บนรถตู้คันหรู...
ตอนนี้สองสามีภรรยาที่นั่งอยู่ที่เบาะหลัง ต่างก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง แต่ไม่น่าเชื่อว่าทั้งสองคนก็กำลังคิดเรื่องเดียวกัน นั่นคือเรื่องเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว...
(อาทิตย์ที่แล้ว ที่ร้าน Rose Gold and Diamond)
ในช่วงบ่ายได้มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน โดยที่ข้างซ้ายและข้างขวาของเขามีสาวสวยควงแขนมาด้วย ส่วนด้านหลังก็มีชายชุดดำเดินตามมาอีกสองคน พนักงานในร้านต่างก็ยกมือไหว้ทักทายอย่างรู้งานทันที
"สวัสดีค่ะ เสี่ยเดชา วันนี้สนใจเครื่องประดับชิ้นไหนดีคะ" พนักงานคนหนึ่งถามออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เสี่ยเดชาคือลูกค้ารายใหญ่ของร้าน ที่ปกติมักจะพาสาว ๆ มาเลือกซื้อเครื่องประดับอยู่บ่อย ๆ เพื่อเป็นการตอบแทนที่พวกเธอมอบความสุขให้กับเขา โดยที่เสี่ยเดชาเปิดผับและร้านเหล้าหลายแห่ง โดยกิจการของเขาก็จะเป็นสีเทาซะส่วนใหญ่ แต่เขาก็ไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนเพราะมีนักการเมืองคอยหนุนหลังอยู่อีกที
"เอามาซักสองแบบ เพราะวันนี้ฉันพามาสองคนเลือกมาละกันอย่างละชิ้น เพราะเมื่อคืนพวกเธอทำให้ฉันมีความสุขมาก ฮ่า ๆ" เสี่ยเดชาพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี
"ขอบคุณค่ะเสี่ย" สองสาวก็รู้งานเป็นอย่างดี โดยรีบพูดขอบคุณและหอมแก้มอวบอ้วนเหมือนซาลาเปาของเสี่ยเดชาเป็นการตอบแทน จากนั้นก็ปรี่เข้าไปที่ตู้โชว์เครื่องประดับทันที
ระหว่างที่เสี่ยเดชานั่งรอที่โซฟาสำหรับแขก VIP ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่โรสซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของร้านเดินมาส่งงานที่เคาน์เตอร์พอดี ทำให้เสี่ยเดชารู้สึกสะดุดตาทันที
"นั่นใคร" เสี่ยเดชาลุกขึ้นมาถามทันที เขาอยากคุยกับเธอด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เธอเดินหายเข้าไปทางหลังร้านแล้ว
"โรส หรือ รสรินครับ เธอเป็นลูกสาวของผมเอง เธอพึ่งกลับมาจากเมืองนอกครับ ไปเรียนด้านบัญชีมา ตอนนี้กำลังมาช่วยงานที่ร้าน" มงคลแนะนำลูกสาวให้เสี่ยเดชารู้จักอย่างภาคภูมิใจ โดยไม่ได้คิดว่านั่นคือการพาเรื่องร้ายแรงมาสู่ครอบครัว
"สวย น่ารัก ถูกใจ เอาล่ะ ผมจะไม่อ้อมค้อมนะ ผมอยากดูแลลูกสาวคุณ คุณคิดเท่าไรก็บอกมาได้เลย" เสี่ยเดชาพูดขึ้นมาเสียงดัง
"ดูแลยังไงครับ แล้วคิดเท่าไรหมายความว่ายังไง เสี่ยอยากแต่งงานกับลูกสาวผมเหรอครับ" มงคลถามออกไปอย่างสงสัยในสิ่งที่เสี่ยเดชาพูดออกมา
"ฮ่า ๆ แต่งงานอะไรกัน ผมมีภรรยาแล้ว และผมก็เคารพเธอมาก ผมแค่อยากดูแลลูกสาวคุณเหมือนที่ผมดูแลสาว ๆ พวกนี้ แต่ผมรับรองนะ ว่าลูกสาวคุณจะได้มากกว่าสาว ๆ พวกนี้แน่นอน ถ้าเธอดูแลและมอบความสุขให้ผมได้อย่างถึงใจ" เสี่ยเดชาหัวเราะลั่น ก่อนจะพูดออกมาอย่างสบาย ๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
"....." มงคลถึงกับพูดอะไรไม่ออก เมื่อรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของอีกฝ่าย
"เอาน่า ผมไม่เอาคำตอบวันนี้ก็ได้ เพราะช่วงนี้ผมมีคิวจะพาสองสาวนี่ไปขึ้นสวรรค์ที่มาเก๊าสักหน่อย แต่เดี๋ยววันอาทิตย์หน้า ผมจะมาเอาคำตอบเอง ผมหวังว่าจะได้คำตอบที่น่าพอใจนะ ไม่อย่างงั้นล่ะก็..." เสี่ยเดชาพูดออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
(ปัจจุบัน)
"คุณคะ เราจะทำยังไงดีคะ ฉันกลัวจังเลย" มาลัยพูดกับสามีอย่างกังวลใจ เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าแถวนี้เสี่ยเดชาคุมไว้ทั้งหมด เขาไม่กลัวใครเพราะมีนักการเมืองหนุนหลัง
"ใจเย็น ๆ นะคุณ ผมก็ไม่ยกยัยโรสให้กับไอ้เสี่ยบ้ากามคนนั้นหรอก" มงคลพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง และตบมือลงที่หลังมือภรรยาเพื่อปลอบใจเธอ
"แต่คุณคะ พวกมันกดดันพวกเรามากเลยนะคะ ส่งพวกชายชุดดำมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่หน้าร้านของเรา จนลูกค้าไม่กล้าเข้าร้านแล้ว อีกอย่างตอนนี้ก็จะถึงวันอาทิตย์แล้วด้วย" มาลัยยังคงพูดออกมาอย่างกังวลใจ
"อืมมมม ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการเอง" มงคลพูดออกมาอย่างจริงจัง และในหัวของเขานั้น ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ด้วย
ณ ห้องอาหารจีนในโรงแรม GG Hotel…
ตอนนี้ทั้งสี่คนได้มานั่งร่วมโต๊ะกันเพื่อรับประทานอาหารเที่ยง โดยที่ฝั่งหนึ่งเป็นสองสามีภรรยา และอีกฝั่งหนึ่งเป็นสองหนุ่มสาว การทานอาหารเป็นไปอย่างราบรื่น
"โรส ดูแลพี่ขุนให้ดี ๆ นะลูก นั่นน่ะคู่ค้าคนสำคัญของเราเชียวนะ" มงคลบอกกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
"ใช่ ๆ ตักอาหารให้พี่เขาด้วยสิลูก" มาลัยก็ชงเสริมทันที เพราะเริ่มจะรู้แล้วว่าสามีจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ยังไง
"ไม่เป็นไรครับ ผมเป็นผู้ชายให้ผมดูแลน้องโรสดีกว่า เอ่อ... ผมขอเรียกร้องโรสได้มั้ยครับ เพราะรู้สึกว่าน้องโรสน่าจะอายุน้อยกว่าผม" ขุนเขาพูดออกมาด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเล็ก ๆ เพราะเขายังจำเรื่องราวในอดีตสมัยเด็กได้
"ได้ค่ะ พี่ขุน" โรสก็ตอบกลับอย่างเขินอาย เพราะเธอไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายขนาดนี้มาก่อน ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
'น่ารักจัง ดูสิ... พูดด้วยแค่นี้ก็หน้าแดงหมดแล้ว แก้มอย่างนี้น่ากัดเล่นชะมัด' ขุนเขาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็คิดในใจอย่างมันเขี้ยว เมื่อเห็นเธอหน้าแดงอย่างนั้น
จากนั้นเขาก็เอาใจใส่เธอมากขึ้น ทั้งตักอาหารให้ รินน้ำให้ ส่งกระดาษทิชชูให้ และพูดคุยถึงเรื่องอาหารที่กำลังทานกันอยู่ เขาทำตัวเหมือนกับว่าวันนี้มากันเพียงแค่สองคน โดยที่มงคลกับมาลัยก็ไม่พูดอะไรออกมาให้เสียบรรยากาศ
แต่ทั้งสี่คนไม่รู้เลยว่าที่ล็อบบีของโรงแรมนั้น มีคนของเสี่ยเดชากำลังจับตามองมาที่ทั้งสี่คนอยู่ และได้โทรไปรายงานข่าวให้เสี่ยเดชารับรู้
"เสี่ยครับ วันนี้พวกผมก็มาเฝ้าที่ร้านของเสี่ยมงคลตามที่เสี่ยสั่งไว้นะครับ แล้วก็เห็นว่ามีชายหนุ่มมาพบเสี่ยมงคล พวกเขาคุยกันอยู่นาน จากนั้นคุณโรสก็ออกจากร้านและเดินทางมาที่โรงแรมเพื่อมาทานข้าว และครอบครัวเธอก็ตามมา ดูไอ้หนุ่มคนนั้นสนิทสนมกับว่าที่เด็กของเสี่ยด้วยครับ" เข้ม ที่เป็นลูกน้องของเสี่ยเดชารายงานอย่างละเอียดยิบ
"หึ... กล้ามายุ่งกับเด็กของกูอย่างนั้นเหรอ แล้วไอ้มงคลก็เหมือนกัน กูเสนอทางเลือกให้ดี ๆ ไม่ชอบ เสือกอยากมางัดข้อกับกู จะมาโทษว่ากูใจร้ายไม่ได้นะ" เสี่ยเดชาส่งเสียงดุดันมาตามสาย
"เสี่ยสั่งมาได้เลยครับ ว่าจะให้ผมทำยังไงต่อ" เข้มตอบกลับไปอย่างประจบประแจงเจ้านาย
"ฉุดสิวะ กูเชิญมาดี ๆ ไม่ชอบ ในเมื่ออยากลองดีกับกู กูก็จะทำให้มันรู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง วันนี้มึงพาตัวหนูโรสมาให้กูที่ผับให้ได้ ส่วนไอ้มงคลกับเมีย ก็จัดการสั่งสอนมันซะ" เสี่ยเดชาออกคำสั่งมาอย่างเกรี้ยวกราด
"ครับเสี่ย" เข้มรับคำสั่งอย่างแข็งขัน
โดยที่ทั้งสี่คนเมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว ก็พากันเดินไปที่ลานจอดรถของโรงแรมเพื่อแยกย้ายกันกลับ
"ขอบคุณนะครับอามงคล อามาลัย ที่เลี้ยงอาหารกลางวันผม ผมหวังว่าจะได้ต้อนรับคุณอาทั้งสองและน้องโรสที่ฟาร์มมุกของผมบ้างนะครับ ยังไงวันนี้ผมต้องขอตัวก่อน เพราะที่ฟาร์มมีปัญหานิดหน่อย คงต้องรีบกลับไปแล้วครับ" ขุนเขาพูดออกมาอย่างนอบน้อม ในตอนที่เดินมาถึงรถที่จอดอยู่ใกล้ ๆ กัน
ใจจริงเขายังไม่อยากแยกกับเธอเลย อยากจะชวนเธอไปกินไอศกรีมต่อด้วยซ้ำ แต่เมื่อโอกาสไม่อำนวยเพราะเขาพึ่งได้รับแจ้งว่าที่ฟาร์มมุกมีปัญหา เขาจึงต้องรีบกลับไปในวันนี้เลย
"ได้เลย อาจะต้องไปเยี่ยมที่ฟาร์มมุกของหลานอย่างแน่นอน วันนี้ก็กลับดี ๆ ล่ะ" มงคลพูดขึ้นมาพร้อมกับตบที่ไหล่ชายหนุ่มหนัก ๆ ก่อนที่ขุนเขาจะเดินไปที่รถของเขา
จังหวะนั้นสายตาของมงคลเหลือบไปเห็นกลุ่มของชายชุดดำที่กำลังเดินเข้ามา จึงรีบบอกให้ภรรยาและลูกสาวรีบขึ้นรถ แล้วเขาก็ขึ้นตามไปนั่งข้างคนขับทันที
"ชาติ รีบออกรถเดี๋ยวนี้!!!" มงคลสั่งคนขับรถด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"ครับนาย" ชาติรับคำแล้วออกรถทันที แต่รถของครอบครัวพัชรกิตติยังไม่ทันจะพ้นโรงแรมดี ก็ต้องเบรกกะทันหัน เพราะมีรถมาปาดหน้าและจอดขวางทางไว้
"ว้ายยยย เกิดอะไรขึ้นคะ" มาลัยที่นั่งอยู่เบาะหลังกับลูกสาวร้องขึ้นมาอย่างตื่นตกใจ
"คุณไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ยัยโรสปลอดภัยดีมั้ยลูก" มงคลหันกลับไปถามภรรยาและลูกสาวอย่างเป็นห่วง
"โรสกับคุณแม่ปลอดภัยดีค่ะ" โรสตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นเครือเพราะเธอเองก็ตกใจไม่แพ้กัน
ปัง ปัง~
"ลงมา แล้วไปกับพวกเราซะดี ๆ" เสียงทุบกระจกรถดังลั่นขึ้นที่ด้านหลัง พร้อมกับเสียงตะคอกอย่างข่มขู่ของเข้มและลูกน้อง
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนในรถเปิดประตูหรือลดกระจกลงแต่อย่างใด มงคลมองกลับไปอย่างเคียดแค้น และกำลังจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาตำรวจ แต่ทว่า...
"ถ้าโทรแจ้งตำรวจ กูจะยิงทิ้งให้หมด" เสียงของเข้มดังทะลุกระจกเข้ามา และมันยังยกปืนขึ้นมาทำท่าจะยิงจริง ๆ ทำให้มงคลค่อย ๆ ลดโทรศัพท์มือถือลง
"คุณคะ เราจะทำยังไงกันดี มันจะฆ่าเราจริง ๆ เหรอคะ" มาลัยที่กอดลูกสาวไว้ในอ้อมอก ถามออกมาเสียงสั่น ๆ เมื่อเห็นปืนในมือของชายชุดดำ
"คุณคะ ฉันคิดว่าคุณคงจะเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันคิดว่าครอบครัวของฉันกับคุณ ไม่น่าจะเคยมีเรื่องกันมาก่อนนะคะ" หญิงสาวพยายามพูดกับอีกฝ่ายให้เข้าใจ เพราะเธอคิดว่านี่จะต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ๆ
"ฮ่า ๆ เข้าใจผิดอย่างนั้นเหรอ" เข้มหัวเราะลั่น ก่อนจะพูดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
"นี่เสี่ยยังไม่บอกลูกสาวอีกเหรอ ว่าลูกสาวเสี่ยจะต้องไปเป็นผู้หญิงของเสี่ยเดชา"
จากนั้นเข้มก็ไม่สนใจอะไรแล้ว เขาใช้ให้ลูกน้องเปิดประตูหลังของรถออกจนได้ จากนั้นเข้มก็กระชากแขนของโรสลงมาจากรถอย่างถือดี
"ว้ายยยย จะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ คุณพ่อช่วยโรสด้วย" โรสที่ถูกฉุดกระชาก ก็พยายามดิ้นรนเอาตัวรอดและร้องเรียกให้พ่อเข้ามาช่วย
"ปล่อยลูกสาวของฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะโทรแจ้งตำรวจ" มงคลลงมาจากรถและพูดออกไปอย่างแข็งกร้าว พร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมา
"จะโทรเรียกตำรวจเหรอ งั้นก็ต้องโดน" พูดจบเข้มก็ส่งสายตาให้ลูกน้อง จากนั้นมงคลก็ถูกฟาดอย่างแรงที่ศีรษะและล้มลงไปทันที
"คุณพ่อ!!!" โรสที่เห็นภาพนั้นก็ตะโกนเรียกพ่อเสียงดัง