ใต้กฎธารา
2
***
คฤหาสน์หลังโตในบ้านเขมทัตค่ำคืนวันนี้... เสียงดนตรีคลาสสิคดังคลออยู่ตลอดทั้งงานเลี้ยงเต้นรำหรูหรากลางบ้านสวย แสงไฟโทนส้มอ่อน ๆ ดูเหมาะสมกับเขมทัต ตระกูลสูงส่งที่ใคร ๆ อย่างก็อยากจะสนิทสนมชิดเชื้อ
ทุกคนที่มางานต่างก็พากันแต่งตัวสวยงามหรูหราให้เหมาะสมกับที่ถูกเชิญมางานเลี้ยงใหญ่ ๆ แบบนี้ ตั้งแต่ทางเดินเข้างานถูกปูด้วยพรมสีแดงตลอดทางเดินเข้ามาถึงห้องบอลรูมภายในตึกสูงใหญ่โอ้อ่ามันก็เต็มไปด้วยแขกเหรื่อที่มาจากผู้คนใหญ่โตตระกูลดัง ๆ ทั้งนั้น
“สวยมากค่ะ คุณน้อง”
“โอ๊ย น้องแยมสวยมากจริง ๆ นะคะเนี่ย” ช่างแต่งหน้าทำผมต่างก็ชื่นชมอัจฉราภรณ์เป็นระยะ ๆ คนถูกชมเบ้ปากบ้าง ทำปากขมุบขมิบบ้าง เพราะหล่อนจะมีปัญญาไปทำอะไรมากกว่านั้นกันเล่า ตอนนี้ ‘ผู้ปกครองส่วนตัว’ ของเธอยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่บนหัวเธอนี่ยังไง!
“ช่วยรวบผมเธอขึ้นสูงกว่านี้อีกซักนิดสิครับ”
“ได้เลยค่ะ คุณธารา”
“แต่หนูอยากปล่อยผม” เธอเหลือบมองเขาผ่านกระจกแต่งตัวขนาดใหญ่ ในห้องแต่งตัวส่วนรวมของเขมทัตชั้นล่างสุด
“ใครถามหนูครับ”
“...!” อัจฉราภรณ์อ้าปากค้าง เธอทำตาโตใส่เขา ส่วนเขาก็แค่มองมานิ่ง ๆ เพราะมีคนอื่นอยู่ด้วยใช่ไหม เขาถึงได้ทำเป็นสุภาพ พูดเพราะอ่อนน้อมสุด ๆ หล่อนกัดฟันแน่นเท่าไหร่ แววตาธารายิ่งพอใจเท่านั้น
อดทนไว้ไอ้แยม!
หล่อนบอกตัวเองในใจ มองหน้าเขาผ่านกระจกอย่างนึกชัง หากเธอไม่กลัวว่าเขาจะตีเธอคืน อัจฉราภรณ์มั่นใจ หล่อนจะต้องข่วนหน้าหล่อ ๆ ของเขาให้ได้สักแผล
มันจะต้องมีวันแบบนั้น คอยดูแล้วกัน!
***
อัจฉราภรณ์เดินออกมาจากห้องแต่งตัว... เธอไม่พอใจกับค่ำคืนนี้มากที่สุดแต่เธอทำอะไรไม่ได้!
ชุดเดรสที่สวมตอนนี้ก็มิดชิดลากยาวถึงพื้น โชคดีหน่อยที่เธอตัวเล็ก ชุดที่ธาราเลือกมามันเลยพอดีกับรูปร่างเธอ มันไม่รัดมากจนเกินไปแต่ก็ไม่หลวมโคร่ง ใบหน้าก็ไม่ได้ถูกตบแต่งอย่างจัดจ้านแบบที่เธอชอบแต่งไปปาร์ตี้ยามค่ำคืน หากแต่ดูสดใสสมวัยเยาว์เหมือนที่ธาราอยากให้เป็น
ราวกับว่า ถ้าเขาชอบอย่างไร...ก็สั่งช่างแต่งหน้าผมทำให้เธออย่างนั้น
“น้องแยม” หม่อมเจ้าปรีชายิ้มกริ่มเอ่ยทักลูกสาวคนสวยที่ดูเป็นกุลสตรีสุด ๆ ในค่ำคืนนี้อย่างภูมิใจ
แม้ว่าเธอจะนิสัยไม่ดีบ้างบางครั้งบางคราว แต่ถึงจะยังไงอัจฉราภรณ์ก็เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เจ้าปรีชารักเธอที่สุด
อัจฉรากรณ์ส่งเสียงไม่พอใจเล็ก ๆ ในลำคอของเธอ เหลือบไปมองใบหน้าคนเป็นพ่อก่อนจะขยับเข้าไปเกาะแขนแล้วกระซิบ
“คุณพ่อ... แยมไม่อยากอยู่ในงานเลย ทำไมคุณพ่อต้องบังคับ...เอ๊ะ!”
“อุ๊ยตาย... นึกว่าสาวที่ไหน...ที่แท้เด็กเชียร์ดริ๊งก์ที่ผับนี่เอง”
สองแม่ลูกคู่อริเฉพาะของเธอได้ปรากฎตัวในงานเลี้ยง อัจฉราภรณ์หันไปมองหน้าพ่อของเธอเอง หม่อมเจ้าปรีชาเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับท่าทางที่บอกได้ว่าท่านไม่ได้เป็นคนเชิญมา
คุณากรกับยารินเป็นสองแม่ลูกที่ไม่ถูกชะตากับอัจฉราภรณ์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เป็นเพราะเธอไม่ถือเนื้อถือตัว หรือไม่ก็เพราะว่าเธอไม่ได้วางตัวเป็นลูกผู้รากมากดีสักเท่าไหร่นัก สองแม่ลูกนี่เลยจ้องจะหาเรื่องใส่หัวอัจฉราภรณ์ตลอดเวลา
พวกหล่อนมารู้คราวหลังว่าอัจฉราภรณ์เป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเขมทัต ไม่แปลกที่พวกหล่อนจะฉอเลาะประจบประแจงเจ้าปรีชา แต่แอบจิกกัดลูกสาวแทน เพราะมีคนอย่างสองแม่ลูกคู่นี้อยู่ในสังคมชั้นสูงเยอะมาก อัจฉราภรณ์เลยไม่สามารถที่จะ ‘ปลอม’ นิสัยของเธอใส่ใครได้
ใครดีมาเธอก็ดีกลับ ใครร้ายก่อนเธอก็ร้ายตอบ!
“อ้าว แหม... แยมก็นึกว่าคุณนายที่ไหนที่แท้ก็คุณป้าใจปล้ำชอบเปย์หนุ่ม ๆ ในผับนี่เอง” แยมโรลจีบปากจีบคอพูดใส่คุณากรพร้อมรอยยิ้มสดใส
“นี่!” แต่คนฟังกลับฉุน คุณากรถลึงตาใส่อัจฉราภรณ์อย่างลืมตัว
“อ๊ะ ๆ หรือว่า...คืนวันนั้นแยมอาจจะมองผิดไป น่าจะไม่ใช่คนแม่แต่เป็นคนลูกหรือเปล่านะคะ?”
“น้องแยม ไม่พูดแบบนั้นสิครับลูก”
“ก็...!”
“คุณณา... สวัสดีครับ ผมไม่เจอคุณณาตั้งนานสวยเหมือนเดิมเลยนะครับเนี่ย” ธาราเดินมาแทรกกลางพลางเอื้อมมือไปแตะช่วงเอวคอดของเธอเพื่อดันเด็กสาวออกจากวงสนทนา หล่อนไม่พอใจก็จริงแต่ได้แค่มองเท่านั้น เรื่องอะไรแยมโรลจะต้องทนฟังคนอื่นพูดเรื่องไม่จริงของเธอให้ใครต่อใครฟังด้วย!
ช่างปะไร!
ธาราจะห้ามทำไมเล่า ในเมื่อคนที่หาเรื่องเธอก่อนคือสองแม่ลูกคู่นั้นนี่... อัจฉราภรณ์คิดว่าเธอไม่เข้าใจเขาเอาเสียเลย หล่อนหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ ยกชายกระโปรงแล้วกระแทกส้นสูงเดินหนีออกไปทันที
คนเป็นพ่อได้แต่มองตามร่างเล็ก ๆ ของลูกสาวเท่านั้น เจ้าปรีชาหันมายิ้มและพยักหน้าน้อย ๆ ให้สองแม่ลูก เชิงทักทายพอเป็นมารยาทก่อนจะเดินออกไปอีกคน ทิ้งให้ธารารับช่วงต่อ ในเมื่อลูกชายอัครราชามายืนตรงหน้าแล้ว ยารินจะปล่อยให้เสียโอกาสงาม ๆ นี้ไปทำไมกัน!
“คุณธารา ไม่ทราบว่ายังจำรินได้มั้ยคะ เราเคยเจอกันในงานการกุศลเมื่อสองอาทิตย์ก่อนด้วยนะคะ”
“คุณยารินใช่มั้ย? ยินดีที่รู้จักครับ” ธารายิ้มบาง ๆ ดูเหมือนจะยินดีก็จริงแต่ก็ไม่ขนาดนั้น
เขาค้อมศีรษะลงน้อย ๆ ก่อนจะผายมือไปทางครอบครัวอัครราชา เนื่องจากทุกคนถูกเชิญให้มางานเลี้ยงเช่นกัน แค่เพียงเขาออกมาดูพฤติกรรมของอัจฉราภรณ์ก่อนใครก็เท่านั้น แล้วหล่อนก็สร้างเรื่องจริง ๆ อย่างที่เขาแอบคิดเอาไว้
“งั้นผมขอตัวนะครับ พอดีจะต้องไปทักทายท่านอื่นต่อ”
“อะ อ้าว... อ้าว เดี๋ยวซิคะ! คุณธาร! ดูซิคะ คุณแม่!”
“ใจเย็น ๆ ค่ะ คุณลูก... งานคืนนี้ยังไง ๆ หนูก็จะได้คุณธารามาครอบครองค่ะ คุณลูกเชื่อมือคุณแม่นะคะ”
***
อัจฉราภรณ์หนีซาตานร้ายอย่างธารามาที่โซนโปรดของเธอ...
ในห้องบอลรูมท่ามกลางวังเขมทัตถูกแบ่งออกสามโซนชัดเจน โซนขนมกลางห้องโถงถูกจัดวางเรียงไว้บนโต๊ะสุดหรูยาวเรียงราย ตรงกลางคล้ายเป็นฟลอร์เต้นรำมีวงดนตรีและคู่บางคู่ก็เริ่มออกไปโชว์การเต้นบ้างแล้ว แน่นอนว่าขนมหวานไม่ใช่อาหารที่อัจฉราภรณ์ชื่นชอบและการเต้นรำแบบคลาสสิคเช่นนั้นเธอก็ไม่เอาด้วย
โซนที่เธออยู่คือโซนบาร์น้ำที่คล้ายโซนสำหรับนักดื่มเสียมากกว่า เป็นบาร์น้ำครึ่งวงกลมขนาดใหญ่พร้อมกับเก้าอี้หน้าบาร์หลายสิบตัววางเรียงราย แต่ทว่ากลับมีคนมานั่งดื่มเงียบ ๆ เป็นคู่รัก ไม่เยอะนัก ส่วนมากแขกเหรื่อในงานเลี้ยงค่ำคืนวันนี้คงจะชื่นชอบการเดินถือแก้วแชมเปญราคาแพงไปชนกับคนนั้นคนนี้พร้อมคำพูดคำจาที่อาจจะทำให้พวกเขาไต่ระดับชีวิตขึ้นมาได้อีกหน่อยกระมัง...
“คุณน้องแยม!” สาวสวยผมสั้นโผล่หน้าเข้ามาทักทายเธอ เท่านั้นไม่พอยังแย่งแก้วเธอไปดื่มหมดเกลี้ยงอีก
“เฮ้อ! พี่ลูกชุบ โผล่มาเหมือนผีตลอดเลยนะคะ”
“ผีที่ไหนจะสวยขนาดนี้จ๊ะ! ว่าแต่ว่า...ยัยน้ำตาลมามั้ยเนี่ย?”
‘ลูบชุบ’ เป็นรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับอัจฉราภรณ์ ลูกชุบเป็นลูกสาวนักการเมืองชื่อดัง พ่อของพวกเขาค่อนข้างจะสนิทกันพอสมควร ต้องออกงานเจอกันอยู่บ่อย ๆ ลูกชุบเลยสนิทกับอัจฉราภรณ์ไปโดยปริยาย แล้วดันชอบปาร์ตี้สังสรรค์คงเพราะพวกเธอนิสัยเหมือนกันด้วย ถึงได้เจอกัน คุยกันได้อย่างถูกคอ
“พี่น้ำตาลอยู่ด้านนอกกับครอบครัวเขาสิคะ พี่เขาคงไม่มาอยู่ที่บาร์แอลกอฮอล์หรอกมั้งคะ”
“ชิ แสดงว่ามีแต่พี่กับน้องแยมงั้นเหรอที่ขี้เมา” พูดจบแล้วลูกชุบหัวเราะลั่น หล่อนสั่งเครื่องดื่มมาเพิ่มแถมยังกระดกแต่ละแก้วราวกับน้ำเปล่าแก้วหนึ่งเท่านั้น รวมถึงแยมโรลเองก็ด้วย เธออึดอัดกับงานเลี้ยงแบบนี้ที่สุด ไม่หนำซ้ำ เธอยังต้องคอยมารับมือกับความจอมปลอมเสแสร้งของใครต่อใครอีกหลายคนด้วย
“ขอประทานโทษค่ะ คุณพี่ลูกชุบ... หนูเมาแบบมีสติ แต่ว่าพี่มีสติมากใช่มั้ยคะ ถึงได้ไปแอบรักเพื่อนสนิ...”
“ยัยน้องแยมโรล!!” จู่ลูกชุบเสียงดังขึ้นมา คนในงานที่อยู่โซนนั้นเลยหันไปมองพวกเธอสองคน รวมถึงคนที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วย
ธารามองใบหน้าแดงก่ำของเด็กสาวสองคนที่ดื่มไปเยอะมากพอสมควร ขนาดเขาเป็นผู้ชายแท้ ๆ ยังดื่มไม่เก่งเท่าพวกหล่อนเลย
ให้ตายสิ!
“แยม” ธาราขมวดคิ้ว เรียกชื่อเล่นเธอสั้น ๆ แถมน้ำเสียงเขายังหงุดหงิดอย่างมาก เรียวแขนเล็กถูกจับไว้อย่างแผ่วเบาราวกับว่าธาราออกจะทะนุถนอมอัจฉราภรณ์มากที่สุด แต่หล่อนรู้ว่าที่เขาทำแบบนี้... ก็เพราะว่ามีคนมองมาอยู่น่ะสิ!
“...อะไรคะ” ดวงตาฉ่ำเยิ้มของคนเมาได้ที่แหงนเงยขึ้นมามองใบหน้าหล่อเหลาของเขา รอยยิ้มพิมพ์ใจของธารากระแทกเข้าตาเธอจัง ๆ หล่อนถึงกับตาพร่าเบลอไปนิดหน่อยเลยทีเดียว
เขาจะยิ้มหวานใส่เธอทำไมเนี่ย!
จิตใต้สำนึกสั่งให้หล่อนรู้ตัว ‘เขามันซาตานตัวพ่อ’ ไม่ใช่เทพบุตรที่ใครใฝ่ฝัน พอคิดได้แบบนั้นอัจฉราภรณ์ถึงก้มหน้าลง หล่อนสะบัดศีรษะตัวเองหลายครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา สบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม ระบายยิ้มใส่ธารากลับคืน
“แยม?”
“อะไรล่ะคะ คุณลุง!”