9.00 น
กริ้งงงง กริ้งงง
ใช่ครับผมนอนไม่หลับไม่หลับเลยทั้งคืนในหัวหยุดคิดไม่ได้จริงๆผมพยายามไม่ใส่ใจก็เเค่ไอ้เซ็กห่วยๆของมันถือว่าทำบุญทำทานให้หมามันไป เเต่ที่มันยังติดในใจก็เเค่มันเป็นใครถึงกล้าทำเเบบนี้ถ้าได้เจอผมจะอัดให้น่วมเลยไม่สนด้วยซ้ำว่าเเม่งจะใหญ่สักเเค่ไหน
“เออ” ผมกดรับสายไอ้เคนที่โทรเข้ามาคนเเรกเเต่ในไลน์รัวกันมาชิบหายว่าผมหายไปไหนไม่บอก กลับไม่บอก ผมเห็นนะเเต่ผมไม่มีอารมณ์ที่จะตอบพวกมัน
“ไอ้คิงมึงอยู่ไหนวะ”
“ห้องสิวะ”
“ไม่สบายเหรอวะเสียงดูเเหบๆ” ไอ้เหี้ยใช่เรื่องทักไหม
“นิดหน่อยว่ะ”
“กลับตอนไหนไม่บอกพวกกูวะ ตามหามึงทั้งคืนโทรไปก็ไม่รับ มีอะไรเปล่าวะ”
“มีอะไรของมึง”
“เสียงมีพิรุธนะสัด” พิรุธพ่อมึงสิ
“ก็มึงเล่นกลับก่อนเพื่อนจนพวกกูเเปลกใจก็เป็นห่วงสิวะเผื่อไปกระตุกตีนรุ่นใหญ่มา อาจจะโดนจัดหนักมางี้ ฮ่าๆ” ไอ้สัดทักตรงไปอีกผมหน้าหงิกขึ้นทันที
“มึงฟังกูอยู่ไหมวะ ฮัลโหลเพื่อนน”
“เออ”
“สรุปมึงไม่เป็นไรนะ วันนี้อย่าลืมมาเรียนบ่ายมีอาจารย์คนใหม่มาสอน”
“กูว่าจะลา”
“ลาไม่ได้นะเว้ยอาจารย์คนนี้เขาเคร่ง”
“ดูก่อนเเล้วกัน”
“ไม่ต้องดูเเล้วกรุณาหอบสังขารป่วยๆของมึงมาด้วยบ่ายนี้พวกกูรอโขกสับมึงอยู่ กูไปละบาย”
ติ๊ด
มือเรียวยาวนวดขมับทันที เพราะรู้สึกว่าตัวเองน่าจะไม่สบายเเล้วจริงๆเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอนเเม้เเต่นิดเดียวไหนจะไอ้ร่างกายที่ไม่เต็มร้อยนี่อีกเเค่เดินก็เสียดเเล้ว เเม่งทำการเดินกูผิดปกติไปอีก ผมอาบน้ำเเต่งตัวออกมาเพราะตั้งใจจะไปเรียนให้มันพ้นๆไปไม่สิต้องพูดว่าตั้งใจไปนอนให้พ้นๆไปมากกว่าเพราะรู้สึกหนักตาจริงๆเหมือนจะหลับตลอดเวลา ผมสำรวจตัวเองอีกครั้งก็ต้องนิ่งชะงักเพราะไอ้รอยห่าเหวพวกนี้ที่มันพ้นคอเสื้อออกมาจนต้องรีบหาฮู้ดมาใส่ทับไม่สนหรอกว่าสภาพอากาศเป็นยังไงสนเเค่ปิดให้พ้นตาไอ้พวกเวรนั้นก็พอไม่งั้นมีถามกันยาว
ผมนั่งเเท็กซี่ไปมหาลัยเหมือนเดิมเพราะรู้สึกขี้เกียจกลับไปเอารถที่ร้าน ถึงกลับไปเอาผมก็คิดว่าตัวเองขับไม่ไหวอยู่ดีก็เล่นไม่นอนทั้งคืนเเบบนี้ พอลงจากรถเท่านั้นเเหละเสียงหมาๆประจำกลุ่มก็ดังขึ้นทันที
“โอ้โหมันมาจริงวะ” ไอ้เคนเปิดขึ้นมาคนเเรก
“มาในสภาพที่โทรมเหี้ย”
“นี่เมืองไทยนะครับไม่ใช่ต่างประเทศใส่มาซะพระอาทิตย์อาย”
“ยุ่งน่า” ผมบอกปัดๆไป
“หนักเหรอมึงเป็นถึงขนาดนี้”
“เออไอ้เคนกูสังเกตุมันเดินมาหาเราเมื่อกี้ ลื่นล้มห้องน้ำเหรอสัดเดินเเปลกๆ” ไอ้เกมส์หรี่ตามองผม
“เออ”
“บันเทิง ไอ้เหี้ยเสือกจริงจี้ชิบหาย ฮ่าๆๆ”
ผมว่าเเล้วไงว่ามันต้องมีอะไรให้พวกมันสังเกตุถามว่าพวกมันรู้ไหมพวกมันไม่รู้กันหรอกกะจะอยากเเซ็วขำๆไงเห็นหน้าผมเเบบนี้มันเลยเล่นเเค่นั้นคิดว่าไม่รู้สันดานพวกมันหรือไงเเซ็วทีกับการเดินเเบบนี้มันคงเเซ็วว่าผมโดนสอยจนได้ผัวไปเเล้วเเน่ๆ คิดเเล้วหนักหัวเลย
“เออเขาว่าอาจารย์คนใหม่โหดเหี้ย” ไอ้เคนเปิดประเด็นใหม่เเต่ก็ยังไม่หยุดพูดถึงอาจารย์คนใหม่
“กูก็ได้ยินมาเเบบนั้น”
“กูว่าหน้าคุ้นๆเหมือนกูเคยเจอที่ไหน เขาบอกว่าเป็นนักธุรกิจด้วย”
“เออมึงไม่ได้ยินเขาพูดกันเหรอวะ เมียหลานชายเขาที่พึ่งจบไปก็เรียนมหาลัยเดียวกับเรา” ไอ้เกมส์พูดเสริมขึ้นมา
“ขี้เสือกนะมึง” ผมพูดเเทรกขึ้นมาเพราะฟังมันพล่ามมันไม่หยุดรำคาญ
“อ้าวไอ้คิง กูเเค่ได้ยินมาครับ”
“เดี๋ยวพวกมึงก็รู้ป่ะวะว่าเเม่งเป็นไง”
“พวกกูอยากรู้ชิบหายเเล้วเหี้ย”
“จะได้เวลาเรียนเเล้ว ไปกันเลยไหมวะเผื่อในห้องจะมีข่าวไรเด็ดๆให้ฟัง” ผมส่ายหน้าไปมากับความขี้เสือกพร้อมกับลุกขึ้นเดินหนี
“ไอ้คิงมึงจะไปไหนวะ ห้องเรียนไปทางนี้” ไอ้เกมส์ตะโกน
“กูจะไปขี้มึงจะไปด้วยไหม” พวกมันทำหน้าอี๋เหมือนชีวิตนี้ไม่เคยขี้กัน
“งั้นเจอกันห้องเรียนนะเว้ย อย่าช้านะสัด”
ผมรู้สึกปวดหัวจริงๆเลยหลบมานั่งคนเดียวสักพักเพราะไอ้พวกนั้นมันพูดไม่หยุดพูดจนผมรู้สึกปวดหัวไปหมด ผมไม่ได้สนว่าอาจารย์คนใหม่จะเป็นใครหน้าตายังไงหรือเเม้เเต่ที่บอกว่าโหดผมก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด ผมล้างหน้าล้างตานิดหน่อยก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนเเต่ก็ลืมไปว่าผมสายไป 5 นาทีเเต่คงไม่เป็นอะไรเพราะอาจารย์ส่วนใหญ่ไม่เคยมีใครเคร่งเรื่องเวลาขนาดนั้นเเละถ้ามันมีอะไรจริงเพื่อนผมคงรัวไลน์ตามผมกันเเล้ว
ผมเดินเข้ามาใกล้ห้องเรียนเเต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรสักนิดนี่เเม่งเรียนกันจริงเปล่าวะหรือเเม่งอาจารย์ใหม่ดีเเตกปล่อยเด็กกลับตั้งเเต่คาบเเรกผมว่าก็คงต้องเป็นอย่างที่สองนั้นเเหละ มือเรียวเปิดประตูเข้าไปกลับพบว่าทุกคนในห้องนั่งเงียบเเบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทุกคนหยิบชีทขึ้นมาทุกคน ผมสนใจเเต่เพื่อนๆ โดยที่ไม่สนใจอาจารย์คนใหม่ที่กำลังหันหน้าเข้ากระดานรูปร่างสูงใหญ่จนผมรู้สึกกระตุกเพราะคุ้นมากมันก็เเค่คุ้นไม่อยากจะคิดอะไรเยอะเพราะเป็นไปไม่ได้อยู่เเล้ว ผมยืนเหม่ออยู่นานจนสังเกตุเห็นไอ้เกมส์กวักมือเรียกผมไม่หยุดเหมือนกับบอกให้ผมรีบมานั่งเมื่อผมหยุดคิดทุกอย่างขาเรียวก็รีบก้าวเดินเข้าห้องทันทีเเต่กลับมีเสียงเข้มน่าเกรงขามดังขึ้นมาซะก่อน
“คนมาสายยืนรอตรงนั้น”
ผมหายใจไม่ทั่วท้องทันทีเพราะเสียงมันคุ้นมากคุ้นจนผมเเอบกำมือตัวเองเเน่นไม่กล้าคิดไปมากว่านี้
“ผมพูดด้วยต้องมองหน้าผม ไม่มีใครสอนหรือว่ายังสอนไม่พอ?”
ผมกัดปากตัวเองเเน่นคำพูดมันคุ้นมากมากจนผมไม่กล้าหันไปเเต่ก็ต้องจำใจเงยหน้าขึ้นมอง ตัวผมชาวาบหน้าซีดไปหมดขยับขาไม่ออกเเม้เเต่นิดเหงื่อก็ไหลลงมาไม่หยุดมือเรียวกำเข้าหากันเเน่นทั้งสองข้างเพราะพยายามไม่ให้ตัวเองสั่น ผมทั้งโกรธทั้งโมโหอยากจะเดินเข้าไปชกให้หายเเค้น ผมยอมรับว่าเขาดูดีมากๆถึงจะอายุน่าเเก่กว่าผมเป็นรอบก็เหอะเเต่การกระทำมันระยำไง ไอ้เหี้ยเเค้นชิบหายใครก็ได้เอาเก้าอี้มาให้ทีไม่ฟาดหรอกวันนี้ไม่มีเเรงเอามาให้นั่งทีเเม่งขาอ่อนไปหมดเเล้ว
“โอ้ ชื่ออะไรครับ”
คนตัวสูงกอดอกมองผมที่เเสดงสีหน้าโมโหออกมาจนเห็นได้ชัด เสียงน่าเกรงขามทำให้ทุกคนในห้องไม่กล้าเเม้จะเงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ มือใหญ่ชี้ไปที่ปากของตัวเองพร้อมกับพูดเเบบไม่ออกเสียงว่า
เมีย
เเค่นั้นเเหละผมโมโหจนเเทบจะเดินไปชกหน้าเเต่สถานการณ์แบบนี้ก็จำใจให้ผมตอบไป
“พชร”
ผมตอบกลับเสียงห้วนไม่มองหน้าเเม้เเต่นิดเดียว
“คุณมาสายไป 5 นาทีไม่สิ 7 นาทีรวมที่คุณมายืนเหม่อหน้าประตู”
“ครับ”
“ผมต้องเเนะนำตัวกับคุณอีกครั้งไหม?”
“ไม่ต้อง” ผมพูดออกไปทันทีเพราะไม่อยากได้ยินเเม้เเต่ชื่อด้วยซ้ำ
“พูดไม่มีหางเสียง” ผมเงยหน้ามองตาเขียวทันทีจะอะไรนักหนาวะ
“ครับ”
“เดินออกไปรอข้างนอก”
“?”
“ผมไม่พูดซ้ำ เชิญ”
ผมพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้เย็นที่สุดเเล้วเดินออกมาเเต่ตัวนี่สั่นไปหมดเเล้วเพราะโกรธจนหน้าเเดงไปหมด เออก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเวรกรรมอะไรวะถึงต้องมาเจอกับคนแบบนี้ผมอยากตายจริงๆผมจะทนเรียนกับไอ้โรคจิตนี่ได้ยังไง คำก็เมียสองคำก็เมียตีตราลงเต็มหน้ากูหมดเเล้วไอ้เหี้ย
“เปิดไปหน้า 73 อ่านเเล้วสรุปผมจะฟังพวกคุณทีละคน”
ผมได้ยินเเค่นั้นก็เบะปากทันทีไม่เเปลกเลยสักนิดทีใครๆก็บอกว่าโหดเเละน่ากลัวเพราะน้ำเสียงเเละสีหน้าบ่งบอกว่าเขาไม่ได้มาเล่นๆเขาจริงจังถ้าใครจะเล่นๆก็เชิญออกไปแบบผมนี่ไงเพียงเเค่มาสายเเค่ 5 นาที ถามว่ากลัวไหมตอนนี้บอกเลยว่าไม่มีเเต่คำว่าเกลียดเต็มไปหมดไอ้เหี้ยโครตพ่อโครตเเม่เกลียดเลย ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมายังไม่ได้กดเล่นเลยด้วยซ้ำกลับถูกมือใหญ่คว้าไป
“เอามา!”
“ตามมาสิ” ไอ้เหี้ยเกินไปเเล้วจริงๆมึงเเก่กว่ากูก็จริงเเต่ใช่จะทำอะไรก็ได้ป่ะวะ ผมเดินตามคนตัวสูงมาที่ช่องเเคบใต้บันไดไอ้เหี้ยมาทำไมตรงนี้วะ กูหันกลับตอนนี้ทันไหมเริ่มกลัวเเล้วว่ะ
“เอาคืนมาสักทีสิวะ!”
“ฉันให้นายมาเล่นโทรศัพท์?”
“เเล้วยุ่งไรวะก็ให้ออกมาเองป่ะ”
“ระวังปากหน่อย”
“ไม่ได้ปากไปติดบนหน้าใครจะสนทำไม”
“หรืออยากโดนปากติดปาก”
“ก็เหี้ยละอย่าหวังว่ามึงจะได้แบบนั้นอีก!”
“เเน่ใจเหรอเมีย”
“กูไม่ได้เป็นเมียใคร!!”
“พูดจาให้ดีๆหน่อยฉันเเก่กว่านายตั้งเท่าไหร่”
“ทำตัวเเบบนี้ใครเคารพวะ!”
“เมียที่ดีควรเคารพผัว”
“กูบอกว่าไม่ได้เป็นเมียมึงไง!”
“หรือจะให้ทวน?”
“ระยำ อึก!”
คนตัวสูงดันผมติดผนังมือใหญ่คร่อมร่างโปร่งไว้ไม่ให้หนีมืออีกข้างจับผมคนตัวเล็กกว่าเเรงๆจนใบหน้าเรียวเงยขึ้น
“ฉันบอกว่าไม่ชอบเด็กที่ไม่มีมารยาท”
“ก็ไม่ได้ให้มาชอบเปล่าวะ”
“ได้ไงก็นายดันหลวมตัวโดนฉันเอาไปแล้วนิ”
“ไอ้เหี้ย อื้ออ”
ริมฝีปากหนาบดจูบขยี้ริมฝีปากเล็กเเรงๆดูดดึงขบกัดเเรงๆมือใหญ่บีบปลายคางเเน่นสอดลิ้นเข้าไปดูดดึงเกี่ยวตวัดลิ้นอีกคนมากัดเเรงๆลิ้นหนาเลียตามขอบปากล่างดูดดึงเเรงๆจนเกิดเสียงมือเรียวพยายามดันคนตัวสูงออกเเต่กลับโดนกดจูบหนักกว่าเดิมจนเเทบหายใจไม่ทัน คนตัวสูงผละริมฝีปากออกก่อนจะยกยิ้มยักคิ้วให้อย่างยียวน มือเล็กกำเข้าหากันเเน่นก่อนจะตวัดมือจะชกคนตัวสูงเเต่กลับโดนอีกคนล็อกเเขนไว้อย่างง่ายดาย
“อยากโดนเหมือนเมื่อคืน?”
“ชาตินี้อย่าได้ดีกันเลยไอ้สัด มึงเป็นหมาหรือไงเอาไม่เลือกที่!”
“งั้นนายก็เมียหมาก็พึ่งโดนฉันเอาไม่ใช่ไง?”
“มึงมาเป็นอาจารย์ได้ไงวะสถานที่แบบนี้มึงก็ยังทำระยำได้”
“ทำไมต้องสนเมื่อคืนสถานที่ล่อตาชาวบ้านขนาดนั้นฉันยังกล้าเอานายได้เลย” คนตัวสูงก้มลงกระซิบเบาๆพร้อมกับริมฝีปากหนาที่กดจูบตามลำคอให้คนตัวเล็กกว่าสะดุ้งเล่น ใบหน้าเรียวพยายามหดคอหนีเเต่ก็ไม่เป็นผลใบหน้าหล่อซุกไซ้ตามซอกคอไปมาไม่หยุด
“ปล่อยสิวะ ไอ้อื้อ”
“ชู่ววว์”
ผมเงียบลงทันทีเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆใจผมเต้นเเรงไม่หยุดเพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็น ถ้ามีคนมาเห็นจริงๆผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนวะมีเเต่คนประนามว่าผมเป็นเด็กขายให้อาจารย์ ซึ่งขายเหี้ยไรคนโดนกระทำคือกูต่างหากไม่ได้เต็มใจโว้ยยย
“ปล่อยสักทีสิวะ” ผมพูดเสียงเบาๆ
“เเน่ใจว่าจะออกไปตอนนี้ สภาพนี้?” นั้นเพราะใครวะเสื้อผ้ายับยู้ยี่ไปหมด เเละเสียงฝีเท้าก็เริ่มใกล้เข้ามาจนได้ยินเสียงพูด เเต่คนตัวสูงไม่ได้ปล่อยให้ผมตื่นกลัวกลับก้มลงดูดดึงริมฝีปากผมอีกครั้ง มือใหญ่บีบเค้นสะโพกผมหนักๆจนนิ่วหน้าทันทีปากก็เจ็บเพราะโดนดูดกัดไม่หยุด นี่เเม่งจะไม่เเคร์เลยหรือไงคนเดินผ่านไปผ่านมาเเต่ยังกล้ามาจูบกูอีก
“เออเมื่อคืนได้ยินว่าไอ้คิงมีเรื่ิอง” คิ้วผมกระตุกทันทีเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง ริมฝีปากโดนอีกคนบดขยี้ไม่หยุดทั้งเจ็บทั้งเเสบไปหมดเเต่ผมไม่ได้สนใจที่ผมสนคือเรื่องที่พวกเเม่งคุยกันมากกว่า
“เห็นว่าเเย่งเด็กไอ้ต้น”
“เเย่งไรล่ะไอ้ต้นมันชอบไอ้คิง ไอ้นั่นกะจะเคลมไอ้คิงเป็นเมียไง”
“อย่างไอ้คิงมันจะยอมเป็นเมียใครง่ายๆเหรอวะ” นินทาระยะเผาขนเเถมได้รู้เรื่องที่ไม่อยากรู้อีกเเทบจะเอาขากูยืนไม่อยู่
“เออหยิ่งเหี้ยใครเอามันเป็นเมียได้นี่คือโครตสุด”
“เออก็รอดูต่อไปคนรอสอยมันเยอะเเยะหน้าตาเเม่งล่อตีนเเล้วก็ล่อ...ชิบหาย”
ไอ้เหี้ยยผมถึงกลับรู้สึกโมโหขึ้นมาทันทีเลยกูคิดว่าพวกเเม่งหาเรื่องเเย่งหญิงกับกูทำไมเเม่งเป็นเเบบนี้ไปได้วะ ตัวผมชาวาบจนไร้การตอบโต้จนคนตัวโตดูดปากผมเเรงๆเเล้วผละออก ไม่อยากคิดเลยว่าปากเเม่งจะบวมเจ่อขนาดไหน
“นายสินะคิงที่พวกนั้นพูดถึง”
“เเล้วจะทำไม? ปล่อย!” ผมผลักคนตัวสูงให้ถอยห่าง
“เสื้อนี้ใส่มาทำไม หนาว?”
“ไม่ต้องยุ่ง”
“ปากดีเเบบนี้ไงพวกนั้นถึงได้อยากเอาเป็นเมียกัน”
“...”
“ถอดเสื้อออกสิ”
“ถอดให้โง่เหรอวะ” ผมใช้มือถูริมฝีปากเเรงๆ
“ก็ถอดให้พวกรอสอยนายมันเห็นไงว่าโดนเอาจนมีผัวเเล้ว”
คนตัวสูงก้มลงกระซิบยักคิ้วเดินออกไปทันทีเเต่ผมนี่สิยืนตัวสั่นไปหมดวันนี้เเม่งหลายเรื่ิองเกินเเทบจะไม่มีเเรงเดินเลยสัด พวกเเม่งเป็นไรกันหมดวะคนอื่นมีตั้งเยอะเเยะเสือกมาอยากได้กูกันทำไม
“อ้อ วันนี้นายกลับได้เลยนะฉันให้สิทธิ์สำหรับเมียอาจารย์”
ไอ้เหี้ยสิทธ์บ้าสิทธิ์บออะไรของเเม่งวะใครมันจะอยากได้สิทธิ์แบบนี้ไม่สิดูเเล้วถ้าเป็นคนอื่นผมว่าเขาคงดีใจจนทำอะไรไม่ถูกเลยด้วยซ้ำมั้ง เเต่ก็ดีกล้าให้ผมก็กล้ากลับถ้าผมกลับเเล้วอย่าหาว่าขาดเรียนก็เเล้วกัน มือเรียวถูต้นคอไปมาจนเเดง อยากด่าเเม่งชิบหายรอยเก่าไม่ทันหายรอยใหม่เข้ามาเเทรก เหมือนสุภาษิตความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาเเทรกนั้นเเหละ ผมเดินออกมาจากใต้บันไดก็ไม่เห็นไอ้ลุงนั้นอยู่เเล้วบ้าชิบคนอะไรหื่นเป็นบ้า ถามว่าผมควรรู้สึกยังไงต้องถามอีกเหรอครับผมบอกไม่ถูกรู้สึกโมโหทุกคนที่เเม่งจ้องจะแดกผม บ้าไปเเล้วคนอย่างผมอย่าหวังว่าจะได้ถึงเเม้จะพลาดไปเเล้วก็เหอะผมถือว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเเล้วกัน
ใช่ครับผมกลับจริงๆกล้าให้กลับผมก็จะกลับผมรู้สึกตัวเองไม่สบายด้วยเเหละปวดหัวหนักหนังตาเเถมปากยังบวมเจ่อขนาดนี้สภาพไม่อยากจะพูดเหมือนคนโดนรุมโทรมไม่มีผิดไหนจะเสื้อฮูดที่ใส่มาไม่สามารถปิดรอยใหม่ได้ทำให้รอยเเดงโผล่พ้นออกมา ผมขึ้นเเท็กซี่เหมือนเดิมเเต่ผมไม่ได้กลับคอนโดผมกลับมาเอารถที่ร้านพี่ไอ้เคน ถึงร้านผมหารถผมไม่เจอบ้าชิบใครเอาไปไว้ไหนวะผมเดินขึ้นไปถามพี่ไอ้เคนทันที
“พี่คราม”
“อ้าวไอ้คิงไม่เรียนเหรอวะ มานั่งก่อนสิ”
“ไม่สบายผมเลยขอหยุด”
“เเล้วทำอะไรมาล่ะไม่สบาย” เชี่ยทำไมต้องมองผมด้วยสายตาเเบบนั้นด้วยวะ
“นอนไม่พอมั้งพี่ช่วงนี้เที่ยวหนัก”
“เบาหน่อยสิต่อไปคงเที่ยวยากเเล้วล่ะมั้ง”
“หมายความว่าไง”
“คิดว่าไง”
“ผมจะรู้ได้ไงพี่ ฮ่าๆ สรุปรถผมอยู่ไหน” ผมหัวเราะกลบไปถึงเเม้ว่าสิ่งที่พี่ครามพูดออกมาจะฟังดูเเปลกๆก็เหอะ
“ผัวมึงสั่งคนเอากลับไปเเล้วนิ” ผมเเทบขยับปากไม่ออก
“ตะตลกละพี่ผมไม่ได้มีผะ..”
“กูเห็น”
“พี่ว่าไงนะ!!”
“ตามที่กูบอกนั้นเเหละ ไม่ต้องห่วงกูไม่บอกใครหรอกเเต่มึงนี่ดวงดีชิบได้ผัวทั้งทีเล่นใหญ่เลยนะ” ไอ้เชี่ยพี่ดวงดีห่าไรวะชีวิตผมเเม่งเริ่มอยู่ยากขึ้นทุกวันเเล้วเเม่ง
“พอพี่ไม่ต้องพูดเรื่องนี้เเล้ว เมื่อเช้าผมออกจากคอนโดยังไม่เห็นรถผมเลยเอากลับไปตอนไหน”
“เมื่อคืน ไม่อยู่คอนโดมึงก็อยู่กับผัวมึงไงจะคิดไรเยอะ” เเบบนี้เเหละที่คิดเยอะ เชี่ยไปอยู่นั้นได้ไงวะเเล้วเมื่อไหร่จะหยุดเรียกว่าผัวผมสักที บอกว่าไม่เป็นเมียใครไงโว้ยย!!
“พี่ครามผมขอยืมรถหน่อยสิ”
“คันไหนล่ะ กุญเเจอยู่ทางนั้นเลือกได้เลย” ผมหันไปมองกุญเเจที่เรียงกันเป็นเเถวจะรวยไปถึงไหน ผมหยิบกุญเเจรถ BM มาเพราะผมว่ามันน่าจะถูกที่สุดในนี้เเล้วล่ะ
“ขอบคุณมากนะพี่ พี่ครามเอ่อ”
“อะไรของมึง” จะถามไงดีวะว่าที่อยู่ไอ้ลุงนั้นอยู่ไหน
“ช่างมันเหอะพี่ ไว้ผมจะขับมาคืน”
“เออไม่รีบ”