ฉันเป็นนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ฉันรีบนั่งทำการบ้านให้เสร็จ ทว่า ในขณะที่ฉันกำลังตั้งใจทำการบ้าน มีสายเข้าฉันละสายตาจากหนังสือ ก่อนจะขมวคคิ้วเป็นปมด้วยความแปลกใจ
"เบอร์แปลก? " เป็นเบอร์แปลกก็จริงแต่ฉันก็ไม่ลังเลที่จะรับ
("เรยารับสายไม่ทราบว่าใครคะ")
ทว่าปลายสายก็ยังคงเงียบไร้การสนทนาที่ตอบกลับมา หรือโรคจิตโทรมาป่วน
("ได้ยินที่ฉันถามไหม โทรมาแล้วไม่พูด ถ้าไม่พูดฉันขอเสียมารยาทวางสายนะ")
(หึ...) มีเพียงแค่ 'หึ' หลุดออกมาแล้วสายก็ถูกตัดไป
"บ้าป่าวเนี่ยโทรมาแล้วไม่พูดแถมยังมาทำเสียงขึ้นจมูกใส่อีกตัดสายฉันทิ้งด้วย เป็นโรคจิตหรือไงวะ" ฉันยืนบ่นอย่างอารมณ์เสียก่อนจะวางมันไว้ที่เดิม
เวลาผ่านไปราวสามสิบนาที การบ้านเสร็จเรียบร้อย ฉันมองดูนาฬิกามันบอกว่าถึงเวลาอาหารค่ำแล้ว แต่ทำไมแม่นมยังไม่ตามฉันอีก
ปัง! ปัง! เสียงประตูหน้าห้องดังขึ้นแต่เสียงมันดังจนผิดปกติ แม่นมคงไม่ทุบประตูอย่างนี้เป็นแน่ จะมีก็แค่เขาคนเดียว ไม่ใช่หรอกมั้ง?
"ใครมาทุบประตูห้อง" ฉันยังคงไม่ลุกไปเปิดประตู แต่เสียงมันก็เริ่มดังมากขึ้นราวกับระบายอารมณ์ใส่ สุดท้ายก็ต้องเดินนวยนาถไปเปิดมัน
"นี่ ทำไมต้องเคาะประตูเสียงดังขนาดนี้ เรียกชื่อไม่เป็นหรือไง " ฉันตกใจเมื่อเปิดประตูบานนั้นออก
"แม่ร่วง! " ฉันอุทานตกใจที่เห็นคนตรงหน้า นี่ไม่ใช่แม่นมคนเดิม ทว่ากลับเป็นบุคคลที่ฉันไม่คิดว่าเค้าจะมาทำอะไรแบบนี้อีก เพราะการกระทำอันแสนเถื่อนมีเพียงเขาเท่านั้นที่กล้าทำ ซึ่งมันก็นานมามากแล้ว
"ไง" นั่นคือคำทักทายคำแรกที่เจอกัน
"พะพี่...เหมราช" เสียงของฉันตะกุกตะกักตกใจเมื่อเป็นเขาจริงๆ ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้ดูปกติ
"หึ หัดเกรงใจคนที่รอซะบ้าง" ชายหนุ่มรูปงามที่ไม่เจอกันมานานสิบห้าปีดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก แต่ฝีปากที่เคยได้ยินมันยังคงเหมือนเดิมแถมมันยังรุนแรงมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
"นี่พะพี่ ทำไมต้องพูดจากับน้องอย่างนี้ด้วย" ฉันยังอยากเป็นมิตรกับเขาอยู่
"เฮอะ น้องงั้นหรอ เธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า"
"เรย์เป็นน้องสาวพี่เหมไงคะ หรือว่า.."
"ฉันมีน้องสาวคนเดียวส่วนเธอไม่ใช" เขาตอบกลับมา ได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหมว่าตัวฉันเป็นใคร เขาไม่เคยเห็นฉันเป็นน้องเลย ฉันได้แต่หลบตาต่ำลงพร้อมเอ่ยออกไป
"เข้าใจแล้วค่ะ กลับมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"
"ต้องรายงานคนนอกอย่างเธอด้วยหรือไง หึ"
"ขอโทษค่ะ" เพราะฉันมันก็ไม่ต่างอะไรจากคนรับใช้อยู่แล้ว สายตาคมกริบจ้องมองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ฉันชักเริ่มกลัวบุคคลตรงหน้า
"มีเรื่องจะใช้กันหรือเปล่าคะ"
"ได้รับใช้ฉันสมใจแน่" ประโยคเมื่อครู่ฟังแล้วชวนเสียวหลังอย่างบอกไม่ถูก เมื่อพูดเสร็จแล้วเขาก็เดินออกไปเพียงไม่กี่ก้าวก็หยุดแล้วหันกลับมาคืน
"ข้าวเย็นจะทานไหม อย่าให้คนอื่นต้องมานั่งรอ เพราะมันลำบากฉันต้องมาตามอีก" เขาพูดว่าไงนะ? ลำบากมาตามฉันเนี่ยนะ
"เอ๋..."
"ไม่เข้าใจหรือไง" เขาพูดตะคอกใส่ทำเอาตกใจสุดๆ
"จะรีบลงไปตอนนี้เลยค่ะ" ฉันรีบตอบรับเขาไป เฮ้อเอาแล้วไงฉัน เพิ่งกลับมาไม่ทันตั้งตัว พอเจอแบบนี้วันแรก ก็ไม่อยากจะนึกถึงวันต่อๆ ไปเลย
"สยองชะมัด" ฉันพึมพำกับตัวเองรีบสาวเท้าเดินลงไปข้างล่างทันทีชักช้าเดี๋ยวโดนเชือดอีกจะทำไง
ฉันเดินลงบันไดมาถึงขั้นสุดท้ายพร้อมสายตาเพ่งเล็งไปยังโต๊ะอาหาร มองดูสตรีนางหนึ่งที่นั่งเทียบคู่กับพี่เหมราช เธอไม่ใช่คนในครอบครัวของเรา
"มัวยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้นมาทานข้าวกัน วันนี้มีแขกพิเศษมาร่วมโต๊ะด้วยนะ" พี่สาวเอ่ยเรียก
ฉันเดินเข้าไปพร้อมเลื่อนเก้าอี้นั่งฝั่งเดียวกันกับหญิงสาวคนนั้น เธอนั่งตรงข้ามกับพี่เหมราช ส่วนฉันนั่งตรงข้ามกับพี่มิลิน ซึ่งก็เป็นที่ประจำฉันนั่นแหละ
"ชักช้า ทำตัวเป็นที่สนใจไม่เปลี่ยน" เสียงจากคนตัวโตที่ไม่ว่าจะทำอะไร ก็มักจะต่อว่าหรือเหน็บกันด้วยคำพูดที่ฟังแล้วเจ็บ
"เหมคะ ทำไมพูดจากับน้องเค้าแบบนั้น ไม่น่ารักเลย" ผู้หญิงคนนั้นเอ็ดพี่เหมราช คำพูดเหล่านั้นทำฉันหน้าชา และสะอึกจุกในหัวใจ เขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย มีแต่จะรุนแรงมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
"นี่พี่รดา เป็นแฟนของพี่ชายเราจ้ะ" พี่มิลินแนะนำให้เราสองคนได้รู้จักกัน
"สวัสดีค่ะพี่รดา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" ฉันยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส
"ยินดีเช่นกันค่ะ ไม่เห็นจะเป็นอย่างที่เหมพูดเลยเนอะ" พี่รดาเขายิ้มและรับไหว้อย่างเป็นมิตร สวยหล่อเหมาะกันดี ทว่าพี่เขาพูดว่าพี่เหมเคยเล่าอะไรให้ฟัง ทำเหมือนว่าเป็นคนสำคัญเลยเนาะ ก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองหรอก ดูยังไงก็ไม่ใช่
"พี่เหมเล่าอะไรให้พี่รดาฟังคะ" ด้วยความที่คันปากอยากรู้ก็เลยโพล่งถามออกไปดื้อๆ เออฉันก็ช่างกล้าถามออกไป ดันไปเผลอเรียกพี่อีกสายตาคมกริบจับจ้องมองมาที่ฉัน
"ก็เรื่อง..." เธอกำลังจะพูด
"เหมว่าทานข้าวกัน อย่ามัวไปไร้สาระเลย" เขาพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาตักอาหารใส่จานแฟนสาว
"ไร้สาระอะไรกันเหม นี่น้องสาวแฟนทั้งคนจะมองไร้สาระได้ไง" อึก! แฟนงั้นเหรอ รู้สึกเจ็บดีจัง
"........" ฉันก้มหน้ามองจานข้าวเขี่ยวนไปมาไม่อาจทำอะไรได้อีก เลยเลือกที่จะเงียบอย่างเจียมตัวเอง บรรยากาศทานข้าวมื้อนี้มันช่างอึดอัดและไม่อร่อยเอาเสียเลย
"เรย์" พี่มิลินเอ่ยเรียกฉัน
"คะพี่" ฉันเงยหน้าขึ้นมองพี่สาว
"คะแนนสอบของวิชาหลักออกยัง" พี่มิลินเอ่ยถามเรื่องคะแนนสอบซึ่งเป็นวิชาหลักที่หินมาก ทุกครั้งเวลาคะแนนออกมาเจ้าสัวกับพี่มิลินก็มักจะถามตลอด
ที่ถามไม่ใช่อะไรหรอกนะ แค่จะได้ดูเป็นแนวทางว่าฉันจะเรียนโง่ไหม ดูเป็นเห็นผลที่ธรรมดานะ แต่อย่าลืมว่าฉันเป็นใครลูกสาวเจ้าสัว หนำซ้ำพี่เหมราช กับพี่มิลิน หัวสมองระดับกะทิเลย แล้วมันก็เป็นความภาคภูมิใจของท่านเจ้าสัวด้วย
"ออกแล้วค่ะหนูมัวแต่ห่วงเจ้าสัวเลยลืมบอกไป"
"ว้าว นี่น้องเรย์เรียนชั้นไหนแล้วคะ" น้ำเสียงของพี่รดาดูลุกวาวเวอร์เกินจริง
"มิลินขอตอบแทนน้องนะคะ เรย์จะจบมัธยมปลายอีกไม่กี่เดือนแล้วค่ะ อีกหน่อยก็เข้ามหาลัย" พี่สาวออกตัวและรู้สึกยินดีเหลือเกินที่การเรียนของฉันออกมาในเกณฑ์ดี
ฉันมันก็แค่เด็กคนหนึ่งที่พยายามเติบโตและเข้มแข็งให้ได้ ใครจะไปรู้ว่าลับหลังก็ยังคงแอบร้องไห้อ่อนแอเหมือนเดิม
"จะเก่งสักแค่ไหน" รอยยิ้มของฉันหุบลงเมื่อเขาไม่ยินดีชมเชย แถมยังดูแคลนกันเสียด้วย ฉันกำมือแน่นอยากเอาคืน
"ก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แค่ร้อยเต็มร้อยค่ะ" ฉันพูดบอกและยิ้มอย่างภาคภูมิใจเป็นไงล่ะ ฉันเรยาไงจะใครล่ะ
"เรย์ไม่เคยทำให้พ่อและพี่ๆ ผิดหวังจริงๆ เป็นไงพี่เหม น้องสาวเราเก่งใช่ไหม"
"ก็ดีที่ยังรักเรียน" เหมือนจะชมแต่ก็ไม่ชม จะตายหรือไงที่ชมฉันเนี่ย
"อย่าลืมที่สัญญา" พี่มิลินทวงอะไรบางอย่างจากพี่ชาย
"รู้แล้วน่ายัยลิน" สัญญาอะไรของพี่เหมกับพี่มิลินกันนะ แล้วพี่เหมรู้เรื่องผลการเรียนเรามาตลอดเลยเหรอ?
"ใจร้อนให้ว่องเลย" แล้วน้องสาวของเขาก็เร่ง
"ยังก่อน รอให้สอบเข้ามหาลัยให้ได้ก่อนเถอะถึงจะรู้ว่าเก่งจริงหรือฟลุ๊ค" แน่ะ! ไม่ชมแล้วยังจะมาดูถูกดูแคลนอีก อยากจะเอาซ่อมจิ้มตาแม่งให้บอดจริงๆ
"เก่งทั้งบ้านเลย คนเล็กก็เก่ง" พี่รดาคงอยากมีซีน
"ขอบคุณค่ะ" ฉันก็เอ่ยขอบคุณพี่รดา
"รดาชอบน้องเรย์จัง มาเป็นน้องสาวพี่อีกคนนะ"
"เอ๋..." มาขอให้เป็นง่ายขนาดนั้นเชียว
"อย่าเอามาให้ชีวิตแย่เลยรดา เชื่อผมเถอะ" วาจาเชือดเฉือดบาดใจฉันไม่เลิก ฉันเผลอโกรธและกำลังไม่พอใจเขาอยู่
เสียงช้อนกระทบกับจานข้าวด้วยฝีมือของฉันเอง ฉันผิดหวังกับคำพูดของพี่เหมราช จะพูดแทงใจไปถึงไหน
เกลียดกันมากขนาดนั้นเลยสินะ ฉันเผลอแสดงกิริยาที่ไม่น่ารักออกไปเลยกลายเป็นจุดสนใจ ก่อนจะชั่งใจแล้วเอ่ย
"ขอโทษค่ะ" ฉันพูดเสร็จลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้แล้วรีบเดินออกมาโดยมีเสียงของพี่มิลินตะโกนถามตามหลังมาแต่ไม่สนใจรีบวิ่งขึ้นห้องนอนตัวเอง
"พูดจาแบบนั้นกับน้องตัวเองได้ไงคะ"
"ไม่ใช่น้องสาวของผม ทำไมจะพูดแบบนั้นไม่ได้" เหมราชยังคงไม่รู้สึกสะท้านในนิสัยอันหยาบคายของตัวเอง
"พี่เหม ถ้าพ่อมาได้ยินที่พี่พูดกับน้องแบบนั้นพ่อจะรู้สึกยังไง พ่อเคยบอกว่าให้รักน้องเหมือนน้องแท้ๆ เพราะน้องไม่มีใครพี่จำไม่ได้เหรอ" มิลินดาต่อว่าเขาอีกคน ด้วยความรู้สึกผิดหวังไม่ต่างกัน พี่ชายเธอมันร้ายกาจถนัดพูดจาทำร้ายจิตใจคนฟังอย่าางเรยา
"ยัยนั่นไม่ใช่น้องของพี่"
"ถึงจะไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ แต่ยังไงน้องก็ยังเด็กแล้วเหมเป็นผู้ชายมันแรงไปสำหรับเด็ก" รดาแฟนสาวต่อว่าชายหนุ่ม
"พี่รดารู้เรื่องนี้ด้วยหรือคะ นึกว่าพี่ไม่รู้" มิลินดาขมวดคิ้วชนกันถามด้วยความสงสัยว่าหล่อนทราบปูมหลังของเรยาได้ยังไง
"ก็เหมเขาเป็นคนบอกพี่เอง แถมยังเอ่ยปากชมน้องสาวตัวเองว่า..." ยังไม่ทันจะพูดจบชายหนุ่มก็ตัดบทสนทนาทันดี
"รดาทานข้าวต่อเถอะ นี่มันดึกมากล่ะ" เขาพูดพร้อมกับตักอาหารเข้าปากทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร
"ทานกันต่อเถอะค่ะ ลินจะไปดูน้องป่านนี้ร้องไห้ใหญ่แล้ว เบื่อคนใจร้ายเเถวนี้" ชายหนุ่มมองหน้าน้องสาวอย่างเคืองๆ กล้าดียังไงมาว่าเขา เป็นถึงพี่ชายแทนที่จะให้ความเคารพกลับมาต่อว่ากันได้ยังไง ยัยน้องสาวตัวดี
หลังจากที่พาตัวเองหนีออกมาจากจุดนั้น ฉันก็เอาแต่ร้องไห้อยู่บนเตียงนอน นึกถึงหน้าคนใจร้ายทีไรน้ำตามันก็ยิ่งไหลพรั่งพรู
"ฮึก...ฮือๆ " ทำไมฉันทำอะไรก็ดูจะผิดไปเสียทุกอย่าง ไปทำอะไรให้เขาเกลียดมากมายขนาดนั้น เขาไม่เคยเปลี่ยนเลยเคยใจร้ายแบบไหนก็ยังเหมือนกับสิบห้าปีก่อน
'ยัยเด็กไม่มีพ่อแม่ มาอยู่บ้านคนอื่นแบบนี้ได้ไง' พี่เหมตอนนั้นกำลังล้อปมที่ฉันไม่มีใคร
'ฮือๆๆ ทำไมพี่ใจร้ายกับหนูจังหนูเป็นน้องสาวพี่นะ' ฉันร้องไห้ฟูมฟายสะอื้นจนตัวโยน
'เธอไม่ใช่น้องสาวของฉันยัยเด็กเก็บมาเลิ้ยงน้องฉันมีแค่มิลินคนเดียว' เขามักจะย้ำแบบนี้เสมอ ย้ำว่าฉันไม่ใช่คนในครอบครัว
'ฮึกฮือๆ พี่เหมใจร้ายเรย์ไม่รักพี่เหมแล้ว เรย์เกลียดพี่'
'กล้าว่าเกลียดฉันเหรอยัยเด็กสกปรกยัยเด็กพ่อแม่ทิ้ง' เขาโกรธจัดที่ถูกฉันพูดว่าเกลียด ก็มันน่าเกลียดจริงๆ
'เจ้าเหม หยุดเลยนะมาขอโทษน้องเดี๋ยวนี้พ่อสั่ง' เสียงคุณพ่อร้องปรามพี่เหมที่เอาแต่กลั่นแกล้งกัน
'ผมไม่ขอโทษเด็ดขาดเธอไม่ใช่น้องสาวผม' เขาไม่เคยเอ่ยคำขอโทษสักครั้ง
'นี่เหม พ่อบอกกี่ครั้งแล้วให้รักน้องเหมือนน้องแท้ๆ เพราะน้องไม่มีใครเลย' คุณพ่อเองก็เหนื่อยใจที่พี่เหมตั้งท่ารังเกียจฉัน
'คุณพ่อขา หนูเกลียดพี่เหมหนูไม่รักพี่เหมแล้ว' ฉันร้องบอกพร้อมสะอื้นหนักหน่วง
'อย่ามาเรียกพ่อของฉันว่าพ่อนะยัยเด็กเหลือขอ' พี่เหมตวาดใส่อย่างดัง พร้อมกับเข้ามาผลักฉันจนล้ม
'เจ้าเหม! ' เพียะ! คุณพ่อตบหน้าพี่เหมที่ทำร้ายร่างกายฉัน
'แกชักจะมากเกินไปแล้วนะ นี่มันน้องแกจะมาเรียกแบบนี้ไม่ได้' พี่เหมจ้องหน้าฉันเขม็งพร้อมดวงตาแดงกำ
'ฮึกพ่อครับ พ่อตบผมเพราะมัน พ่อปกป้องมันผมเกลียดพ่อ' เขาน้อยใจที่ถูกพ่อตบหน้า และเข้าใจผิดคิดว่าท่านปกป้องฉันมากกว่าลูกอย่างเขา
'ดะเดี๋ยวเหมลูก พะพ่อไม่ได้ตั้งใจนะลูก' เขาวิ่งหนีคุณพ่อด้วยความโกรธน้อยใจ และสุดท้ายเกลียดเด็กอย่างฉัน
'ฮือๆ คุณพ่อขา ถ้าพี่เหมเค้าไม่อยากให้หนูเรียกว่าพ่องั้นหนูจะไม่เรียก หนูขอเรียกท่านเจ้าสัวแทนก็ได้ค่ะฮึก' นี่จึงเป็นเหตุผลเดียวที่ฉันต้องการ และเพื่อความสบายใจของพี่เหมด้วย
'ยังไงหนูก็เป็นลูกของพ่อเสมอและตลอดไปนะลูก'
