"คุณพ่อ!!!" โรสที่เห็นภาพนั้นก็ตะโกนเรียกพ่อเสียงดังและเสียงนั้นมันก็ดังเข้าไปในโสตประสาทของคนที่กำลังขับรถผ่านมา
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น" ขุนเขาที่พึ่งขับรถออกมาจากโรงแรม เพราะเขามัวแต่โทรศัพท์กลับไปเคลียร์ปัญหาที่ฟาร์มมุก เลยตามออกมาช้ากว่าครอบครัวพัชรกิตติ
"เฮ้ย!!! ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้" ขุนเขาลงไปจากรถ จากนั้นก็ตะโกนออกไปเพื่อให้ชายชุดดำที่จับตัวโรสไว้ ให้ปล่อยตัวเธอซะ
"หึ... มึงคิดว่ามึงเป็นใครถึงกล้ามาสั่งกู ไอ้หน้าอ่อน มึงรู้มั้ยว่าเจ้านายกูเป็นใคร" เข้มหันมาตวาดใส่ขุนเขาทันที แถมยังโอ้อวดไปถึงเจ้านายของตนเองด้วย เพราะเขาเชื่อว่าเสี่ยเดชามีอำนาจมากกว่าใครแถวนี้
"กูเป็นใครมึงไม่ต้องเสือกอยากรู้ แต่ถ้ามึงไม่อยากติดคุก มึงก็รีบปล่อยผู้หญิงซะ" ขุนเขาตะโกนตอบกลับอย่างเดือดดาล เขามองหญิงสาวที่ถูกผู้ชายตัวโตจับล็อกแขนไว้อย่างสงสาร เพราะตอนนี้เธอแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาอย่างชัดเจน
"ฮ่า ๆ ติดคุกเหรอ ทำไม มึงคิดว่าคุกจะขังกูได้เหรอ เจ้านายกูมีอำนาจล้นฟ้า กูไม่มีทางติดคุกและถึงกูจะติดคุกก็เป็นคุก VIP โว้ยยยย" เข้มหัวเราะเสียงดัง โดยมีลูกน้องที่เป็นชายชุดดำหัวเราะตามไปด้วย ก่อนที่มันจะพูดเยาะเย้ยออกมา
"งั้นมึงก็เตรียมตัวเข้าคุกได้เลย เพราะกูอัดคลิปไว้หมดแล้ว ตอนนี้กูก็จะโทรแจ้งตำรวจ และจะให้นักข่าวทำข่าวพวกมึงให้ดัง ดังไปจนถึงเจ้านายของพวกมึงเลย กูจะดูซิว่าเจ้านายมึงยังจะช่วยมึงมั้ย หรือจะยิงมึงทิ้งเหมือนหมา" ขุนเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยท่าทางที่เหนือกว่า ก่อนจะโทรออกและเปิดสปีกเกอร์โฟนไปด้วย
"สวัสดีครับสารวัตรแต้ม ผมขอแจ้งความครับ ที่หน้าโรงแรม GG Hotel มีการฉุดผู้หญิงกลางวันแสก ๆ ครับ เขาบอกว่าเจ้านายเขาใหญ่ ผมเลยโทรมาแจ้งกับสารวัตรแต้มที่กองปราบครับ" ขุนเขาพูดเสียงดัง ๆ ให้ทุกคนได้ยิน
"ใครมันกล้าขนาดนั้น ผมไม่สนใจหรอกว่าเจ้านายมันจะใหญ่แค่ไหน ผมจะไปจับมันด้วยตัวเองเดี๋ยวนี้" เสียงเข้ม ๆ เสียงหนึ่งดังออกมาจากโทรศัพท์ ทำให้พวกคนร้ายตกใจจนหน้าซีด แข้งขาอ่อนไปหมดแล้ว
"ขอบคุณครับสารวัตรแต้ม รบกวนพานักข่าวมาทำข่าวด้วยนะครับ" ขุนเขายังคงพูดเสียงดังเพื่อให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน ก่อนจะวางสายและทำการถ่ายคลิปต่อ
"พี่เข้ม เอายังไงดีครับ สารวัตรแต้มเป็นมือปราบที่ทำงานไม่ไว้หน้าใครด้วยสิ แถมจะพานักข่าวมาอีก ถ้าถูกจับแล้วเรื่องสาวไปถึงนาย พวกเราได้ไปพบยมบาลแน่ ๆ" ลูกน้องคนหนึ่งของเข้มพูดออกมาอย่างหวาดกลัว เพราะใครบ้างไม่รู้ว่าสารวัตรแต้มจากกองปราบทำงานจริงจังแค่ไหน
"ไอ้เวร!!! พ่อมึงจะมา แล้วมึงจะอยู่ให้โง่เหรอ" เข้มหันไปด่าลูกน้องอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันมาพูดกับขุนเขา
"วันนี้กูจะปล่อยไปก่อน แต่อย่าคิดว่าเสี่ยจะปล่อยพวกมึงไปง่าย ๆ" พูดจบมันก็เหวี่ยงโรสไปข้างหน้าอย่างแรง แล้วพากันวิ่งขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที
"ระวัง" ขุนเขาเห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปรับร่างบางเอาไว้ได้ทัน ก่อนที่เธอจะล้มหน้าคว่ำลงที่พื้นปูน
'เฮ้อ~ ดีนะที่รับทัน ไม่งั้นหน้าสวย ๆ คงเป็นรอยแน่' ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในตอนที่กอดหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน
"โรส... ลูกเป็นยังไงบ้าง เจ็บมากมั้ย" มาลัยรีบเข้ามาหาลูกสาวและถามอย่างเป็นห่วงทันที ตอนนั้นเธอกลัวจนขาสั่นและทรุดลงกับพื้นจนช่วยลูกสาวไม่ได้เลย
"โรสไม่เป็นอะไรค่ะ คุณแม่ เจ็บที่แขนเท่านั้น คุณพ่อล่ะคะ" หญิงสาวผละออกจากอกกว้างของชายหนุ่มเพื่อมาตอบคำถามของแม่ จากนั้นก็มองไปหาพ่อ
"คุณพ่อ!!!" โรสร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะตอนนี้มงคลนั่งพิงตัวคนขับรถอยู่ และมีเลือดออกมาจากศีรษะ
"คุณอา เป็นยังไงบ้างครับ ไปโรงพยาบาลมั้ยครับ" ขุนเขารีบวิ่งไปดูมงคล และถามออกไปด้วยความเป็นห่วงทันที
"ไม่ต้อง ๆ อาไม่เป็นไร อาว่าเรารีบไปกันดีกว่านะ อาไม่อยากให้ตำรวจมายุ่งและไม่อยากเป็นข่าวด้วย เดี๋ยวโรสจะเสียหาย" มงคลพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและยกมือขึ้นกุมหัวไว้
"เอ่อ... ไม่ต้องรีบหรอกครับคุณอา เพราะคนที่ผมโทรไปเป็นคนของผมเองครับ ผมแค่แกล้งขู่พวกมันเท่านั้น ผมไม่กล้ากวนสารวัตรแต้มหรอกครับ ตอนนี้สารวัตรแต้มไปตามคดีสำคัญที่ต่างจังหวัด และถ้าเรื่องนี้ถึงมือสารวัตรแต้มจริง ๆ ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องใหญ่แน่" ขุนเขารีบบอกกับอีกฝ่ายเพื่อให้คลายความกังวลใจ ว่าเรื่องนี้จะไม่ใหญ่โตจนเป็นข่าว ส่วนคนที่เขาแอบอ้างก็คือลูกน้องของเขาที่เกาะเท่านั้นเอง
"งั้นเหรอ ขุนเขา อามีเรื่องอยากจะขอร้องหลานหน่อย เราไปหาที่คุยกันดีมั้ย" มงคลพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้นมากับชายหนุ่ม
"ได้ครับ งั้นคุณอารีบขึ้นรถเถอะครับ ข้างหน้ามีปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่อยู่ เราไปคุยกันที่นั่นดีกว่าครับ" ชายหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างเห็นด้วย ก่อนจะพยุงมงคลไปขึ้นรถ และสองแม่ลูกก็ตามขึ้นรถไปด้วย
ไม่นานรถสองคันก็ไปจอดอยู่ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มลงจากรถสปอร์ตคันหรูแล้วเดินมาที่รถตู้ที่มีครอบครัวพัชรกิตตินั่งอยู่
"น้ำและยาแก้ปวดครับคุณอา ส่วนนี่คืออุปกรณ์ทำแผล ผมแวะซื้อมาเมื่อกี้ ส่วนนี่ของน้องโรสครับ มีขนมนิดหน่อย กินรองท้องก่อนกินยานะครับ" ขุนเขาส่งถุงยาถุงหนึ่งให้ชาติที่เป็นคนขับรถ เพื่อช่วยดูแลเจ้านาย อีกถุงเขาส่งให้กับหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นแม่
"ขุนเขา... คนพวกนั้นคือคนของเสี่ยเดชา พวกมันคงมาฉุดยัยโรสไปให้เจ้านายของมัน" มงคลเกริ่นขึ้นมา จากนั้นก็เล่าเรื่องทุกอย่างให้ชายหนุ่มฟังอย่างไม่ปิดบัง
ขุนเขาฟังแล้วก็ขมวดคิ้วแน่นอย่างสงสัย 'นี่มันยุคไหนแล้ววะ ทำไมยังมีการฉุดกันกลางเมือง เหมือนเคยเห็นในหนังสมัยเก่าเลยว่ะ อีกอย่างอามงคลก็ไม่ใช่ตาสีตาสาที่ใครจะมาทำอะไรก็ได้ แบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน' ชายหนุ่มคิดอย่างหงุดหงิดอยู่ในใจ
"แล้วคุณอาจะทำยังไงต่อครับ แจ้งความเลยมั้ยครับ ผมจะโทรบอกสารวัตรแต้มให้" ขุนเขาพูดออกมาพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
"ไม่ต้องหรอก เพราะมันไม่มีหลักฐานที่จะสาวถึงนายใหญ่ของมันได้ อาสืบมาได้เล็กน้อยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังพวกมันเป็นนักการเมืองใหญ่ ถ้าเราไปแจ้งความอาจจะถูกตัดตอนได้" มงคลรีบคว้ามือของชายหนุ่มไว้แล้วพูดออกมาอีกครั้ง
"แล้วคุณอาจะปล่อยไว้อย่างนี้เหรอครับ แล้วน้องโรส..." ขุนเขาพูดออกมาอย่างสงสัย และส่งสายตาไปมองหญิงสาวที่ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดแม่
"อาอยากจะขอร้องให้ขุนเขาพาโรสไปอยู่ที่เกาะไข่มุกชั่วคราวได้มั้ย และอยากให้หลานช่วยเป็นบอดีการ์ดให้ยัยโรสด้วย เดี๋ยวพออาจัดการทุกอย่างทางนี้เสร็จเรียบร้อย อาจะไปรับยัยโรสที่เกาะเอง" มงคลพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะเขาคิดว่าที่เกาะไข่มุกจะเป็นที่ซ่อนตัวที่ดีที่สุดของลูกสาว และเขายังเชื่อว่าชายหนุ่มคนนี้จะสามารถปกป้องแก้วตาดวงใจของเขาได้
"ไม่นะคะคุณพ่อ โรสไม่ไปนะคะ โรสจะอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ เพราะถ้าโรสไม่อยู่ที่ร้าน พวกมันจะต้องมาทำร้ายคุณพ่อคุณแม่แน่ ๆ" หญิงสาวที่ร้องไห้อย่างน่าสงสารได้ยินพ่อพูดออกมาอย่างนั้น ก็ผละตัวออกจากอ้อมอกของแม่ จากนั้นก็พูดออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว
"โรสฟังพ่อนะลูก โรสไปอยู่กับพี่ขุนเขานะ ถือว่าพ่อขอร้อง ตอนนี้ความปลอดภัยของลูกคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ส่วนพ่อกับแม่ไม่เป็นไรเลย เดี๋ยวพ่อจะบอกให้ลุงอาชาส่งตำรวจมาคุ้มกัน และพ่อกับลุงอาชาจะช่วยกันจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด" มงคลหันไปพูดกับลูกสาวอย่างอ่อนโยน
"เชื่อคุณพ่อนะลูก ไปอยู่กับพี่ขุนก่อน แล้วแม่จะโทรไปหาบ่อย ๆ" มาลัยก็ช่วยสามีพูดกับลูกสาวอีกคน จนหญิงสาวเงียบเสียงลง
"ขุนเขา อาทั้งสองรักยัยโรสเหมือนแก้วตาดวงใจ อาขอฝากน้องด้วยนะ ทุกอย่างเกี่ยวกับโรสต่อจากนี้ อายกให้หลานตัดสินใจได้เลย" มงคลหันมาพูดกับขุนเขาอย่างจริงจัง
"ครับ คุณอาทั้งสองไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลและปกป้องน้องโรส ให้เหมือนเป็นแก้วตาดวงใจของผมเช่นกันครับ" ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างจริงจัง
และคำพูดของขุนเขานั้น ก็ทำให้ทั้งมงคลและมาลัยสบสายตากันโดยไม่ได้นัดหมาย ส่วนหญิงสาวที่เป็นแก้วตาดวงใจก็ได้แต่ก้มหน้าลง ด้วยความเขินอายกับคำพูดของเขา
'คนบ้า~ ใครเป็นแก้วตาดวงใจของพี่กัน'
โรสได้แต่คิดในใจ พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นมากะทันหัน