เช้าวันต่อมา...
ภาคภูมิรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นภรรยานั่งร้องไห้อยู่บนเตียงพักฟื้น และที่น่าสลดใจคือในอ้อมแขนของเธอมีหมอนกอดอยู่
“เอ่...เอ้...”
วีนัสเห่กล่อมเสียงสะอื้นจนภาคภูมิทั้งสงสารและตื่นตระหนกในเวลาเดียวกัน
“วี...วีทำอะไรน่ะ”
เธอหันขวับมาจ้องเขาราวกับจะดุแล้วกอดประคองหมอนอย่างทะนุถนอม
“เงียบ ๆ ค่ะ วีกล่อมลูกอยู่เดี๋ยวแกก็ตื่นหรอก!”
“วี...”
“เอ้...นอนนะคะลูกแม่ พ่อเขาแค่เสียงดังไปหน่อย”
ภาคภูมิยืนอึ้งเมื่อเห็นการกระทำเหล่านั้นของภรรยา เพราะตอนนี้วีนัสไม่ต่างจากคนเสียสติเลยแม้แต่น้อย
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!
เขาไม่อาจหาคำตอบให้กับเรื่องนี้ได้จึงค่อย ๆ ก้าวถอยหลังออกมา โดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังภรรยาที่เห่กล่อมหมอนอยู่บนเตียง เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวร้องไห้
2 ชั่วโมงต่อมา...
“มันเกิดขึ้นได้ครับเรียกว่า PTSD”
“แต่เมื่อวานยัยวียังปกติดีนะครับ แค่ร้องไห้เสียใจเท่านั้น”
“ครับแต่ก็เป็นได้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้น ๆ ไม่ได้มีเพียงแค่การสูญเสียทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ที่ประสบเหตุด้วย โดยหนึ่งในโรคที่สำคัญ คือ โรค PTSD หรือที่เรียกว่าโรคความผิดปกติทางจิตใจภายหลังภยันตรายครับ”
ทั้งภาคภูมิและชวินต่างก็ช็อกเมื่อได้ยินคำอธิบายของคุณหมอ
“หมายความว่าน้องสาวผมจะต้องกลายเป็นคนเสียสติแบบนี้เหรอครับ”
น้ำเสียงของชวินเบาจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ เพราะถ้าหากเป็นอย่างที่เขาคาดเดา หัวใจของพ่อแม่ คงจะสลายยิ่งกว่าที่เขากำลังเป็นอยู่
“ไม่หรอกครับ โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้”
“ทำยังไงครับ”
“ใช่ครับ ทำยังไงให้น้องสาวผมกลับมาเป็นเหมือนเดิมครับคุณหมอ”
“การรักษามีด้วยกันหลายวิธีและต้องใช้เวลาในการรักษาเพื่อให้อาการดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนรอบตัวต้องช่วยกันฟื้นฟูครับ แต่ก่อนอื่นต้องรู้จักเรียนรู้และรับมือ ผู้ที่มีภาวะดังกล่าวต้องพยายามเรียนรู้การจัดการกับความเครียด เช่น หากิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย การออกไปพบปะผู้คน หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว
ไม่บริโภคของที่ไม่ดีต่อสุขภาพโดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่เสพสารเสพติด และเพิ่มเวลาในการพักผ่อนให้มากขึ้นกว่าเดิม การรับยาจากแพทย์ก็สำคัญมาก โดยแพทย์จะให้ยาที่สามารถลดความเครียดหรือช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าได้ทั้งนี้การใช้ยาต่าง ๆ ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและคำสั่งของแพทย์เท่านั้น แต่หลัก ๆ ที่จะสามารถดึงผู้ป่วยให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ก็คือคนรอบตัว จะต้องเป็นคนที่ผู้ป่วยไว้ใจและมีความสุขที่จะอยู่ด้วยครับ”
“นานแค่ไหนครับคุณหมอ”
“ขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วย และการดูแลของคนรอบข้างครับ แต่เคสของคุณวีนัสดูเหมือนจะรุนแรงนะครับ เพราะเธอไม่ใช่แค่ตกใจหรือตื่นกลัว แต่เหมือนยอมรับความสูญเสียไม่ได้”
คุณหมออธิบายอาการและวิธีการรักษาอยู่พักใหญ่จึงกลับออกไป ทั้งชวินและภาคภูมิจึงแยกกันนั่งคนละมุมห้องเพื่อใช้ความคิด
“พี่วินคะ...พี่วิน!”
ชวินหยุดความคิดทุกอย่างแล้วเดินเข้าไปใกล้น้องสาว
“ครับ...ว่าไงครับ”
น้ำเสียงอ่อนโยนสั่นน้อย ๆ เมื่อเห็นน้องกอดหมอนไว้แน่น
“พี่วินดูหลานสิคะน่ารักมั้ย”
คนถูกถามถึงกับต้องกลั้นน้ำตาเพราะก้อนสะอื้นวิ่งเข้ามาจุกที่ลำคอ
“น่ารักครับ”
“วีรักแกมาก ๆ เลยค่ะ ต่อไปมีลูกแล้วพี่ภูมิคงเลิกทำให้วีเสียใจสักที”
วีนัสยิ้มเศร้าแล้วก้มลงจูบหมอนเบา ๆ ทำเอาคนเป็นพี่สะเทือนใจจนน้ำตาคลอ
“วีรักภูมิมั้ย”
“รักสิคะ วีอยากให้พี่ภูมิอยู่กับวีตลอดไป ช่วยวีเลี้ยงลูก ตอนนี้พี่ภูมิเขาดีแล้วค่ะ ที่ผ่านมาเขาทำอะไรไม่ดีพี่วินยกโทษให้เขาเถอะนะคะ วีอยากอยู่กับเขาอย่างมีความสุขค่ะ”
ชวินยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กของน้องสาวแล้วดึงเธอเข้ามากอดด้วยความเวทนา ถึงแม้ตอนนี้จะโกรธน้องเขยจนไม่อยากมองหน้า แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้เพราะภาคภูมิคือคนที่จะเยียวยาวีนัสได้
“วีนอนพักผ่อนนะ เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อเค้กร้านโปรดมาให้”
“ค่ะ ตอนวีหลับพี่วินเรียกพี่ภูมิมานั่งเฝ้าลูกด้วยนะคะ วีกลัวว่าจะมีใครมาขโมยแกไป”
“ครับ เดี๋ยวพี่ไปเรียกภูมิให้นะ”
พอห่มผ้าให้น้องเรียบร้อยชวินก็เดินไปหาภาคภูมิที่นั่งคอตกอยู่บนโซฟา
“ออกมาคุยกันหน่อย”
ภาคภูมิลุกตามไปอย่างว่าง่ายด้วยรู้ว่าชวินจะคุยเรื่องสำคัญ
“ครับพี่วิน”
“แกรู้มั้ยว่าสิ่งที่ฉันอยากทำที่สุดตอนนี้คืออะไร!”
ชวินเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างโกรธจัด กรามแกร่งบดกันแน่นจนเป็นสันนูนเพราะพยายามอย่างยิ่งที่จะระงับอารมณ์
“ฉันอยากจะฆ่าแกให้ตายคามือ ให้สาสมกับความสารเลวของแก! ถ้าไม่ติดที่ยัยวีรักแกฉันสาบานเลยว่าแกต้องลงหลุมไปแล้ว!”
ภาคภูมิก้มหน้าเพราะละอายเกินกว่าจะสบตาพี่ภรรยา
“ผมขอโทษครับ ขอโทษจริง ๆ”
“เอาเถอะ ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วฉันก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะถึงยังไงแกก็คงเป็นคนที่ยัยวีต้องการที่สุดในเวลานี้ ถ้าแกรู้สึกผิดจริง แกต้องดูแลยัยวีให้ดี เยียวยาจิตใจให้ยัยวีหายกลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด เราต้องช่วยกันเพราะฉันจะไม่ให้พ่อกับแม่รู้เรื่องนี้เด็ดขาด ฉันกลัวว่าพวกท่านจะรับไม่ได้”
“ผมคิดเอาไว้แล้วครับ ว่าจะพาวีไปอยู่ที่ไร่จนกว่าจะดีขึ้น”
“แกจะพาวีไปอยู่ที่น้ำหนาวงั้นเหรอ”
ชวินเอ่ยถามแต่แววตายังมีความกังวล
“ผมจะดูแลวีอย่างดีครับ เพราะเรื่องนี้ผมเองก็รู้สึกผิดมาก ๆ”
“แกมั่นใจแล้วเหรอ”
“มั่นใจครับ เพราะที่นั่นอากาศดี เธอขอให้ผมพาไปที่นั่นทุกครั้งที่มีโอกาส ผมเลยคิดว่าจะพาวีไปพักฟื้นที่ไร่ครับ อีกอย่างเวลาไปที่ไร่วีก็จะไปอยู่ครั้งละนาน ๆ ไม่ค่อยกลับ คุณพ่อกับคุณแม่จะได้ไม่ต้องผิดสังเกต”
ชวินคิดตามที่น้องเขยบอกสุดท้ายจึงพยักหน้า ยอมรับเพราะไม่มีทางอื่นดีกว่านี้อีกแล้ว
“เอาแบบนั้นก็ได้...แกตั้งใจดูแลวีให้ดี ทำให้วีกลับมาเป็นปกติเพราะนั่นคือทางเดียวที่จะบรรเทาความชั่วของแกได้ แล้วฉันจะคิดบัญชีกับแกอีกทีหลังจากน้องฉันหายดีแล้ว”
“ครับ”
ภาคภูมิไม่คิดที่จะบ่ายเบี่ยงหรือปฏิเสธโทษที่ตัวเองควรจะได้รับ โดยรู้ว่าความผิดครั้งนี้มันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะลบล้างได้ด้วยคำว่าขอโทษเหมือนที่ผ่านมา
ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนที่เข้ามารับบริการของทางโรงพยาบาล มีร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่งยืนถือกระเช้าแน่นอยู่ที่มุมหนึ่งเงียบ ๆ แสนดีกำลังรวบรวมกำลังใจเพื่อเข้าไปเยี่ยมวีนัส แต่พอนึกถึงแววตาโกรธแค้นชิงชังคู่นั้นทีไรก็ใจฝ่อจนก้าวขาไม่ออก
“เธอควรไปแสน...”
เสียงหวานพึมพำบอกตัวเองแล้วเดินต่อ แต่เพียงไม่กี่ก้าวก็ถูกขวางเอาไว้
“คุณวิน”
พอเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใครเธอก็รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ทั่วท้อง
“เธอมาทำอะไรที่นี่!”
“แสน...มาเยี่ยมคุณวีค่ะ”
พอได้ยินคำตอบชวินก็กัดกรามกรอดจนได้ยินเสียงฟันขบกัน
“มานี่!”
จู่ ๆ เขาก็คว้าข้อมือบางแล้วกระชากอย่างแรงให้เธอเดินตาม ซึ่งการกระทำนั้นก็ชัดเจนแล้วว่าเขากำลังโกรธเธอ จึงไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าชวินรู้เรื่องที่เกิดขึ้นหรือเปล่า
ปึก!!
พอถึงมุมสงบชวินก็ผลักเธอจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังปูนทำเอาแสนดีจุกจนพูดไม่ออก
“เธอนี่มันหน้าด้านกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะ ทำถึงขนาดนี้ยังมีหน้ามาให้เห็น”
“แสนเป็นห่วงคุณวีค่ะ อยากมาเยี่ยมเธอ”
แววตาดุดันกระด้างขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอบอก
“หยุดตอแหลสักที! คนเนรคุณอย่างเธอไม่ควรมาให้เป็นเสนียด!”
คำด่าทอรุนแรงของชวินทำเอาแสนดีทั้งเจ็บทั้งอาย แต่เธอก็ทำได้เพียงยืนนิ่งรับฟังด้วยรู้ดีว่าทำผิด
“แสน...รู้ค่ะว่าแสนผิด แสนเลยอยากมาขอโทษคุณวี”
“ฉันถามเธอจริง ๆ เถอะนะ ว่าน้องฉันดีกับเธอถึงขนาดนี้ เธอกล้าหักหลังเขาแบบนี้ได้ยังไง หรือความไม่มีมันผลักดันให้เธอกลายเป็นคนทะเยอทะยาน เป็นคนหน้าด้านไร้ยางอายได้ขนาดนี้!”
เมื่อถูกผู้ชายที่แอบปลื้มมองด้วยแววตาผิดหวังระคนเกลียดชังแสนดีก็ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“แสน...ฮึก...ผิดเองที่...”
“หุบปาก! ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัว หรือฟังเธอพร่ำพรรณนาอะไรทั้งนั้น กลับไปซะแล้วอย่ามาที่นี่อีกเพราะวีนัสไม่ต้องการพบเธอ”
“แต่แสน...”
“ไม่มีแต่! อย่ามาเข้าใกล้น้องสาวฉันอีกเด็ดขาด กลับไปอยู่ในที่ของเธอ แล้วรอรับผลจากการกระทำเลวทรามครั้งนี้ได้เลย!”
“แสนจะเข้าไปเยี่ยมคุณวีค่ะ ต่อให้เธอจะโกรธหรือไม่ให้อภัยแสนก็ขอพูดคำว่าขอโทษกับเธอสักครั้ง”
ชวินโกรธจนตัวสั่นเมื่อแสนดีดื้อดึงจะเข้าไปเยี่ยมวีนัสให้ได้
“ถ้าเธออยากหายใจต่อบนโลกนี้ละก็...อย่าได้เฉียดใกล้น้องสาวฉันเด็ดขาด และก็อย่าคิดว่าฉันแค่ขู่ เพราะฉันพร้อมที่จะฆ่าเธอทุกเมื่อ!”
ทั้งน้ำเสียงและแววตาดุดันของชวินไม่มีตรงไหนบ่งบอกเลยว่าเขาล้อเล่น ซึ่งแสนดีที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับเย็นวาบทั่วทั้งตัว
“กลับไปซะ! กลับไปรอรับผลจากการทำระยำของเธอ”
“แต่แสนอยากขอโอกาสพูดกับคุณวีสักครั้ง”
หญิงสาวพยายามอ้อนวอนและสิ่งที่ได้กลับมาคือถูกชวินคว้าหมับที่ปลายคาง แล้วบีบกรามเล็กจนกระดูกแทบจะแหลกคามือ
“เธอมันด้านแบบนี้นี่เองถึงกล้าทำอะไรแบบนี้!”
พูดจบเขาก็กระชากให้เธอเดินออกมาที่ลานจอดรถด้วยกัน
“คุณจะพาแสนไปไหนคะ!”
“ไปที่ที่เธอควรอยู่ไง!”
เขายัดเธอใส่รถคันหรูแล้วขับออกไปด้วยความเร็วตามอารมณ์ที่พุ่งปะทุ
“...ฮึก...”
หัวใจดวงน้อยเต้นถี่ตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ และสุดท้ายก็หลับตาลงเพราะไม่อาจทนมองภาพน่าหวาดเสียวได้อีก
“ร้องไห้เหรอ...มันไม่ได้น่าสงสารสักนิดเลยรู้มั้ย!”
“แสน...ฮึก...เสียใจค่ะ แสนไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย”
“เธอเสียใจเหรอ...ผู้หญิงหน้าด้านอย่างเธอเสียใจเป็นด้วยเหรอ หรือที่พูดว่าเสียใจเพราะมันจนทางแล้ว คนที่เสียใจควรเป็นน้องสาวของฉัน ยัยวีถูกผัวสารเลวนอกใจ ถูกคนที่เอ็นดูช่วยเหลือทรยศหักหลัง แล้วยังต้องสูญเสียลูกเพราะเธอ!”
แสนดีก้มหน้าแล้วสะอื้นออกมาอย่างสุดกลั้น ทุกอย่างที่ชวินกล่าวมามันเจ็บเกินกว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะรับไหว เธอรู้ดีว่าความเจ็บของเธอมันไม่ได้เศษเสี้ยวที่วีนัสต้องเจอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหาคำไหนมาแก้ตัว เพราะท้ายที่สุดเธอก็เป็นคนผิดอยู่ดี
เอี๊ยดดดด!!!
เสียงล้อรถบดถนนดังลั่นเพราะคนขับแตะเบรกอย่างตั้งใจ ก่อนที่รถจะกระชากจนหน้าผากมนกระแทกกับคอนโซลอย่างจัง
ปึก!!
“โอ๊ย!”
ใบหน้าหวานบิดเบ้เพราะความเจ็บแต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวประตูรถก็ถูกเปิดพร้อมมือหนาที่ยื่นมากระชากเธอลง
“ลงมา!”
“โอ๊ย!”
เสียงหวานร้องอุทานอีกครั้งเพราะเธอล้มลงบนพื้นถนนที่ร้อนระอุจนสองเข่าถลอกปอกเปิก
“เจ็บแค่นี้ก็ร้องแล้วเหรอ รู้เอาไว้ด้วย ว่าน้องฉันเจ็บกว่าเธอเป็นร้อยเท่าพันเท่า!”
เสียงกร้าวตวาดใส่แสนดีจนดังลั่นไปทั่วบริเวณ ความเกลียดชังที่ถูกชวินถ่ายทอดออกมาทำให้หญิงสาวไม่มีแรงลุกยืน เธอนั่งก้มหน้าสะอื้นอยู่บนพื้นเพราะความละอาย
“คนเนรคุณอย่างเธอต้องพบเจอแต่ความฉิบหาย!”
ชวินขู่กรรโชกแล้วเดินกลับไปขึ้นรถด้วยท่าทีเดือดดาล ทิ้งแสนดีให้นั่งสะอื้นอยู่บนพื้นถนนคอนกรีตที่ร้อนระอุเพียงลำพัง
“...ฮึก...ฮือ ๆ ...”
เธอมองท้ายรถคันหรูผ่านม่านน้ำตาที่พรั่งพรู ในใจเกิดความอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง เพราะรู้ดีว่าต่อจากนี้จะไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยน และแววตาที่เปี่ยมความเอ็นดูคู่นั้นอีกแล้ว
จะไม่มีชวินคนเดิมที่ใจดีกับเธอ เพราะสิ่งที่เธอทำลงไปมันไม่ต่างจากการเหยียบย่ำหัวใจเขา แม้ว่าจะไม่ได้มาจากความตั้งใจแต่มันก็คือการเนรคุณอยู่ดี
“แสน! เป็นอะไรน่ะลูก!”
เสียงที่คุ้นเคยดึงแสนดีออกจากอาการโศกเศร้าได้ทันที ก่อนจะรู้ว่าเขาพาเธอมาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านเด็กกำพร้า ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอเติบโต
เขาคงรู้แล้วว่าเธอมาจากที่นี่...
“แสนเป็นอะไรลูก เด็ก ๆ วิ่งไปตามแม่มาดูเร็ว”
“แสน...เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ”
“ไม่เป็นไรได้ยังไง มานั่งร้องไห้กลางถนนแบบนี้ ลุกก่อน ๆ เข้าไปคุยข้างใน”
แสนดีลุกขึ้นโดยมีแม่อารีย์ช่วยประคองแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก เพราะตั้งแต่เล็กจนโตแม่อารีย์และแม่ทุกท่านในสถานสงเคราะห์แห่งนี้ พร่ำสอนให้เธอและเด็ก ๆ ทุกคนรู้คุณตระกูลวรกิจอยู่เสมอ เพราะการสนับสนุนหลักมาจากพวกเขา เธอได้กิน ได้อยู่ ได้เรียน ก็เพราะการสนับสนุนของ VK คอร์เปอเรชัน
วันนี้สิ่งที่เธอทำจึงไม่ต่างจากการเนรคุณเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะไม่ได้มาจากความตั้งใจ แต่ก็ส่งผลร้ายแรงจนเกินกว่าจะกล้าพูดว่าตัวเองไม่ผิด
“แสน...แสน!”
คนที่กำลังล่องลอยอยู่ในภวังค์ความคิดสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อถูกเรียก
“คะ”
“แม่ถาม...ว่าทำไมมานั่งร้องไห้กลางถนนแบบนั้น”
“คือ...แสน...แสนมีปัญหานิดหน่อยค่ะ”
เธอหลบตาและไม่อธิบายเพิ่มเติมทำให้แม่อารีย์รู้ว่าแสนดีไม่อยากพูดถึง
“เอาเถอะ ๆ ไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อไหร่ที่มันหนักจนไม่ไหวให้นึกถึงแม่ จำไว้ว่าหนูไม่ได้ตัวคนเดียวนะแสน”
หญิงสาวน้ำตาปริ่มเพราะความซาบซึ้งแล้วสวมกอดร่างท้วมเอาไว้แน่นราวกับต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว เธอรู้ดีว่าชีวิตต่อจากนี้จะไม่สงบและราบรื่นอย่างที่เคยเป็น เพราะชวินจะไม่มีวันปล่อยให้คนที่ทำร้ายน้องสาวของเขาอยู่ดีมีสุข เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาจะเอาคืนแบบไหนและต้องเจออะไรบ้างเท่านั้น
แสนดีอยู่ที่บ้านเอื้ออารีย์จนบ่ายจัดจึงเดินทางกลับก่อนจะพบเพื่อนสาวที่นั่งฟูมฟายอยู่ในห้อง ซึ่งไม่ต้องถามเลยว่ามาจากสาเหตุอะไร
“ฮือ ๆ ...แสน...ฉันรอตั้งนานแกไปไหนมาโทรหาก็ไม่ติด”
“ไปบ้านเอื้อมาน่ะ แสนปิดโทรศัพท์เอาไว้ด้วย”
“แสน...ฮึก...ฉันจะทำยังไงดี คุณภูมิเหมือนจะพยายามห่างฉัน ไม่รับสาย ไม่อ่านข้อความ ไม่อะไรทั้งนั้น”
เอมิกาบอกเสียงเจือสะอื้นจนแสนดีถอนใจ ตอนนี้สิ่งที่เธอเห็นอยู่ในแววตาของเพื่อน มันคือความหวาดกลัวและกังวลมากมาย
“เมียเขาป่วย คุณวีเขาแท้งลูกนะเอม”
“ฉันรู้แล้ว แต่แค่เวลารับโทรศัพท์สักห้านาทีจะไม่มีเลยเหรอ...ฮึก...คอยดูนะ ถ้าเขายังทำแบบนี้ฉันจะบุกไปถึงโรงพยาบาล!”
“จะไปทำไม เธอต้องการจะพูดอะไรกับเขา”
“ฉันไม่ยอมให้เขามาทิ้งขว้างฉันง่าย ๆ หรอกนะแสน ฉันจะให้เขาเลือกระหว่างฉันกับคุณวี!”
“เอม...”
แสนดีเรียกเพื่อนเสียงเบาหลังจากได้ยินคำพูดที่ไม่ควรจะพูดออกมา
“นี่เธอคิดอะไรอยู่ มีสติหน่อยเอม...คุณวีเพิ่งสูญเสียลูกนะ เธอจะไปบังคับให้คุณภูมิเลือกอะไร สิ่งที่เธอควรทำคือเลิกยุ่งกับคุณภูมิซะ เพราะแค่นี้คุณวีก็เจ็บปวดมากพอแล้ว”
“แล้วฉันล่ะ! ฉันไม่เจ็บปวดเหรอถ้าจะถูกเขาทิ้ง!”
เอมิกาเริ่มขึ้นเสียงเมื่อเพื่อนแสดงออกว่าไม่เห็นด้วย
“ถึงเจ็บก็ต้องหยุด! เพราะสิ่งที่เธอทำอยู่มันไม่ถูกต้อง!”
“เขากำลังจะเลิกกันนะแสน! จะต้องให้ฉันบอกอีกสักกี่ครั้ง!”
“แล้วเขาเลิกกันหรือยัง เขาเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานเองนะเอม แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าเขายังเป็นผัวเมียกันและสถานะของเธอตอนนี้คือมือที่สาม!”
แสนดีจำเป็นที่จะต้องเตือนเพื่อนด้วยถ้อยคำรุนแรง กว่าที่เคยเป็นก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้
“นี่เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่มั้ย! ทำไมถึงเข้าข้างคนอื่น อ้อ...ไม่สิ เขาเป็นผู้มีพระคุณท่วมหัวเธอสินะ!”
“ใช่! คุณวีและตระกูลวรกิจคือผู้มีพระคุณของฉัน และแกก็เป็นเพื่อนฉันไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดคือไม่เตือนแกให้เด็ดขาด จนวันนี้ต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น!”
เมื่อเหตุการณ์รุนแรงคำพูดและน้ำเสียงก็เพิ่มขึ้นตามระดับของอารมณ์
“เอมเตือนแสนเองจำไม่ได้แล้วเหรอว่าอย่ายุ่งกับคุณภูมิ เอมเองก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร”
“แต่ฉัน...ฮึก...รักเขา ฉันรักเขาไปแล้วเธอเข้าใจมั้ยแสน”
เอมิกาก้มหน้าสะอื้นเพราะเธอเองก็เจ็บปวดไม่น้อย
“รักก็ต้องตัดใจ ต่อให้มันจะเจ็บหรือทรมานแค่ไหนก็ตาม เพราะเขาเป็นสามีของคนอื่น เขามีเจ้าของแล้วซึ่งไม่ใช่เรา เชื่อแสนนะเอม...หยุดซะก่อนที่ทุกอย่างจะแย่กว่านี้ เธอจะเจ็บยิ่งกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่าถ้ายังดึงดัน เพราะสุดท้ายแล้วคุณภูมิก็จะไม่เลือกเธออยู่ดี”
เธอรู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นทำให้เพื่อนเจ็บปวดแต่ก็จำใจต้องพูดเพื่อดึงสติ ของคนที่กำลังหน้ามืดตามัวเพราะความรักแบบผิด ๆ