ภาพเหตุการณ์เก่าๆ ฉายวับเข้ามาในหัวของฉันอีกแล้ว เมื่อไหร่หนอมันจะหายวับหลุดออกจากห้วงความทรงจำอันเลวร้ายนี้สักที
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น ฉันรู้ว่าเป็นใครแต่ไม่อยากจะพูดคุยกับใครทั้งนั้น
"เปิดประตูให้พี่เข้าไปหน่อยได้ไหม" เสียงพี่มิลินดังขึ้น
"หนูขออยู่คนเดียวได้ไหม ฮึก ไม่อยากคุยอะไรตอนนี้" ฉันตะโกนกลับไปพร้อมอ้างเหตุผล ให้คุยกันตอนนี้มีหวังคงไม่รู้เรื่อง
"เรย์ ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยนะ พี่เป็นห่วง"
"หนูไม่หิวค่ะ ฮือๆ หนูมันก็แค่คนอื่น" เรายังคงตะโกนคุยกัน
"เรย์เป็นน้องสาวพี่เป็นลูกของพ่อพี่ไม่เคยคิดแบบอื่นกับน้องเลย" พี่สาวมักย้ำกับฉันเสมอว่าไม่เคยเห็นฉันเป็นคนอื่น เสียงเงียบไปพักหนึ่ง กระทั่งประตูถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างบางของพี่สาวที่เดินมาหาฉันบนเตียง
"เรย์" พี่มิลินเรียกเสียงแผ่ว
"ฮึก พี่ลิน ฮือๆ พี่เหมเกลียดเรย์ไม่เปลี่ยนเลย" ฉันโผเข้ากอดพี่สาวไว้แน่นด้วยความโหยหา กอดที่อบอุ่นยามท้อแท้หมดหวังและอ่อนแอ
"ร้องไห้ทำไม ไหนบอกพี่ซิ" มือบางลูบหลังฉันแผ่วเบา
"หนูคิดถึงพ่อแม่ เรย์ไม่รู้ว่าพวกท่านเป็นใคร"
"ทำไมเรย์พูดแบบนี้ เรย์ มีพ่อมีพี่มีพี่เหมทั้งคน"
"มีแค่พ่อกับพี่สาวที่ไม่ใช่ สายเลือดแท้ๆ "
"ทำไมเรย์ถึงคิดแบบนี้อย่าไปใส่ใจกับคำพูดพี่เหมเลยนะ พี่เหมปากร้ายก็จริงแต่พี่เหมเขา.."
"เขาเกลียดหนูยิ่งกว่าอะไร สิบห้าปีที่ผ่านมาเกลียดยังไงก็ยังคงเกลียดแบบนั้น"
"ไม่ต้องร้องแล้วนะพี่อยู่ตรงนี้แล้ว" พี่มิลินกอดปลอบพลางลูบหลังฉันเบาๆ ด้วยความสงสาร เธอรู้ว่าพี่ชายตัวเองไม่ชอบขี้หน้าฉัน ถึงอย่างไรเขาก็รักและหวงแหนไม่มีสักครั้งที่จะดุด่าว่ากล่าวฉัน
"นอนพักก่อนไหม ร้องไห้จนตาบวม ไม่น่ารักเลย" พี่มิลินพูดพลางเช็ดน้ำตาให้กับฉันอย่างอ่อนโยน
"ขอบคุณค่ะ" ฉันยกมือไหว้ด้วยความทราบซึ้งใจ ก็มีแต่พี่สาวคนนี้ที่คอยอยู่เคียงข้างกัน ปลอบใจฉันยามหมดแรงหรือน้อยใจในโชคชะตา
การเป็นฉันมันไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆ เขาเห็นกันหรอก พ่อแม่เป็นใครก็ไม่รู้พอมีชีวิตใหม่กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด หรือฉันต้องตายถึงจะได้สบาย...