เช้าวันต่อมา
07.50น.
"ฮื้อ ฮือ ฮือ"
วันนี้เป็นเช้าที่คามิลรู้สึกอารมณ์ดีกว่าในทุกๆ วันหลังจากเมื่อคืนได้แยกห้องนอนกับมิรา เพราะไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้สัมผัสถึงความสบายใจของการได้นอนคนเดียวบนเตียงนุ่มๆ ตั้งแต่มียัยนั่นเข้ามา ทำให้เขาในตอนนี้มีความสุขมากจนต้องฮำเพลงขณะยืนจัดทรงเสื้อผ้าหน้าผมเตรียมจะออกไปสนุกกับเพื่อนๆ ทีนัดไว้ตามประสาเหมือนทุกๆ วัน
และเมื่อเสื้อผ้าหน้าผมพร้อมสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือกลิ่นหอมสุดคลาสสิคดึงดูดสาวๆ คามิลไม่ลืมที่จะยกขวดน้ำหอมขึ้นมาฉีดจนฟุ้งตามร่างกายก่อนจะออกไปเฉิดฉายโชว์ความหล่อข้างนอก
ฟึด ฟึด
"แค่นี้ก็เรียบร้อย พร้อมออกไปล่าเหยื่อได้ไอ้เสือคามิล" เขาพึมพำพร้อมขยิบตากับตัวเองในกระจกเรียกความมั่นใจไปหนึ่งที ก่อนจะหันหลังสาวเดินออกมาจากห้องในเวลาต่อมา
จนกระทั่งคามิลเดินลงบันไดมาจากชั้นสองด้วยท่าทีสบายใจ ขณะในหัวก็กำลังนึกถึงแพลนที่จะเที่ยวกับเพื่อนวันนี้เพลินๆ ทว่าในระหว่างที่เขาก้าวขาลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย จู่ๆ เสียงเรียกแข็งกระด้างอันคุ้นเคยของมารดาก็ได้ตะโกนดังขัดจังหวะขึ้น
"คามิล!"
กึก
เสียงเรียกอันทรงพลังนั้นทำให้คามิลต้องชะงักฝีเท้า และหันไปมองตามเสียงอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ครับ คุณแม่?" เขาเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าใสซื่อ อย่างสงสัยว่ามารดาที่นั่งดื่มชาอยู่ตรงโซฟารับแขกจะเรียกเขาทำไม
"นั่นแกจะไปไหนนะ"
"ก็...ออกไปข้างนอกไงครับ" พูดพร้อมยกมือชี้นิ้วไปทางประตูใหญ่ ว่าเขาเตรียมจะออกไปข้างนอกแล้ว
แต่มารดาที่เห็นดังนั้น สีหน้าของท่านก็เปลี่ยนเป็นไม่พอใจขึ้นมาทันที และเอ่ยปากพูดจาประชดประชันลูกชายด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง
"ฟ้าเพิ่งจะสร่างได้ไม่นาน ตื่นมาใจแกนี่ก็คิดจะออกไปเมาหัวราน้ำมั่วผู้หญิงข้างนอกแล้วเหรอฮะ อยู่บ้านไม่เป็นเลยหรือไงตามิล"
ฟังมารดาพูดจบ คามิลชะงักนิ่งไปในทันที ยืนตัวทื่อกลอกตาไปมาราวกับครุ่นคิดบางสิ่งหลังรู้ตัวแล้วว่ากำลังโดนตำหนิอยู่ชั่วครู่ แน่นอนว่าคงไม่พลาดถึงเรื่องทำดีเพื่อเอาใจ หวังให้มารดาใจเย็นและเลิกต่อว่าเขา
มันมีทางเลือกอื่นซะที่นี่กันเล่า นอกจากจะทำใจดีสู้เสือตัวจริงเอาไว้ก่อน รอผ่านด่านนี้ไปได้อย่างอื่นค่อยว่ากัน
"โถ่ คุณแม่ครับงอนผมอีกแล้วเหรอ"
คามิลรีบปรับสีหน้าให้ดูเหมือนคนรู้สึกผิดและพูดตัดพ้อด้วยน้ำเสียงออดอ้อน รีบสาวเท้าเดินปรี่ไปหามารดาในทันที
แต่คนที่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อนมีเหรอจะไม่รู้ทันมุกตื้นๆ ของลูกชายตัวดีที่ใช้เป็นประจำทุกครั้งจนท่านต้องกลอกตามองบนรู้สึกเอือมระอาขึ้นถึงคอหอยแล้ว
เดินมาถึงคามิลก็ไม่รอช้า รีบหย่อนตัวนั่งข้างกายมารดาเตรียมจะออดอ้อนเอาใจท่าน แต่ยังไม่ทันให้เขาได้อ้าปากพูดอะไร ก็ถูกท่านฟาดด้วยสันของใบพัดจีนขนนกประจำตัวที่ท่านไว้ใช้โบกลมคลายร้อนเข้าที่ลำแขนอย่างแรง
เพี๊ยะ!
"โอ๊ย!" หลุดร้องเสียงหลง รีบเอามืออีกข้างลูบแขนรัวๆ พร้อมเอ่ยถามมารดาด้วยสีหน้าเจ็บปวด "คุณแม่ตีผมทำไมครับเนี่ย ผมเจ็บนะ"
"หึ เจ็บสิดี ลูกชายอย่างแกจะได้หลาบจำซะบ้าง"
แทนที่มารดาจะสงสาร ท่านกลับสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นซ้ำยังพูดกระแทกเสียงพูดแดกดันใส่เขา แต่คามิลก็ยังมึนงงทั้งสับสนไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขานั้นทำอะไรผิดถึงไปทำให้ท่านไม่พอใจแต่เช้า
"คุณแม่โกรธอะไรผมอีกละครับ ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรผิดเลยนะ"
หลังได้ยินคำพูดนั้นของลูกชาย มารดาก็หันขวับกลับมามองเขาทันทีด้วยสีหน้าที่ดูไม่พอใจมากยิ่งขึ้น ก่อนเอ่ยปากตวาดเสียงใส่เขาอีกครั้ง
"หยุดพูดไปเลย แค่อ้าปากฉันก็เล่นลิ้นไก่ของแกแล้ว" พูดอย่างคนรู้ทันทั้งหมดความอดทนกับพฤติกรรมไม่ได้เรื่องของลูกชายตัวดี "ฉันถามแกจริงๆ เถอะตามิลไอ้ที่แกออกไปข้างนอก เอาผู้หญิงไม่ได้เรื่องพวกนั้นมานั่งซุกอกให้มันได้อะไรฮะ"
เมื่อเห็นว่ามารดาโกรธมากขึ้น คามิลถึงกับทำหน้าสำนึกผิดแทบไม่ทัน รีบยื่นมือไปกุมมือของท่านเอาไว้แน่นและพูดจาแก้ตัวต่างๆ นาๆ หว่านล้อมให้ท่านเห็นใจ
"โถ่คุณแม่ครับอย่าโกรธไปเลยนะครับ ผมเป็นผู้ชายนะ เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีบ้างสิครับคุณแม่ช่วยเข้าใจผมหน่อยสิ"
"ผู้ชายไม่ได้เรื่องสิไม่ว่า แต่ละคำฟังไม่เข้าหูฉันทั้งนั้น เป็นผู้ชายแล้วมันยังไง คิดจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ ถ้าเกิดมาเป็นผู้ชายแล้วมันเลือกได้ขนาดนั้นแล้วแกยังมีนิสัยเหมือนกับพ่อของแกแบบนี้ งั้นผู้หญิงอย่างฉันก็ขอเลือกคลอดแกออกมาเป็นผู้หญิงซะยังดีกว่าจะได้ไม่ต้องมานั่งเป็นทุกข์ให้เจ็บใจ เฮอะ!"
ความอัดอั้นทุกข์ใจที่เก็บสะสมมานานหลายปีถูกระบายออกมาเป็นประโยคยาวเหยียด ทำเอาคนฟังอย่างคามิลถึงกับนิ่งค้างพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ หลังจากเห็นแล้วว่ามารดาดูจะไม่พอใจและโกรธมากพอสมควร ดังนั้นเขาที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะทำเป็นยอมเชื่อฟังในสิ่งที่ท่านพูดตามน้ำไปก่อน
"ก็ได้ๆ ผมสำนึกผิดแล้ว คุณแม่อย่าโกรธผมอีกเลยนะครับ นะๆ" ฝ่ามือหนากุมมือมารดาแน่น ทำหน้าเศร้าและพูดจาออดอ้อนให้ท่านใจเย็น ยอมสงบอารมณ์ลงอย่างไม่ยอมแพ้
แต่มารดากลับสะบัดมือเขาออกไปอย่างไม่ใยดี ซ้ำยังหันกลับมาตวาดเสียงใส่เขาอีกตามเคย
"แม่ไม่ใช่เด็กอย่างแกแล้วนะคามิล แกเป็นลูกแม่ทำไมแม่จะไม่รู้นิสัยของแก เมื่อไหร่แกจะหยุดให้แม่ปวดหัวสักทีหรือจะให้แม่ตัดแกออกจากกองมรดกก่อนใช่มั้ยแกถึงจะหยุด เมื่อวานก็ต้องให้หนูมิราออกไปตาม แถมยังต้องเจ็บตัวกลับมาอีก ใจแกนี่จะไม่ไว้หน้าฉันเหมือนพ่อแกเลยเหรอไงฮะ"
"ไม่เอานะครับคุณแม่ ผมก็เชื่อฟังคุณแม่อยู่นะครับ"
"ฟังเชื่อแบบไหนกัน ฉันอุตส่าห์เลือกผู้หญิงทั้งสวย ทั้งเก่งอย่างหนูมิรามาแต่งงานกับแกแล้ว แกยังไม่พอใจคิดจะสรรหาคว้าเอาแบบที่เกาะผู้ชายกินไปวันๆ มาให้ฉันปวดหัวอยู่นั่นแหละ"
อะไรๆ ก็ยัยมิราอีกแล้ว!
พอได้ยินชื่อผู้หญิงที่เขาเกลียดที่สุดในโลก ใบหน้าคามิลอดกระตุกไม่ได้ เสี้ยวหนึ่งในใจก็บังเกิดความรู้สึกอิจฉาทั้งหมั่นไส้ขัดแย้งขึ้นมาทันทีที่เห็นมิราได้รับความรักจากท่านโดยไม่ต้องเปลืองแรง ผิดกับเขาที่เป็นลูกชายแท้ๆ แต่ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ผิดไปหมด แค่จะย่างขาออกไปนอกบ้านก็ยังลำบาก
"ผมเป็นลูกชายคุณแม่นะครับ ดุผมทีไรทำไมต้องมียัยนั่นเข้ามาเกี่ยวทุกทีด้วย อีกอย่างจะเจ็บตัวมันก็เรื่องของเธอสิ ใครใช้ให้แส่หาเรื่องเอง ผมไม่ได้สั่งให้เธอไปตบตีกับคนอื่นสักหน่อยนี่" เขาทำบุ้ยปากพูดอย่างน้อยใจเหมือนเด็กกำลังงอนมารดาที่เอาแต่เห็นคนอื่นดีกว่าลูกตัวเอง
เพี๊ยะ!
"โอ๊ย!" ของแข็งในมือของมารดาตีเข้าที่ลำแขนแกร่งของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างจังอีกครั้งจนคามิลหลุดร้องเสียงหลง
"ถ้าขืนแกยังทำตัวมักง่าย ไม่สนใจหนูมิราแบบนี้อีกละก็ งั้นฉันตัดแกออกจากกองมรดกไปซะเลยดีมั้ยจะได้จบๆ"
"มะ ไม่เอานะครับคุณแม่" รีบส่ายหน้าปฏิเสธ รัวๆ ด้วยสีหน้าลนลาน
"ถ้าไม่เอาก็ทำตัวให้ดีๆ วันนี้แกก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น อยู่กินข้าวกับฉันและหนูมิราที่บ้าน เพราะฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย"
"แต่ว่าคุณแม่ครับ..."
"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น นี่คือคำสั่ง!"
"อึก.."
มารดายืนกรานเสียงแข็งห้ามโต้แย้งใดๆ อีก ทำให้คามิลสีหน้าสลดพูดโต้เถียงอะไรไม่ออกอีกต่อไป นอกเสียจากจะรู้สึกหัวเสียมากทั้งเจ็บใจอยู่ภายใน
คนกำลังจะเกิดดันโดนแม่คุมกำเนิดซะได้ แม่มเอ๊ย! เพราะยัยตัวดีมิราแท้ๆ เลย ยัยนั่นมีดีอะไรที่ทำให้แม่ผมต้องหูเบา รักนักรักหนากันนะ หาเรื่องให้ท่านมาด่าผมได้ทุกวัน ผมล่ะอยากจะจับเธอฉีกเนื้อให้เป็นชิ้นเลยจริงๆ เสียอารมณ์โว้ย!