ตอนที่9 เทสระบบ

1773 คำ
ห้องทานอาหาร ในเวลาต่อมาคามิลที่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากชักสีหน้าบึ้งตึงเดินตามหลังมารดามาต้อยๆ มานั่งรอทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันในห้องอาหาร จะรอใครเสียอีกถ้าไม่ใช่ยัยมิรา นอนก็ตื่นสาย แถมต้องให้คนอื่นมานั่งรอแบบนี้อีก ไม่มีมารยาทเอาซะเลย คุณสมบัติหน้าที่ภรรยาก็ไม่เห็นจะมีเลยสักอย่าง ไม่รู้ว่าคุณแม่ไปติดใจอะไรนักหนากับยัยนี่ ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย ทีกับผมแค่ออกไปข้างนอกก็โดนต่อว่าสารพัด หลงกันไปก่อนเถอะอย่าให้ถึงทีฉันและก่อนบ้างละกัน! ระหว่างรอ คามิลก็ไม่วายจะนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด ปั้นปากขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก่นด่ามิราอยู่ในใจไม่หยุดด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ทั้งอิจฉา ก่อนหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาปัดเลื่อนหน้าจอพิมพ์แชทหาเพื่อนชายในกลุ่มที่แพลนกันไว้ว่าจะไปเที่ยวด้วยกันวันนี้ :กลุ่ม กลุ่มนี้มีแต่นักล่าหน้าตาดี คามิล :ไอ้เคน @ทุกคน วืด เคน :ว่าไง มึงมาตอนไหนเนี่ยพวกกูมากันครบแล้วขาดแค่มึงคนเดียว อย่าช้าสิสาวๆ รอมึงอยู่นะเว้ย คามิล :วันนี้กูน่าจะไม่ได้ไปแล้วว่ะ เคน :อ้าว กันต์ :ทำไมว่ะ ทำไมถึงไม่ได้ไป? เคน :เออนั่นดิ พวกกูเตรียมพร้อมมากเลยนะ มึงไม่ไปด้วยแล้วจะสนุกได้ไงว่ะ คามิล :พูดละกูของขึ้น เคน :ยังไง ไหนเล่ามา กันต์ :อย่าบอกนะว่ามึงโดนเมียคุมกำเนิดอ่ะ คามิล :เมียเหี้ยอะไรล่ะ เดี๋ยวกูต่อยปากแม่งเลย กันต์ :เออๆ โทษทีๆ กูลืมตัวไปหน่อย เคน :แล้วตกลงว่าไง? คามิล :ก็ตามที่บอกว่าไม่ได้ไปแล้ว แม่กูคุม กันต์ :โด่เอ้ย อุตส่าห์วางแพลนไว้ซะดิบดี เคน :นั่นดิ เซ็งเลย เป็นมึงนี่โคตรลำบากเลยว่ะ กันต์ :เห้ออ (  ̄ー ̄)ノ" คามิล :เออน่า ค่อยว่าวันอื่นแล้วกัน วันพระไม่ได้มีหนเดียวสักหน่อย พวกมึงก็ไปกันก่อนค่อยนัดกันใหม่วันหลัง กันต์ :เออๆ ตามนั้นแล้วกัน เคน :มันไม่มีทางเลือกนี่ คามิล :เออ ตามนั้น กันต์ :โอเค เคน :รู้เรื่อง (;-;) "ฮึ่ย" ปึ้ง จบบทสนทนาในแชทคามิลที่ทำอะไรไม่ได้ นั่งส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ กระแทกโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูลงบนโต๊ะอย่างแรงอย่างไม่สบอารมณ์ ทำเอามารดาที่นั่งยิ้มเพลินๆ ตรงหัวโต๊ะรอคนใช้นำอาหารมาเสริฟสะดุ้งตกใจ "ตาเถน!" หลุดออกทานเสียงหลง ก่อนเอ่ยปากต่อว่าลูกชายด้วยความตกใจ "ตามิลทำอะไรของแกนะห๊ะ!" "เอ่อ ปะ เปล่าครับ พอดีโทรศัพท์มันหลุดมือนะ" เขาหน้าซีดรีบแก้ตัวทันควันกลัวว่าจะทำให้ท่านไม่พอใจรอบที่สองที่สามอีก แต่ดูท่าว่าคำแถของเขาน่าจะไม่ได้ผลกับคนรุ่นนี้ "เปล่าอะไร เมื่อกี้แม่เห็นอยู่ทนโท่ว่าแกเหมือนจะเคว้งโทรศัพท์" สีหน้าและน้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวขึ้นอีกครั้ง ซ้ำยังพูดจาแดกดันลูกชายยิ่งกว่าเก่า "ทำไมอยู่ทานข้าวกับแม่กับเมียแกสักวันมันจะขาดอากาศแล้วหรือยังไง" อะไรมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนแต่เช้าเลยว่ะเนี่ย! หลังฟังมารดาตำหนิ คามิลถึงกับต้องแอบหันไปทางด้านข้างแวบหนึ่ง พูดพึมพำกับตัวเองเหมือนคนจะร้องไห้เต็มแก่ "เอาแล้วไงไอ้คามิลเอ๊ยอยู่ดีไม่ว่าดี ดันทำพระแม่โกรธอีกแล้ว" หันกลับมาสบตากับมารดาด้วยสายตาออดอ้อนเช่นเดิมพร้อมส่ายหัวไปมา ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ปนสำนึกผิดเบาๆ "เอ่อ เปล่านะครับคุณแม่ ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยนะ อย่าว่ากันอย่างนั้นสิครับ" "นี่แกเป็นลูกชายแม่นะ เลี้ยงจนโตมาเองกับมือ ของแค่นี้ทำไมจะไม่รู้ว่าแกคิดอะไรอยู่ อย่าทำเป็นไม่รู้เรื่องไปหน่อยเลย" "คุณแม่ครับแต่ผมไม่...." "คุยอะไรกันอยู่เหรอคะคุณแม่" เสียงหวานของคนที่เพิ่งมาใหม่ กำลังสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้เอ่ยขัดจังหวะที่สองแม่ลูกคู่นี้กำลังมีปากเสียงกัน ดึงความสนใจให้พวกเขาต้องหยุดชะงักลงและหันไปมอง "อ้าว หนูมิรามาแล้วเหรอลูก มาๆ นั่งใกล้แม่ ทานข้าวด้วยกันลูก" ใบหน้าขึ้งโกรธในทีแรกพลันเปลี่ยนเป็นระรื่นในพริบตา เมื่อเห็นว่าลูกสะใภ้คนโปรดลงมาแล้ว "ค่ะ คุณแม่" มิราพยักรับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนสาวเท้าเดินอ้อมมาอีกฝั่งหย่อนตัวนั่งร่วมโต๊ะทานอาหารเช้าใกล้ท่านอย่างเชื่อฟัง โดยมีสายตาคามิลที่นั่งนิ่ง แอบเบะปากขณะไล่สายตามองเธอด้วยความหมั่นไส้สุดๆ ประจบสอพลอเก่งทุกวัน ได้ทีแล้วเอาใหญ่เลยนะยัยมิรา “ทำไมวันนี้ลงมาช้าล่ะลูก หรือว่าไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?” ทันให้มิราได้นั่ง คุณหญิงโสภิตาก็เอ่ยถามขึ้นรอยยิ้มปนสีหน้าเป็นห่วงทันที เพราะเห็นว่าวันนี้เธอลงมาทานอาหารด้วยกันช้ากว่าทุกที แน่นอนว่าท่านดูเป็นห่วงเป็นใยลูกสะใภ้คนโปรดคนนี้มากกว่าคนเป็นลูกชายแท้ๆ เสียอีก คุณแม่ลำเอียง! “คือ…” “หึ! จะอะไรซะอีกล่ะครับคุณแม่ นอกจากว่ายัยนี่จะนอนกินบ้านกินเมืองแล้ว ยังทำตัวสบายเกินคนจนนอนตื่นสายไม่รู้จักเวลาล่ำเวลาต้องให้ผู้ใหญ่มานั่งรอ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน ผู้หญิงอะไรไม่มีมารยาทชะมัด” ทันให้มิราได้อ้าปากเตรียมจะเอ่ยตอบคำถาม แต่กลับโดนคามิลขี้อิจฉาอย่างไม่ปิดบังพูดจาเยาะเย้ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน เพื่อให้มารดาที่ทั้งรักทั้งหลงเผลอไปเอ็นดูมารยาของเธอตาสว่างสักทีว่าลูกสะใภ้คนโปรดที่ท่านว่าไม่ได้ดีอย่างที่คิด ไม่ต่างจากกับมิราที่ระหว่างฟังคามิลพูดจาเยาะเย้ยไร้สาระอยู่ เธอก็หันมาหรี่ตาอันตรายมองเขาทันทีด้วยสีหน้าอย่างนึกรำคาญใจ ปากหมอนี่ตกลงมันมีอะไรอยู่ข้างในกันแน่ ถึงอยู่เป็นสุขไม่ได้สักวัน ถึงต้องเที่ยวพานหาเรื่องไปทั่ว ปึง! “ไม่มีมารยาท!” ในระหว่างนั้นคุณหญิงโสภิตายกมือขึ้นทุบโต๊ะอย่างแรงพร้อมตวาดเสียงออกมาด้วยความโกรธระดับหนึ่งท่ามกลางสายตาของทั้งคู่ ดึงความสนใจให้ทั้งเธอและเขาสะดุ้งตกใจหันมามองท่านเป็นตาเดียวกัน แต่หากว่าครั้งนี้คามิลที่เห็นสีหน้าโกรธเคืองมารดาแล้ว เขากลับกระตุกยิ้มมุมปากราวกับคนกำลังสะใจเหมือนตัวร้ายในละครหลังข่าว เมื่อในที่สุดท่านก็คล้อยตามยอมเข้าข้างเขาสักทีว่าคนอย่างยัยนี่ไม่ได้เรื่อง "เฮอะ! เห็นมั้ยล่ะครับคุณแม่ ผมบอกแล้วว่ายัยนี่ไม่ได้เรื่อง ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่มีผู้ชายคนไหนอยากจะแต่งเอาผู้หญิงแบบนี้มาให้หนักใจชีวิตหรอก" คามิลทำยืดอกพูดจาแดกดันต่อหน้ามารดา พอได้ทีดูท่าว่าจะสะใจมากพอสมควร แต่มิราในตอนนี้ยังคงนั่งหรี่ตามองหน้าเขานิ่งไม่เอ่ยปากตอบโต้อะไร "พูดแบบนั้นใส่หนูมิราทำไม คนไม่มีมารยาทคือแกนั่นแหละตามิล!" มารดาตะคอกเสียงพร้อมมองค้อนใบหน้าหล่อเหลาของลูกชายหลังนั่งฟังอย่างขัดหูรอให้เขาพูดจบจน "ห๊ะ?" หันขวับมามองหน้ามารดา ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ "ผมเหรอครับ?" "ก็แกนั่นแหละ แม่กำลังคุยกับหนูมิราอยู่ทำไมถึงพูดแทรก ไม่มีมารยาทเอาซะเลยสอนมาตั้งแต่เล็กทำไมถึงไม่จำ แล้วยังจะไปว่าน้องแบบนั้นอีกเป็นหัวหน้าครอบครัวเสียเปล่าแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน" เป็นอีกครั้งที่คามิลถูกมารดาสั่งสอนต่อว่าเป็นประโยคยาวเหยียด จนหูเขาเหมือนจะชาไปชั่วครู่ "ละ แล้วเมื่อกี้คุณแม่ไม่ได้เข้าข้างผมหรอกเหรอ" ถามซ้ำอีกครั้งด้วยความสับสนกับตัวเอง คิดในใจว่าเขาคงจะหูฟาดและคิดไปเองแน่ๆ ว่ามารดากำลังพูดต่อว่าเขาอยู่ "ยังมีหน้าจะถามอีก อย่าให้แม่ได้ยินอีกนะว่าแกดุน้องแบบนี้คามิล แม่ไม่ปลื้ม!" "อึก..." คามิลชะงักพูดอะไรไม่ออก เขามึนงงทั้งสับสนหลังถูกมารดาคาดโทษ คิดว่าตอนแรกท่านจะตาสว่างพูดเข้าข้างเขาแล้ว แต่มันไม่ใช่เป็นอย่างที่คิดเลยสักนิด สรุปว่านี่ผมผิดอีกแล้ว? "คิกคิก" เสียงหัวเราะดังลอดขึ้นเบาๆ ดึงความสนใจคนหูดีอย่างคามิลต้องปรายสายตาไปมอง และพบว่าเป็นมิราที่กำลังนั่งเอามือปิดปากแอบหัวเราะขำขันได้ใจ ทำเหมือนเขาเป็นตัวตลก "หัวเราะอะไรยัยบ้า!" ใบหน้าหล่อเหลาแดงวาบขึ้นมาทันตา เผลอตะวาดเสียงใส่มิราที่นั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะด้วยความเจ็บใจออกมาอย่างลืมตัวไปแล้วว่าเพิ่งถูกมารดาต่อว่าไปหยกๆ "นี่แม่ยังพูดไม่ทันขาดเลยนะ แกจะดุน้องอีกแล้วเหรอห๊ะ!" "เฮือก!" เสียงคำรามหยาบกระด้างหนักแน่นสนั่นหูของมารดา ทำให้คามิลต้องชะงักอีกครั้งและเงียบปากลงทันที "อย่าให้แม่ต้องหมดความอดทนกับแกนะตามิล" "จิ๊!" ท้ายที่สุดคามิลได้เพียงจิ๊ปากอย่างหัวเสียที่ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้นอกจากจะขบเคี้ยวเขี้ยวฟันพยายามสงบอารมณ์ ชักสีหน้าบึ้งตึง ถลึงตาใส่คนที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทำตัวไร้เดียงสาได้ใจใส่เขาแทบถลนออกมาด้วยความโกรธราวกับเด็กที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่ไม่วายจะขยับริมฝีปากพึมพำพูดประโยคหนึ่งใส่เธอเสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน "ยัยคางคกขึ้นวอ" แต่ถึงจะไม่ได้ยินก็เหมือนได้ยินอยู่ดี ผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งฉลาดอย่างมิราคิดเหรอว่าจะอ่านปากไม่ออกว่าเมื่อกี้เขาพูดอะไรกับเธอ อีตานี่สงสัยสมองจะเอ๋อ เพราะกี่ทีๆ ก็ไม่เคยหลาบจำว่าอย่าคิดลองดีกับระบบมิรา แต่ถ้าเขารู้สึกว่างเกินไปจนเที่ยวมานั่งจ้องจะหาเรื่องกันแบบนี้ แล้วเรื่องอะไรที่ฉันจะยอม อยากจะเทสระบบแต่เช้าแล้วล่ะก็ มิราคนนี้ก็จะจัดให้ตามคำขอไอ้ผู้ชายเฮงซวยคามิล!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม