บทที่ 2 ข้อเสนอที่ไม่ใช่ความรัก -1

1554 คำ
"ชื่อเต็ม...ไลลา อินทรานนท์" อคินนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในห้องส่วนตัวของเขา ภายในออฟฟิศแพทย์ระดับบริหารชั้น 17 ที่มีเพียงไม่กี่คนในโรงพยาบาล RAVEN เท่านั้นที่มีสิทธิใช้ โต๊ะไม้โอ๊คแท้ทาสีดำวาว เครื่องคอมพิวเตอร์สเปกสูง รายล้อมด้วยชั้นหนังสือและตู้เก็บประวัติคนไข้ที่ล็อกทุกช่องอย่างแน่นหนา ชายหนุ่มแตะนิ้วลงบนจอแล็ปท็อป เขากำลังอ่านข้อความจากไฟล์รายงานที่เลขาฯ ส่วนตัวส่งมาให้เมื่อไม่ถึงสิบนาทีก่อน ข้อมูลที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขานิ่งงันอยู่พักใหญ่ — หญิงสาวอายุ 26 ปี อาศัยอยู่ในแฟลตเช่าเก่า ๆ ชุมชนแออัดย่านบางบัวทอง — อาชีพ: พนักงานเสิร์ฟร้านกาแฟ / รายได้ประมาณ 10,000 – 12,000 บาทต่อเดือน — ผู้ปกครองของ ‘ด.ช. นที อินทรานนท์’ ผู้ป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิด — ประวัติเคยเป็นเด็กในสถานสงเคราะห์แห่งหนึ่ง และที่สำคัญที่สุด — หมอประจำเคส รพ.รัฐที่เธอเคยไปรักษา ส่งเธอมา ‘ขอคำปรึกษา’ กับเขา เพราะเป็นเคสซับซ้อนหายากระดับประเทศ อคินพิงหลังกับพนักเก้าอี้หนัง เสียงลมหายใจของเขาสะท้อนในห้องเงียบราวกับทุกอย่างหยุดนิ่ง หญิงสาวที่ทำให้เขาหลอนไปทั้งคืน...เป็นคนที่ ‘ไม่มีอะไรเลย’ ไม่มีเงิน ไม่มีชื่อ ไม่มีแม้แต่สิทธิรักษาในที่แห่งนี้ ...และในความไม่มีอะไรเลยนั่นเอง ที่ทำให้เขารู้สึกว่าควบคุมเธอได้ทุกอย่าง — โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดทั้งสิ้น เธอเป็นภาพจำ เป็นตัวแทนของฝันร้าย...และอาจกลายเป็นคำสาปที่เขากำลังจะคว้าไว้ด้วยมือของตัวเองอีกครั้ง “พี่ไลลา~ มีลูกค้าสั่งมัจฉะลาเต้เย็นโต๊ะมุมสุดนะ!” เสียงเด็กเสิร์ฟร่วมงานดังมาจากหลังเคาน์เตอร์ของร้านกาแฟเล็ก ๆ ย่านออฟฟิศกลางเมือง ไลลาหันมาตอบรับเสียงแผ่ว ๆ “โอเค เดี๋ยวจัดให้เลย” แม้ในใจเธอจะเหนื่อยล้ากับการนอนน้อยเพราะเพิ่งพานทีไปหาหมอมาเมื่อวาน แต่เธอก็ไม่อาจปริปากบ่นได้ ร้านกาแฟแห่งนี้...คือทุกอย่างที่ยังเหลืออยู่ในชีวิตเธอตอนนี้ เธอยิ้มบาง ๆ เดินไปที่เครื่องชง แล้วจัดเตรียมมัจฉะลาเต้เย็นตามออเดอร์อย่างคล่องแคล่ว ในขณะเดียวกัน เสียงประตูร้านเปิดออก — ดังพอจะเรียกสายตาของพนักงานและลูกค้าหลายคนให้เหลียวมอง หญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน เธอแต่งตัวเนี้ยบในชุดกระโปรงท่อนล่างสีครีม ท่อนบนเสื้อแบรนด์หรูผ้าซาตินเงา รองเท้าส้นสูง Christian Louboutin แว่นกันแดด Dior แบบคล้องหัว เธอเดินมาที่เคาน์เตอร์สั่งเครื่องดื่มด้วยท่าทางมั่นใจราวกับเจ้าของร้าน “มัจฉะลาเต้เย็นค่ะ ใส่น้ำเชื่อมครึ่งเดียว ไม่วิปนะคะ” เธอไม่ได้สนใจไลลาเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะเดินอย่างสง่าผ่าเผยไปนั่งที่โต๊ะมุมในสุด มุมที่เงียบและเป็นส่วนตัวที่สุดของร้าน ไม่นานนัก... ประตูร้านเปิดออกอีกครั้ง ชายหนุ่มในสูทสีน้ำตาลเบจเรียบหรู ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอม Tom Ford รุ่น Signature ที่คม ลุ่มลึก และดึงดูดอย่างไร้ที่ติ ธาม วรรณวรคุณ เจ้าของแบรนด์แฟชั่นชาย ‘ATHAR’ ที่กำลังครองตลาดไฮเอนด์ในเมืองไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาสูงเกือบ 185 เซนติเมตร รูปร่างสมาร์ทแบบนักกีฬา ใบหน้าคมเข้มจัดจ้านในแบบลูกเสี้ยวเอเชีย-ยุโรป เส้นผมสีน้ำตาลเข้มเซ็ตอย่างเนี้ยบ ดวงตาคมกริบแบบที่ผู้หญิงเห็นแล้วมักเผลอกลั้นหายใจ แต่สิ่งที่ทำให้เขาดึงดูดจริง ๆ ไม่ใช่เพียงหน้าตา...แต่คือออร่าความมั่นใจและ ‘ทุนชีวิต’ ที่สูงเกินเอื้อม และเขา...คือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของหมออคิน ทันทีที่หญิงสาวผู้รออยู่เห็นธาม เธอลุกขึ้นทันที — เดินเข้าไปคว้าแขนเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่ “ธามม~ ทางนี้ค่า ฉันจองที่ไว้ให้แล้ว” เสียงหวานแต่อัดแน่นด้วยความแหลมเฉียบ “อืม...โอเค” ธามตอบเสียงเรียบ ก่อนจะมองหาเมนูเครื่องดื่มสักอย่าง และนั่นเอง... สายตาของเขาก็สบเข้ากับหญิงสาวที่กำลังยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ไลลา ธามเบิกตาเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างในใจเขาสั่นสะเทือนเหมือนน้ำในแก้วโดนแรงกระเพื่อม เธอยังเหมือนเดิม — หรืออาจจะดูเหนื่อยลงกว่าสมัยมหา’ลัย แต่ดวงตาคู่นั้น...ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน สมัยเรียน เขาเคยเห็นเธอเป็นเด็กฝึกงานในร้านกาแฟใกล้คณะ เธอขยัน พูดน้อย ยิ้มบาง ๆ เสมอ เขาเคยอยากเข้าไปคุย แต่สุดท้ายก็ถอยออกมา เพราะคิดว่าเธอ ‘ไม่คู่ควร’ กับโลกของเขา แต่ตอนนี้...โลกของเขามองว่าเธอสวยกว่าผู้หญิงข้างกายที่ควงแขนเขาอยู่เสียอีก “มัจฉะลาเต้เย็น...ได้แล้วค่ะ” ไลลาพูดพร้อมยกถาดเครื่องดื่มไปยังโต๊ะที่สองคนนั้นนั่งอยู่ สายตาธามยังจับจ้องเธอไม่วางตา และนั่นคือชนวนของหายนะ หญิงสาวที่นั่งข้างเขาหันไปเห็นแววตานั้นเข้าเต็ม ๆ สายตาที่ไม่เคยใช้มองเธอมาก่อน…กลับไปหยุดอยู่ที่เด็กเสิร์ฟคนหนึ่ง เธอหน้าชา ริมฝีปากขบแน่น ก่อนจะปัดถ้วยมัจฉะลาเต้เย็นจากถาดให้คว่ำลง — ราดเต็มหัวไลลาในพริบตา แก้วกระแทกโต๊ะเสียงดัง ก่อนกลิ้งลงพื้น… “อ๊ะ!” ไลลาตกใจ หัวเธอมึนงง กลิ่นมัจฉะเย็นผสมกลิ่นน้ำตาและความอับอาย กลบสติไปชั่วขณะเธอลุกพรวดตามสัญชาตญาณ สะบัดตัวอย่างลืมตัว แต่แรงสะบัดกลับทำให้แก้วที่ยังไม่หล่น ตกกระแทกพื้นอย่างแรง เศษแก้วกระเด็นเฉี่ยวไปโดนขาเนียนไร้รอยขีดข่วนของหญิงสาวที่ก่อเรื่อง “โอ๊ย! เลือดออก!” เธอกรีดร้อง ผู้คนในร้านหันขวับ ผู้จัดการร้านรีบวิ่งออกมาดู ไลลาตัวแข็ง ใจเต้นระส่ำ เธอก้มตัวลงจะขอโทษ แม้จะไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด แต่หญิงสาวคนนั้นกลับตวาดลั่น “นี่เธอ! กล้าทำร้ายฉันเหรอ? เธอรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร?!” ธามพยายามจะพูดแทรก “เธอไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ...” แต่เสียงโวยวายกลับกลบหมด “เธอเป็นลูกสาวเจ้าของตึกนี้นะครับ” ผู้จัดการพูดเสียงเบา สีหน้าเครียดจัด “เราคงต้องขอให้คุณไลลายุติงานไว้ก่อนครับ...” “เดี๋ยวก่อนค่ะ!” ไลลาพูดเสียงสั่น เธอยกมือไหว้หญิงสาวคนนั้นอย่างพยายามสุดหัวใจ “หนูขอโทษจริง ๆ นะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจเลย ถ้าจะให้หนูชดใช้หรือเช็ดแผลให้หนูยอมหมดเลย แต่อย่าทำให้หนูต้องตกงานเลยนะคะ...” เธอก้มตัวแทบจะกราบอยู่ตรงนั้น ใจเต้นแรงจนเหมือนจะร้องไห้ น้ำตาคลอขอบตาแล้วแต่ยังฝืนไว้เต็มที่ “หยุดเลย!” หญิงสาวตวาดกลับ ดวงตาวาวโรจน์ “แกไม่มีสิทธิพูดกับฉันด้วยซ้ำ! แกมันก็แค่พนักงานกระจอก ถ้าไม่อยากให้ถึงตำรวจ ก็ก้มหน้ารับกรรมไปซะ!” ธามลุกขึ้นทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติมีเพียงรอยยิ้มขำขันเงียบสนิท กลับฉายแววเย็นชาแทน “พอได้แล้ว...เธอไม่จำเป็นต้องทำเกินเลยแบบนี้” หญิงสาวหันมาจ้องตาเขาอย่างไม่เชื่อสายตา “ธาม...เธอเข้าข้างยัยนี่เหรอ?” “เธอราดกาแฟใส่หัวเขาก่อนนะ รู้ตัวใช่มั้ย?” เสียงของเขาราบเรียบ แต่นิ่งจนทำเอาคนทั้งร้านเงียบไป “ฉันแค่...ฉันแค่ไม่ชอบวิธีที่เธอมองผู้หญิงคนนั้น!” ไลลายืนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น เหมือนถูกตัดขาดจากโลก ผู้จัดการหันมามองเธอด้วยแววตาน่าสงสาร แต่เต็มไปด้วยความจนใจ “ไลลา...ผมขอโทษ ผมไม่มีทางเลือก” เขาหันไปพูดกับลูกค้าเสียงอ่อน “ทางร้านจะรับผิดชอบค่ารักษาทั้งหมดนะครับ คุณไม่ต้องกังวล...” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างถือชัยชนะ ขณะที่ธามเองถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า เขาหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ควักธนบัตรจำนวนหนึ่งใส่ในถาดเงินทิปบนเคาน์เตอร์ จากนั้นเขาเดินมาหยุดตรงหน้าไลลา “ฉันขอโทษแทนคนของฉันด้วยนะ” เขาพูดเสียงเบา ดวงตาเขามองเธออย่างรู้สึกผิดจริงจัง... และไม่แน่ใจว่ารู้สึกแบบไหนมากกว่านั้น ไลลาได้แต่ยืนเงียบ ตัวสั่น น้ำตาเริ่มไหลเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว ธามเหลือบตามองเธออีกครั้ง ก่อนจะพูดทิ้งท้ายด้วยเสียงที่ฟังดู...แปลกเกินกว่าความเป็นคนอื่น “ดูแลตัวเองด้วยนะ...ไลลา” เขาเดินจากไป ปล่อยให้หญิงสาวผู้ก่อเรื่องรีบวิ่งตามเขาออกไปอย่างหัวเสีย และที่ร้าน...เงียบสนิทราวกับเกิดพายุเพิ่งพัดผ่าน ไลลายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะค่อย ๆ ย่อตัวลง เก็บเศษแก้วทีละชิ้นด้วยมือเปล่า ไม่ใช่เพราะหน้าที่ของพนักงานอีกต่อไป...แต่เพราะเธอไม่มีทางจะยอมให้ตัวเอง ‘ดูน่าสมเพช’ ไปมากกว่านี้อีกแล้ว ถ้าโลกจะย่ำเธอ เธอก็จะไม่ล้มให้เห็นง่าย ๆ ถึงแม้ใจจะร่วงไปก่อนแล้วก็ตาม
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม