ใต้กฎธารา
บทนำ
***
รั้วบ้านเขมทัต หรือ คฤหาสน์ใหญ่เขมทัต...
ใคร ๆ ต่างก็เรียกว่าวังเขมทัต เพราะบ้านหลังโตแถมกว้างใหญ่อย่างกับวัง หากทว่ามีผู้อาศัยเพียงไม่กี่ชีวิตเท่านั้น
ตระกูลเก่าแก่ที่สืบเชื้อสายวงษ์ผู้ดี มั่งคั่ง ตระกูลหนึ่ง ‘หม่อมเจ้าปรีชา เขมทัต’ เป็นบิดาผู้บังเกิดเกล้าของ ‘อัจฉราภรณ์ เขมทัต’ หรือ ‘แยมโรล’
เธอมีใบหน้าเรียวได้รูปดูภายนอกแสนอ่อนหวาน ดวงตากลมโตสีน้ำตาลแดง ริมฝีปากอวบอิ่ม ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นส่งผลให้เธอดูสวย สง่างามสมกับเป็นลูกสาวของหม่อมปรีชาเสียจริง ๆ
เจ้าปรีชาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว... จะว่าเช่นนั้นก็ได้เพราะนับตั้งแต่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคลอดออกมาได้ไม่นาน ภรรยาสุดที่รักของเจ้าปรีชาก็ด่วนสิ้นบุญไปเสียก่อน
เนื่องด้วยตระกูลสืบทอดเชื้อสายแบบผู้รากมากดีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หม่อมจึงมีงานหลายสิ่งหลายอย่างให้ต้องทำ ในแต่ละวันถึงไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับลูกสาวสักเท่าไหร่นักช่วงที่เธอเสียมารดาไป กลายเป็นว่าอัจฉราภรณ์ เธอต้องอยู่กับแม่นมสองคน มีเพื่อนเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักอย่าง แมวน้อยสองตัวเท่านั้น
จวบจนปัจจุบันนี้... แยมโรลอายุยี่สิบเอ็ดเห็นจะได้ เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในเมืองหลวง เท่าที่รู้กันว่าหล่อนไม่ค่อยอยู่ในกฎในเกณฑ์เสียเท่าไหร่นัก ไม่หนำซ้ำยังออกจะเกเรเถลไถลอยู่มาก หล่อนไม่เชื่อฟังคนเป็นพ่อ รวมถึงใคร ๆ ทั้งนั้น
ทุกคนจะต้องตามใจเธอ
อัจฉราภรณ์ชื่นชอบการท่องเที่ยวในยามราตรี ดื่มด่ำไปกับรสชาติของน้ำมึนเมา หากแต่อยู่ในขอบเขต... แม้ว่าลูกสาวของหม่อมจะทำตัวเกเรไม่สมกับสตรีไปบ้าง ทว่าหล่อนไม่เล่นยาเสพติด อบายมุข การพนัน หรือทำให้ตระกูลเขมทัตเสื่อมเสียไปในแง่ลบ
หม่อมก็แอบโล่งใจอยู่บ้าง
แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม เจ้าปรีชาก็กลุ้มเสียยิ่งกว่ากลุ้ม เขาอยากจะส่งเธอไปขัดเกลาความเป็นกุลสตรีบ้าง อัจฉราภรณ์ค่อนข้างจะดื้อกับทุก ๆ คน เจ้าปรีชาโชคเข้าข้างที่มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งอยู่ ‘จักรวาล อัครราชา’ นั่นเอง
เจ้าปรีชาจึงปรึกษากับเพื่อนคนนี้ จนกระทั่งคุณท่านจักรวาลส่งลูกชายคนที่สองของท่านมาช่วยดูแลหล่อน แม้ว่าอัจฉราภรณ์จะดื้อรั้น แต่กับธารา เธอกลัวเขา...
เช้าวันนี้ที่วังเขมทัตดูเงียบผิดปกติ
เมื่อคืนอัจฉราภรณ์เมามายจากการไปปาร์ตี้กับเพื่อนของเธอ วันนี้จึงตื่นสายไปสักหน่อย แต่แม่บ้านทุกคนอาจจะชินชากับนิสัยของเธอไปแล้ว
อัจฉราภรณ์ก้าวเข้ามาถึงในห้องอาหารสุดหรูหรายิ่งใหญ่ นาฬิกาบนข้อมือบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาสิบโมงเช้า
ร่างเพรียวกวาดตารอบห้องกว้างขนาดใหญ่ แม่บ้านรวมถึงสาวใช้ทุกคนต่างตกตื่น รีบเดินมายืนเรียงแถวกันอย่างพร้อมเพรียงก้มหัวให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านเขมทัต
“คุณพ่อไปไหน!”
“เอ่อ...หม่อมเจ้า ...เวลานี้ไม่อยู่ค่ะ คุณหนูแยม”
“บ้าจริง...” เสียงสบถเล็ก ๆ ดังลอดออกมาจากลำคอหล่อน
เหล่าแม่บ้านและเมดสาวต่างเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูกกันทั้งหมด เพราะไม่รู้ว่าเผลอทำอะไรให้อัจฉราภรณ์ไม่พอใจหรือเปล่า
ถ้าใช่ขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็...ชะตาจะขาดกันก็วันนี้แหละ
เธอเป็นทายาทเขมทัตเพียงคนเดียวที่แสนเอาแต่ใจ ขนาดแม้แต่หม่อมยังไม่สามารถปรามเธอได้ด้วยซ้ำ!
“แล้วคุณพ่อบอกหรือเปล่าว่าไปไหน?”
“ไปเยี่ยมเยือนบ้านอัครราชาค่ะ”
“เห็นว่าคุณปฐพี ลูกชายคนโตของบ้านน่ะค่ะ...ภรรยาของท่านมีลูกสาว น่ารักน่าชังเชียวค่ะคุณหนู... หม่อมท่านเลยเอาของขวัญรับหลานคนแรกไปเยี่ยมถึงบ้านน่ะค่ะ” แม่บ้านอีกคนพูดเสริม ขณะกำลังจัดจานผลไม้ให้เมดสาวอีกคนนำมาวางบนโต๊ะอาหารให้เธอ
“แล้วเอากุญแจปอร์เช่แยมไปทำไมเนี่ย! คุณพ่อนะคุณพ่อ!” เธอเอ็ดตะโรโวยวายอยู่คนเดียว ยกแก้วนมสดอุ่น ๆ ดื่ม หยิบปาท่องโก๋คาบไว้ในปากหนึ่งชิ้น พร้อมกับกระเป๋าเรียนรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ห้องอาหารทันที
“ตั้งใจเรียนนะคะ คุณหนู”
“นมคะ”
“คะ?”
“ถ้าคุณพ่อกลับมา บอกให้ลุงสมพรเอาปอร์เช่สุดที่รักของหนู ไปจอดไว้ที่โรงรถส่วนตัวของหนูเหมือนเดิมด้วยนะคะ อ้อ... พี่ทับทิมคะ!” เธอเหลือบไปมองสาวใช้ที่คนที่สะดุ้งเฮือกสุดตัวยามได้ยินชื่อของตัวเองจากปากคุณหนูผู้แสนร้ายกาจอย่างอัจฉราภรณ์
“คะ... คะ? คุณหนู”
“ชุดเมื่อคืน น่ารักดีนะคะ” เธอยิ้มกว้าง พูดเสียงสดใจแล้วรีบเดินออกไปทั้งแบบนั้น ทิ้งปริศนาไว้ให้สาวใช้ทั้งบ้าน
“ชุดเมื่อคืน... คุณหนูเธอหมายความยังไง? ยัยทิม!”
“คะ คือ ฉัน ฉัน... โอ๊ย! ป้า ฉันเจ็บนะจ๊ะ!”
“แกแอบไปเที่ยวมาอีกแล้วใช่มั้ยฮะ? ฮะ!? มานี่เลย... มานี่!” สุดาบิดหูหลานสาวคนดีอย่างทับทิมเดินเข้าไปห้องล้างถ้วยชาม เธอโดนลงโทษให้ล้างชามทั้งหมด ก่อนจะโดนสั่งให้ไปล้างบ่อปลาคาร์ฟบ่อใหญ่หลังวังอีก
***
คฤหาสน์อัครราชาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข...
โดยเฉพาะคุณหญิงพบพิมาและกรกต หลานสาวคนแรกของตระกูลอัครราชาอยู่ในวัยกำลังเดินต้วมเตี้ยม เด็กน้อยห้าขวบหัวเราะเอิ๊กอ๊าก วิ่งมาหาคุณย่าของเธอด้วยใบหน้าอิ่มเอมยิ้มแย้ม
“ตายแล้ว ๆ ดูซิคะ หม่อม... น่ารักน่าชังหรือไม่คะ...”
“ขอฉันอุ้มหน่อยจะได้หรือเปล่า คุณหญิง”
“ได้ซิคะ... นี่ ยัยหนูน้ำผึ้งค่ะ ลูกสาวตาดินกับหนูน้ำตาล”
“หน้าตาน่ารักจริง ๆ เหมือนน้องแยมตอนเด็ก ๆ เลยนะ”
“อุ๊ย หนูแยมตอนเด็กหรือคะ ดิฉันยังจำได้อยู่เลย ตัวเล็ก ๆ น่ารัก ผิวขาวอมชมพู... พูดแล้วคิดถึงภรรยาหม่อมนะคะ ว่าง ๆ อยากจะเชิญหม่อมไปไหว้พระซักหน่อย หม่อมว่ายังไงคะ...”
“ได้ซิ คุณหญิง” เจ้าปรีชาเงยหน้าจากหนูน้อยขึ้นมายิ้ม ๆ ให้พบพิมา
ครอบครัวสองตระกูลค่อนข้างจะสนิทกันมากถึงได้พูดคุยปรึกษากันได้เสียทุกเรื่อง
ไม่นานเหล่าพี่น้องอัครราชาก็ทยอยเข้ามาในห้องโถงสีทองอร่ามกลางบ้านใหญ่โต แม้ตระกูลอัครราชาจะไม่ได้ร่ำรวยมากเท่าเขมทัตแต่ทว่าบ้านพวกเขาก็ดูอบอุ่นมากจริง ๆ
“หม่อมปรีชา สวัสดีครับ” เหมันต์ เป็นลูกชายคนที่สามของตระกูลเดินเข้ามาก่อนจึงยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่ค่อนข้างจะคุ้นเคยท่านเป็นอย่างดี ตามด้วย อัคคี น้องชายคนเล็กของบ้านอัครราชา
“สวัสดีครับเจ้า”
“อ้าว เจ้าปรีชา... สวัสดี ๆ มาตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะเนี่ย” ตามด้วยท่านจักรวาลประมุขของอัครราชา เพื่อนของเจ้าปรีชานั่นเอง ทุกคนนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่สีทองหรูหรา พูดคุยกันตามประสา ก่อนที่กรกตมารดาของนลินลิดาจะเข้ามาอุ้มหลานของหล่อนไปกินนมและนอนพัก
“สัปดาห์หน้าจะมีงานเลี้ยงที่วัง ฉันเชิญทุกคนด้วยนะ” เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ถึงเวลาแล้วที่ควรจะกลับวังเขมทัต ก่อนที่จะกลับหม่อมปรีชาก็เอ่ยขึ้น สายตาชายวัยกลางคนเหลือบมองหา ‘ธารา อัครราชา’ ไปด้วย
เช้าวันนี้ยังไม่ได้เจอชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นคนที่คอยช่วยดูแลแยมโรล ลูกสาวแสนซนของตนเลย
“แน่นอนค่ะ” คุณหญิงรับการ์ดมาถือไว้ ก่อนจะสังเกตว่าหม่อมมองหาอะไร “หม่อมมองหาใครหรือคะ ถ้าเป็นตาธาราล่ะก็ เจ้าเด็กคนนั้นไปดูงานที่สิงคโปร์น่ะค่ะ...”
“งั้นหรือ...ว่าแล้วเชียวช่วงนี้ไม่มีใครคอยดุน้องแยมเลย”
“แหม...เจ้าล่ะก็ หลานแยมโรลเองก็โตเป็นสาวเป็นแส้แล้ว... ถ้าตาธารายังเอาแต่ตามอยู่ หลานแยมคงจะนึกรำคาญใจเอานะคะ”
“ยิ่งโตน่ะซิก็ยิ่งดื้อ... ดูอย่างเมื่อคืนก็เมาหัวทิ่มกลับบ้าน ฉันล่ะกลุ้มใจเสียจริง”
“เอาเถอะค่ะ...วัยรุ่นก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ” คุณหญิงพบพิมายิ้มกริ่มในใจ
เอาจริง ๆ แล้วหล่อนก็อยากจะได้ อัจฉราภรณ์มาเป็นลูกสะใภ้คนที่สอง หากแต่ว่า ธาราลูกชายของเธอ ตั้งแง่แม่งอน อคติกับอัจฉราภรณ์อยู่เสมอมา ตั้งแต่เด็กยันหล่อนโตเป็นสาว ธาราก็ยังไม่ชายหางตาไปมอง...
“ยังไงเสีย หากเจ้าธารกลับมาแล้วให้เข้าไปพบฉันทีนะ”
“ไว้ฉันจะบอกลูกให้นะคะ”
“ขอบใจมากพิมา เอาล่ะ ๆ ฉันต้องขอตัวก่อน...”
เหล่าแม่บ้านสองคนเดินออกไปส่งหม่อมพร้อมกับคุณหญิงพบพิมาและคุณท่านจักรวาล พูดคุยกันอีกสักพักก่อนที่หม่อมปรีชาจะขึ้นรถปอร์เช่สุดหรูและลุงบวรคนขับรถประจำตัว
“คิดอะไรอยู่คุณหญิง”
“คะ? คุณจักรหมายถึงเรื่องอะไรเหรอคะ?”
“ฉันรู้นะว่าคุณคิดอะไร อยากจะให้เจ้าธารกับหนูแยมคบหากันน่ะมันไม่ง่ายเลยนะคุณ...”
“มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ บ้างล่ะคะคุณจักร ดูอย่างตาดินกับหนูน้ำตาลสิคะ”
“เฮ้อ คุณนี่มันจริง ๆ เชียว... ธารากับปฐพีน่ะ นิสัยต่างกันมากโขนะคุณ”
พบพิมากอดอกนิ่งคิด...
ฟังจากที่สามีหล่อนพูดมันก็ถูก ปฐพีกับธารานิสัยต่างกันโดยเฉพาะคำพูดคำจา ปฐพีออกแนวนุ่มนวลอยู่บ้าง ลูกชายคนที่สองของเธอแม้รูปลักษณ์ภายนอกจะสุภาพอ่อนหวาน แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วธาราเหมือนพ่อของเขาไม่มีผิด!
ทั้งดุ ทั้งเจ้าระเบียบและเผด็จการเป็นที่สุด!
“อ้าว ทำไมมองผมแบบนั้นล่ะที่รัก อ้าว! ที่รัก! จะเดินหนีผมไปไหนเนี่ย...”