ตอนที่7 หลอกให้อยากแล้วจากไป

2587 คำ
22.45น ผ่านไปสักพักใหญ่ หลังจากมิราอยู่คุยเล่นกับคุณหญิงโสภิตามาสักพักจนกระทั่งนี่ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว ท่านจึงได้เอ่ยขอตัวกลับขึ้นไปนอนพักผ่อน ส่วนเธอเองที่เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าก็ต้องแยกย้ายกลับไปพักผ่อนบนห้องของตัวเองเช่นกัน บนห้อง แกร๊ก ตึก ตึก พรึ่บ! เมื่อเดินเข้ามาใกล้เตียงนุ่มขนาดใหญ่ มิราก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะข้างโคมไฟราคาแพง แล้วหงายหลังทิ้งตัวนอนแผ่หราลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันทันทีอย่างสะบายใจ "อ๊าา~" เตียงนุ่มนิ่มก็เหมือนเครื่องดูดวิญญาณทำให้ร่างคนตัวเล็กรู้สึกอ่อนแรงลงแบบฉับพลัน จริงอยู่ที่งานนี้มันค่อนข้างสบายมาก เพราะวันๆ เธอแทบไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ช้อปปิ้ง แต่งตัวสวยๆ ออกไปนัดทานข้าวกับเพื่อนๆ และออกแรงตบเหล่าชะนีกับอีตาคามิลสั่งสอนให้อยู่ในร่องในรอยไปวันๆ เท่านั้นเอง แต่ก็นะแค่ออกแรงตบใครว่าไม่เหนื่อย ฉันคนนึงล่ะขอเถียงขาดใจเลย รู้มั้ยกว่าจะรับจบแต่ละทีเล่นเอาฉันเปลืองพลังงานไปพอสมควร แล้วที่หนักไปกว่านั้นก็คงจะเป็นตอนที่ต้องง้ามปากสั่งสอนอีตาคามิลนี่แหละเหนื่อยสุด เพราะงั้นเซฟโซนที่ดีที่สุดสำหรับฉันตอนนี้ก็คือเตียงนุ่มๆ นี่แหละ "อื้อ สบายจัง~" ยกแขนทั้งสองข้างยืดเหยียดร่างกายสลัดความเมื่อยล้าเบาๆ พอให้ผ่อนคลาย แต่เป็นจังหวะเดียวกันที่เสียงทุ้มได้เอ่ยจังหวะดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ "ทำอะไรของเธอ" "เฮือก!" ร่างคนตัวเล็กที่กำลังนอนแผ่หลายืดเหยียดสบายใจอยู่บนเตียงใหญ่ถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะ เบิกตากว้างเป็นไข่ห่านด้วยความตกใจ ก่อนรีบเหลือบสายตาไปมองเจ้าของต้นเสียงที่ออกมาจากห้องน้ำตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะดูจากสภาพหัวยุ่งและในคราบชุดนอนลายสก็อตสีดำก็รู้ว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จมาใหม่ๆ ยืนกอดอกเอนตัวพิงไหล่กับกำแพงห้องมองเธอมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ บ้าเอ๊ยตกใจหมด ไอ้คนไม่มีมารยาท! พอเห็นว่าเป็นใคร มีเหรอที่มิราจะนอนอ้าซ่าอยู่บนเตียงต่อ รีบดีดตัวลุกขึ้นมายืนแบบอัตโนมัติภายในเสี้ยววินาที "อะแฮ่ม" เธอกระแอ้มเสียงกลบเกลื่อน ยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมต้นคอแก้เขิน ตีหน้าใสซื่อแกล้งเอ่ยปากถามออกไปเหมือนคนไร้เดียงสาไม่รู้ไม่ชี้ "คุณอาบน้ำเสร็จแล้วทำไมไม่เรียกฉัน" "ทำตัวตามสบายใจฉันจังเลยนะ" เขาถามเสียงเข้มแน่นอนว่าไม่ค่อยพอใจ เพราะปกติคนอย่างอีตานี่ก็ไม่เคยพอใจอะไรในตัวฉันอยู่แล้วแหละ ทำอะไรก็ผิดหมดแม้แต่ขนาดหายใจเข้าออกก็ยังผิดเลยมั้ง แต่เคยถามฉันสักคำบ้างไม่ว่าฉันพอใจในตัวนายบ้างหรือเปล่าเอาแต่ทำหน้าบึ้งเหมือนตูดหมาทุกวันไม่เหนื่อยบ้างหรือไง ชิ! "ก็สบายอยู่ค่ะ ทำไมเหรอคะ" เธอตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ พร้อมย้อนถามเขากลับไปแบบท้าทายใส่ไม่กลัวเกรง "ถามมาได้ ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่อนุญาตให้ผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอมาทำตัวสบายในบ้านฉัน พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ" "อ๋อค่ะ พูดกรอกหูอยู่ทุกวันทำไมจะไม่รู้เรื่องละคะ แต่มันเรื่องอะไรที่ฉันต้องทำตาม?" "นี่เธอ!" ถลึงตาใส่พร้อมตะคอกเสียงใส่ทันควัน เมื่อเห็นว่าเธอยังพูดจายอกย้อนหน้าตาเฉย แต่มิราก็ไม่ได้กลัวจริงๆ นั่นแหละ ยังยืนปั้นหน้าระบายยิ้มยียวนใส่คามิลไม่เลิก "หูฉันไม่ได้หนวกสักหน่อย อยู่ใกล้กันแค่นี้จะทำเสียงดังทำไม" เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย ยกมือขึ้นกอดอกถามกลับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยความแดกดัน คิดจะมาเล่นสงครามประสาทกับฉันอีกสักรอบก่อนนอนก็มาเลยพร้อมบวกค่ะ เดี๋ยวจะได้รู้ว่าใครจะประสาทก่อนใครกันแน่ กรอด ความไม่พอใจปรากฏขึ้นในดวงตาคมคู่นั้น คามิลกัดฟันดังกรอดพร้อมขมวดคิ้วแน่นไม่พอใจมาก หลังได้ยินประโยคคำถามนั้นที่ฟังดูไม่เข้าหูเขาเลยสักนิด ด้วยความโกรธที่มันอัดแน่นอยู่ในใจมานาน เขาจึงไม่ลังเลที่จะสาวเท้าเดินพุ่งเข้ามาใกล้ยื่นมือไปบีบคอสวยของมิราและจ้องเธอด้วยสายตาอาฆาตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเธอเสียให้ได้ในตอนนี้ พรึ่บ! "อย่าคิดว่าทำเป็นได้ใจไปตลอดนะยัยบ้า คิดว่ามีแม่ฉันคอยคุ้มกะลาหัวแล้ว ฉันจะทำอะไรเธอไม่ได้งั้นเหรอ" เขากัดฟันพูดอย่างสะกดกลั้นอารมณ์โกรธถึงขีดสุด ขณะที่ฝ่ามือออกแรงกำชับคอสวยของเธอแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ทว่าแทนที่มิราจะกลัวกับการกระทำนี้ เธอกลับกระตุกยิ้มอย่างมีเลศนัย ดวงตาคมสวยสบตามองคามิลนิ่งอย่างไม่ไหวติง "ชอบความรุนแรงทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกละคะ" พูดจาเย้ยหยันจงใจยั่วโมโหเขาแบบเต็มระบบ หมอนี่คิดดีแล้วยังที่กล้ามาทำกับฉันแบบนี้ สงสัยต้องจัดชุดใหญ่ๆ ให้อีกแล้วสิ "อย่ามาทำเป็นปากเก่งไปหน่อยเลย รอให้ถึงวันหย่าก่อนเถอะ ได้หย่ากับฉันไปเมื่อไหร่ผู้หญิงเห็นแก่เงินขี้ประจบประแจงอย่างเธอก็ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากได้หรอก จำไว้!" "ก็ดีแล้วนี่คะ ที่ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับฉัน" เธอจงใจตอบด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่จางหาย ริมฝีปากอวบอิ่มปรากฎรอยยิ้มแห่งความเสน่หาขึ้นมาแทน "อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เก่งแต่ปากด้วยสิ" "ว่าไงนะ?" คามิลขมวดคิ้วเข้ม ถามกลับอย่างไม่เข้าใจนัยความหมายคำพูดนั้นชัดเจน ทว่ายังไม่ทันให้เขาได้สงสัยนาน ในวินาทีถัดคนตัวเล็กตรงหน้ากลับทำสิ่งที่เขานั้นคาดไม่ถึง พรึ่บ "ฮึก!" เพื่อการเอาชนะให้ผู้ชายเฮงซวยปากดีคนนี้รับรู้ถึงรสชาติของความร้ายกาจว่าเธอเองก็ไม่ใช่คนดีแต่ปาก มิราค่อยๆ ใช้นิ้วบรรจงเกี่ยวเสื้อสายเดี่ยวเส้นเล็กชุดเดรสที่สวมใส่อยู่ออกจากไหล่สวยทั้งสองข้างต่อหน้าต่อตาคามิล และไม่ลังเลที่จะขยับเข้ามาใกล้ในระยะประชิดจนหน้าอกอวบอิ่มขาวผ่องถูกซุกซ่อนเอาไว้ภายใต้เสื้อเกาะอกลูกไม้สีดำสุดเซ็กซี่แนบชิดชนกับแผงอกแกร่งกำยำของเขาอย่างจัง ก่อนตวัดช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยแววตาพิศวงและเสน่หา การกระทำนี้ทำให้ดวงตาคมเข้มพลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างหนัก ร่างเหมือนจะแข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและเย็นชาใส่เธอมาเนิ่นนานกลับพลันร้อนวูบวาบขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อถูกมิราจู่โจมเอนตัวเข้ามาใกล้แนบชิดหน้าอวบอิ่มใหญ่ของเธอแนบชิดกับแผงอกเขาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว "ในเมื่อคุณบอกว่าไม่มีใครอยากยุ่งกับฉัน งั้นคุณก็ยุ่งเองเลยสิคะ" พูดน้ำเสียงนุ่มนวลคล้ายออดอ้อนเจื้อยแจ้วอยู่หน้าแผงอกพลางแววตาแห่งความเสน่หาของเธอจ้องมองสบตาเขาอย่างไม่วางตา ซึ่งผิดกับคามิลในตอนนี้ที่ตกอยู่ในอาการตะลึงอึ้งอย่างหนักจนในสมองเป็นสีขาวโพลนไปชั่วขณะ เพราะไม่อยากเชื่อสายตาว่านี่เธอจะกำลังยั่วยวนเขาอยู่จริงๆ ทั้งที่สองปีกว่าที่อยู่ด้วยกันมาในนามสามีภรรยาจำเป็น เธอก็ยังไม่เคยนึกทำอะไรแบบนี้เลยสักครั้ง มีแต่ทำปากร้ายเถียงเขาฉอดๆ ทุกวี่ทุกวัน ผีเข้ายัยนี่หรือเปล่า? "นี่เธอ..." คามิลทำท่าจะหลุดพูดออกมา แต่กลับถูกมิรายกนิ้วเรียวสวยขึ้นมาแตะริมฝีปากหยักได้รูปของเขา พร้อมเอ่ยเสียงแผ่วเบาห้ามเขาให้เงียบปากเสียก่อน "ชู่ว คุณชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ฉันก็อยากสนองให้คุณยังไงล่ะคะ" เธอพูดน้ำเสียงหวานยั่วยวนถึงขีดสุดพลางเลื่อนนิ้วเรียวที่แตะริมฝีปากเขาลากไล้ไต่ผ่านลูกกระเดือกลงมาจนหัวใจเขาอย่างแผ่วเบา "อึก..." การกระทำดังกล่าวทำให้หัวใจคามิลในตอนนี้เกิดเต้นสั่นปั่นป่วนอย่างที่ไม่ควรจะเป็นเพราะสิ่งยั่วยวนตรงหน้า พานให้เสือผู้หญิงอย่างเขาที่ไม่เคยได้ลองลิ้มรสเนื้อสาวแบบเป็นจริงเป็นจังเลยสักครั้ง มากหน่อยก็แค่ควงสาวโอบกอดถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างลำบากขณะที่จ้องสบตาเธอไม่วางตา เช่นเดียวกับอารมณ์ในกายที่พลุ่งพล่านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวจนกลางกำกายของเขาภายใต้ร่มผ้าตอบสนองเริ่มขยายใหญ่ขึ้น อดไม่ได้ที่มือปลาหมึกจะเริ่มออกอาการเลื่อนมาจับสะโพกสวยอย่างลืมตัว แต่ในนาทีถัดมารอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ได้ปรากฏบนมุมปากของมิราอีกครั้ง ไม่คิดว่าเธอจะอ่อยแค่ไม่กี่ท่า ผู้ชายเฮงซวยอย่างคามิลก็ดันตกหลุมพรางของเธอเอาเสียง่ายๆ “แหม ไหนว่าเกลียดฉันนักหนาไง นี่ฉันแค่อ่อยนิดอ่อยหน่อยเองก็เคลิ้มเลยนะคะ” "อึก!" พรึ่บ คำพูดเยาะเย้ยประโยคนั้น เรียกสติคามิลที่กำลังเคลิ้มตามกลับมาอยู่กับตัวทันที ใบหน้าพลันเปลี่ยนสีเป็นแดงก่ำก่อนรีบสลัดมือและผลักไหล่เธอให้ถอยออกห่างจากตัวเขาอย่างลนลาน “พะ พูดบ้าอะไรของเธอ ใครเคลิ้มตามเธอกัน อย่ามาพูดมั่วๆ ไม่ได้หน้ามองขนาดนั้น” ตะคอกน้ำเสียงขึ้งโกรธรีบปฏิเสธทันควันหลังรู้ตัวแล้วว่าโดนเธอหลอกล่อให้เคลิ้มตาม ยัยบ้า! คิดจะทำเป็นแผนสูงหลอกต้มฉันงั้นเหรอ “หึๆ ดูไม่เคลิ้มเลยนะคะ” เธอหัวเราะเยาะออกมาอย่างผู้มีชัย ยกมือขึ้นกอดอกมองท่าทางร้อนรนของเขาอย่างพอใจ “แต่ฉันเห็นคุณกลืนน้ำลาย แถมยังรู้สึกเหมือนเมื่อกี้มือคุณเนี่ยเลื้อยขึ้นมาแตะอั๋ง ก้นฉันเลยแหนะ” “ตอนไหน มันก็แค่เหมือน เธอนะเพ้อเจ้อคิดไปเอง ฉันจะบอกให้ว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่คู่ควรให้มือฉันไปแปกเปื้อนให้สกปรกหรอก” คามิลหน้าซีด เบิ่งตากว้างรีบเอ่ยปากโต้เถียงกลับไปอย่างไม่ยอมรับ ทั้งที่เขาจับก้นเธอจริงๆ ก่อนยกมือขึ้นทำทีเช็ดถูตามเสื้อผ้าราวกับนึกรังเกียจให้เธอเห็น แต่ยิ่งได้เห็นท่าทีลนลานของผู้ชายดีแต่ปากอย่างคนมิลในตอนนี้แล้ว ก็ยิ่งทำให้มิราอดลอบเบะปากและขำอยู่ในใจไม่ได้ กลัวเสียหน้าสิไม่ว่า หลักฐานทนโท่ว่าเมื่อกี้นายจับก้นฉัน! “เอาเถอะค่ะ ไม่ยอมรับก็แล้วไปฉันไม่ถือสาหรอก เพราะยังไงเราก็ยังเป็นสามีภรรยากัน ของแบบมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรจริงมั้ยละคะ” เธอยังคงพูดปั่นประสาทเขาไม่เลิก ทำยิ้มกริ่มใส่ให้เขาคลั่ง แน่นอนว่ามันก็ใช้ได้ผลจริงๆ ใบหน้าหล่อเหลายิ่งแดงก่ำขึ้นสะท้อนให้เห็นความอับอายและขุ่นเคือง เพราะเห็นว่าเธอยังคงพูดจี้จุดที่เขาจับก้นเธอจนพานให้เขาโกรธอย่างช่วยไม่ได้ “ฮึ่ย! พูดให้มันดีๆ ใครอยากเป็นสามีเธอ แค่เห็นหน้าเธอทุกวันฉันก็รู้สึกคลื่นไส้จะแย่อยู่แล้วยัยบ้า!” ด้วยความอับอายทำให้คามิลประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก พูดจบเขาก็รีบหันหลังเดินสาวเท้าเดินไปที่เตียงแล้วก้มหยิบหมอนนุ่มใบใหญ่ของตนมากอดไว้ในอกโดยไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะเตรียมสาวเท้าไปทางประตูหวังจะหนีจากมิราไปให้เร็วที่สุด ทว่ากลับถูกเธอที่ยืนไล่สายตามองทำทีเอ่ยขัดคอขึ้นเสียก่อน “อ้าว ดึกแล้วนั่นคุณจะหอบหมอนไปไหนคะ?” คามิลหยุดเดิน ก่อนเขาจะหันมาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงไม่พึงพอใจ “นอนที่อื่น ที่ไม่ใช่ห้องนี้” “อ๋อ งั้นฉันให้คุณนอนคืนนี้แค่คืนเดียว พรุ่งนี้กลับมานอนด้วยกันเหมือนเดิมนะคะคุณสามี” “ฮึ่ย ไม่ต้องมายุ่งมาฉัน!” คามิลถลึงตาใส่ด้วยความโกรธ ก่อนกระทืบเท้าอย่างกระดากอาย รีบเดินไปเปิดประตูออกจากห้องพร้อมกับหอบหมอนใบใหญ่ออกไปด้วย ขณะที่มีสายตาของมิราไล่มองตามอย่างนึกตลกอยู่ในใจ โดยไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขากำลังปฏิบัติต่อเธอเลยสักนิด หนำซ้ำยังแกล้งเอ่ยปากพร้อมยกมือโบกลาเขาไล่ตามหลัง “กู๊ดไนท์นะคะคุณสามี ฝันดีนะคะ” ปึง! ในเวลาต่อมา หลังจากคามิลออกจากห้องไปแล้วได้เพียงเสี้ยววินาที มิราที่ยังคงยืนมองไปทางประตูอยู่ก็เบะปากอยากรู้สึกหมั่นไส้ “โถ่ คิดว่าจะแน่แต่ไม่แท้นี่หว่า คิดว่าฉันอยากเข้าใกล้นายมากหรือไง มีดีมาจากไหนถึงทำเป็นหลงตัวเอง น่าเกลียดชะมัด มือของฉันไม่คู่ควรให้เธอมาทำสกปรกหรอก ชิ! บักห่าเอ๊ย สะอาดมากว่างั้นแหละ ทีหลังก็พกแอลกอฮอล์ไปเลยสิยะ” ทำท่าทางอย่างนึกหมั่นไส้ทั้งโมโหในความหยิ่งยโสของเขา “รอหน่อยเถอะยะ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าฉันจะได้หมดเวรหมดกรรมจากผู้ชายเฮงซวยแบบนายสักที แล้วคอยดูนะถึงวันหย่ากันเมื่อไหร่ ฉันจะปิดบาร์โฮทเลี้ยงฉลองให้แก่อิสรภาพความโสดที่ได้กลับคืนมาสักสองวันสองคืนเลยคอยดู!” พอพูดถึงเรื่องหย่าแล้วมิราเองก็แทบจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกันที่จะรอให้ถึงวันนั้นอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเร็วๆ แต่แค่เธอไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นเท่านั้น หารู้ไหมว่าเธอในตอนนี้ก็เหมือนกับคนกำลังจะขาดใจตายอยู่รอมร่อที่ต้องทนอยู่กับผู้ชายที่ไม่ได้รัก ซ้ำเขาเองก็ยังเกลียดเธอมากเช่นกัน ถ้าเป็นพวกเถื่อนๆ หน่อยก็ประมาณว่าคงจะฆ่ากันตายไปวันละหลายหนแล้ว แต่ติดที่ต้องทนอยู่ด้วยกันเพราะผลประโยชน์ตัวเองล้วนๆ และหนักไปกว่านั้นคือศักดิ์ศรีมันค้ำคอ ฉันไม่ชอบให้ใครมากดขี่ข่มเหง จะมีใครรู้บ้างว่าบุญเท่าไหร่แล้วที่เธอต้องใช้ความอดทนมากๆ กับการกำราบผู้ชายเฮงซวยอย่างอีตาคามิลให้อยู่หมัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ แบบว่าดีนะที่ฉันไม่เป็นไบโพล่าไปเสียก่อนนะ พูดก็พูดเถอะเมื่อกี้สมน้ำหน้าอีตานั่นเนอะ เป็นไงล่ะรู้รสชาติของคำว่าหลอกให้อยากแล้วจากไปแล้วยังยะ!
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม