ตอนที่ 1 (ครึ่งหลัง)

1910 คำ
Demon's Love ทวงรัก... คืนใจ! Writer : Aile'N ตอนที่ 1 (ครึ่งหลัง) สิ้นคำตอบรับร่างบางก็เดินออกจากครัวไป แล้วเดินไปยังห้องพักของตัวเองที่อยู่ชั้นล่างข้างๆ บันไดขึ้นชั้นบน พอเข้ามาก็เห็นว่าดาวกำลังสอนการบ้านน้องเลิฟอยู่แต่เด็กแสบไม่ค่อยจะสนใจเท่าไรชอบแกล้งพี่อยู่เรื่อยไม่รู้ติดนิสัยมาจากใคร เธอไม่อยากดุลูกแต่ในเมื่อไม่เชื่อฟังก็จำต้องดุเดี๋ยวจะติดเป็นนิสัย "น้องเลิฟ! ตั้งใจทำการบ้านไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่เสร็จแม่จะตีให้!" เสียงหวานดุขึ้นไม่ดังนักแต่ก็น่ากลัวสำหรับเด็กวัย 5 ขวบ เด็กน้อยเลยเชื่อฟังไม่แกล้งพี่ดาวอีกแล้วตั้งใจทำการบ้านต่อ พอนาเดียร์เข้ามาดาวจึงขอตัวออกไปช่วยงานป้าเพ็ญที่ครัว สองแม่ลูกเลยได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง คนเป็นแม่เดินไปนั่งลงบนเตียงข้างลูกด้วยความรู้สึกผิดลึกๆ กลัวลูกจะเสียใจที่โดนดุ และเธอก็มักจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง.. เพราะเลี้ยงลูกคนเดียวสถานการณ์มันเลยบังคับให้เธอต้องใจดีอย่างมีขอบเขต ไม่ตามใจลูกจนเคยตัว "ไหนดูซิ วันนี้คุณครูสั่งให้ทำอะไรเอ่ย" มือบางยกขึ้นลูบศีรษะเล็กเบาๆ พร้อมชะโงกหน้าเข้าไปมองกระดาษแผ่นใหญ่ที่คนตัวน้อยกำลังบรรจงวาดอะไรบางอย่างลงไปอย่างตั้งใจ "คุณครูสั่งให้วาดครอบครัวพ่อแม่ลูกคร้าบ เลิฟกำลังวาดแม่กับเลิฟ" คนตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมาตอบยิ้มๆ คำตอบที่ได้ฟังทำคนเป็นแม่ถึงกับหน้าสลดลงเล็กน้อย แต่ก็พยายามไม่คิดอะไร เพราะลูกบอกว่าวาดเธอกับตัวเองมันก็ถูกแล้ว.. ครอบครัวของเรามีกันแค่ 2 คนเท่านี้แหละ! "ไหนดูซิ วาดแม่สวยหรือเปล่าครับเนี่ย แม่ไม่อยากขี้เหร่น้า~" คนตัวบางแกล้งทำเป็นแอบมองกระดาษวาดรูปของลูกชายตัวน้อยด้วยความสนใจ เจ้าตัวก็ดูจะภูมิใจนำเสนอเต็มที่ "สวยคร้าบ เลิฟก็หล่อ คิกคิก" เสียงเล็กหัวเราะคิกคัก ตั้งอกตั้งใจวาดรูปครอบครัวที่มีเพียงแม่กับตัวเองต่อไปโดยมีมารดานั่งมองและคุยเล่นกันไปเรื่อยๆ จนวาดเสร็จพร้อมระบายสีก็เย็นพอดี ถึงเวลาที่เจ้าตัวแสบจะต้องอาบน้ำอาบท่า พอแม่อาบน้ำแต่งตัวให้ตบท้ายด้วยปะแป้งทั่วตัวและสองแก้มป่องๆ จนตัวหอมกรุ่น เด็กแสบก็บอกจะเอารูปที่วาดไปอวดย่าเพ็ญกับพี่ดาวในครัวร่างบางก็เลยต้องปล่อยไป แต่ไม่ได้ตามออกไปพร้อมกันเพราะตั้งใจจะเข้าห้องน้ำก่อน ตึกตึกตึกตึกตึก กึก! "เอ๋? ลุงเป็นใครหรอบครับ เลิฟไม่เคยเห็นเลย" สองเท้าเล็กที่กำลังวิ่งเตาะแตะหยุดชะงักยืนนิ่งไปกะทันหันเมื่อเห็นคนแปลกหน้าอยู่ในบ้าน คนถูกทักที่กำลังจะออกไปหาสายหูฟังที่คาดว่าคงจะตกอยู่ที่ไหนสักที่ในบ้านหรือไม่ก็ในรถหันมาตามเสียงเล็กๆ ก่อนจะยืนอึ้งไปพักใหญ่ "...." ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกจากลำคอแกร่ง มีเพียงดวงตาคมที่เบิกกว้างกว่าปกติและเสียงหัวใจที่กำลังเต้นถี่ระรัวขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ มือไม้เย็นเฉียบได้แต่ยืนมองหน้าเด็กน้อยนิ่งๆ อยู่อย่างนั้นจนเด็กคนนั้นพูดขึ้นมาอีก "คุณลุงเป็นอะไรไหมครับ? ให้เลิฟช่วยได้นะ?" ความใสซื่อไม่ประสีประสาทำร่างน้อยถามออกไปด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นร่างสูงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนใดๆ "หนูเลิฟ คุยกับใครน่ะลูก? อ่าว คุณเวย์.. เอ่อ หนูเลิฟคนนี้เขาเป็นเจ้านายของเราเหมือนคุณปริ้นท์นะครับ ชื่อคุณเวย์ สวัสดีหรือยัง?" พลันเสียงหวานของป้าเพ็ญก็แทรกขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของคนตัวสูง ก่อนจะเดินออกมาเจอเด็กน้อยยืนทำหน้างงๆ อยู่ต่อหน้าเจ้านายอีกคนที่ดูเหมือนจะยังคงอึ้งไม่หาย คาดว่าคงเป็นเรื่องที่คุณปริ้นท์บอกว่าหน้าเหมือนกันสินะ พอเจอตัวเป็นๆ เลยนิ่งไปแบบนั้น "สวัสดีครับ คุณลุง" มือป้อมที่ถือกระดาษวาดรูปตั้งใจจะเอามาอวดย่าเพ็ญประนมแนบอกไหว้ทำความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่อย่างนอบน้อมก่อนเงยหน้าขึ้นมายิ้มแป้นจนตาหยี ยิ่งทำคนมองอึ้งมากขึ้นไปอีก พลันในหัวสมองก็นึกไปถึงกรอบรูปที่ตั้งอยู่ในห้องนอนของแม่.. เป็นใบหน้าของเขาในอารมณ์เดียวกันกับที่เด็กคนนี้ทำเมื่อกี้ราวกับถอดแบบกันมาไม่ผิดเพี้ยน! "เด็กก็แบบนี้แหละค่ะ อย่าถือสาแกเลยนะคะ.. ป้ะ ไปช่วยย่าเพ็ญในครัวดีกว่าเนาะ อย่าไปกวนเจ้านายเขา" ป้าเพ็ญขอโทษขอโพยเด็กหนุ่มรุ่นลูกที่เป็นถึงเจ้านายเหนือหัวแทนเด็กตัวน้อยเพราะไม่รู้ได้ไปทำอะไรให้ร่างสูงไม่พอใจหรือเปล่า ก่อนจะจูงแขนป้อมๆ เดินจากมา ทิ้งให้ใครคนนั้นยืนนิ่งอยู่ที่เดิมนานหลายนาที "เชี่ย.." เสียงเบาครางแผ่วในลำคอเมื่อเริ่มมีสติ.. เหมือนมาก.. เหมือนจนน่าตกใจ!! "ไปยืนนิ่งทำเหี้ยไรตรงนั้น" เสียงพี่ชายดังแว่วเข้ามาในโสตประสาททำคนเหม่อหลุดออกจากภวังค์ ไหล่หนาสะดุ้งน้อยๆ ก่อนหันไปทางต้นเสียงก็เห็นคนหัวทองกำลังยืนเท้าแขนกับระเบียงชั้น 2 หน้าห้องตัวเองมองลงมายังเขาที่ยืนอยู่ชั้นล่าง "กู.. หาหูฟัง" พูดจบร่างสูงก็เดินวนรอบโซฟารับแขกพอไม่เห็นก็เดินออกไปดูที่รถตู้หน้าบ้านจนเจอมันอยู่ที่นั่น เดินกลับมาคนพี่ก็ไม่อยู่แล้วเลยเดินกลับขึ้นห้องไปบ้าง ไม่วายหันมองไปทางห้องครัวนิดๆ เหมือนมีอะไรดลใจ อาจเป็นเพราะรู้ว่าเด็กคนนั้นอยู่ในครัวก็เป็นได้.. พอรู้สึกว่าตัวเองชักจะสนใจเกินไปก็รีบดึงสมาธิกลับมา เพราะมันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญของเด็กที่มักจะมีหน้าตาคล้ายๆ กันอย่างที่บอก เพียงแต่เด็กคนนี้มันเหมือนเขามากจนหาจุดต่างกันไม่เจอเลยก็แค่นั้น แกรก.. ไล่หลังคนตัวสูงไปร่างบางของใครอีกคนก็เปิดประตูห้องเดินออกมาพอดี คลาดกันไปเพียงเสี้ยววินาที.. นาเดียร์เดินไปหาลูกที่ครัวเพราะได้ยินเสียงเด็กแสบหัวเราะคิกคักกับย่าเพ็ญอยู่ในนั้นอย่างมีความสุข พอเข้าไปก็เห็นร่างน้อยๆ ถูกคนมีอายุใช้นิ้วจี้เอวอยู่บนเก้าอี้จนต้องดิ้นพล่านหัวเราะลั่นหน้าแดงหน้าดำน้ำหูน้ำตาไหลปริ่มแต่ดูท่าจะสนุกมากกว่าทรมานเสียอีก "มาป่วนอะไรย่าเพ็ญอีกล่ะหืม? ย่าเพ็ญต้องทำอาหารนะครับ มานั่งนี่เลย ห้ามซนเข้าใจมั้ย?" พอเห็นคนเป็นแม่เดินมาป้าเพ็ญก็ปล่อยเด็กน้อยเป็นอิสระ เจ้าตัวถึงกับนั่งหอบหายใจด้วยความเหนื่อยจนพุงป่องกระเพื้อมขึ้นลงน้อยๆ อย่างน่ารัก มือบางจึงช้อนตัวลูกขึ้นแนบอกฉกชิงหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่แล้วพาไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ห่างออกไปจากรัศมีคนทำครัว ไม่วายสั่งกำชับเข้มงวดว่าห้ามก่อกวนเพราะถึงเวลาที่แม่กับย่าเพ็ญและพี่ดาวจะต้องช่วยกันทำอาหารเย็นให้เจ้านายที่มากันหลายคนแล้ว ชักช้าจะเสร็จไม่ทัน ฝั่งใครบางคน.. พอขึ้นห้องมาก็นอนเล่นเกมอยู่บนเตียงสักพักแต่จิตใจกลับไม่อยู่กับร่องกับรอยเท่าไรจนเล่นแพ้ไปหลายตาเลยเลิกเล่น เอาโทรศัพท์ไปชาร์จไว้แล้วเดินออกไปยืนสูบบุหรี่นอกระเบียงเหม่อมองดวงตะวันดวงใหญ่แผ่แสงสีทองสว่างไสวทั่วผืนฟ้ากำลังจะลาลับไปเรื่อยๆ ห้องที่เขาพักอยู่ติดกับห้องของพี่ชายอยู่ริมสุดทางขวามือเดินออกมาที่ระเบียงก็จะเห็นแปลงพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษที่น่าจะเป็นป้าเพ็ญเอามาปลูกไว้ทำอาหาร พื้นที่โดยรอบเป็นต้นไม้น้อยใหญ่ให้ร่มเงาและสวนดอกไม้ตระการตาราวกับที่นี่เป็นไร่ดอกไม้แทนไร่ผลไม้ยังไงยังงั้น แต่มองแล้วก็สบายตาต่างจากแสงสีในเมืองหลวงลิบลับ พรึ่บ.. คนบนระเบียงขมวดคิ้วเพ่งสายตามองแผ่นหลังบอบบางของใครบางคนที่เดินออกมาจากตัวบ้านตรงไปที่สวนผักโดยหันหลังให้เขาอย่างสนใจ เป็นผู้หญิงร่างผอมบางใส่เสื้อคอกระเช้าลายลูกไม้สีขาวกับผ้าซิ่นสีทึบ เรือนผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบถักเปียยาวถึงกลางหลัง มองไม่เห็นหน้าเพราะเธอหันหลังให้เขาและตั้งใจเก็บพริกในสวนใส่ตระกล้าใบเล็กที่ถือติดตัวมา เห็นแค่ด้านหลังก็รู้ว่าเป็นคนขาวมากแม้แสงจะน้อยนิดเพราะดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วแต่โดยรวมก็ยังสว่างแม้ไม่มากแค่พอมองเห็น.. ไม่รู้ทำไมดวงตาคมกริบถึงมองหยุดอยู่ที่แผ่นหลังบางๆ นั้นนานนัก มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก.. มันคุ้นเคยแปลกๆ เธอคงจะเป็นแม่ของเด็กคนนั้นที่เขายังไม่มีโอกาสได้เจอ เพราะมาถึงก็หายไปรับลูกกลับจากโรงเรียน ตึกตึกตึกตึก พอมองนานเข้าใจมันก็เต้นแรงขึ้นมาซะเฉยๆ ราวกับกำลังลุ้นว่าเมื่อไรร่างบางนั้นจะหันหน้ามาเสียที แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังเก็บผักไม่เสร็จซะทีจนร่างสูงเริ่มจะออกอาการหงุดหงิดทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาใจจดจ่ออะไรขนาดนั้นกับสาวใช้ในบ้าน ถ้าอยากเจอลงไปถามหาในครัวก็สิ้นเรื่อง! Truuuu.. Truuuuu.. "แม่ง.." เสียงเข้มสบถออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่วางชาร์จอยู่ในห้องดังขึ้นมาขัดจังหวะพอดิบพอดีเหมือนคนโทรมันจงใจ เลยต้องตัดสินใจเดินกลับเข้ามาในห้องเพื่อรับมันอย่างช่วยไม่ได้ "หืม..?" เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ปริศนาที่ดังออกมาจากห้องบนชั้น 2 ดังแว่วมาให้ได้ยินถึงคนข้างล่าง คนตัวบางที่กำลังเก็บมะเขืออยู่จึงหันไปมองอย่างอดไม่ได้ เห็นแผ่นหลังกว้างเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ร่างนั้นจะหายเข้าไปข้างในเพื่อรับโทรศัพท์.. คงจะเป็นเพื่อนๆ ของเจ้านายที่มาพักนั่นแหละ พอคิดเช่นนั้นนาเดียร์จึงเลิกสนใจแล้วหันกลับมาเก็บมะเขือต่อจนได้เยอะพอสมควร จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าหลังจากที่เธอเดินกลับเข้าไปคนบนชั้น 2 ที่เพิ่งรับโทรศัพท์เสร็จก็เดินออกมาที่ระเบียงอีกครั้ง.. แต่ก็กลับไม่เจอใครอย่างที่หวัง .. .. .. ..
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม