เรื่องนี้เกิดเมื่อใดกัน?
เท่าที่จำได้ น่าจะเป็นยามที่เฉียนหรุ่ยชีผู้เก่งกาจสอบได้ตำแหน่งอั้นโส่วก็ไม่ผิด ก่อนเฉียนหรุ่ยชีสอบได้ตำแหน่งอั้นโส่ว ท่านย่าเล็กส่งเหยาเสวี่ยฉางไปรักษาตัวที่อารามชีบนเขา อารามหลี่ไท่มีหมอหลวงชราดูแล ข้ออ้างที่ต้องการให้เหยาเสวี่ยฉางได้รับการรักษาที่ดีที่สุดยังเอ่ยออกมาไร้ซึ่งความละอาย เรื่องเดียวที่คนสกุลเฉียนคิดไม่ถึง นั่นคือเหยาเสวี่ยฉางรักษาตัวอยู่ที่นั่นครึ่งปี ได้วิชาจำแนกสมุนไพรติดตัวกลับมาไม่น้อย ยาพิษแต่ละถ้วยที่ดื่มลงไปนางรู้ดีกว่าใคร แววตาเจียวเหนียงยามยื่นถ้วยยาพิษให้นางครั้งแรกติดตรึงในความทรงจำ
ตอนที่ฮูหยินผู้เฒ่าเฉียนให้คนไปรับหลานสาวอาภัพกลับจวน นั่นคือช่วงเวลาที่เฉียนหรุ่ยชีมีชื่อเสียงที่สุดก็ว่าได้ เขาสอบได้ตำแหน่งอั้นโส่วจวนสกุลเฉียนไม่อาจไม่จัดงานฉลอง น่าเสียดายบุรุษสกุลเฉียนผู้โดดเด่นนี้มีคู่หมั้นแล้ว ในเมื่อเกี่ยวข้องกับเฉียนหรุ่ยชี คนสกุลเฉียนถึงได้จำใจส่งคนไปรับเหยาเสวี่ยฉางกลับมา
งานเลี้ยงรื่นเริงยิ่งใหญ่อลังการเพียงใด คนสกุลเฉียนหยิบใช้ก้อนเงินสกุลเหยาไม่กระดาก กลับนึกเสียดายบุตรชายแสนดีเพียบพร้อมอย่างเฉียนหรุ่ยชี ไม่อยากให้ลงเอยกับคนขี้โรคนิสัยใกล้ตายอย่างเหยาเสวี่ยฉาง ในเมื่อเป็นเช่นนี้เหยาเสวี่ยฉางจะรีบร้อนหายป่วยไปเพื่ออะไร
ยิ่งคิดรอยยิ้มมุมปากของเหยาเสวี่ยฉางยิ่งมีมาก ผู้ใดยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายผู้นั้นคือผู้ชนะ นางไม่รีบร้อน ติดตรงที่ยามนี้บรรดาคนสกุลเฉียนเริ่มออกอาการทนรอไม่ไหวแล้ว ยิ่งคิดรอยยิ้มเจิดจ้าบนใบหน้าซีดขาวยิ่งมีมาก อีกสามวันเท่านั้น เหยาเสวี่ยฉางอยากเห็นโฉมหน้าสตรีสูงศักดิ์ผู้หมายปองคู่หมั้นใจดำของนางเสียเหลือเกิน หรือว่าหนนี้นางสมควรส่งเสริมคนเขาเสียหน่อย หรือให้ดีเหยาเสวี่ยฉางสมควรหายไปจากโลกนี้ ให้คู่ยวนยางหน้าไม่อายสุขสมหวัง?
“นางตอบตกลงหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ”
เฉียนหรุ่ยชีพยักหน้ารับรู้ “เจ้าสั่งห้องครัวเอารังนกตุ๋นไปให้คุณหนูเหยา กำชับเจียวเหนียงดูแลสุขภาพนางให้ดี”
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”
สาวใช้ส่งข่าวเดินออกจากเรือนพักเฉียนหรุ่ยชี สาวใช้ยืนยันหนักแน่น สีหน้าคุณหนูเหยาตามตกปากรับคำไม่มีวี่แววความลำบากใจให้เห็น สาวใช้นำความไปบอกเฉียนหรุ่ยชีเช่นนี้ ไม่เพียงนางรับปากจะไปร่วมงานเลี้ยงกับเขา ยังดูเหมือนอารมณ์ดีมากอีกด้วย
เฉียนหรุ่ยชีฟังวาจาสาวใช้สีหน้ากลับไม่บ่งบอกว่ายินดีหรือไม่ แม้ไม่พอใจการรบเร้าขององค์หญิงหรูจวินแต่ต้องยอมรับว่าครั้งนี้ไม่อาจไม่พาเหยาเสวี่ยฉางไปด้วย จะเป็นเพราะเหตุใดได้อีกหากไม่ใช่องค์หญิงหรูจวินอยากเห็นหน้าเหยาเสวี่ยฉาง อยากเห็นหน้ายอดโฉมงามเลิศเลอกับตา
ได้ยินคำร่ำลือว่ามีโฉมงามกว่าตนในใต้หล้านี้ สตรีใดบ้างไม่อิจฉาตาร้อน องค์หญิงหรูจวินเองก็ไม่มีข้อยกเว้น นางเคยทำตัวแหวกขนบแอบดูใบหน้าอั้นโส่วแห่งเมืองหลวงมาแล้ว แค่เพียงสตรีขี้โรคในเรือนหลังอย่างเหยาเสวี่ยฉางจะหลบหน้าองค์หญิงหรูจวินไปได้อย่างไร ที่สำคัญนางต้องการให้เหยาเสวี่ยฉางเห็นนางอยู่กับเฉียนหรุ่ยชีกับตา ให้สตรียอดโฉมงามอาภัพรู้ตัวว่าตนเองสมควรไปตายได้แล้ว
เวลานี้
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดในจวนสกุลเฉียนรู้มาถึงหูฮูหยินผู้เฒ่าเฉียน สายตาหญิงชราผู้มีสง่าราศีกำลังเพ่งมองพัดกลมอันเล็กในมือ พัดอันนี้จะเรียกว่าพิเศษก็ไม่ถือว่าพิเศษ หากจะเรียกว่าธรรมดากลับไม่อาจเอ่ยเช่นนั้น
“ท่านยายชอบหรือไม่เจ้าคะ พัดกลมเหอเถียนอันนี้ว่ากันว่าถือไว้ยามหน้าหนาวทำให้ร่างกายอบอุ่น อีกไม่นานใกล้วันปีใหม่แล้วปีนี้อยู่ฉลองในจวนสกุลเฉียน แต่ปีหน้านั้นไม่แน่ ท่านยายอาจได้ตามพี่ชายเข้าวังไปคารวะเบื้องหน้าฝ่าบาท”
“เด็กคนนี้นี่ พูดจาเกินจริงอยู่เรื่อย”
“หนิงเอ๋อร์ไม่ได้พูดเกินจริงนะเจ้าคะ ท่านยายของข้ามองดูก็รู้ว่ามากบารมี ลูกหลานเคารพห้อมล้อมจริงหรือไม่เจ้าคะ”
“มาหายายถึงนี่ เจ้าคงไม่ได้อยากมาพูดจาเอาใจคนแก่อย่างเดียวหรอก หนิงเอ๋อร์ว่าธุระของเจ้ามาเถอะ”
“ข้าตั้งใจเอาของดีในต้าหล้ามาอวดท่านยาย ท่านกลับเห็นว่าข้ามีจุดประสงค์อื่น หนิงเอ๋อร์ของท่านน้อยใจแล้วนะเจ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเฉียนหัวเราะเริงร่าก่อนรวบตัวหลานสาวมากอดเอาใจ พัดกลมทำจากหยกเหอเถียนด้ามนี้ เป็นของที่หลานสาวอ้างว่าบิดามอบให้นางหลังจากกลับจากตรวจราชการ ต้องบอกให้รู้ก่อนว่ายามนี้ราชสำนักไร้เงาคนสกุลเฉียน แต่ไม่ได้หมายความว่าสกุลเฉียนจะตกต่ำจมดินไร้คนสนใจ ที่ผ่านมาสกุลเฉียนแม้ไม่มีสมาชิกเป็นขุนนางแต่ยังสามารถมีข้าวกินมีเงินทองหยิบใช้ไม่ขาดมือ ไม่ใช่แค่มีกินมีใช้ ยังมีมากถึงขนาดหว่านเงินจ่ายค่ามื้ออาหารทีละหลายร้อยตำลึงตาไม่กะพริบ เป็นเช่นนี้ผู้ใดยังจะกล้าดูถูกสกุลเฉียนอีก
“ท่านยายชอบของที่หนิงเอ๋อร์มอบให้ข้าก็ดีใจแล้วเจ้าค่ะ”
“จริงสิ! เจ้าไม่มาเยี่ยมยายเจ้าตั้งนาน มาหาทีไรกลับมีของดีติดมือมาฝาก หากบอกว่าหญิงแก่เช่นข้าดูไม่ออกก็คงเกินไป”
“ท่านยายฉลาดยิ่งนักเจ้าค่ะ อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ท่านแม่สมควรมาพูดกับท่านยายด้วยตัวเอง แต่ข้าขอร้องท่านแม่เองข้าอยากมาพูดกับท่านยายด้วยตัวเองเจ้าค่ะ”
“เรื่องอะไรกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าเฉียนขมวดคิ้ว “ให้ยายเดาคงเป็นเรื่องคู่ครองของหนิงเอ๋อร์ใช่หรือไม่”
“ท่านยาย!” หลิวจื่อหนิงเอียงอาย
“เด็กคนนี้ กับท่านยายของเจ้าเหตุใดต้องมากเรื่องด้วย คู่ครองของหนิงเอ๋อร์ยายจะปล่อยให้เจ้าน้อยหน้าผู้อื่นได้อย่างไร”
“แต่สกุลหลิวเป็นพ่อค้ามาก่อน อย่างไรเสียผู้อื่นล้วนไม่เห็นท่านพ่อข้าอยู่ในสายตา ข้ากับท่านแม่ขยับตัวแต่ละทีล้วนต้องมองสีหน้าผู้อื่นก่อน”
“ต่อไปจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก” หญิงชราแววตาแรงกล้า