1

1488 คำ
ใต้กฎธารา 1 *** วันเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ กระทั่งครบสามวัน... ธาราก็ยังไม่กลับประเทศไทยเสียที เขากินอยู่อย่างปกติที่สิงคโปร์ แต่คนที่กระวนกระวายคิดมากไปเองกลับกลายเป็นอัจฉราภรณ์เสียอย่างนั้น! หล่อนเดินวนไปวนมาในห้องนอนหรูหราสีชมพูสดใสบนวังเขมทัตก่อนจะตัดสินใจโทรหาเลขาคนสนิทของธารา ทำยังไงได้เล่า! เธอกระวนกระวายใจ ธารา อัครราชา ต้องมีแผนการร้ายในใจแน่! กันยา หรือ กานต์... เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของธารา เขาได้ติดตามลูกชายคนที่สองของอัครราชามาดูงานที่ คิงส์ กรูป สาขาย่อยที่สิงคโปร์ด้วย “ไม่ได้จริง ๆ ครับคุณหนู ตอนนี้คุณธาราไม่ว่างพูดสายครับ” ‘บอกเขาไปว่าถ้าไม่ยอมพูดกับแยมในสายตอนนี้ ระวังแยมจะไปจ๊ะเอ๋ที่สิงคโปร์น้า’ “ตอนนี้ไม่ได้จริง ๆ ครับ เจ้านายกำลังคุยกับคนสำคัญอยู่ครับ” ‘ถ้างั้นแยมจองไฟลท์บินเลยแล้วกันนะคะ’ “รบกวนถือสายรอซักครู่ครับ” หล่อนได้ยินกานต์ถอนหายใจออกมาราวกับว่าเหนื่อยหน่าย แต่หล่อนไม่สนใจ รอประมาณห้านาทีเห็นจะได้ เสียงดุดันคุ้นหูก็แทรกขึ้นมา “มีอะไร” ‘พี่ธารถือสิทธิ์อะไรมาเลือกชุดวันงานให้แยมใส่คะ’ “ก็หม่อมให้ฉันเป็นคนเลือก ฉันก็เลยเลือก... ถ้าจะถามถึงสิทธิ์ก็คงเป็นสิทธิ์พิเศษที่พ่อของเธอให้ฉันมามั้ง” เขาตอบเสียงราบเรียบ นิ่งเฉย... ‘...’ อัจฉราภรณ์กัดฟัน สูดลมหายใจเข้าออกก่อนจะเถียงออกไปอีก ‘ถึงอย่างนั้นก็เถอะ! คนใส่มันก็คือหนู... พี่มายุ่งอะไรไม่ทราบ!’ “งั้นให้ฉันไปใส่ชุดช่วยเธอมั้ยละ” ‘...อะ อะไรคะ... ไม่ต้องหรอกค่ะ ยังไงก็ช่างเถอะ... หนูไม่ชอบชุดที่พี่ธารเลือกให้ มันเชย!’ “อย่ามาเอะอะเสียงดังแถวนี้ ใส่ชุดที่เลือกให้ก็พอ ทำตัวให้ดี... เจอกันวันงานเลี้ยง” ตู้ด ๆ ๆ ธาราชิงวางสายใส่เธอ... อัจฉราภรณ์มองหน้าจอโทรศัพท์ของเธอด้วยอารามเหลือเชื่อ... นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง เธอฉุนเฉียวที่ไม่เคยเถียงชนะธาราสักครั้งเดียว แถมคนที่เอาแต่คอยหาเรื่องทะเลาะกับเขาก็มีแค่เธอฝ่ายเดียวอีก แล้วทำไมเธอไม่ชนะเขาสักเรื่องบ้าง! “ตาลุงแก่นั่น! พูดว่าจะมาสวมชุดให้ฉันงั้นเหรอ...บ้าน่ะซิ ตาเฒ่าเอ๊ย!” หล่อนแทบจะกรี๊ดออกมาที่ได้ยินเขาพูด นับวัน ๆ ธาราก็เอาแต่มองเธอด้วยสายตาอ่านกิน เท่านั้นไม่พอ ดูเขาพูดกับเธอแต่ละครั้งด้วยสิ! แยมโรลรู้ว่าเขาต้องการที่จะข่มเธอ ถึงได้เอาแต่แกล้งเธอทุกครั้งอยู่ร่ำไป... แต่เธอก็อยากจะให้เขารู้เช่นกัน! ไม่ว่าธาราจะเผด็จการกับเธอสักแค่ไหน... เธอไม่กลัวเขา! *** ธาราส่ายหน้าให้กับความดื้อรั้นของเด็กสาว... หลังสายตัดไป เขาก็ส่งโทรศัพท์คืนเจ้าของมัน กานต์เองก็รับโทรศัพท์กลับมาเก็บใส่กระเป๋า “ขออภัยที่ขัดการคุยธุระสำคัญครับ ผมกลัวว่าคุณหนูแยมเธอจะมาที่นี่จริง ๆ ก็เลย...” “ไม่เป็นไรครับ” ธาราเดินกลับเข้าไปในห้องที่มีท่านผู้บริหารคนสำคัญ เขานั่งลงบนฟูกรองนั่งแล้วพูดคุยถึงใจความสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสาขาย่อยอีกสักพัก กว่างานจะจบสิ้นไปได้ด้วยดี เวลาก็ปาไปเกือบตีสี่กว่า “กลับโรงแรมเลยมั้ยครับ” กานต์เดินตามหลังเจ้านายของเขามาจนถึงรถสปอร์ตสีดำคันหรู ธาราวางของบนเบาะข้างคนขับ ก้มมองนาฬิกาบนข้อมือตนเอง เขานึกสักพักก่อนจะตอบ... “จองไฟลท์กลับไทยเลยกานต์... ขอด่วนที่สุด” “ท่านจะไม่พักซักหน่อยหรือครับ ผมว่ากลับพรุ่งนี้เช้าก็น่าจะทันงานคืนนี้นะครับ” “ฉันรู้สึกว่ายัยเด็กใจแตกนั่นจะก่อเรื่องน่ะสิ” “...” กานต์ระบายยิ้มบาง ๆ ค้อมศีรษะให้ผู้เป็นนายเพียงเล็กน้อย ก่อนจะปิดประตูรถให้ตามด้วยการเดินอ้อมไปฝั่งของคนขับ รถเคลื่อนตัวออกจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง มุ่งตรงไปที่สนามบินทันที ในระหว่างนั้นกานต์ก็จองไฟลท์บินเรียบร้อย สมกับเป็นเลขาคนเก่งของธารา หากจะถามธาราต่อไปอีกสักนิดว่าเหตุผลอะไรทำไมเจ้านายของเขาจะต้องตามวุ่นวายกับอัจฉราภรณ์แบบนี้ กานต์ก็คิดว่ามันไม่ควร หากเขาจะสอดรู้เรื่องของเจ้านาย... ช่วงหลัง ๆ มานี้กานต์เองก็รู้สึกว่าธาราต้องคอยทำเพราะคำขอร้องของหม่อมเจ้าปรีชาทุกครั้ง แล้วลูกสาวของท่านนับวันคืนปีก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณความดื้อรั้น อัครราชากับเขมทัตเป็นตระกูลเก่าแก่ที่สนิทสนมกันมานานตามประสาพวกไฮโซชั้นสูงที่มักจะคบหากันอยู่แค่กลุ่มก้อนเล็ก ๆ เท่านั้น จึงไม่แปลกเลยที่ธาราจะยอมทำตามคำขอร้องของเจ้าปรีชา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเกรงใจท่าน ทว่าใจความสำคัญคือ ธาราเป็นคนที่สนใจขี้ปากชาวบ้านเสียมากกว่า ใบหน้าเขายิ้มแย้มกับผู้อื่นเสมอ กระทั่งนัยน์ตาทั้งสองข้างก็ยังดูเป็นมิตรกับทุก ๆ อย่าง ทั้งราบเรียบ นุ่มนวล ลื่นไหลไปตามสถานการณ์สมกับชื่อ ‘ธารา’ นั่นแหละ นอกจากสายเลือดอัครราชาและคนในรั้วบ้านเบื้องลึกเบื้องหลังแล้วก็มีเพียงอัจฉราภรณ์ที่รู้! เนื้อแท้แล้ว ‘ธารา อัครราชา’ ก็ไม่ต่างอะไรไปจากซาตานร้าย! เขาปฏิบัติวางตัวเป็นคุณชายผู้สง่างาม ยิ้มแย้มอ่อนหวานกับทุกคน ยกเว้นเพียงแค่เธอ รุ่งขึ้น เวลาเกือบแปดโมงเช้า... รถเอสยูวีสีเทาเลี้ยวเข้ามาในรั้วบ้านหลังงามใหญ่โตก่อนจะจอดที่หน้าทางเข้าบ้านกลางลานกว้างขวาง บ้านอัครราชา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีขาวล้วนของธาราเมื่อคืนเขาก็ยังคงสวมไว้อยู่ ชายหนุ่มระบายยิ้มอ่อนโยนให้มารดาที่ยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้าไปในตัวบ้าน ข้อนิ้วเริ่มดึงเนคไทคลายความอึดอัดที่อดทนมานานหลายชั่วโมง ธาราปลดกระดุมเม็ดบนออกและถอดสูทส่งให้นิ่ม แม่บ้านเก่าแก่ของบ้าน เขาทำทุกอย่างมีระเบียบเพราะธารามีวินัยเสมอ แม้กระทั่งก้าวเข้ามาอยู่ในบ้านของตัวเอง เขาก็ยังเพอร์เฟกต์ ใบหน้าของธาราก็ไม่ต่างอะไรไปจากเหล่าพี่น้องของเขาทั้งสามคนเท่าไหร่นัก... พวกเขามีใบหน้าหล่อเหลา คมคร้ามราวกับประติมากรรมชั้นเลิศเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับอัครราชาทั้งสี่คน ปฐพีเป็นพี่ชายคนโตของอัครราชา ตอนนี้มีภรรยาที่สวยใสน่ารักอย่างนลินลิดาแถมทั้งคู่ยังมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ เป็นพยานความรักแล้วหนึ่งคนด้วย ส่วนธารา เขาเป็นน้องคนที่สอง คนที่สามคือเหมันต์และคนสุดท้ายอัคคี... ความจริงแล้วนลินลิดาถือว่าเป็นน้องสาวต่างสายเลือดที่ธาราเอ็นดูมาโดยตลอด พวกเขาเติบโตมาด้วยกันทั้งหมดห้าคน ทุกคนจึงยินดีเป็นอย่างมากที่นลินลิดากลายเป็นส่วนหนึ่งของอัครราชาจริง ๆ “กานต์บอกแม่แล้วนะ ว่าลูกไม่ยอมนอนพักก่อนกลับ ทำไมถึงดื้อกับกานต์นักล่ะหืม...ตาธาร” “คืนนี้มีงานสำคัญที่ผมจะต้องมาให้ได้ไม่ใช่หรือยังไงกันล่ะครับ คุณหญิงพบพิมา” ธาราเดินมากอดเอวคนเป็นแม่ หอมแก้มเธอหนึ่งฟอดใหญ่ ก่อนที่จะหันไปยิ้มกับคุณจักรวาลหรือประมุขของบ้านอัครราชา พ่อบังเกิดเกล้าของพวกเขาเอง “ตายแล้ว ดูลูกคุณจักรซิคะ! พูดจาประชดประชันแบบนี้เป็นกับเขาด้วย” “คุณหญิงเพิ่งจะรู้นิสัยลูกชายตัวเองหรือยังไงกัน ว่าแต่ปล่อยลูกได้แล้วน่ะคุณ... ตาธารก็ไปงีบซักพักเถอะ” “ครับคุณพ่อ... อ้อ แล้วยัยจ้ำม่ำน้ำผึ้งเป็นยังไงบ้างครับพี่ดิน” เขาหันไปถามพี่ชายที่ยืนกอดอกอยู่ใกล้ ๆ กับวงล้อม ปฐพีพยักพเยิดหน้าขึ้นไปชั้นสองเท่านั้นธาราก็รู้ว่าเด็กคนนั้นน่าจะดื่มนมอยู่กับคุณแม่อย่างนลินลิดา “ผมว่าพี่ธารไปนอนเถอะ หน้าตาดูดีแต่ขอบตาไม่ไหวแล้วนะครับนั่น” “เดี๋ยวเถอะ เจ้าไฟ” เขาส่ายหน้ากับน้องคนเล็กก่อนจะผละออก เดินไปชั้นสอง ปีกใต้ของคฤหาสน์อัครราชาคือพื้นที่ส่วนตัวของธารา เขาต้องพักเอาเรี่ยวแรงสักหน่อย... คืนนี้ไม่รู้ว่าจะต้องปวดหัวเพราะเด็กคนนั้นมากแค่ไหน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม