Episode 2

1332 คำ
@DD HOME “ไปไหนมาอีกแล้วมะลิ” ทันทีที่ขาเรียวก้าวเข้าไปในเขตบ้านพักของคุณดวงเดือนเสียงเจ้าของบ้านก็ดังขึ้น ร่างเล็กจึงเดินไปกอดแขนของหญิงสาววัยสี่สิบปลายๆ ที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ “ไปปั่นจักรยานเล่นค่ะ” “เชื่อ รีบไปทำแผลซะ” คุณดวงเดือนเอ่ยปากว่าเชื่อทันทีอย่างไม่ต้องให้สาวน้อยแสนซุ่มซ่ามข้างกายอธิบาย มะลิจึงหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเดินเข้าไปในตัวบ้านพัก บ้านพักเด็กกำพร้า บ้านที่เธออยู่มาตั้งแต่หนึ่งขวบกว่าๆ และคุณดวงเดือนคือแม่นมที่เลี้ยงดูแลมาตลอดสิบกว่าปี จนอายุสิบแปดก็ยังคงอยู่ที่นี่ทั้งที่เด็กคนอื่นที่พออายุสิบห้าสิบหกก็เริ่มออกไปใช้ชีวิตของตัวเองแล้วมีเพียงเธอที่ยังคงอยู่และเป็นพี่ใหญ่ที่สุดในบ้านนี้ “พี่มะลิเป็นอะไรครับ” เสียงของเด็กน้อยวัยสามขวบเดินมานั่งลงบนพื้นกลางบ้านข้างมะลิแล้วเอ่ยถาม “พี่ปั่นจักรยานล้มครับ” ร่างเล็กบอกพลางหยิบอุปกรณ์ทำแผลในถุงออกมานั่งทำแผลของตัวเองโดยมีเด็กชายตัวเล็กอย่างปูนนั่งมองอยู่ตลอดเวลา “ผมโตขึ้นผมจะเป็นคุณหมอ” หลังจากมะลิทำแผลเสร็จเจ้าปูนน้อยก็พูดขึ้น มะลิจึงเอาอุปกรณ์ทำแผลไปเก็บแล้วเดินมาอุ้มปูนให้มานั่งบนตักของเธอที่ตอนนี้ขยับมานั่งบนโซฟาแทนแล้ว “ทำไมถึงอยากเป็นคุณหมอครับ?” “ผมจะได้มาทำแผลให้พี่มะลิไงเพราะพี่เป็นแผลบ่อยๆ” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหนุ่มบอกด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข ต่างจากคนฟังที่ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือหมั่นไส้กับคำพูดของเจ้าตัวเล็กนี่ เธอก็ไม่ได้เป็นแผลบ่อยขนาดนั้นนี่นา… “ถ้างั้นน้องปูนก็ต้องตั้งใจเรียนนะครับ คุณย่าจะได้ส่งน้องปูนเรียน” “ผมจะตั้งใจเรียนครับ” “ดีแล้ว แล้วนี่น้องชายปูนล่ะครับ?” “ไปเล่นกับพวกผู้หญิงครับ” น้องชายของปูนมีชื่อว่าปั้นอายุห่างกันเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น ปูนปั้นเป็นหลานชายของคุณดวงเดือน ซึ่งพ่อของปูนปั้นนั้นทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งส่วนแม่ก็แยกทางกับพ่อไปแล้วคุณดวงเดือนจึงเป็นคนเลี้ยงหลานมาตั้งแต่เกิด ส่วนพ่อแม่ก็นานๆ ทีจะกลับมาหาเจ้าสองคนนี้ “พี่มะลิคะ คุณแม่บอกว่าให้หนูกับพี่มะลิออกไปซื้อข้าวสารค่ะ ข้าวไม่พอหุงกินวันนี้” เสียงหวานๆ ของเด็กหญิงวัยสิบขวบวิ่งเข้ามาในบ้านพร้อมกับยื่นเงินให้มะลิ “โอเค น้องปูนไปเล่นกับเพื่อนๆ ด้านนอกนะครับเดี๋ยวพี่จะไปซื้อข้าวสารมาหุงให้กินเย็นนี้” มะลิพูดพร้อมกับอุ้มปูนออกไปหาเด็กๆ ที่เล่นในสนามเด็กเล่นหน้าบ้านเกือบสิบกว่าคนโดยมีพี่เลี้ยงคอบดูแลสามสี่คนซึ่งก็ไม่ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยอะไรมากมาย ส่วนตัวมะลิเธอก็จูงมือของขนมพาไปซ้อนท้ายจักรยานของเธอที่เธอเป็นคนปั่นเพื่อไปสั่งข้าวสารจากร้านด้านหน้าปากซอยซึ่งทางร้านจะมีบริการส่งถึงที่ “ที่จริงคุณดวงเดือนโทรมาสั่งก็ได้นะเนี่ย” หลังจากสั่งข้าวสารไปสองถุงปุ๋ยใหญ่ๆ เสร็จมะลิก็พูดขึ้น เพราะเบอร์โทรร้านค้าคุณดวงเดือนก็น่าจะมีเนื่องจากมาซื้อที่ร้านนี้ประจำ “คุณแม่บอกว่าอยากให้ไปซื้อของพวกนี้ให้ด้วยค่ะ” ขนมที่ยืนอยู่ข้างเธอนั้นบอกพลางยื่นกระดาษใบหนึ่งให้ มะลิจึงรับมาอ่านดูรายการที่คุณดวงเดือนให้ซื้อ ซึ่งพวกนั้นก็เป็นพวกยาสามัญประจำบ้านที่ต้องมีติดบ้านไว้เนื่องจากเด็กในบ้านพักหลายคนไม่ค่อยแข็งแรงเจ็บป่วยบ่อยหรือแม้กระทั่งเกิดอุบัติเหตุบ่อย ยกตัวอย่างเธอเป็นต้น ฮ่าๆ! “โอเค งั้นไปร้านยากัน” แล้วสองสาวก็พากันตรงไปร้านยาที่อยู่ทางถนนใหญ่ เมื่อมาถึงมะลิก็เดินเข้าไปสั่งยาด้านในให้ขนมยืนรออยู่ด้านนอกและใช้เวลาในการรอเภสัชจ่ายยาไม่กี่นาทีมะลิก็เดินออกมาพร้อมถุงยาสามสี่ถุง “พี่มะลิ หนูอยากกินชานมไข่มุกจัง” ขนมเอ่ยบอกมะลิที่กำลังเอาถุงยาทั้งหมดใส่หน้าตะแกรงรถ ร่างเล็กจึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเองเพื่อสำรวจเงินซึ่งมีอยู่ยี่สิบบาทพอดี “ถ้าไม่ใส่ไข่มุกได้ไหมคะ?” เนื่องจากราคาน้ำอย่างเดียวสิบเก้าบาทและเพิ่มไข่มุกห้าบาทแต่ตัวเธอที่มีตอนนี้คือยี่สิบบาทพอดีเป๊ะๆ ส่วนเงินที่ซื้อยานั้นคุณดวงเดือนจะมาจ่ายด้วยตัวเองทีหลังไง “ก็ได้ค่ะ แต่หนูอยากกินไข่มุก” “กินแบบไม่ใส่ไข่มุกก่อนนะ เดี๋ยวตอนบ่ายพี่ออกไปทำงานตอนเย็นกลับมาซื้อมาให้โอเคไหมคะ?” “พูดจริงนะคะ โอเคค่ะ” “พูดจริงค่ะ” แล้วมะลิก็เดินไปสั่งชานมให้ขนมก่อนจะพากันปั่นจักรยานกลับบ้านพัก แต่ก่อนจะถึงบ้านพักมะลิเลือกที่จะจอดข้างทางเพื่อให้ขนมได้ดื่มชานมให้หมดก่อน “ทำไมต้องดูดให้หมดตอนนี้คะ?” เด็กสาวตัวเล็กถามอย่างสงสัย “เพราะเด็กคนอื่นไม่ได้กินเหมือนขนม หากถือเข้าไปเด็กๆ คนอื่นก็จะร้องงอแงอยากกินอีก” “อืม หมดแล้วค่ะ” ขนมพยักหน้ารับแล้วดูดน้ำจนหมดแล้วโยนแก้วลงถังขยะข้างทาง มะลิจึงปั่นจักรยานตรงเข้าไปในบ้านพัก เธอให้ขนมเอายาไหให้คุณดวงเดือนส่วนตัวเธอนั้นไปอาบน้ำแต่งตัวที่ห้องเพื่อไปทำงานในช่วงบ่ายนี้ @ห้างสรรพสินค้า “พี่คราม พี่ช่วยทำหน้าทำตาให้ดีๆ กว่านี้ได้ไหม!?” เสียงหญิงสาวร่างเพรียวสูงราวร้อยหกสิบกว่าที่เดินเคียงข้างชายหนุ่มในส่วนสูงร้อยแปดสิบหกดังขึ้นเมื่อคนข้างกายเอาแต่ทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ตลอดทางเดิน “เธออยากซื้ออะไรก็รีบซื้อพี่จะไปทำงานต่อ” เขาไม่สนใจสิ่งที่คนข้างกายบ่นเพียงแต่บอกเธอด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แล้วเดินตรงไปยังร้านน้ำเพื่อสั่งกาแฟ “ไหนพี่บอกว่าไม่มีงานแล้วไง” “ก็มีเมื่อกี้” เพิ่งมีงานเข้าเมื่อตอนที่เจ้าตัวเล็กไปยืนเลือกลิปสติกเกือบชั่วโมงและได้มันเพียงแค่อย่างเดียวและแท่งเดียวนั่นแหละ! “ก็เป็นแบบนี้ซะทุกที” “แล้วเพื่อนเธอไม่มีหรือไงถึงต้องไปลากพี่?” ถามพลางแกะมือของหญิงสาวข้างกายออกแล้วหันไปรับกาแฟจากพนักงานขาย สายตาคมกริบหันมาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าที่ยืนส่งสายตาเขียวปั๊ดให้เขา ทั้งที่เขายังไม่ได้ทำอะไรผิดแค่ถามว่าไม่มีเพื่อนหรือไง ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ! “มุกมีปมเรื่องเพื่อนมันเลวพี่จำไม่ได้หรือไง!” “พี่ขอโทษ พี่ลืมน่ะ” เธอเป็นผู้หญิงคนที่สองนอกจากแม่ที่เขามักจะเอ่ยคำขอโทษด้วยบ่อยๆ เนื่องจากผู้ชายอย่างเขาไม่ค่อยใส่ใจรายระเอียดหรือเรื่องราวของผู้หญิงสักเท่าไหร่ฉะนั้นบางเรื่องเขาก็มักจะลืมไป “จริงสิ พี่แก่แล้วนี่นา..สามสิบแล้วนิ” “ม่านมุก!” สงครามเอ่ยเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงดังๆ ทว่าคนอย่างม่านมุกกลับไม่สนใจ เธอกระทืบเท้าสะบัดก้นเดินหนีเขาไปอย่างไม่ขอโทษหรือมีคำว่า ‘พูดเล่น’ ตอบกลับมาเลยสักนิด! ฮึ่ย! สามสิบแล้วไง! สามสิบยังแจ๋วไม่เคยได้ยินเหรอ?
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม