5

3236 คำ
เช้าวันต่อมา... ภาคภูมิรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นภรรยานั่งร้องไห้อยู่บนเตียงพักฟื้น และที่น่าสลดใจคือในอ้อมแขนของเธอมีหมอนกอดอยู่ “เอ่...เอ้...” วีนัสเห่กล่อมเสียงสะอื้นจนภาคภูมิทั้งสงสารและตื่นตระหนกในเวลาเดียวกัน “วี...วีทำอะไรน่ะ” เธอหันขวับมาจ้องเขาราวกับจะดุแล้วกอดประคองหมอนอย่างทะนุถนอม “เงียบ ๆ ค่ะ วีกล่อมลูกอยู่เดี๋ยวแกก็ตื่นหรอก!” “วี...” “เอ้...นอนนะคะลูกแม่ พ่อเขาแค่เสียงดังไปหน่อย” ภาคภูมิยืนอึ้งเมื่อเห็นการกระทำเหล่านั้นของภรรยา เพราะตอนนี้วีนัสไม่ต่างจากคนเสียสติเลยแม้แต่น้อย นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาไม่อาจหาคำตอบให้กับเรื่องนี้ได้จึงค่อย ๆ ก้าวถอยหลังออกมา โดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังภรรยาที่เห่กล่อมหมอนอยู่บนเตียง เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวร้องไห้ 2 ชั่วโมงต่อมา... “มันเกิดขึ้นได้ครับเรียกว่า PTSD” “แต่เมื่อวานยัยวียังปกติดีนะครับ แค่ร้องไห้เสียใจเท่านั้น” “ครับแต่ก็เป็นได้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้น ๆ ไม่ได้มีเพียงแค่การสูญเสียทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ที่ประสบเหตุด้วย โดยหนึ่งในโรคที่สำคัญ คือ โรค PTSD หรือที่เรียกว่าโรคความผิดปกติทางจิตใจภายหลังภยันตรายครับ” ทั้งภาคภูมิและชวินต่างก็ช็อกเมื่อได้ยินคำอธิบายของคุณหมอ “หมายความว่าน้องสาวผมจะต้องกลายเป็นคนเสียสติแบบนี้เหรอครับ” น้ำเสียงของชวินเบาจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ เพราะถ้าหากเป็นอย่างที่เขาคาดเดา หัวใจของพ่อแม่ คงจะสลายยิ่งกว่าที่เขากำลังเป็นอยู่ “ไม่หรอกครับ โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้” “ทำยังไงครับ” “ใช่ครับ ทำยังไงให้น้องสาวผมกลับมาเป็นเหมือนเดิมครับคุณหมอ” “การรักษามีด้วยกันหลายวิธีและต้องใช้เวลาในการรักษาเพื่อให้อาการดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนรอบตัวต้องช่วยกันฟื้นฟูครับ แต่ก่อนอื่นต้องรู้จักเรียนรู้และรับมือ ผู้ที่มีภาวะดังกล่าวต้องพยายามเรียนรู้การจัดการกับความเครียด เช่น หากิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย การออกไปพบปะผู้คน หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ไม่บริโภคของที่ไม่ดีต่อสุขภาพโดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่เสพสารเสพติด และเพิ่มเวลาในการพักผ่อนให้มากขึ้นกว่าเดิม การรับยาจากแพทย์ก็สำคัญมาก โดยแพทย์จะให้ยาที่สามารถลดความเครียดหรือช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าได้ทั้งนี้การใช้ยาต่าง ๆ ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและคำสั่งของแพทย์เท่านั้น แต่หลัก ๆ ที่จะสามารถดึงผู้ป่วยให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ก็คือคนรอบตัว จะต้องเป็นคนที่ผู้ป่วยไว้ใจและมีความสุขที่จะอยู่ด้วยครับ” “นานแค่ไหนครับคุณหมอ” “ขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วย และการดูแลของคนรอบข้างครับ แต่เคสของคุณวีนัสดูเหมือนจะรุนแรงนะครับ เพราะเธอไม่ใช่แค่ตกใจหรือตื่นกลัว แต่เหมือนยอมรับความสูญเสียไม่ได้” คุณหมออธิบายอาการและวิธีการรักษาอยู่พักใหญ่จึงกลับออกไป ทั้งชวินและภาคภูมิจึงแยกกันนั่งคนละมุมห้องเพื่อใช้ความคิด “พี่วินคะ...พี่วิน!” ชวินหยุดความคิดทุกอย่างแล้วเดินเข้าไปใกล้น้องสาว “ครับ...ว่าไงครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนสั่นน้อย ๆ เมื่อเห็นน้องกอดหมอนไว้แน่น “พี่วินดูหลานสิคะน่ารักมั้ย” คนถูกถามถึงกับต้องกลั้นน้ำตาเพราะก้อนสะอื้นวิ่งเข้ามาจุกที่ลำคอ “น่ารักครับ” “วีรักแกมาก ๆ เลยค่ะ ต่อไปมีลูกแล้วพี่ภูมิคงเลิกทำให้วีเสียใจสักที” วีนัสยิ้มเศร้าแล้วก้มลงจูบหมอนเบา ๆ ทำเอาคนเป็นพี่สะเทือนใจจนน้ำตาคลอ “วีรักภูมิมั้ย” “รักสิคะ วีอยากให้พี่ภูมิอยู่กับวีตลอดไป ช่วยวีเลี้ยงลูก ตอนนี้พี่ภูมิเขาดีแล้วค่ะ ที่ผ่านมาเขาทำอะไรไม่ดีพี่วินยกโทษให้เขาเถอะนะคะ วีอยากอยู่กับเขาอย่างมีความสุขค่ะ” ชวินยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กของน้องสาวแล้วดึงเธอเข้ามากอดด้วยความเวทนา ถึงแม้ตอนนี้จะโกรธน้องเขยจนไม่อยากมองหน้า แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้เพราะภาคภูมิคือคนที่จะเยียวยาวีนัสได้ “วีนอนพักผ่อนนะ เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อเค้กร้านโปรดมาให้” “ค่ะ ตอนวีหลับพี่วินเรียกพี่ภูมิมานั่งเฝ้าลูกด้วยนะคะ วีกลัวว่าจะมีใครมาขโมยแกไป” “ครับ เดี๋ยวพี่ไปเรียกภูมิให้นะ” พอห่มผ้าให้น้องเรียบร้อยชวินก็เดินไปหาภาคภูมิที่นั่งคอตกอยู่บนโซฟา “ออกมาคุยกันหน่อย” ภาคภูมิลุกตามไปอย่างว่าง่ายด้วยรู้ว่าชวินจะคุยเรื่องสำคัญ “ครับพี่วิน” “แกรู้มั้ยว่าสิ่งที่ฉันอยากทำที่สุดตอนนี้คืออะไร!” ชวินเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างโกรธจัด กรามแกร่งบดกันแน่นจนเป็นสันนูนเพราะพยายามอย่างยิ่งที่จะระงับอารมณ์ “ฉันอยากจะฆ่าแกให้ตายคามือ ให้สาสมกับความสารเลวของแก! ถ้าไม่ติดที่ยัยวีรักแกฉันสาบานเลยว่าแกต้องลงหลุมไปแล้ว!” ภาคภูมิก้มหน้าเพราะละอายเกินกว่าจะสบตาพี่ภรรยา “ผมขอโทษครับ ขอโทษจริง ๆ” “เอาเถอะ ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วฉันก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะถึงยังไงแกก็คงเป็นคนที่ยัยวีต้องการที่สุดในเวลานี้ ถ้าแกรู้สึกผิดจริง แกต้องดูแลยัยวีให้ดี เยียวยาจิตใจให้ยัยวีหายกลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด เราต้องช่วยกันเพราะฉันจะไม่ให้พ่อกับแม่รู้เรื่องนี้เด็ดขาด ฉันกลัวว่าพวกท่านจะรับไม่ได้” “ผมคิดเอาไว้แล้วครับ ว่าจะพาวีไปอยู่ที่ไร่จนกว่าจะดีขึ้น” “แกจะพาวีไปอยู่ที่น้ำหนาวงั้นเหรอ” ชวินเอ่ยถามแต่แววตายังมีความกังวล “ผมจะดูแลวีอย่างดีครับ เพราะเรื่องนี้ผมเองก็รู้สึกผิดมาก ๆ” “แกมั่นใจแล้วเหรอ” “มั่นใจครับ เพราะที่นั่นอากาศดี เธอขอให้ผมพาไปที่นั่นทุกครั้งที่มีโอกาส ผมเลยคิดว่าจะพาวีไปพักฟื้นที่ไร่ครับ อีกอย่างเวลาไปที่ไร่วีก็จะไปอยู่ครั้งละนาน ๆ ไม่ค่อยกลับ คุณพ่อกับคุณแม่จะได้ไม่ต้องผิดสังเกต” ชวินคิดตามที่น้องเขยบอกสุดท้ายจึงพยักหน้า ยอมรับเพราะไม่มีทางอื่นดีกว่านี้อีกแล้ว “เอาแบบนั้นก็ได้...แกตั้งใจดูแลวีให้ดี ทำให้วีกลับมาเป็นปกติเพราะนั่นคือทางเดียวที่จะบรรเทาความชั่วของแกได้ แล้วฉันจะคิดบัญชีกับแกอีกทีหลังจากน้องฉันหายดีแล้ว” “ครับ” ภาคภูมิไม่คิดที่จะบ่ายเบี่ยงหรือปฏิเสธโทษที่ตัวเองควรจะได้รับ โดยรู้ว่าความผิดครั้งนี้มันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะลบล้างได้ด้วยคำว่าขอโทษเหมือนที่ผ่านมา ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนที่เข้ามารับบริการของทางโรงพยาบาล มีร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่งยืนถือกระเช้าแน่นอยู่ที่มุมหนึ่งเงียบ ๆ แสนดีกำลังรวบรวมกำลังใจเพื่อเข้าไปเยี่ยมวีนัส แต่พอนึกถึงแววตาโกรธแค้นชิงชังคู่นั้นทีไรก็ใจฝ่อจนก้าวขาไม่ออก “เธอควรไปแสน...” เสียงหวานพึมพำบอกตัวเองแล้วเดินต่อ แต่เพียงไม่กี่ก้าวก็ถูกขวางเอาไว้ “คุณวิน” พอเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใครเธอก็รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ทั่วท้อง “เธอมาทำอะไรที่นี่!” “แสน...มาเยี่ยมคุณวีค่ะ” พอได้ยินคำตอบชวินก็กัดกรามกรอดจนได้ยินเสียงฟันขบกัน “มานี่!” จู่ ๆ เขาก็คว้าข้อมือบางแล้วกระชากอย่างแรงให้เธอเดินตาม ซึ่งการกระทำนั้นก็ชัดเจนแล้วว่าเขากำลังโกรธเธอ จึงไม่ต้องเดาให้เสียเวลาว่าชวินรู้เรื่องที่เกิดขึ้นหรือเปล่า ปึก!! พอถึงมุมสงบชวินก็ผลักเธอจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังปูนทำเอาแสนดีจุกจนพูดไม่ออก “เธอนี่มันหน้าด้านกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะ ทำถึงขนาดนี้ยังมีหน้ามาให้เห็น” “แสนเป็นห่วงคุณวีค่ะ อยากมาเยี่ยมเธอ” แววตาดุดันกระด้างขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอบอก “หยุดตอแหลสักที! คนเนรคุณอย่างเธอไม่ควรมาให้เป็นเสนียด!” คำด่าทอรุนแรงของชวินทำเอาแสนดีทั้งเจ็บทั้งอาย แต่เธอก็ทำได้เพียงยืนนิ่งรับฟังด้วยรู้ดีว่าทำผิด “แสน...รู้ค่ะว่าแสนผิด แสนเลยอยากมาขอโทษคุณวี” “ฉันถามเธอจริง ๆ เถอะนะ ว่าน้องฉันดีกับเธอถึงขนาดนี้ เธอกล้าหักหลังเขาแบบนี้ได้ยังไง หรือความไม่มีมันผลักดันให้เธอกลายเป็นคนทะเยอทะยาน เป็นคนหน้าด้านไร้ยางอายได้ขนาดนี้!” เมื่อถูกผู้ชายที่แอบปลื้มมองด้วยแววตาผิดหวังระคนเกลียดชังแสนดีก็ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ “แสน...ฮึก...ผิดเองที่...” “หุบปาก! ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัว หรือฟังเธอพร่ำพรรณนาอะไรทั้งนั้น กลับไปซะแล้วอย่ามาที่นี่อีกเพราะวีนัสไม่ต้องการพบเธอ” “แต่แสน...” “ไม่มีแต่! อย่ามาเข้าใกล้น้องสาวฉันอีกเด็ดขาด กลับไปอยู่ในที่ของเธอ แล้วรอรับผลจากการกระทำเลวทรามครั้งนี้ได้เลย!” “แสนจะเข้าไปเยี่ยมคุณวีค่ะ ต่อให้เธอจะโกรธหรือไม่ให้อภัยแสนก็ขอพูดคำว่าขอโทษกับเธอสักครั้ง” ชวินโกรธจนตัวสั่นเมื่อแสนดีดื้อดึงจะเข้าไปเยี่ยมวีนัสให้ได้ “ถ้าเธออยากหายใจต่อบนโลกนี้ละก็...อย่าได้เฉียดใกล้น้องสาวฉันเด็ดขาด และก็อย่าคิดว่าฉันแค่ขู่ เพราะฉันพร้อมที่จะฆ่าเธอทุกเมื่อ!” ทั้งน้ำเสียงและแววตาดุดันของชวินไม่มีตรงไหนบ่งบอกเลยว่าเขาล้อเล่น ซึ่งแสนดีที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับเย็นวาบทั่วทั้งตัว “กลับไปซะ! กลับไปรอรับผลจากการทำระยำของเธอ” “แต่แสนอยากขอโอกาสพูดกับคุณวีสักครั้ง” หญิงสาวพยายามอ้อนวอนและสิ่งที่ได้กลับมาคือถูกชวินคว้าหมับที่ปลายคาง แล้วบีบกรามเล็กจนกระดูกแทบจะแหลกคามือ “เธอมันด้านแบบนี้นี่เองถึงกล้าทำอะไรแบบนี้!” พูดจบเขาก็กระชากให้เธอเดินออกมาที่ลานจอดรถด้วยกัน “คุณจะพาแสนไปไหนคะ!” “ไปที่ที่เธอควรอยู่ไง!” เขายัดเธอใส่รถคันหรูแล้วขับออกไปด้วยความเร็วตามอารมณ์ที่พุ่งปะทุ “...ฮึก...” หัวใจดวงน้อยเต้นถี่ตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ และสุดท้ายก็หลับตาลงเพราะไม่อาจทนมองภาพน่าหวาดเสียวได้อีก “ร้องไห้เหรอ...มันไม่ได้น่าสงสารสักนิดเลยรู้มั้ย!” “แสน...ฮึก...เสียใจค่ะ แสนไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย” “เธอเสียใจเหรอ...ผู้หญิงหน้าด้านอย่างเธอเสียใจเป็นด้วยเหรอ หรือที่พูดว่าเสียใจเพราะมันจนทางแล้ว คนที่เสียใจควรเป็นน้องสาวของฉัน ยัยวีถูกผัวสารเลวนอกใจ ถูกคนที่เอ็นดูช่วยเหลือทรยศหักหลัง แล้วยังต้องสูญเสียลูกเพราะเธอ!” แสนดีก้มหน้าแล้วสะอื้นออกมาอย่างสุดกลั้น ทุกอย่างที่ชวินกล่าวมามันเจ็บเกินกว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะรับไหว เธอรู้ดีว่าความเจ็บของเธอมันไม่ได้เศษเสี้ยวที่วีนัสต้องเจอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหาคำไหนมาแก้ตัว เพราะท้ายที่สุดเธอก็เป็นคนผิดอยู่ดี เอี๊ยดดดด!!! เสียงล้อรถบดถนนดังลั่นเพราะคนขับแตะเบรกอย่างตั้งใจ ก่อนที่รถจะกระชากจนหน้าผากมนกระแทกกับคอนโซลอย่างจัง ปึก!! “โอ๊ย!” ใบหน้าหวานบิดเบ้เพราะความเจ็บแต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวประตูรถก็ถูกเปิดพร้อมมือหนาที่ยื่นมากระชากเธอลง “ลงมา!” “โอ๊ย!” เสียงหวานร้องอุทานอีกครั้งเพราะเธอล้มลงบนพื้นถนนที่ร้อนระอุจนสองเข่าถลอกปอกเปิก “เจ็บแค่นี้ก็ร้องแล้วเหรอ รู้เอาไว้ด้วย ว่าน้องฉันเจ็บกว่าเธอเป็นร้อยเท่าพันเท่า!” เสียงกร้าวตวาดใส่แสนดีจนดังลั่นไปทั่วบริเวณ ความเกลียดชังที่ถูกชวินถ่ายทอดออกมาทำให้หญิงสาวไม่มีแรงลุกยืน เธอนั่งก้มหน้าสะอื้นอยู่บนพื้นเพราะความละอาย “คนเนรคุณอย่างเธอต้องพบเจอแต่ความฉิบหาย!” ชวินขู่กรรโชกแล้วเดินกลับไปขึ้นรถด้วยท่าทีเดือดดาล ทิ้งแสนดีให้นั่งสะอื้นอยู่บนพื้นถนนคอนกรีตที่ร้อนระอุเพียงลำพัง “...ฮึก...ฮือ ๆ ...” เธอมองท้ายรถคันหรูผ่านม่านน้ำตาที่พรั่งพรู ในใจเกิดความอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง เพราะรู้ดีว่าต่อจากนี้จะไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยน และแววตาที่เปี่ยมความเอ็นดูคู่นั้นอีกแล้ว จะไม่มีชวินคนเดิมที่ใจดีกับเธอ เพราะสิ่งที่เธอทำลงไปมันไม่ต่างจากการเหยียบย่ำหัวใจเขา แม้ว่าจะไม่ได้มาจากความตั้งใจแต่มันก็คือการเนรคุณอยู่ดี “แสน! เป็นอะไรน่ะลูก!” เสียงที่คุ้นเคยดึงแสนดีออกจากอาการโศกเศร้าได้ทันที ก่อนจะรู้ว่าเขาพาเธอมาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านเด็กกำพร้า ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอเติบโต เขาคงรู้แล้วว่าเธอมาจากที่นี่... “แสนเป็นอะไรลูก เด็ก ๆ วิ่งไปตามแม่มาดูเร็ว” “แสน...เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ” “ไม่เป็นไรได้ยังไง มานั่งร้องไห้กลางถนนแบบนี้ ลุกก่อน ๆ เข้าไปคุยข้างใน” แสนดีลุกขึ้นโดยมีแม่อารีย์ช่วยประคองแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก เพราะตั้งแต่เล็กจนโตแม่อารีย์และแม่ทุกท่านในสถานสงเคราะห์แห่งนี้ พร่ำสอนให้เธอและเด็ก ๆ ทุกคนรู้คุณตระกูลวรกิจอยู่เสมอ เพราะการสนับสนุนหลักมาจากพวกเขา เธอได้กิน ได้อยู่ ได้เรียน ก็เพราะการสนับสนุนของ VK คอร์เปอเรชัน วันนี้สิ่งที่เธอทำจึงไม่ต่างจากการเนรคุณเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะไม่ได้มาจากความตั้งใจ แต่ก็ส่งผลร้ายแรงจนเกินกว่าจะกล้าพูดว่าตัวเองไม่ผิด “แสน...แสน!” คนที่กำลังล่องลอยอยู่ในภวังค์ความคิดสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อถูกเรียก “คะ” “แม่ถาม...ว่าทำไมมานั่งร้องไห้กลางถนนแบบนั้น” “คือ...แสน...แสนมีปัญหานิดหน่อยค่ะ” เธอหลบตาและไม่อธิบายเพิ่มเติมทำให้แม่อารีย์รู้ว่าแสนดีไม่อยากพูดถึง “เอาเถอะ ๆ ไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อไหร่ที่มันหนักจนไม่ไหวให้นึกถึงแม่ จำไว้ว่าหนูไม่ได้ตัวคนเดียวนะแสน” หญิงสาวน้ำตาปริ่มเพราะความซาบซึ้งแล้วสวมกอดร่างท้วมเอาไว้แน่นราวกับต้องการสิ่งยึดเหนี่ยว เธอรู้ดีว่าชีวิตต่อจากนี้จะไม่สงบและราบรื่นอย่างที่เคยเป็น เพราะชวินจะไม่มีวันปล่อยให้คนที่ทำร้ายน้องสาวของเขาอยู่ดีมีสุข เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาจะเอาคืนแบบไหนและต้องเจออะไรบ้างเท่านั้น แสนดีอยู่ที่บ้านเอื้ออารีย์จนบ่ายจัดจึงเดินทางกลับก่อนจะพบเพื่อนสาวที่นั่งฟูมฟายอยู่ในห้อง ซึ่งไม่ต้องถามเลยว่ามาจากสาเหตุอะไร “ฮือ ๆ ...แสน...ฉันรอตั้งนานแกไปไหนมาโทรหาก็ไม่ติด” “ไปบ้านเอื้อมาน่ะ แสนปิดโทรศัพท์เอาไว้ด้วย” “แสน...ฮึก...ฉันจะทำยังไงดี คุณภูมิเหมือนจะพยายามห่างฉัน ไม่รับสาย ไม่อ่านข้อความ ไม่อะไรทั้งนั้น” เอมิกาบอกเสียงเจือสะอื้นจนแสนดีถอนใจ ตอนนี้สิ่งที่เธอเห็นอยู่ในแววตาของเพื่อน มันคือความหวาดกลัวและกังวลมากมาย “เมียเขาป่วย คุณวีเขาแท้งลูกนะเอม” “ฉันรู้แล้ว แต่แค่เวลารับโทรศัพท์สักห้านาทีจะไม่มีเลยเหรอ...ฮึก...คอยดูนะ ถ้าเขายังทำแบบนี้ฉันจะบุกไปถึงโรงพยาบาล!” “จะไปทำไม เธอต้องการจะพูดอะไรกับเขา” “ฉันไม่ยอมให้เขามาทิ้งขว้างฉันง่าย ๆ หรอกนะแสน ฉันจะให้เขาเลือกระหว่างฉันกับคุณวี!” “เอม...” แสนดีเรียกเพื่อนเสียงเบาหลังจากได้ยินคำพูดที่ไม่ควรจะพูดออกมา “นี่เธอคิดอะไรอยู่ มีสติหน่อยเอม...คุณวีเพิ่งสูญเสียลูกนะ เธอจะไปบังคับให้คุณภูมิเลือกอะไร สิ่งที่เธอควรทำคือเลิกยุ่งกับคุณภูมิซะ เพราะแค่นี้คุณวีก็เจ็บปวดมากพอแล้ว” “แล้วฉันล่ะ! ฉันไม่เจ็บปวดเหรอถ้าจะถูกเขาทิ้ง!” เอมิกาเริ่มขึ้นเสียงเมื่อเพื่อนแสดงออกว่าไม่เห็นด้วย “ถึงเจ็บก็ต้องหยุด! เพราะสิ่งที่เธอทำอยู่มันไม่ถูกต้อง!” “เขากำลังจะเลิกกันนะแสน! จะต้องให้ฉันบอกอีกสักกี่ครั้ง!” “แล้วเขาเลิกกันหรือยัง เขาเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานเองนะเอม แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าเขายังเป็นผัวเมียกันและสถานะของเธอตอนนี้คือมือที่สาม!” แสนดีจำเป็นที่จะต้องเตือนเพื่อนด้วยถ้อยคำรุนแรง กว่าที่เคยเป็นก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้ “นี่เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่มั้ย! ทำไมถึงเข้าข้างคนอื่น อ้อ...ไม่สิ เขาเป็นผู้มีพระคุณท่วมหัวเธอสินะ!” “ใช่! คุณวีและตระกูลวรกิจคือผู้มีพระคุณของฉัน และแกก็เป็นเพื่อนฉันไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดคือไม่เตือนแกให้เด็ดขาด จนวันนี้ต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น!” เมื่อเหตุการณ์รุนแรงคำพูดและน้ำเสียงก็เพิ่มขึ้นตามระดับของอารมณ์ “เอมเตือนแสนเองจำไม่ได้แล้วเหรอว่าอย่ายุ่งกับคุณภูมิ เอมเองก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร” “แต่ฉัน...ฮึก...รักเขา ฉันรักเขาไปแล้วเธอเข้าใจมั้ยแสน” เอมิกาก้มหน้าสะอื้นเพราะเธอเองก็เจ็บปวดไม่น้อย “รักก็ต้องตัดใจ ต่อให้มันจะเจ็บหรือทรมานแค่ไหนก็ตาม เพราะเขาเป็นสามีของคนอื่น เขามีเจ้าของแล้วซึ่งไม่ใช่เรา เชื่อแสนนะเอม...หยุดซะก่อนที่ทุกอย่างจะแย่กว่านี้ เธอจะเจ็บยิ่งกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่าถ้ายังดึงดัน เพราะสุดท้ายแล้วคุณภูมิก็จะไม่เลือกเธออยู่ดี” เธอรู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นทำให้เพื่อนเจ็บปวดแต่ก็จำใจต้องพูดเพื่อดึงสติ ของคนที่กำลังหน้ามืดตามัวเพราะความรักแบบผิด ๆ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม