@ร้านอาหารตาหวาน
“ไงตัวเล็ก ทำไมหน้าบูดบึ้งมาแบบนั้นล่ะ?” เสียงหวานของหญิงสาวร่างเพรียวดังขึ้นเมื่อพนักงานสาวเดินหน้ามุ่ยเข้ามาในร้าน
“เปล่าค่ะพี่ตาหวาน อากาศมันร้อน” มะลิหันไปบอกตาหวานเจ้าของร้านอาหารและร้านน้ำที่เธอทำงานอยู่ ซึ่งตาหวานก็คือแม่ของเจ้าปูนเจ้าปั้นแต่เลิกกับพ่อของเด็กสองคนนั้นไปและมีแฟนใหม่แล้ว
การที่เธอได้เข้ามาทำงานที่นี่ก็เป็นเพราะคุณดวงเดือนฝากเข้ามาและเธอก็ทำงานที่นี่มาตั้งแต่อายุสิบห้าจนตอนนี้อายุสิบแปด ก็สามปีแล้ว
แต่เธอรู้สึกว่าเงินเดือนมันไม่ค่อยดี ไม่ใช่ว่าได้น้อยนะก็คือได้9,000-15,000ตามรายได้ของบุคคลทั่วไป แต่เธอเป็นนักเรียนอยู่ไง ดังนั้นเธอแทบจะไม่ได้ทำงานเต็มวันเลยสักวันเพราะจันทร์ถึงศุกร์เธอทำงานแค่สี่ชั่วโมงตั้งแต่17:00-20:00น. ถึงตาหวานจะให้เธอพิเศษชั่วโมงล่ะห้าสิบบาท ซึ่งสี่ชั่วโมงก็ได้สองร้อย เดือนหนึ่งมีสี่อาทิตย์ก็ได้ราวๆ 3,200 ต่อเดือน
ส่วนเสาร์อาทิตย์เธอไม่ได้ทำเนื่องจากต้องช่วยคุณดวงเดือนดูแลและให้ความรู้แก่เด็กๆ เพราะเด็กบางคนก็ไม่ได้เข้าโรงเรียนเนื่องจากคุณดวงเดือนไม่ได้มีเงินที่จะส่งเสียทุกคนขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ปล่อยให้เด็กๆ ขาดความรู้ เสาร์อาทิตย์แบบนี้จึงจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลให้ความรู้เด็กๆ
“อืม คืนนี้ว่างไหม?”
“หื้ม ก็ว่างนะคะ”
“พี่จะชวนเราไปเป็นเพื่อนไปงานวันเกิดแดนน่ะ”
“หนูว่าไม่เหมาะมั้งคะ” มะลิพูดอย่างถ่อมตัวเพราะคิดว่าจะชวนไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนอะไรแบบนี้ไง แต่งานวันเกิดของแดนไทยเธอไม่ได้รู้จักหรือสนิทอะไรกับเจ้าของงานมากแถมเธอเป็นแค่พนักงานหากให้ไปโดยที่เจ้าของงานไม่เชิญมันก็ดูไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่
“มีอะไรไม่เหมาะล่ะ?”
“หนูเป็นแค่พนักงานเองค่ะ อีกอย่างแฟนพี่ก็ไม่ได้รู้จักและไม่ได้ชวนหนูนี่นา”
“ก็พี่ชวนเธอนี่ไง”
“ไม่เอาอ่ะ พี่ไปชวนคนอื่นดีกว่า” มือเล็กยกขึ้นมาปฏิเสธอีกครั้ง
“น่านะ พี่ไม่ค่อยมีเพื่อนเธอก็รู้แล้วพี่ก็ไม่ได้สนิทกับคนอื่นยกเว้นเธอ” ตาหวานเดินมาจับแขนของมะลิส่ายไปมาเบาๆ เป็นการขอร้อง ถึงแม้เธอจะเป็นแฟนของแดนไทยทว่าตัวเธอกลับไม่ได้สนิทอะไรกับเพื่อนของแดนไทยมาก ส่วนเพื่อนเธอก็ไม่ค่อยมีถึงมีก็ไม่ว่างที่จะไปกับเธอไงจึงต้องมาหาเพื่อนไปนั่งคุยด้วย
“พี่ให้ค่าจ้างห้าร้อยแค่ไปนั่งเป็นเพื่อนพี่เองนะคิดให้ดีๆ”
“ก็ได้ค่ะ” ตอบรับอย่างไม่คิดอะไรเมื่อพูดถึงเรื่องเงิน แค่ไปนั่งเฝ้าได้ตั้งห้าร้อยจะปฏิเสธได้ไงล่ะ ตาหวานที่เห็นเจ้าตัวเล็กตกลงรับอย่างรวดเร็วเมื่อมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องก็ถึงกับส่ายหน้าให้มะลิเบาๆ
“เธอนี่มันเห็นแก่เงินจริงๆ นะ”
“พี่ก็รู้นี่ว่าอนาคตหนูต้องใช้เงิน”
“พี่รู้ ก็แค่พูดหยอกหรอกน่า” ตาหวานว่าพลางยกมือขึ้นไปยีผมของมะลิอย่างเอ็นดู เพราะสำหรับเธอแล้วมะลิเป็นเด็กที่ขยันมีความมุ่งมั่นสูง อยากทำอะไรจะต้องทำให้ได้อย่างเช่นเจ้าตัวอยากใส่ชุดนักศึกษาก็มีความพยายามเก็บเงินจากการทำงานในแต่ละเดือนเพื่อไว้ใช้เป็นค่าเทอมในอนาคตที่ใกล้จะมาถึงเร็วๆ นี้
“แล้วไปกี่โมงคะ วันนี้หนูมารับจ๊อบแค่สองชั่วโมงนะ”
“ก็หนึ่งทุ่มกว่าแหละ เดี๋ยวพี่ไปรับก็ขอคุณดวงเดือนไว้ล่ะ”
“ได้ค่ะ ไงไปดูออเดอร์ที่ร้านน้ำก่อนนะคะ” ตอบรับตาหวานแล้วก็เดินออกไปยังร้านด้านข้างร้านอาหารซึ่งเป็นร้านน้ำของเธออีกร้าน มะลิเดินไปรอรับออเดอร์ของลูกค้าที่ต้องไปส่งซึ่งก็มีอยู่สองสามคนที่เธอต้องขี่รถเครื่องไปส่งซึ่งจุดสุดท้ายก็คือบ้านของรุ่นพี่เธอ
“ไฮพี่เกรซ ทำไมหมดสภาพขนาดนี้ล่ะ” มะลิที่ยืนอยู่หน้าบ้านของรุ่นพี่เธอเอ่ยขึ้นเมื่อร่างเพรียวสูงเดินมาเปิดประตูรั้วด้วยสภาพที่ยับเยินแบบสุดๆ
“ไม่อยากจะพูด” เกรซว่าพลางรับน้ำจากมะลิมาดูดดื่มให้ชื่นใจก่อนจะกวักมือเรียกรุ่นน้องอย่างมะละให้เข้าไปด้านในบ้านก่อน ซึ่งคนตัวเล็กก็เดินตามเข้าไปแล้วก็ยืนกอดอกมองรุ่นพี่สาวที่ล้มตัวไปนอนบนโซฟา
“กับใครคะเนี่ย เขารุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”
“คุณสงครามไง ไม่รู้ไปอดยากมาจากไหน” เกรซหยัดกายลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบน้ำขึ้นมาดูดดื่มอีกครั้ง ส่วนมะลิเมื่อได้ยินชื่อของสงครามเธอก็รีบเดินปรี่ไปนั่งข้างเกรซทันที
“เขาทำแรงเหรอ?”
“ก็ อืม…ทั้งหนักทั้งแรง”
“เขาโทรเรียกพี่เหรอคะ?” มะลิเลิ่กคิ้วถามเกรซ ที่จริงเธอก็รู้จักสงครามมาจากเกรซนี่แหละ เพราะเกรซทำงานการบริการหรือเรียกง่ายๆ ว่าขายตัวนั่นแหละ ซึ่งถ้าเขาโทรหาเกรซจริงๆ แล้วทำไมเธอไปถวายตัวถึงบ้านแบบนั้นเขาไม่เอา หรือว่าเธอยังแซ่บไม่พองั้นเหรอ?
“อืม เขาแชทมา”
“อ้าว! แล้วทำไมหนูไปหาเขาถึงบ้านเขาไม่เอาหนู”
“เธอไปหาเขาถึงบ้านเลยเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ ก็พี่บอกเองว่าต้องยั่วยวนต้องอ่อยเขาบ่อยๆ เราเสนอแล้วเดี๋ยวเขาก็จะสนอง ลิไปเสนอตัวกับเขามาเป็นปีแล้วนะพี่เกรซ” น้ำเสียงที่เริ่มจะท้อแท้ของมะลิเอ่ยบอกกับรุ่นพี่สาว
เกรซจึงยกแขนขึ้นมากอดอกทำท่าครุ่นคิดเพราะเธอเองก็ทำงานแบบนี้มานาน บริการสงครามมานานทุกคนที่เธอแนะนำไปก็มักจะได้กับเขาเกือบทุกคนแต่ทำไมรุ่นน้องคนนี้ถึงไม่ได้ แต่ว่าไม่ได้กับเขาแต่ได้เข้าไปในบ้านเขา เธอควรจะแปลกใจเรื่องไหนก่อนดีนะ
“พี่คิดว่าเธอแค่อ่อยเขาเวลาเจอกันข้างนอกไม่คิดว่าจะได้เข้าไปในบ้าน”
“แล้วเวลาพี่ไปหาเขาไม่ใช่ที่บ้านเหรอคะ?”
“คนระดับคุณสงครามเหรอจะพาผู้หญิงที่เป็นคู่นอนเข้าบ้าน ถ้าไม่ที่บริษัทก็โรงแรมแค่นั้นแหละ”