สั่นระริก แล้วกระตุกถี่รัว จนเสียงสะท้อนจากร่างเธอหลุดลอดออกมาเป็นจังหวะไม่เป็นภาษา
“หึ… ปากบอกไม่… แต่น้ำที่ออกมาจากหอยมึงมันบอกอีกอย่าง…”
“มันไม่ใช่เพราะฉันอยาก... มันเพราะมนต์ของหมอต่างหาก”
“ไม่ มันเป็นร่างมึงเอง ที่มันจดจำกู”
คัมภีร์ถอดผ้าขาวม้าที่พันเอวออกด้วยมือเดียว ลำตัวแข็งแกร่งของเขาเผยออกอย่างเต็มตา ท่อนเนื้อขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยรอยยันต์โบราณที่เรืองแสงสีแดงอ่อนราวกับเพิ่งเสร็จพิธีกรรม
เขาค่อย ๆ กดร่างท่อนล่างเข้าหาร่างเธอ ส่วนแข็งขืนที่ร้อนจัดเหมือนเหล็กเผา ค่อย ๆ เสียดสีผ่านกลีบบอบบางที่บวมช้ำจากแรงโลมก่อนหน้า
เธอสั่นสะท้านในจังหวะที่เขาดันเข้ามาทีละนิด...
“อ๊า… มัน… แน่น…”
“นี่แหละคือบ่วงกรรมมึง จะหนียังไงก็ไม่พ้น”
“อ่าส์…นังชบา ชาตินี้ทั้งชาติมึงต้องเป็นทาสสนองตัณหาให้กูผู้เดียว”
จังหวะกระแทกของเขาเริ่มรุนแรงขึ้น พร้อมกับเสียงพร่ำท่องคาถาที่เปลี่ยนจากภาษาบาลีเป็นเสียงครางต่ำปนคำด่าหยาบคายข้างหูเธอพร้อมเอวหนาที่สอยกระแทกหนักหน่วง
“อื้ออ อ๊ะ หยุดนะ..”
เสียงเปล่งมนต์แผ่วเบาของหมอคัมภีร์ก็เริ่มเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงเนื้อกระทบเนื้อ กับเสียงครวญครางของหญิงสาวที่ต้านทานไม่ไหวอีกต่อไป
ร่างของชบาสั่นสะท้าน ถูกตอกตรึงอยู่กับเบาะหนังเสือที่มีกลิ่นน้ำมันไสยดำจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ผิวกายของเธอเปียกชื้นจากเหงื่อ ทั้งจากพิธีกรรม และจากฤทธิ์ราคะที่หมอผีเถื่อนปลุกขึ้นมาจากภายใน
“แน่นไปทั้งตัวมึงเลย… หืม… ข้างในมันดูดกูขนาดนี้ ยังจะปฏิเสธอีกเหรอ”
เสียงเขาขบกรามต่ำ พลางจับสะโพกเธอไว้แน่น แล้วกระแทกกายเข้าใส่อีกครั้งลึกกว่าเดิม
เสียงเนื้อที่กระทบกันดังก้องอยู่ในเรือนไม้ เหมือนตอกย้ำความจริงว่าเขาไม่ได้เพียงแค่ ครอบครองเธอชั่วคราว แต่เป็นการ ผูกวิญญาณ แบบถอนออกไม่ได้
ชบาหลับตาแน่น น้ำตาหยดหนึ่งซึมออกจากหางตา ไม่รู้ว่าเพราะเจ็บหรือเพราะร่างกายทรยศใจตัวเอง.
เธอพยายามหุบขาเข้าหากัน แต่หมอคำภีร์แสยะยิ้มร้าย ก่อนจะดึงข้อเท้าเธอขึ้นพาดบ่า
“จะหุบอะไร... ข้างในมันดูดกูยิ่งกว่าพระแม่ธรณีอีก”
ปลายลิ้นของเขากดลงกลางอกที่สะท้านไหว ดูดดึงยอดอกเธอด้วยแรงขบเคี้ยวที่เจ็บจนเสียว ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวหญิงสาวให้แอ่นรับอย่างลืมตัว
เขาทั้งดุดัน หยาบคาย แต่ก็ทำให้ร่างกายเธอเปียกชื้นและวาบหวามจนขอบตาสั่น
“ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้…”
เสียงของเธอแทบไม่เป็นเสียง ความสับสนระหว่างความอัปยศกับความเสียวที่ล้นลึกทำให้เสียงสั่น
แต่มือของเธอกลับไม่ผลักไสเขาอีกแล้ว กลับจิกลงบนไหล่หนาของเขาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
“เพราะมึงเคยหักหลังกู…” เขากระซิบข้างหู แล้วกัดใบหูเธอเบา ๆ
“ชาติก่อนมึงทิ้งกูไว้กลางพิธี… ทิ้งกูให้ตายและถูกเผาทั้งเป็น…”
“ไม่ใช่ฉัน… ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย…”
“ใช่ มึงนั่นแหละชบา มึงจะต้องชดใช้ด้วยร่างมึงนี่แหละ”
เขาฝังร่างเข้าไปลึกกว่าเดิม จนเธอเผลอครางเสียงหลุด
“อ๊า…!” กล้ามเนื้อในกายเธอบีบรัดตอบรับเขาราวกับมันจำกันได้ ทั้งที่เธอพยายามห้าม
หมอคัมภีร์จับร่างของเธอให้พลิกคว่ำ มือหยาบจับเอวเธอแน่น แล้วแทงสะโพกเข้าไปจากทางด้านหลัง อย่างไม่มีคำเตือน ไม่มีการประนีประนอม
เสียงน้ำจากความเปียกของเธอกระทบกับความแข็งขืนของเขา ดังจนชบาอับอาย แต่ก็ยิ่งตอกย้ำว่า เธอยอมไปทั้งร่างกายแล้ว
“อยากหนีเหรอ… งั้นกูจะทำให้มึงเดินกลับร้านไม่ได้เลยสักก้าว”
จังหวะสอบสะโพกของเขากระเด้าถี่ ๆและรุนแรง จนชบาต้องกัดแขนตัวเองกลั้นเสียง เธอรู้สึกถึงแรงกระแทกที่ไปถึงท้องน้อย ราวกับเขากำลังครูดเอาความรู้สึกผิด ความกลัว และความหวามของเธอออกมา
มืออีกข้างของหมอคัมภีร์เอื้อมมากระตุ้นจุดอ่อนไหวเบื้องหน้าไปพร้อมกัน
ทั้งบีบ ทั้งลูบ ทั้งบิดวนช้า ๆ ในจังหวะเดียวกับที่เขากระแทกเข้าสุดแรงทุกครั้ง
“อ๊า… ไม่ไหวแล้ว… ไม่ไหว…”
“แตกเลยมึง… เสร็จพร้อมกูนี่แหละ…”
เสียงครางของเธอดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนกลืนกับเสียงหอบของเขา กลิ่นเหงื่อ กลิ่นน้ำมนต์ กลิ่นความใคร่รวมกันจนบรรยากาศคล้ายจะระเบิด
ในจังหวะสุดท้าย หมอคัมภีร์กดร่างแนบสนิทกับแผ่นหลังเธอ กระซิบเสียงแหบพร่า
“จำไว้… ตั้งแต่คืนนี้… วิญญาณของมึง… เป็นของกู…”
จากนั้นเขากระแทกเข้าครั้งสุดท้าย ปล่อยความร้อนฉ่าลึกเข้าไปในร่างของเธออย่างเต็มเปี่ยม…