มาวันแรกก็โดนเลย

2543 คำ
ในคืนก่อนวันแรกของการปฏิบัติภารกิจ ลีนั้นรู้สึกตื่นเต้นจนเกินกว่าจะข่มตาหลับได้ แม้จะพยายามหาวิธีต่างๆ เพื่อหวังว่าจะเพลียจนหลับ แต่ทั้งหมดนั้นกลับไม่เป็นผล “ไม่ได้นอนก็ไม่เป็นไร ไปแอบหลับในห้องเรียนก็ได้วะ” เขาพูดกับตัวเองเบาๆ ขณะก้าวเข้าไปในห้องน้ำ เสียงน้ำจากฝักบัวที่กระทบกับพื้นห้องน้ำช่วยให้ความคิดของเขาชัดเจนขึ้น ลีล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำเย็นจัด หวังว่ามันจะช่วยกระตุ้นให้เขาตื่นตัว และเมื่อเวลา 6 โมงเช้ามาถึง ลีสวมเสื้อเชิ้ตใหม่ที่เพิ่งซื้อมา ผ้าสีขาวสะอาดตัดกับกางเกงยีนส์สีเข้มที่พอดีตัวอย่างสมบูรณ์แบบ ลีมองดูตัวเองในกระจกพลางจัดทรงผมให้เรียบร้อย ก่อนจะออกจากห้องไป ลานหน้าวิทยาลัยช่างกลกวังยาว์เต็มไปด้วยนักศึกษาที่เริ่มมารวมตัวกันเพื่อพูดคุยและหัวเราะกับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน อากาศยามเช้าในเมืองยังคงเย็นสบาย และแสงแดดอ่อนๆ ก็เริ่มสาดส่องผ่านต้นไม้ที่ปลูกเรียงรายอยู่ริมทางเดิน ลียืนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของบรรยากาศรอบตัว “เอาล่ะ นี่คือภารกิจของกูสินะ” ลีพูดกับตัวเองเบาๆ พลางยิ้มเล็กน้อยพยายามไม่ให้ใครสังเกตเห็น ทันใดนั้น เสียงวุ่นวายที่เริ่มก่อตัวขึ้นตรงกลางลานดึงดูดความสนใจของลี เขาหันไปเห็นจิณ นักศึกษาหนุ่มตัวสูงราว 180 กว่าๆ กำลังยืนเถียงกับอาจารย์ที่เขาได้ยินชื่อว่าชื่อสินชัยด้วยท่าทีเคร่งเครียด ทำให้นักศึกษาหลายคนหยุดการสนทนาและหันไปดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจ “ปล่อยมือเธอเหอะอาจารย์! คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้!” จิณตะโกนเสียงดัง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธขณะที่เขามองไปที่สินชัยที่กำลังจับแขนของนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง สินชัยยืนยิ้มเหยียดเบาๆ แต่ท่าทีของเขาแสดงถึงความเอาแต่ใจที่ไม่สนใจความรู้สึกของผู้อื่น ลีเห็นนักศึกษาหญิงตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัว และจิณที่พยายามช่วยเธอ เขารู้สึกได้ถึงการคุกคามในสถานการณ์นี้ จึงตัดสินใจเดินเข้าไปอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ หมัดของลีได้เข้าพุ่งเข้าไปต่อยหน้าของอาจารย์สินชัยทันที เสียงหมัดที่กระทบกับใบหน้าของสินชัยดังสนั่นไปทั่วลาน นักศึกษาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ตกตะลึงและหันไปมองลีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจราวกับว่าพวกเขาเพิ่งเห็นฮีโร่ที่ลุกขึ้นยืนเพื่อต่อสู้กับความอยุติธรรม ลีพยายามยิ้มเมื่อเห็นอาจารย์ท่านหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางเขาและจิณ พร้อมกับไม้เรียวแท่งยาวในมือ สีหน้าและท่าทีของอาจารย์บ่งบอกชัดเจนว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงด้วยดี หลังจากนั้น ลีและจิณถูกเรียกตัวเข้ามาที่ห้องปกครอง พวกเขานั่งลงบนเก้าอี้ที่แข็งกระด้าง ตรงข้ามกับอาจารย์พิสุทธิ์ที่มีท่าทางเคร่งเครียด ขณะที่สินชัยยืนอยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้าที่บูดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ “ธนากร! คุณรู้ไหมว่าการกระทำของคุณอาจส่งผลเสียกับคุณที่เป็นเด็กใหม่ได้” อาจารย์พิสุทธิ์ถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่ลีไม่ได้รู้สึกกังวลแม้แต่น้อย เขาสบตาอาจารย์อย่างมั่นใจแล้วตอบกลับ “ครับ แต่ผมไม่สามารถยอมรับการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อผู้หญิงได้” เขาพูดออกไปด้วยความเชื่อมั่นในความถูกต้องของตัวเอง ขณะที่สินชัยเริ่มแสดงละครฉากใหญ่ ทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำทั้งๆ ที่ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นคนก่อเหตุ จิณที่นั่งอยู่ข้างๆ เริ่มเห็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังจะตกเป็นฝ่ายที่ต้องรับโทษ เขาจึงเอื้อมมือไปแตะลีเพื่อพยายามให้เขาหยุดพูด แต่ลีที่รู้ทันว่าเหตุการณ์อาจไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ก็ได้เตรียมตัวมาก่อน เขาส่งข้อความไปหาเพื่อนในหน่วยงานที่อยู่ต่างที่ เพื่อขอให้แฮ็คกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน ไม่นานหลังจากนั้น ลีก็ได้รับคลิปจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ เขายิ้มเล็กน้อยขณะเปิดคลิปในมือถือและส่งต่อไปให้พิสุทธิ์และสินชัยดูทันที “ถ้าอาจารย์บอกว่าอาจารย์ไม่ผิด งั้นอันนี้ล่ะครับ” ลียื่นมือถือให้สินชัยดู สินชัยมองหน้าจอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตระหนก ใบหน้าของเขาซีดเผือดไปในทันทีเมื่อรู้ว่าตนไม่สามารถแก้ตัวได้อีกต่อไปอาจารย์พิสุทธิ์ที่มองเห็นภาพจากคลิปวิดีโอได้แสดงท่าทีจริงจังขึ้น “เห็นชัดเจนว่าอาจารย์สินชัยได้ทำการละเมิดนักศึกษาหญิงจริง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ดังนั้น การกระทำของธนากรในการปกป้องนักศึกษาเป็นสิ่งที่เข้าใจได้” เมื่อได้ยินคำของอาจารย์พิสุทธิ์ สินชัยยืนเงียบอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล เขารู้ดีว่าตนคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษได้ “ธนากรและจิณวัฒน์ พวกเธอสามารถกลับไปได้ แต่หากมีเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมอีก เราจะดำเนินการตามกฎของวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด” อาจารย์พิสุทธิ์กล่าวสรุป “ครับอาจารย์/ครับ” ลีและจิณรับคำด้วยความรู้สึกโล่งใจ ทั้งคู่เดินออกจากห้องปกครองด้วยความพอใจที่ทำในสิ่งที่ถูกต้องนั่นก็คือสินชัยได้รับโทษทางวินัยตามกฎของวิทยาลัยแห่งนี้ เมื่อเดินออกจากห้องปกครองจิณก็ได้เดินมาส่งลีถึงหน้าห้องเรียนเรียบร้อยตัวเขาก็เดินไปยังอีกตึกหนึ่งซึ่งเป็นตึกของภาคช่างไฟฟ้า ส่วนลีเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง สายตาของเขาพบกับยิม ซึ่งเป็นคนที่มีประเด็นในแชทกลุ่มก่อนที่ลีจะโดนเรียกเข้าห้องปกครอง เรื่องเริ่มจากการที่ลีและเพื่อนๆ โดนกล่าวหาว่าเป็นคนแก่ ยิมจ้องมองลีด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ราวกับกำลังประเมินหรือมีอะไรบางอย่างในใจ “ทำไมไอ้เด็กที่ว่าซีวาสแก่มันถึงจ้องกูแบบนั้น?” ลีพูดกับซีวาสและไอศูรย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความสงสัย “มันอาจจะมองเพราะมึงหล่อก็ได้” ซีวาสแนะนำ “หรืออาจจะเพราะพี่มึงมีปัญหากับอาจารย์สินชัยเมื่อเช้าด้วยล่ะมั้ง”ไอศูรย์เสริม “ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น กูถามแม่งลงกลุ่มเลยละกัน” ลีพูดขณะที่เขาหลบสายตาของยิมและหันไปคุยกับเพื่อน “มึงก็ทำตามในสิ่งที่ไอ้ชาร์มมันยุเนาะ” ซีวาสที่เพิ่งเงยหน้าออกจากโทรศัพท์มือถือหันไปพูดใส่ลีที่กำลังพิมพ์ข้อความเข้าไปใน LINE กลุ่มของตน หลังจากที่พิมพ์ข้อความเสร็จ ทุกอย่างก็เคลียร์ได้รวดเร็ว การสนทนาทำให้ทั้งพวกเขาและยิมเข้าใจกันมากขึ้น ทุกคนหันไปสบตากันด้วยความเป็นมิตร ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเรียนวิชาแรกของวัน ซึ่งเนื้อหาเต็มไปด้วยความน่าเบื่อคาบเรียนจบลงในที่สุด และก็ถึงเวลาพักว่าง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษาได้ใช้เพื่อทำการบ้านหรือทำงานค้างไว้ แต่ลี ซีวาส และไอศูรย์ไม่มีงานค้าง พวกเขานั่งมองหน้ากันด้วยความเบื่อหน่ายทันใดนั้นเอง ยิมกับเพื่อนๆ ในกลุ่มของเขาก็ลุกขึ้นมา เดินตรงมาทางโต๊ะของลี สามหนุ่มต่างสบตากันด้วยความสงสัย ก็เห็นกล่องนมกล่องหนึ่งถูกวางลงตรงหน้าลี “กูซื้อมาให้อ่ะ” ยิมเป็นคนพูดแล้ววางกล่องนมลงตรงหน้าลี ซึ่งตอนแรกลีเองก็ไม่เข้าใจว่าเด็กคนนี้ซื้อมาให้เขาทำไมแต่พอมานึกๆดูอาจจะเพราะซื้อมาตอบแทนเรื่องพี่สาวของยิมที่พูดในกลุ่มไลน์ที่เขาช่วยจากอาจารย์ไร้จรรยาบรรณอย่างสินชัยเมื่อเช้านี้ก็เป็นได้ “พวกมึงกำลังว่างกันอยู่ใช่ป่ะ ทำไรจอยๆกันหน่อยเปล่า” ตินที่สังเกตสีหน้าของลี ซีวาส และไอศูรย์ ตั้งแต่เริ่มเดินมาทางโต๊ะของทั้ง 3 คนแล้วเขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเด็กใหม่ทั้ง 3 คนของแผนกนี้กำลังเบื่อหน่ายกับเนื้อหาการสอน ซึ่งเขาเองก็รู้ดีว่าเพราะอะไร เพราะว่าเขาก็มาเรียนที่นี่ด้วยจุดประสงค์เดียวกันกับพวกซีวาสเขาจึงคิดว่าแง้มๆเรื่องของกลุ่มที่ทางพวกเขาได้สงสัยว่าอาจจะเป็นพวกที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของพวกซีวาส “อย่างเช่นไรวะ เล่นไพ่อ่อ” ซินหันไปถามตินที่เพิ่งพูดจบเพราะสิ่งที่ตินพูดนั้นไม่ได้เตี๊ยมกับพวกเขามาเลยเขาเลยสงสัยจึงได้ถามออกไป “ในสมองมึงนี่คิดแต่เรื่องทรามๆเนาะ อบายมุขสัส” “เอ๊า ก็ปกติเรื่องจอยๆของมึงก็คือการตั้งวงหลังห้องนี่หว่า” ซินทำหน้างงหลังจากถูกตินว่า ซึ่งนั่นก็เป็นความจริงที่ว่าปกติเรื่องสนุกๆของตินคือการตั้งวงไพ่หลังห้องเรียนในคาบว่าง พอตินเอ่ยปากชวนเด็กใหม่ในครั้งนี้เขาก็นึกว่าตินจะชวนเด็กใหม่เล่นไพ่ซะอีกจึงได้เอ่ยออกไป แต่เมื่อตินได้พูดแบบนั้นกับเขาแล้วเขาก็ต้องมาครุ่นคิดว่าเรื่องจอยๆของมันคืออะไร “ถ้าไม่ใช่ตั้งวงไพ่แล้วคืออะไรวะ” ไวน์เงยหน้าจากซองขนมแล้วหันไปถามติน “เรื่องไอ้ดิว” พอได้คำตอบทุกคนต่างแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายทันทีเมื่อได้ยินชื่อดิว ซึ่งเป็นเด็กเรียนที่เคร่งครัดและน่าเบื่อในสายตาพวกเขา “โถ่ไอ้ควาย กูนึกว่าเรื่องอะไร เรื่องไอ้ดิวมีอะไรน่าสนใจวะ” เคนถาม “เอ้า พวกมึงไม่อยากรู้หรอว่าไอ้ดิวที่เป็นเด็กเรียน เด็กเนิร์ดแบบนั้นน่ะแม่งเคยทำเรื่องเกเรบ้างหรือเปล่า” ตินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ดูมีเลศนัย เมื่อทุกคนได้ฟังก็คิดภาพตาม จินตนาการถึงเรื่องที่ดิวที่เป็นเด็กเรียบร้อย เด็กเรียนและเข้มงวดจะเคยทำเรื่องไม่ดีเอาไว้บ้างไหม “กูว่าไม่อ่ะ” ยิมตอบออกมาคนแรก “แต่กูว่าไม่แน่นะเว้ย” ตินพูดหยั่งเชิงให้คิดอีกรอบ คราวนี้ตินหันไปทางเคนเพื่อให้เคนเป็นฝ่ายตอบออกมา “มองกูแบบนี้คือจะให้กูตอบสินะ แต่กูคิดยังไงแม่งก็ไม่เคยทำแน่ๆแหละ” หลังจากเคนตอบเสร็จตินก็ถอนหายใจ แต่แล้วฝ่ายลีที่นั่งฟังอยู่นานก็ได้เอ่ยถามขึ้นมาถึงเรื่องดิว “พวกมึงสนิทกับกลุ่มไอดิวมากใช่ป่ะ” ซีวาสถาม “ก็มากอยู่” เคนตอบ “ดิวมันเป็นคนเข้มงวดแบบนั้นมาตั้งแต่เข้าเรียนเลยใช่มั้ย” เมื่อไอศูรย์เอ่ยถามถึงอุปนิสัยของดิว ตินก็ได้แอบลอบยิ้มในใจเพราะเป็นไปตามแผนการที่เขาเพิ่งคิดไว้สักครู่นี้จากนั้นเขาก็เป็นฝ่ายตอบคำถามแทน “ก็ตั้งแต่ที่กูเข้าเรียนมาก็เห็นว่ามันเป็นคนเข้มงวดแบบนั้นมาตั้งแต่แรกแล้วนะ นอกจากจะเข้มงวดแล้วยังขี้เก๊กขี้บ่นจู้จี้จุกจิกอะไรเยอะแยะก็ไม่รู้” “…” “แต่พวกกูก็ไม่ได้เกลียดมันหรอก มันเป็นแบบนี้ก็ดี เพราะว่ามีแค่มันที่สามารถประสานงานกับอาจารย์ของพวกช่างได้ นอกนั้นแม่งติดเล่นไม่ก็จะใส่หน้าอาจารย์อย่างเดียว” เมื่อตินอธิบายจบลี ซีวาส และไอศูรย์ก็ได้พยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ตินพูดเพราะจากที่เขาสังเกตในกลุ่มไลน์ของเด็กช่างแล้วเขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเพื่อนในกลุ่มของดิวและกลุ่มของคนที่ชื่อมั้นท์นั้นเป็นตัวแรงพอสมควรโดยเฉพาะคนที่ชื่อเฮง ที่ว่าก่อนหน้านั้นที่ได้เคลียร์ใจกับยิมใน LINE กลุ่มเด็กช่างเฮงได้พิมพ์ข้อความที่ดูน่าสงสัยเป็นอย่างมากทิ้งไว้ให้พวกเขา เขาการันตีได้เลยว่าไอ้เด็กเฮงนี่ต้องไม่ธรรมดาและเขาได้ลิสต์มันไว้ในบัญชีผู้ต้องสงสัยอันดับ 1 “สรุปว่าไม่มีใครคิดว่าไอ้ดิวจะทำเรื่องเกเรได้นะ?” ตินถามย้ำเพื่อความแน่ใจและไม่ให้เป็นการสงสัยแก่คนในกลุ่มมากจนเกินไป “ก็เออสิครับ ถ้าบอกว่าคนที่ทำเรื่องเกเรเป็นไอ้ทันมันจะน่าเชื่อกว่าเยอะเลย” ไวน์พูดตอบตินขึ้นมาทันที แต่ตินกลับไม่พูดตอบโต้อะไรออกไปได้แต่ยิ้มให้คนที่พูดกับเขาซึ่งรอยยิ้มนั้นทุกคนคิดในใจตรงกันว่าหน้าขนลุก “เอาล่ะๆ ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว สรุปตั้งวงกับกูป่าว” ตินได้พูดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับชูสำรับไพ่ขึ้นมาให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งวงไพ่หลังห้องแล้ว “แล้วบอกกูคิดแต่อบายมุข มึงแม่งตัวปล่อยอบายมุขเลยไอสัส” ซินที่เห็นสำรับไพ่ในมือตินจึงได้หันไปว่าตินที่เคยว่าเขาเรื่องที่เขาพาเข้าแต่อบายมุขเมื่อตอนก่อนเริ่มนินทาดิว “เออน่า สรุปเล่นมั้ย” ตินถามย้ำอีกครั้ง ซึ่งทุกคนในกลุ่มตินได้พยักหน้าเป็นการให้คำตอบกันทุกคนส่วนทางด้านลีได้หันไปถามความเห็นซีวาสกับไอศูรย์ด้วยสายตาประมาณว่าจะเอายังไงดี “พวกกูเล่นด้วย พวกกูเล่นเป็นแต่ไพ่ป๊อกนะมึง” ซีวาสเป็นตัวแทนของอีก 2 คนที่เหลือได้ให้คำตอบกับตินที่ยืนรอคำตอบจากพวกเขา “เวลคัมทูมินิคาสิโนของพวกกูครับผม” ทันใดนั้นเอง พวกเพื่อนๆ ของตินก็จัดสถานที่สำหรับการตั้งวงไพ่ทันที และมีเพื่อนคนหนึ่งถูกมอบหมายให้ดูต้นทาง “ฝากดูต้นทางให้ด้วยนะครับเพื่อน ถ้าพวกกูเข้าห้องปกครองเพราะอาจารย์เขามาเห็นพวกกูเล่นไพ่ พวกกูเล่นมึงนะครับ” เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อม พวกเขาก็เริ่มเล่นไพ่กันอย่างสนุกสนาน แม้จะรู้ว่าการทำเช่นนี้เสี่ยงที่จะถูกจับได้และโดนเรียกเข้าห้องปกครองอีกครั้ง แต่ในช่วงเวลานั้น ทุกคนกลับรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่าการสนุกสนานและลืมความเบื่อหน่ายจากการเรียนไปชั่วขณะบรรยากาศในห้องเรียนเงียบสงบเหมือนเดิม แต่บัดนี้ความเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ และเสียงไพ่กระทบกัน สายลมเย็นๆ พัดเข้ามาจากหน้าต่างที่เปิดไว้เล็กน้อย ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนเย็นสบาย ตรงกันข้ามกับความร้อนแรงของวงไพ่ที่เริ่มต้นขึ้น
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม