ตอนที่ 2 (ครึ่งแรก)

3023 คำ
Demon's Love ทวงรัก... คืนใจ! Writer : Aile'N ตอนที่ 2 (ครึ่งแรก) อาหารค่ำมื้อใหญ่ถูกจัดขึ้นโต๊ะอาหารเรียงรายยาวจนเต็มโต๊ะส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ จานข้าว ช้อนส้อมและแก้วน้ำล้วนถูกจัดแต่งไว้เป็นระเบียบด้วยความประณีตสวยงามจากฝีมือของแม่บ้านเก่าแก่อย่างป้าเพ็ญสืบทอดต่อมายัง 2 สาวที่คอยเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ จนคล่องแคล่วหยิบจับอะไรก็ไม่เก้อเขินเหมือนตอนแรกๆ "แม่คร้าบ.. เลิฟหิวแล้ว" คนตัวน้อยที่ถูกผู้ใหญ่ลืมเพราะมัวแต่วุ่นจัดเตรียมอาหารเย็นให้เจ้านายมากกว่าปกติหลายเท่าเดินเตาะแตะมาดึงชายเสื้อแม่พร้อมพูดบอกหน้างอแงด้วยความหิวจัด "รอเดี๋ยวนะครับ แม่ยังไม่เสร็จเลย" ดวงหน้าสวยหันมามองลูกเพียงเสี้ยววินาทีก็หันกลับมาวุ่นกับโต๊ะอาหารอีกครั้ง ไรผมสีน้ำตาลอ่อนมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมขึ้นมาให้ต้องปาดไม่หยุดหย่อนบ่งบอกความเหนื่อยหนักเอาการเพราะต้องเตรียมมื้อเย็นสำหรับเจ้านายตั้ง 12 ที่! 3 แม่ครัวเลยเหนื่อยเป็นพิเศษและคาดว่าคงจะเหนื่อยแบบนี้ไปอีกหลายวันเลยทีเดียว "พาหนูเลิฟไปกินข้าวเถอะเดียร์ ตรงนี้ป้ากับดาวจัดการเอง เหลือไม่เท่าไรแป๊บเดียวก็เสร็จแล้วล่ะ" ป้าเพ็ญพูดบอกยิ้มๆ เมื่อเห็นเด็กแสบงอแงหิวเพราะเลยมื้อค่ำของเด็กน้อยมานานมากแล้ว คงอดทนสุดๆ จนทนไม่ไหวเลยเดินออกจากครัวมาตาม นาเดียร์มองหน้าคนมีอายุอย่างชั่งใจบวกกับโต๊ะอาหารตรงหน้าก็จัดใกล้จะเสร็จแล้วจริงๆ ทั้งสงสารลูกก็เลยต้องพยักหน้ารับแล้วพาลูกกลับเข้ามาในครัวเพื่อหาข้าวให้กิน กับข้าวก็ที่ตักแยกไว้จากของเจ้านายอีกทีนั่นแหละ ในหม้อก็ยังเหลือเฟือกินกันจนเบื่อก็ไม่รู้จะหมดหรือเปล่าเลย "อย่าเพิ่งกินนะครับ อาบน้ำแล้วมาใส่ผ้ากันเปื้อนก่อน เดี๋ยวเลอะแม่ไม่อาบให้อีกนะ" คนตัวบางพูดขู่เมื่อเห็นมือป้อมจับช้อนขึ้นมาถือเตรียมจะจ้วงเข้าใส่จานข้าวตรงหน้าด้วยความหิวแต่ถูกเบรกไว้เสียก่อน สิ้นคำร่างสูงก็เดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนของเด็กผืนเล็กๆ ที่เอามาพับเก็บไว้บนชั้นวางของในห้องครัวเพื่อจะได้หยิบใช้ได้สะดวกมาสวมให้คนตัวน้อยบนเก้าอี้ทรงสูงสำหรับเด็กที่เธอลงทุนซื้อให้เพื่อที่ลูกจะได้นั่งกินข้าวได้สะดวกเพราะถ้าให้นั่งเก้าอี้ธรรมดาได้ยืนกินข้าวแน่ๆ "เสร็จแล้ว ก่อนกินทำไงครับ?" พอสวมผ้ากันเปื้อนให้ลูกเสร็จเสียงหวานก็เอ่ยถามต่อ ยังไม่ยอมให้คนตัวเล็กได้กินง่ายๆ ทั้งที่ปากน้อยๆ เริ่มเบะแล้ว สิ้นคำแม่มือป้อมจึงวางช้อนลงแล้วยกมือขึ้นประนมไหว้จานข้าวตรงหน้าอย่างรู้หน้าที่ "คุณแม่ ย่าเพ็ญ พี่ดาว เลิฟขอบคุณสำหรับอาหารครับ" เสียงใสพูดขึ้นขณะประนมมือไหว้ขอบคุณคนที่ทำอาหารมื้อนี้ให้ทาน เลิฟถูกแม่สอนให้ทำแบบนี้ทุกมื้อไม่ว่าจะที่โรงเรียนหรือที่บ้าน ใครทำอะไรให้ต้องรู้จักขอบคุณและรู้คุณค่าของอาหารในแต่ละมื้อ ห้ามกินเหลือเด็ดขาด อิ่มยังไงก็ต้องกินให้หมดอย่ากินทิ้งกินขว้าง โชคดีที่เด็กแสบค่อยข้างเป็นเด็กว่าง่าย บอกสอนเชื่อฟังแม้จะแสบซนไปเสียหน่อยจนต้องให้ดุบ้างในบางครั้ง แต่นาเดียร์ก็คอยพร่ำบอกพร่ำสอนซ้ำๆ ให้ลูกติดเป็นนิสัย เพราะชีวิตความเป็นอยู่ในทุกวันนี้ถึงจะไม่ได้ลำบากมากแต่ก็ไม่ได้สุขสบายนัก ยิ่งมีกันอยู่แค่ 2 คนก็ยิ่งต้องดูแลกันและกันให้ดีที่สุด "อร่อยมั้ยครับ?"ร่างบางเอ่ยถามคนตัวน้อยที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ จนแก้มป่องด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงเวลาแห่งความสุขที่ได้กินของโปรด ก่อนจะกันมาพยักหน้าหงึกๆ ตอบคำถาม ดวงตาคู่เล็กที่กำลังยิ้มให้คนเป็นแม่หรี่เล็กลงจนเหลือเพียงเสี้ยวเล็กๆ แล้วหันกลับไปสนใจกินมื้อเย็นต่อ คนมองก็ยังไม่ละสายตาไปไหนยังคงนั่งเท้าคางมองคนกินนิ่งๆ ด้วยท่าทางเหม่อลอย.. ไม่มีครั้งไหนเลยที่มองหน้าลูกแล้วจะไม่ทำให้คิดถึง 'ใครคนนั้น' ขึ้นมา.. ยิ่งตอนที่ตัวแสบยิ้มแป้นจนตาเป็นสระอิก็ยิ่งเหมือน.. ถ้าสมมติเขาได้มาเห็นเลิฟ เขาจะต้องรู้แน่ว่าเด็กคนนี้เป็นสายเลือดของเขา ก็เหมือนซะขนาดนี้.. แต่มันคงจะไม่มีวันนั้น.. เวลานี้เขาก็คงจะออกไปท่องราตรีเที่ยวเตร่กับคนอื่นอย่างมีความสุข คงลืมอดีตอย่างเธอไปหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยให้เธออยู่ที่นี่อย่างสงบสุขมา 5-6 ปี ถ้าคิดจะตามหา.. คนระดับเขายังไงก็ตามเจอได้ไม่อยาก นอกเสียจากว่าไม่อยากจะเจอกันอีก.. แต่ก็ดีแล้ว เจอไปทำไมให้เขาดูถูก เธอคงทนไม่ได้ถ้าได้ยินอีกเป็นครั้งที่ 2 ฉะนั้นอย่ามาเจอกันอีกเลยน่ะดีแล้ว.. "แม่คร้าบ!" "..ห้ะ? ว่าไงครับ" คนเหม่อสะดุ้งออกจากภวังค์ความคิดเมื่อได้ยินเสียงลูก ไม่รู้นั่งใจลอยไปนานแค่ไหนพอรู้สึกตัวอีกทีเลิฟก็กินข้าวหมดแล้วและกำลังนั่งมองหน้าเธอตาแป๋วด้วยความสงสัย "แม่เป็นอะไรหรอครับ เลิฟเรียกตั้งนาน แม่ไม่ได้ยินเลย" เสียงแผ่วไร้วี่แววความสดใสเอ่ยถามออกมาด้วยความห่วงใยเพราะแม่ไม่ยอมพูดด้วยเลยกลัวว่าจะเผลอไปทำอะไรให้แม่โกรธอีก "เปล่าครับ แม่คิดอะไรเพลินๆ อิ่มมั้ยครับ? เอาเพิ่มมั้ย?" มือขาวลูบศีรษะเล็กเบาๆ พร้อมเอ่ยถาม เปลี่ยนเรื่องไปเฉยๆ เพราะถ้าจะให้บอกเด็กว่าคิดถึงพ่อของเขาก็ไม่รู้ตัวแสบจะว่ายังไงในเมื่อย้ำมาตลอดว่าครอบครัวเรามีกันแค่ 2 คนเท่านั้น "ไม่ครับ เลิฟอิ่มแล้ว^0^" ใบหน้ากลมฉีกยิ้มแป้นพร้อมตบมือป้อมไปที่พุงป่องๆ ของตัวเองให้ดูพลอยทำให้คนมองยิ้มตามอย่างอดไม่ได้ พอเลิฟกินข้าวอิ่มนาเดียร์ก็เอาจานข้าวของลูกไปล้างแล้วเก็บไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินจูงมือกันออกมาจากครัวตั้งใจว่าจะมาดูคนจัดโต๊ะว่าทำไปถึงไหนกันแล้ว พอเดินมาถึงก็เห็นเจ้านายและเพื่อนๆ ลงมานั่งที่โต๊ะอาหารกันพร้อมหน้า แต่พอมองดีๆ กลับต้องชะงัก.. ".....!!!!!?" ราวกับเดินๆ อยู่แล้วถูกน้ำเย็นสาด สองเท้าเล็กหยุดยืนนิ่งกับภาพตรงหน้า เย็นวาบไปทั้งตัวโดยเฉพาะในอก มือบางเผลอกำมือน้อยๆ ของลูกไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวในขณะที่ใจสั่นระรัวไม่หยุด ตัวหนักอึ้งอยากจะก้าวหนีไปจากตรงนี้แต่ขากลับไม่ยอมขยับ! จนกระทั่งเป้าสายตาหันมาเจอเธอเข้า.. ครืนนน!! "มะ.. ไม่!" เสียงหวานครางแผ่วอยู่ในลำคอด้วยความตกใจแทบจะสิ้นสติคิดหาทางออกไม่เจอเมื่อคนตัวสูงนั้นลุกขึ้นจากเก้าอี้และพุ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเร็ว ในขณะที่ขาเธอเริ่มมีเรี่ยวแรงจะก้าวหนีแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว! หมับ!! "ทำไมมาอยู่ที่นี่!!?" มือหนาคว้าจับเข้าที่ต้นแขนเล็กพร้อมกระชากเข้าหาตัว เสียงกร้าวตะคอกถามดังลั่นจนคนอื่นๆ พากันแตกตื่นตกใจ ดวงตาคมนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่คุ้นเคยสะท้อนภาพเธอด้วยแววตาหลากหลายทั้งโกรธเคืองและสับสนมึนงง "อึก.. ปะ ปล่อยนะ!?" เสียงเล็กร้องออกมาสั่นๆ พร้อมสะบัดแขนให้หลุดจากแรงบีบหนักๆ จนต้นแขนเจ็บหนึบขึ้นริ้วสีแดงอย่างรวดเร็ว น้ำตาที่เหือดหายไปหลายปีรินไหลลงมาอย่างง่ายดาย ใบหน้างามส่ายระรัวอย่างไม่อยากจะยอมรับความจริงที่ได้เผชิญ มันเกิดขึ้นเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน! ทั้งๆ ที่คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแท้ๆ แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้!!? "ปล่อยให้หนีงั้นหรอ!? ทำไมถึงมาอยู่ในที่แบบนี้!? แล้วเด็กนี่..." กรามหนาขบเข้าหากันดังกรอดทันทีเมื่อเห็นอาการต่อต้านอย่างสุดกำลัง แล้วพอได้เห็น(อดีต)คนรักอีกครั้งความจริงทุกอย่างก็กระจ่างทั้งเรื่องเด็กที่หน้าเหมือนเขาและก็คนตรงหน้านี้ด้วย ผู้หญิงที่เห็นหลังบ้านกับเธอคือคนๆ เดียวกัน ถ้าเธอเป็นแม่ของเด็กคนนี้ก็เท่ากับว่าเด็กนี่เป็น 'ลูก' ของเขา!! "ไม่ใช่!! อย่ามายุ่งกับเรา!! ฮึ่ก" ร่างบางรีบปฏิเสธหน้าตาตื่นและพยายามอ้อนวอนจะหนีให้ได้ราวกับคนเสียสติยั้งคิดอะไรไม่ได้อีกนอกจากหลบหนีการเผชิญหน้ากัน "แม่ครับ แม่ร้องไห้.. อึก ลุงอย่าทำแม่เลิฟนะ! ปล่อยแม่เลิฟ! ฮึ่ก ฮื่ออ" คนข้างกายพอเห็นแม่ถูกฉุดกระชากด้วยท่าทางเอาเรื่องจนเป็นเหตุให้เสียน้ำตาก็เริ่มร้องไห้ออกมา กำปั้นน้อยๆ ทุบไปที่ขาแกร่งหลายทีทั้งน้ำตานองหน้าแต่คนตัวสูงกลับไม่สะเทือนเลยสักนิด "เดี๋ยวๆ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ มันเกิดอะไรกันขึ้น?" ป้าเพ็ญตั้งสติได้ก่อนใครและรีบเข้ามาห้าม คนเป็นพี่ชายเป็นเพื่อนก็เข้ามาห้ามเช่นกัน ก่อนจะช่วยดึงออกไปคนละฝั่ง "ไอ้เวย์หยุด! เป็นเหี้ยไรของมึงเนี่ย!?" ปริ้นท์ล็อกแขนน้องชายออกมาด้วยท่าทางเคร่งเครียดเพราะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เช่นเดียวกับคนอื่นๆ แต่เหมือนเนตันจะพอรู้.. เขาเป็นคนเดียวที่เคยเห็นนาเดียร์ตอนที่กำลังคบอยู่กับเพื่อน แม้วันเวลาจะผ่านมา 5-6 ปีได้แล้วเขาก็ยังจำได้ ส่วนคนอื่นนั้นไม่เคยเห็นเพราะทั้งสองคบกันแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ได้เปิดเผยนักเพราะสมัยนั้นเวย์อิ้งก็เพลย์บอยพอตัว เที่ยวมั่วไปเรื่อย ไม่คงทนกับใครสักคน "ปล่อยกูพี่เหี้ย! กูจะเคลียร์กันให้รู้เรื่อง!!" คนตัวสูงที่ถูกแยกออกมาโวยวายลั่น พยายามจะสะบัดตัวออกจากแขนพี่กับเพื่อนที่ล็อกตัวเขาอยู่แต่ก็หลุดไม่ได้สักทีจนเริ่มจะโมโหหนักกว่าเดิม "เคลียร์พ่อง! คุยกันดีๆ มั้ยสัด มึงจะคุกคามเขาทำไม!?" ปริ้นท์ดึงสติน้องด้วยท่าทางหัวเสีย มันจริงอย่างที่เขาพูดทั้งนั้น พอเจอหน้ากันมันก็พุ่งไปกระชากแขนเขาและตะคอกถามเสียงดัง นั่นมันสมควรเรียกว่าเคลียร์งั้นหรอ? =_=^ "นั่นสิคะ ค่อยๆ คุยกันดีกว่านะป้าว่า.. ดาวพาหนูเลิฟไปอยู่ในห้องก่อนไป" ป้าเพ็ญเห็นด้วยและช่วยเตือนสติก่อนหันไปบอกดาวให้พาเด็กๆ ออกไปจากตรงนี้ ทั้งเลิฟและเฟย่าเลยถูกพาออกไปท่ามกลางเสียงร้องไห้งอแงของเด็กแสบที่เป็นห่วงแม่แต่ก็ได้สาวๆ ไปช่วยกันปลอบ บริเวณโต๊ะอาหารเลยเหลือแค่หนุ่มๆ ป้าเพ็ญและคู่กรณีทั้ง 2 คน เวย์อิ้งเริ่มนิ่งเมื่อถูกเตือนสติ ตาคมยังไม่ละไปจากดวงหน้าสวยเปื้อนน้ำตาที่ซุกเข้าหาอกคนมีอายุอย่างเสียขวัญ ไม่ยอมมองหน้าเขาและมีท่าทีต่อต้านจนน่าโมโห! "เอาล่ะ.. ทีนี้ก็บอกกูมาว่ามันมีเรื่องอะไรกัน? มึงรู้จักเดียร์หรอ?" ปริ้นท์เป็นคนถามขึ้นมาก่อนใคร พร้อมกับปล่อยแขนออกจากน้องชายหลังจากที่ใจเย็นลงมากแล้ว "เด็กนั่น...ลูกกู!" "ไม่ใช่!!" นาเดียร์เงยหน้าขึ้นมาสวนคำพูดของอีกฝ่ายทันทีในขณะที่คนอื่นๆ กำลังนิ่งงันกับคำบอกกล่าวของเวย์อิ้ง สิ้นคำใบหน้าคมก็เคร่งขึ้นมาทันที พลันจะก้าวเข้าไปหาคนตัวเล็กอีกพี่ชายก็ไวกว่าด้วยการดึงกลับมาที่เดิมอีกครั้ง "มันจะไม่ใช่ได้ยังไง!? หลักฐานมีอยู่เต็มหน้า!! หรือจะต้องให้ตรวจดีเอ็นเอห้ะ!? กล้ามั้ยล่ะ!!?" คนอารมณ์ขาดขึ้นเสียงถามอย่างเหลืออด โกรธมากกว่าเดิมก็ตรงที่นาเดียร์ปฏิเสธว่าเลิฟไม่ใช่ลูกของเขาทั้งๆ ที่หน้าเหมือนขนาดนั้นเนี่ยแหละ คิดว่าเขาโง่? "ฮึ่ก.." คนตัวบางไม่มีข้อโต้แย้งเอาแต่ร้องไห้โหยหาป้าเพ็ญไว้เป็นที่พึ่งพิง มือเหี่ยวย่นเพราะอายุมากจึงต้องคอยโอบกอดและลูบศีรษะเล็กย้ำๆ เพื่อปลอบประโลม แม้ตอนนี้จะมึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไปหมด "เรื่องมันเป็นยังไง แล้วทำไมมึงถึงปล่อยให้เขามาอยู่ที่นี่กับลูกแค่ 2 คน" ปริ้นท์ยังคงถามต่อถึงต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่ลูกเขาแยกจากกัน โดยส่วนตัวนั้นเชื่อสนิทว่าเลิฟเป็นลูกชายของเวย์อิ้งจริงๆ ไม่เพียงแค่หน้าเหมือน จากที่เขาได้มีโอกาสมาสัมผัสเด็กคนนั้นยังมีนิสัยเหมือนน้องชายอีกด้วย! "กูเคยคบกับเดียร์สมัยเรียนอยู่คิงตัน.. แต่ก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ..ตอนนั้นกูตั้งใจจะคบให้นานๆ เพราะคนนี้ไม่งี่เง่าเหมือนคนอื่นๆ และตอนนั้นกูก็มีเพื่อนนอกจากไอ้พวกนี้อีกคนที่สนิท.. สนิทมากจนไว้ใจ เลยไม่คิดว่าแม่งจะแอบมาตีท้ายครัวกู!! กูเปิดประตูห้องไปเห็นมันกับเดียร์กำลังจะมีอะไรกันพอดี! เลยโมโหจนเลือดขึ้นหน้ายำตีนแม่งจนเป็นอัมพาต!! แล้วก็ด่าเดียร์เสียๆ หายๆ ด่าเสร็จกูก็ออกมาทั้งอย่างนั้น คิดจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนนี้อีก! หลังจากวันนั้นกูก็ไม่เห็นเดียร์อีก ได้ข่าวว่าออกจากโรงเรียนไปแล้ว ช่วงแรกๆ กูโกรธเลยไม่คิดจะสนใจ แต่หลังๆ มามันก็เริ่มคิดถึง.. เป็นคนลืมง่ายแต่คนนี้เสือกไม่ลืมซะที!!" ร่างสูงเล่าเรื่องด้วยท่าทางหัวเสีย เล่าจบก็ตวัดสายตามองไปยังร่างบางด้วยความขัดใจแต่ดวงตากลมเปียกน้ำตาชุ่มกลับไม่ยอมมองกลับมา เธอคงโกรธไม่ต่างกัน เขาจำไม่ได้ว่าตอนนั้นใช้คำพูดไหนตวาดเธอแต่จำได้ว่ามันรุนแรงเกินกว่าที่ผู้หญิงดีๆ คนหนึ่งจะรับได้ และเพราะแบบนั้นเขาเลยไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงระหว่างร่างบางกับเพื่อนทรยศคนนั้น รู้แค่ว่าโกรธและอยากจะเกลียดเธอไปเลยด้วยซ้ำ!! แต่ก็ทำไม่ได้.. ยิ่งพยายามผลักไสสมองก็ยิ่งคิดถึง! "ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท้องตั้งแต่ตอนไหนและหนีมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร กูผิดเอง.. ถ้ากูคิดจะมากับมึงก็คงเจอไปนานแล้ว!" มือหนาขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงก่อนหันไปพูดกับพี่ด้วยท่าทางสับสนเหมือนคนใกล้ตาย ไม่คิดเลยจริงๆ ว่านาเดียร์จะมาอยู่ที่นี่ ไม่ใกล้ไม่ไกล.. ถ้าคิดจะสนใจสักหน่อยก็คงไม่ต้องปล่อยให้วันเวลามันล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้! "แล้วความจริงมันเป็นยังไงห้ะยัยเดียร์? เราหักหลังคุณเวย์จริงๆ หรอ? ...เล่ามาเถอะ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว" ป้าเพ็ญเหมือนอยากจะทวงคืนความยุติธรรมให้ร่างบางในอ้อมแขนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้เงียบๆ เพราะไม่คิดว่าตลอด 5-6 ปีที่รู้จักกันมาเธอจะเป็นคนแบบนั้น นาเดียร์นิสัยดี ขยันขันแข็ง มีน้ำใจกับคนรอบข้างจนใครๆ ก็หลงรัก คนมีอายุเลยไม่เชื่อว่าเธอจะหักหลังแอบมีความสัมพันธ์กับเพื่อนของเจ้านายจริงๆ "อึก.. เขา.. เขาจะขืนใจเดียร์ แต่.. คุณเขาเข้ามาเจอก่อน อึ่ก เอาแต่ด่า.. ไม่ยอมถามสักคำว่าอะไรเป็นอะไร!!" ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่นพยายามระงับอารมณ์อัดอั้นที่ถูกเก็บไว้ในส่วนลึกของจิตใจมานานหลายปี ทุกวันนี้เธอยังจดจำความรู้สึกในวันนั้นได้ดี วันที่หวาดกลัวและต้องการที่พึ่งที่สุดแต่ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวกลับตวาดด่าเสียๆ หายๆ ตัดขาดความสัมพันธ์แล้วเดินหนีออกไป เจ็บปวดและเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร ไม่ไปแม้กระทั่งโรงเรียน เอาแต่เก็บตัวนอนร้องไห้อยู่ในห้องจนกระทั่งร่างกายเริ่มผิดปกติอันเกิดมาจากเลือดเนื้อเชื้อไขที่คนเป็นพ่อเขาทิ้งไว้ให้เธอต้องแบกรับเพียงลำพัง! มืดมิดไร้ทางออก.. ก็เลยตัดสินใจปรึกษาเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป เธอไม่อยากให้พ่อกับแม่รู้ว่าลูกสาวตัวเองท้องไม่มีพ่อ พวกเขาเป็นคนค่อนข้างมีหน้ามีตาในสังคม เธอไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวัง เพื่อนเลยพาเธอหนีมาฝากไว้กับญาติที่ทำงานอยู่ในไร่ตะวันฉายแห่งนี้ นั่นก็คือป้าเพ็ญ.. แต่เธอไม่รู้.. ว่าที่แห่งนี้เป็นของผู้ชายคนนี้ด้วย! ถ้ารู้.. เธอคงไม่มา!! "แล้ว.. หนูเลิฟ..?" คนข้างๆ พยักหน้าเข้าใจทั้งรู้สึกเห็นใจคนตัวเล็กเป็นอย่างมาก เธอคงเจ็บปวดไม่น้อยแต่ก็ยังกัดฟันสู้เลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวมาได้จนถึงทุกวันนี้ "ลูกเดียร์คนเดียว!!" ยังไม่ทันที่ป้าเพ็ญจะได้ถามจบนาเดียร์ก็แทรกขึ้นเสียงแข็ง จนร่างสูงที่ได้ยินเริ่มจะโกรธขึ้นมาอีกรอบแต่ยังพยายามทำใจเย็นเพราะตัวเองก็มีส่วนผิด ร่างบางจะโกรธมันคงไม่แปลก
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม