ใต้กฎธารา
1
***
วันเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ กระทั่งครบสามวัน... ธาราก็ยังไม่กลับประเทศไทยเสียที เขากินอยู่อย่างปกติที่สิงคโปร์ แต่คนที่กระวนกระวายคิดมากไปเองกลับกลายเป็นอัจฉราภรณ์เสียอย่างนั้น!
หล่อนเดินวนไปวนมาในห้องนอนหรูหราสีชมพูสดใสบนวังเขมทัตก่อนจะตัดสินใจโทรหาเลขาคนสนิทของธารา
ทำยังไงได้เล่า! เธอกระวนกระวายใจ ธารา อัครราชา ต้องมีแผนการร้ายในใจแน่!
กันยา หรือ กานต์... เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของธารา เขาได้ติดตามลูกชายคนที่สองของอัครราชามาดูงานที่ คิงส์ กรูป สาขาย่อยที่สิงคโปร์ด้วย
“ไม่ได้จริง ๆ ครับคุณหนู ตอนนี้คุณธาราไม่ว่างพูดสายครับ”
‘บอกเขาไปว่าถ้าไม่ยอมพูดกับแยมในสายตอนนี้ ระวังแยมจะไปจ๊ะเอ๋ที่สิงคโปร์น้า’
“ตอนนี้ไม่ได้จริง ๆ ครับ เจ้านายกำลังคุยกับคนสำคัญอยู่ครับ”
‘ถ้างั้นแยมจองไฟลท์บินเลยแล้วกันนะคะ’
“รบกวนถือสายรอซักครู่ครับ”
หล่อนได้ยินกานต์ถอนหายใจออกมาราวกับว่าเหนื่อยหน่าย แต่หล่อนไม่สนใจ รอประมาณห้านาทีเห็นจะได้ เสียงดุดันคุ้นหูก็แทรกขึ้นมา
“มีอะไร”
‘พี่ธารถือสิทธิ์อะไรมาเลือกชุดวันงานให้แยมใส่คะ’
“ก็หม่อมให้ฉันเป็นคนเลือก ฉันก็เลยเลือก... ถ้าจะถามถึงสิทธิ์ก็คงเป็นสิทธิ์พิเศษที่พ่อของเธอให้ฉันมามั้ง” เขาตอบเสียงราบเรียบ นิ่งเฉย...
‘...’ อัจฉราภรณ์กัดฟัน สูดลมหายใจเข้าออกก่อนจะเถียงออกไปอีก
‘ถึงอย่างนั้นก็เถอะ! คนใส่มันก็คือหนู... พี่มายุ่งอะไรไม่ทราบ!’
“งั้นให้ฉันไปใส่ชุดช่วยเธอมั้ยละ”
‘...อะ อะไรคะ... ไม่ต้องหรอกค่ะ ยังไงก็ช่างเถอะ... หนูไม่ชอบชุดที่พี่ธารเลือกให้ มันเชย!’
“อย่ามาเอะอะเสียงดังแถวนี้ ใส่ชุดที่เลือกให้ก็พอ ทำตัวให้ดี... เจอกันวันงานเลี้ยง”
ตู้ด ๆ ๆ
ธาราชิงวางสายใส่เธอ...
อัจฉราภรณ์มองหน้าจอโทรศัพท์ของเธอด้วยอารามเหลือเชื่อ... นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง เธอฉุนเฉียวที่ไม่เคยเถียงชนะธาราสักครั้งเดียว แถมคนที่เอาแต่คอยหาเรื่องทะเลาะกับเขาก็มีแค่เธอฝ่ายเดียวอีก
แล้วทำไมเธอไม่ชนะเขาสักเรื่องบ้าง!
“ตาลุงแก่นั่น! พูดว่าจะมาสวมชุดให้ฉันงั้นเหรอ...บ้าน่ะซิ ตาเฒ่าเอ๊ย!”
หล่อนแทบจะกรี๊ดออกมาที่ได้ยินเขาพูด นับวัน ๆ ธาราก็เอาแต่มองเธอด้วยสายตาอ่านกิน เท่านั้นไม่พอ ดูเขาพูดกับเธอแต่ละครั้งด้วยสิ!
แยมโรลรู้ว่าเขาต้องการที่จะข่มเธอ ถึงได้เอาแต่แกล้งเธอทุกครั้งอยู่ร่ำไป... แต่เธอก็อยากจะให้เขารู้เช่นกัน!
ไม่ว่าธาราจะเผด็จการกับเธอสักแค่ไหน...
เธอไม่กลัวเขา!
***
ธาราส่ายหน้าให้กับความดื้อรั้นของเด็กสาว... หลังสายตัดไป เขาก็ส่งโทรศัพท์คืนเจ้าของมัน กานต์เองก็รับโทรศัพท์กลับมาเก็บใส่กระเป๋า
“ขออภัยที่ขัดการคุยธุระสำคัญครับ ผมกลัวว่าคุณหนูแยมเธอจะมาที่นี่จริง ๆ ก็เลย...”
“ไม่เป็นไรครับ” ธาราเดินกลับเข้าไปในห้องที่มีท่านผู้บริหารคนสำคัญ เขานั่งลงบนฟูกรองนั่งแล้วพูดคุยถึงใจความสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสาขาย่อยอีกสักพัก
กว่างานจะจบสิ้นไปได้ด้วยดี เวลาก็ปาไปเกือบตีสี่กว่า
“กลับโรงแรมเลยมั้ยครับ” กานต์เดินตามหลังเจ้านายของเขามาจนถึงรถสปอร์ตสีดำคันหรู ธาราวางของบนเบาะข้างคนขับ ก้มมองนาฬิกาบนข้อมือตนเอง เขานึกสักพักก่อนจะตอบ...
“จองไฟลท์กลับไทยเลยกานต์... ขอด่วนที่สุด”
“ท่านจะไม่พักซักหน่อยหรือครับ ผมว่ากลับพรุ่งนี้เช้าก็น่าจะทันงานคืนนี้นะครับ”
“ฉันรู้สึกว่ายัยเด็กใจแตกนั่นจะก่อเรื่องน่ะสิ”
“...” กานต์ระบายยิ้มบาง ๆ ค้อมศีรษะให้ผู้เป็นนายเพียงเล็กน้อย ก่อนจะปิดประตูรถให้ตามด้วยการเดินอ้อมไปฝั่งของคนขับ รถเคลื่อนตัวออกจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง มุ่งตรงไปที่สนามบินทันที
ในระหว่างนั้นกานต์ก็จองไฟลท์บินเรียบร้อย สมกับเป็นเลขาคนเก่งของธารา
หากจะถามธาราต่อไปอีกสักนิดว่าเหตุผลอะไรทำไมเจ้านายของเขาจะต้องตามวุ่นวายกับอัจฉราภรณ์แบบนี้ กานต์ก็คิดว่ามันไม่ควร หากเขาจะสอดรู้เรื่องของเจ้านาย... ช่วงหลัง ๆ มานี้กานต์เองก็รู้สึกว่าธาราต้องคอยทำเพราะคำขอร้องของหม่อมเจ้าปรีชาทุกครั้ง แล้วลูกสาวของท่านนับวันคืนปีก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณความดื้อรั้น
อัครราชากับเขมทัตเป็นตระกูลเก่าแก่ที่สนิทสนมกันมานานตามประสาพวกไฮโซชั้นสูงที่มักจะคบหากันอยู่แค่กลุ่มก้อนเล็ก ๆ เท่านั้น จึงไม่แปลกเลยที่ธาราจะยอมทำตามคำขอร้องของเจ้าปรีชา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเกรงใจท่าน
ทว่าใจความสำคัญคือ ธาราเป็นคนที่สนใจขี้ปากชาวบ้านเสียมากกว่า ใบหน้าเขายิ้มแย้มกับผู้อื่นเสมอ กระทั่งนัยน์ตาทั้งสองข้างก็ยังดูเป็นมิตรกับทุก ๆ อย่าง ทั้งราบเรียบ นุ่มนวล ลื่นไหลไปตามสถานการณ์สมกับชื่อ ‘ธารา’ นั่นแหละ
นอกจากสายเลือดอัครราชาและคนในรั้วบ้านเบื้องลึกเบื้องหลังแล้วก็มีเพียงอัจฉราภรณ์ที่รู้!
เนื้อแท้แล้ว ‘ธารา อัครราชา’ ก็ไม่ต่างอะไรไปจากซาตานร้าย!
เขาปฏิบัติวางตัวเป็นคุณชายผู้สง่างาม ยิ้มแย้มอ่อนหวานกับทุกคน ยกเว้นเพียงแค่เธอ
รุ่งขึ้น เวลาเกือบแปดโมงเช้า... รถเอสยูวีสีเทาเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้านหลังงามใหญ่โตก่อนจะจอดที่หน้าทางเข้าบ้านกลางลานกว้างขวาง บ้านอัครราชา
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีขาวล้วนของธาราเมื่อคืนเขาก็ยังคงสวมไว้อยู่ ชายหนุ่มระบายยิ้มอ่อนโยนให้มารดาที่ยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้าไปในตัวบ้าน ข้อนิ้วเริ่มดึงเนคไทคลายความอึดอัดที่อดทนมานานหลายชั่วโมง ธาราปลดกระดุมเม็ดบนออกและถอดสูทส่งให้นิ่ม แม่บ้านเก่าแก่ของบ้าน เขาทำทุกอย่างมีระเบียบเพราะธารามีวินัยเสมอ แม้กระทั่งก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านของตัวเอง
เขาก็ยังเพอร์เฟกต์
ใบหน้าของธาราก็ไม่ต่างอะไรไปจากเหล่าพี่น้องของเขาทั้งสามคนเท่าไหร่นัก... พวกเขามีใบหน้าหล่อเหลา คมคร้ามราวกับประติมากรรมชั้นเลิศเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับอัครราชาทั้งสี่คน
ปฐพีเป็นพี่ชายคนโตของอัครราชา ตอนนี้มีภรรยาที่สวยใสน่ารักอย่างนลินลิดาแถมทั้งคู่ยังมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ เป็นพยานความรักแล้วหนึ่งคนด้วย
ส่วนธารา เขาเป็นน้องคนที่สอง คนที่สามคือเหมันต์และคนสุดท้ายอัคคี... ความจริงแล้วนลินลิดาถือว่าเป็นน้องสาวต่างสายเลือดที่ธาราเอ็นดูมาโดยตลอด พวกเขาเติบโตมาด้วยกันทั้งหมดห้าคน ทุกคนจึงยินดีเป็นอย่างมากที่นลินลิดากลายเป็นส่วนหนึ่งของอัครราชาจริง ๆ
“กานต์บอกแม่แล้วนะ ว่าลูกไม่ยอมนอนพักก่อนกลับ ทำไมถึงดื้อกับกานต์นักล่ะหืม...ตาธาร”
“คืนนี้มีงานสำคัญที่ผมจะต้องมาให้ได้ไม่ใช่หรือยังไงกันล่ะครับ คุณหญิงพบพิมา” ธาราเดินมากอดเอวคนเป็นแม่ หอมแก้มเธอหนึ่งฟอดใหญ่ ก่อนที่จะหันไปยิ้มกับคุณจักรวาลหรือประมุขของบ้านอัครราชา พ่อบังเกิดเกล้าของพวกเขาเอง
“ตายแล้ว ดูลูกคุณจักรซิคะ! พูดจาประชดประชันแบบนี้เป็นกับเขาด้วย”
“คุณหญิงเพิ่งจะรู้นิสัยลูกชายตัวเองหรือยังไงกัน ว่าแต่ปล่อยลูกได้แล้วน่ะคุณ... ตาธารก็ไปงีบซักพักเถอะ”
“ครับคุณพ่อ... อ้อ แล้วยัยจ้ำม่ำน้ำผึ้งเป็นยังไงบ้างครับพี่ดิน” เขาหันไปถามพี่ชายที่ยืนกอดอกอยู่ใกล้ ๆ กับวงล้อม ปฐพีพยักพเยิดหน้าขึ้นไปชั้นสองเท่านั้นธาราก็รู้ว่าเด็กคนนั้นน่าจะดื่มนมอยู่กับคุณแม่อย่างนลินลิดา
“ผมว่าพี่ธารไปนอนเถอะ หน้าตาดูดีแต่ขอบตาไม่ไหวแล้วนะครับนั่น”
“เดี๋ยวเถอะ เจ้าไฟ” เขาส่ายหน้ากับน้องคนเล็กก่อนจะผละออก เดินไปชั้นสอง ปีกใต้ของคฤหาสน์อัครราชาคือพื้นที่ส่วนตัวของธารา
เขาต้องพักเอาเรี่ยวแรงสักหน่อย... คืนนี้ไม่รู้ว่าจะต้องปวดหัวเพราะเด็กคนนั้นมากแค่ไหน