ห้องทานอาหาร
ในเวลาต่อมาคามิลที่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากชักสีหน้าบึ้งตึงเดินตามหลังมารดามาต้อยๆ มานั่งรอทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันในห้องอาหาร
จะรอใครเสียอีกถ้าไม่ใช่ยัยมิรา นอนก็ตื่นสาย แถมต้องให้คนอื่นมานั่งรอแบบนี้อีก ไม่มีมารยาทเอาซะเลย คุณสมบัติหน้าที่ภรรยาก็ไม่เห็นจะมีเลยสักอย่าง ไม่รู้ว่าคุณแม่ไปติดใจอะไรนักหนากับยัยนี่ ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย ทีกับผมแค่ออกไปข้างนอกก็โดนต่อว่าสารพัด
หลงกันไปก่อนเถอะอย่าให้ถึงทีฉันและก่อนบ้างละกัน!
ระหว่างรอ คามิลก็ไม่วายจะนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด ปั้นปากขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก่นด่ามิราอยู่ในใจไม่หยุดด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ทั้งอิจฉา ก่อนหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาปัดเลื่อนหน้าจอพิมพ์แชทหาเพื่อนชายในกลุ่มที่แพลนกันไว้ว่าจะไปเที่ยวด้วยกันวันนี้
:กลุ่ม กลุ่มนี้มีแต่นักล่าหน้าตาดี
คามิล :ไอ้เคน @ทุกคน
วืด
เคน :ว่าไง มึงมาตอนไหนเนี่ยพวกกูมากันครบแล้วขาดแค่มึงคนเดียว อย่าช้าสิสาวๆ รอมึงอยู่นะเว้ย
คามิล :วันนี้กูน่าจะไม่ได้ไปแล้วว่ะ
เคน :อ้าว
กันต์ :ทำไมว่ะ ทำไมถึงไม่ได้ไป?
เคน :เออนั่นดิ พวกกูเตรียมพร้อมมากเลยนะ มึงไม่ไปด้วยแล้วจะสนุกได้ไงว่ะ
คามิล :พูดละกูของขึ้น
เคน :ยังไง ไหนเล่ามา
กันต์ :อย่าบอกนะว่ามึงโดนเมียคุมกำเนิดอ่ะ
คามิล :เมียเหี้ยอะไรล่ะ เดี๋ยวกูต่อยปากแม่งเลย
กันต์ :เออๆ โทษทีๆ กูลืมตัวไปหน่อย
เคน :แล้วตกลงว่าไง?
คามิล :ก็ตามที่บอกว่าไม่ได้ไปแล้ว แม่กูคุม
กันต์ :โด่เอ้ย อุตส่าห์วางแพลนไว้ซะดิบดี
เคน :นั่นดิ เซ็งเลย เป็นมึงนี่โคตรลำบากเลยว่ะ
กันต์ :เห้ออ (  ̄ー ̄)ノ"
คามิล :เออน่า ค่อยว่าวันอื่นแล้วกัน วันพระไม่ได้มีหนเดียวสักหน่อย พวกมึงก็ไปกันก่อนค่อยนัดกันใหม่วันหลัง
กันต์ :เออๆ ตามนั้นแล้วกัน
เคน :มันไม่มีทางเลือกนี่
คามิล :เออ ตามนั้น
กันต์ :โอเค
เคน :รู้เรื่อง (;-;)
"ฮึ่ย"
ปึ้ง
จบบทสนทนาในแชทคามิลที่ทำอะไรไม่ได้ นั่งส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ กระแทกโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูลงบนโต๊ะอย่างแรงอย่างไม่สบอารมณ์ ทำเอามารดาที่นั่งยิ้มเพลินๆ ตรงหัวโต๊ะรอคนใช้นำอาหารมาเสริฟสะดุ้งตกใจ
"ตาเถน!" หลุดออกทานเสียงหลง ก่อนเอ่ยปากต่อว่าลูกชายด้วยความตกใจ "ตามิลทำอะไรของแกนะห๊ะ!"
"เอ่อ ปะ เปล่าครับ พอดีโทรศัพท์มันหลุดมือนะ" เขาหน้าซีดรีบแก้ตัวทันควันกลัวว่าจะทำให้ท่านไม่พอใจรอบที่สองที่สามอีก แต่ดูท่าว่าคำแถของเขาน่าจะไม่ได้ผลกับคนรุ่นนี้
"เปล่าอะไร เมื่อกี้แม่เห็นอยู่ทนโท่ว่าแกเหมือนจะเคว้งโทรศัพท์" สีหน้าและน้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวขึ้นอีกครั้ง ซ้ำยังพูดจาแดกดันลูกชายยิ่งกว่าเก่า "ทำไมอยู่ทานข้าวกับแม่กับเมียแกสักวันมันจะขาดอากาศแล้วหรือยังไง"
อะไรมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนแต่เช้าเลยว่ะเนี่ย!
หลังฟังมารดาตำหนิ คามิลถึงกับต้องแอบหันไปทางด้านข้างแวบหนึ่ง พูดพึมพำกับตัวเองเหมือนคนจะร้องไห้เต็มแก่
"เอาแล้วไงไอ้คามิลเอ๊ยอยู่ดีไม่ว่าดี ดันทำพระแม่โกรธอีกแล้ว" หันกลับมาสบตากับมารดาด้วยสายตาออดอ้อนเช่นเดิมพร้อมส่ายหัวไปมา ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ปนสำนึกผิดเบาๆ "เอ่อ เปล่านะครับคุณแม่ ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยนะ อย่าว่ากันอย่างนั้นสิครับ"
"นี่แกเป็นลูกชายแม่นะ เลี้ยงจนโตมาเองกับมือ ของแค่นี้ทำไมจะไม่รู้ว่าแกคิดอะไรอยู่ อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องไปหน่อยเลย"
"คุณแม่ครับแต่ผมไม่...."
"คุยอะไรกันอยู่เหรอคะคุณแม่"
เสียงหวานของคนที่เพิ่งมาใหม่ กำลังสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้เอ่ยขัดจังหวะที่สองแม่ลูกคู่นี้กำลังมีปากเสียงกัน ดึงความสนใจให้พวกเขาต้องหยุดชะงักลงและหันไปมอง
"อ้าว หนูมิรามาแล้วเหรอลูก มาๆ นั่งใกล้แม่ ทานข้าวด้วยกันลูก" ใบหน้าขึ้งโกรธในทีแรกพลันเปลี่ยนเป็นระรื่นในพริบตา เมื่อเห็นว่าลูกสะใภ้คนโปรดลงมาแล้ว
"ค่ะ คุณแม่"
มิราพยักรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนสาวเท้าเดินอ้อมมาอีกฝั่งหย่อนตัวนั่งร่วมโต๊ะทานอาหารเช้าใกล้ท่านอย่างเชื่อฟัง โดยมีสายตาคามิลที่นั่งนิ่ง แอบเบะปากขณะไล่สายตามองเธอด้วยความหมั่นไส้สุดๆ
ประจบสอพลอเก่งทุกวัน ได้ทีแล้วเอาใหญ่เลยนะยัยมิรา
“ทำไมวันนี้ลงมาช้าล่ะลูก หรือว่าไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
ทันให้มิราได้นั่ง คุณหญิงโสภิตาก็เอ่ยถามขึ้นรอยยิ้มปนสีหน้าเป็นห่วงทันที เพราะเห็นว่าวันนี้เธอลงมาทานอาหารด้วยกันช้ากว่าทุกที แน่นอนว่าท่านดูเป็นห่วงเป็นใยลูกสะใภ้คนโปรดคนนี้มากกว่าคนเป็นลูกชายแท้ๆ เสียอีก
คุณแม่ลำเอียง!
“คือ…”
“หึ! จะอะไรซะอีกล่ะครับคุณแม่ นอกจากว่ายัยนี่จะนอนกินบ้านกินเมืองแล้ว ยังทำตัวสบายเกินคนจนนอนตื่นสายไม่รู้จักเวลาล่ำเวลาต้องให้ผู้ใหญ่มานั่งรอ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน ผู้หญิงอะไรไม่มีมารยาทชะมัด”
ทันให้มิราได้อ้าปากเตรียมจะเอ่ยตอบคำถาม แต่กลับโดนคามิลขี้อิจฉาอย่างไม่ปิดบังพูดจาเยาะเย้ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน เพื่อให้มารดาที่ทั้งรักทั้งหลงเผลอไปเอ็นดูมารยาของเธอตาสว่างสักทีว่าลูกสะใภ้คนโปรดที่ท่านว่าไม่ได้ดีอย่างที่คิด
ไม่ต่างจากกับมิราที่ระหว่างฟังคามิลพูดจาเยาะเย้ยไร้สาระอยู่ เธอก็หันมาหรี่ตาอันตรายมองเขาทันทีด้วยสีหน้าอย่างนึกรำคาญใจ
ปากหมอนี่ตกลงมันมีอะไรอยู่ข้างในกันแน่ ถึงอยู่เป็นสุขไม่ได้สักวัน ถึงต้องเที่ยวพานหาเรื่องไปทั่ว
ปึง!
“ไม่มีมารยาท!”
ในระหว่างนั้นคุณหญิงโสภิตายกมือขึ้นทุบโต๊ะอย่างแรงพร้อมตวาดเสียงออกมาด้วยความโกรธระดับหนึ่งท่ามกลางสายตาของทั้งคู่ ดึงความสนใจให้ทั้งเธอและเขาสะดุ้งตกใจหันมามองท่านเป็นตาเดียวกัน
แต่หากว่าครั้งนี้คามิลที่เห็นสีหน้าโกรธเคืองมารดาแล้ว เขากลับกระตุกยิ้มมุมปากราวกับคนกำลังสะใจเหมือนตัวร้ายในละครหลังข่าว เมื่อในที่สุดท่านก็คล้อยตามยอมเข้าข้างเขาสักทีว่าคนอย่างยัยนี่ไม่ได้เรื่อง
"เฮอะ! เห็นมั้ยล่ะครับคุณแม่ ผมบอกแล้วว่ายัยนี่ไม่ได้เรื่อง ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่มีผู้ชายคนไหนอยากจะแต่งเอาผู้หญิงแบบนี้มาให้หนักใจชีวิตหรอก"
คามิลทำยืดอกพูดจาแดกดันต่อหน้ามารดา พอได้ทีดูท่าว่าจะสะใจมากพอสมควร แต่มิราในตอนนี้ยังคงนั่งหรี่ตามองหน้าเขานิ่งไม่เอ่ยปากตอบโต้อะไร
"พูดแบบนั้นใส่หนูมิราทำไม คนไม่มีมารยาทคือแกนั่นแหละตามิล!" มารดาตะคอกเสียงพร้อมมองค้อนใบหน้าหล่อเหลาของลูกชายหลังนั่งฟังอย่างขัดหูรอให้เขาพูดจบจน
"ห๊ะ?" หันขวับมามองหน้ามารดา ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ "ผมเหรอครับ?"
"ก็แกนั่นแหละ แม่กำลังคุยกับหนูมิราอยู่ทำไมถึงพูดแทรก ไม่มีมารยาทเอาซะเลยสอนมาตั้งแต่เล็กทำไมถึงไม่จำ แล้วยังจะไปว่าน้องแบบนั้นอีกเป็นหัวหน้าครอบครัวเสียเปล่าแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน"
เป็นอีกครั้งที่คามิลถูกมารดาสั่งสอนต่อว่าเป็นประโยคยาวเหยียด จนหูเขาเหมือนจะชาไปชั่วครู่
"ละ แล้วเมื่อกี้คุณแม่ไม่ได้เข้าข้างผมหรอกเหรอ" ถามซ้ำอีกครั้งด้วยความสับสนกับตัวเอง คิดในใจว่าเขาคงจะหูฟาดและคิดไปเองแน่ๆ ว่ามารดากำลังพูดต่อว่าเขาอยู่
"ยังมีหน้าจะถามอีก อย่าให้แม่ได้ยินอีกนะว่าแกดุน้องแบบนี้คามิล แม่ไม่ปลื้ม!"
"อึก..."
คามิลชะงักพูดอะไรไม่ออก เขามึนงงทั้งสับสนหลังถูกมารดาคาดโทษ คิดว่าตอนแรกท่านจะตาสว่างพูดเข้าข้างเขาแล้ว แต่มันไม่ใช่เป็นอย่างที่คิดเลยสักนิด
สรุปว่านี่ผมผิดอีกแล้ว?
"คิกคิก"
เสียงหัวเราะดังลอดขึ้นเบาๆ ดึงความสนใจคนหูดีอย่างคามิลต้องปรายสายตาไปมอง และพบว่าเป็นมิราที่กำลังนั่งเอามือปิดปากแอบหัวเราะขำขันได้ใจ ทำเหมือนเขาเป็นตัวตลก
"หัวเราะอะไรยัยบ้า!" ใบหน้าหล่อเหลาแดงวาบขึ้นมาทันตา เผลอตะวาดเสียงใส่มิราที่นั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะด้วยความเจ็บใจออกมาอย่างลืมตัวไปแล้วว่าเพิ่งถูกมารดาต่อว่าไปหยกๆ
"นี่แม่ยังพูดไม่ทันขาดเลยนะ แกจะดุน้องอีกแล้วเหรอห๊ะ!"
"เฮือก!"
เสียงคำรามหยาบกระด้างหนักแน่นสนั่นหูของมารดา ทำให้คามิลต้องชะงักอีกครั้งและเงียบปากลงทันที
"อย่าให้แม่ต้องหมดความอดทนกับแกนะตามิล"
"จิ๊!" ท้ายที่สุดคามิลได้เพียงจิ๊ปากอย่างหัวเสียที่ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้นอกจากจะขบเคี้ยวเขี้ยวฟันพยายามสงบอารมณ์ ชักสีหน้าบึ้งตึง ถลึงตาใส่คนที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทำตัวไร้เดียงสาได้ใจใส่เขาแทบถลนออกมาด้วยความโกรธราวกับเด็กที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่ไม่วายจะขยับริมฝีปากพึมพำพูดประโยคหนึ่งใส่เธอเสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน
"ยัยคางคกขึ้นวอ"
แต่ถึงจะไม่ได้ยินก็เหมือนได้ยินอยู่ดี ผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งฉลาดอย่างมิราคิดเหรอว่าจะอ่านปากไม่ออกว่าเมื่อกี้เขาพูดอะไรกับเธอ
อีตานี่สงสัยสมองจะเอ๋อ เพราะกี่ทีๆ ก็ไม่เคยหลาบจำว่าอย่าคิดลองดีกับระบบมิรา
แต่ถ้าเขารู้สึกว่างเกินไปจนเที่ยวมานั่งจ้องจะหาเรื่องกันแบบนี้ แล้วเรื่องอะไรที่ฉันจะยอม
อยากจะเทสระบบแต่เช้าแล้วล่ะก็ มิราคนนี้ก็จะจัดให้ตามคำขอไอ้ผู้ชายเฮงซวยคามิล!