6

3301 คำ
2 สัปดาห์ต่อมา... ทุกอย่างเป็นไปตามที่แสนดีคาดหมาย ภาคภูมิบอกจบความสัมพันธ์กับเอมิกาแล้วบล็อกทุกช่องทางการติดต่อ ก่อนจะพาวีนัสหายเข้ากลีบเมฆไป และสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าการถูกทิ้งก็คือวีนัสเอาคืนเอมิกาอย่างเจ็บแสบ เพราะเธอถูกไล่ออกจากงาน ซ้ำยังมีภาพเปลือยติดทั่วมหาวิทยาลัยและคอนโดพร้อมข้อความเชิญชวนให้ซื้อบริการ สร้างความอับอายจนต้องเก็บตัวร้องไห้อยู่แต่ในห้อง “นั่นเอมจะไปไหน” แสนดีที่กำลังนั่งเครียดลุกพรวดขึ้นจากโซฟาเมื่อเห็นเพื่อนเดินลากกระเป๋าออกมา “เราจะไปบ้าน” น้ำเสียงของเอมิกาสั่นน้อย ๆ ดวงตาแดงก่ำและบวมช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาหลายวัน “ทำไมล่ะเอม อยู่...” “รูปพวกนั้นถูกติดเต็มซอยบ้าน! ...ฮึก...พ่อแม่เราอายคนจนไม่กล้าออกไปไหน ฮือ ๆ” แสนดีที่ได้ยินก็อึ้งไปด้วยไม่คิดว่าวีนัสจะทำถึงขนาดนั้น “แต่มันเป็นรูปตัดต่อนะ เอมไม่ต้องกลัวเลยเพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง” “พวกชาวบ้านดูไม่ออกหรอกว่ามันตัดต่อหรือของจริง ถึงเราจะอธิบายกับพ่อแม่เราไปว่าถูกแกล้ง แต่ตอนนี้พวกท่านรู้หมดแล้วว่าเพราะเราไปเป็นเมียน้อยคุณภูมิถึงได้ถูกเขาเล่นงานแบบนี้” “แล้วพวกท่านรู้ได้ยังไง” “คุณวีเป็นคนโทรบอกเองเลย พ่อก็เลยมาถามเรา” “เอม...” “ฮือ ๆ ...ชีวิตเราพังหมดแล้วแสน เราโทรไปของานก็ไม่มีใครรับเราเลย เรา...ฮึก...” เอมิกาทำได้เพียงแค่สะอื้นเพราะมันจุกในอกจนพูดไม่ออก ที่เจ็บกว่านั้นคือภาคภูมิที่เคยสัญญาอย่างดีว่าจะปกป้องเธอกลับหายเงียบ แม้แต่โทรศัพท์สักสายหรือข้อความสั้น ๆ ก็ไม่อาจส่งถึงเขาด้วยถูกบล็อกทุกช่องทาง “เราน่าจะเชื่อแสน...ฮึก...” “ไม่เป็นไรนะเอม...กลับบ้านไปตั้งหลักก่อน” แสนดีดึงเพื่อนเข้ามากอดพลางรูปแผ่นหลังให้อย่างปลอบโยนก่อนจะเดินไปส่งเอมิกาที่หน้าประตู พออยู่เพียงลำพังแสนดีก็เริ่มวิตกถึงเรื่องราวของตัวเอง เพราะตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเอมิกาถูกเล่นงานอย่างหนัก แต่เธอยังคงอยู่ได้แบบปกติอย่างน่าสงสัย แต่แล้วความคิดทุกอย่างก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ “ฮัลโหลค่ะแม่พิศ” เธอพยายามกรอกเสียงที่เป็นปกติที่สุด เพราะไม่อยากให้คนปลายสายรับรู้ถึงความทุกข์เศร้าในตอนนี้ “แสน...ว่างหรือเปล่าลูก” “ว่างค่ะแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ” “แม่อยากให้หนูไปช่วยดูแม่อารีย์ที่โรงพยาบาลหน่อยได้ไหม” “แม่อารีย์เป็นอะไรคะแม่พิศ” “วันนี้แม่อารีย์ได้รับจดหมายจากตระกูลวรกิจ แจ้งว่าให้พวกเราย้ายออกจากที่ดินของเขาภายในสามสิบวัน และขอยุติการอุปการะเด็ก ๆ รวมทั้งการช่วยเหลือทั้งหมด แม่อารีย์ก็เลยตกใจจนช็อกน่ะลูก” มือบางกำโทรศัพท์แน่นน้ำตารื้นเมื่อได้ยินรายละเอียด เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าชวินไม่มีทางปล่อยให้เธออยู่อย่างสงบสุข เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะหันไปจัดการกับบ้านสงเคราะห์ซึ่งมีแต่เด็ก ๆ ที่น่าสงสาร “ยังไงฝากหนูไปดูแม่อารีย์ด้วยนะลูก เพราะว่าทางนี้เด็ก ๆ ยุ่งกันมาก” “ค่ะแม่พิศ” ปลายเสียงของแสนดีสั่นเครือเพราะความสะเทือนใจ ตอนนี้เธอทั้งรู้สึกผิดทั้งเจ็บปวด ที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้มีพระคุณและเด็ก ๆ เดือดร้อนกันไปหมด 11:00 น. แสนดีเดินทางมาถึงโรงพยาบาลพอดีกับที่แม่อารีย์ออกจากห้องฉุกเฉิน จึงรับช่วงต่อจากพยาบาลเข็นรถเข็นไปนั่งรอรับยา “ดีนะคะที่แม่ไม่เป็นอะไรมาก ตอนที่แม่พิศโทรมาแสนตกใจมากเลยค่ะ” “แม่พิศน่ะตื่นตระหนกไปเอง แม่ไม่เป็นอะไรหรอกแค่เป็นลมตามประสาคนแก่เท่านั้น” ขนาดว่ามีเรื่องทุกข์ใจอย่างแสนสาหัสแม่อารีย์ก็ยังคงเก็บมันเอาไว้ กลายเป็นแสนดีเสียอีกที่กลั้นน้ำตาไม่อยู่ “ร้องไห้ทำไมน่ะลูก” “แม่ขา แสนรู้เรื่องที่ตระกูลวรกิจ ส่งจดหมายมาแล้วนะคะ” ใบหน้าของหญิงชรายังคงสงบนิ่งมีเพียงนัยน์ตาเท่านั้นที่ไหวระริก “เขาอุปการะมานาน ที่ดินตรงนั้นถ้าเขาจะเอาไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่แรกก็คงจะได้เม็ดเงินเป็นกอบเป็นกำ เขาให้เราอาศัยมาจนป่านนี้ถือเป็นบุญคุณที่ใช้ไม่หมดแล้ว” “แล้วแม่จะทำยังไงต่อไปคะ” “แม่ก็ยังไม่รู้เลยลูก ห่วงก็แต่เด็ก ๆ กำลังกินกำลังนอนทั้งนั้น พวกที่เรียนก็อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ” ถึงแม้ว่าแม่อารีย์จะไม่ได้พร่ำพรรณนาถึงความทุกข์ร้อนที่กำลังพบเจอ แต่แสนดีก็รู้ว่าท่านกำลังวิตกกังวล มากแค่ไหน “แม่คิดจะไปคุยกับเขาไหมคะ” “แม่อารีย์ยิ้มเศร้าพลางส่ายหน้าช้า ๆ พร้อมอธิบายเหตุผล” “ไม่หรอกลูก เขาอุปการะเด็ก ๆ มานานที่ดินก็ให้อยู่ฟรี มาจนป่านนี้ การที่จู่ ๆ จะมาเรียกคืน ก็คงหมายความว่าเขาต้องการใช้ประโยชน์ หากว่าเราไปคุยหรือขอร้องก็เท่ากับไปสร้างภาระทางใจให้กับเขาอีก แม่ไม่อยากให้เขาต้องมาลำบากใจ” ถึงแม้ว่าแม่อารีย์จะพูดอย่างนั้นแต่แสนดีไม่อาจวางเฉย เพราะเธอเป็นต้นเหตุที่นำความเดือดร้อนมาให้ทุกคน เพราะฉะนั้นเธอต้องเป็นคนแก้ไขเรื่องนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอต้องทำให้สำเร็จ ไม่อย่างนั้นคงต้องรู้สึกผิดบาปไปตลอดชีวิต หลังจากส่งแม่อารีย์เรียบร้อยแสนดีก็ไปหาชวินที่สนามแข่งแต่ก็ไม่พบจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่บริษัทแทน แต่การขอเข้าพบเขามันไม่ใช่เรื่องง่าย “คุณนัดไว้หรือเปล่าคะ” “เปล่าค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นฉันคงให้คุณเข้าพบไม่ได้” “รบกวนคุณช่วยแจ้งคุณชวินหน่อยได้ไหมคะ ว่าฉันชื่อแสนดีมาจากสถานสงเคราะห์บ้านเอื้ออารีย์ มีเรื่องด่วนต้องการพูดกับเขาค่ะ” “งั้นรอสักครู่นะคะ” ยืนรออยู่ครู่หนึ่งพนักงานคนเดิมก็เดินกลับมาพร้อมรอยยิ้ม “คุณชวินให้เข้าพบได้ค่ะ แต่คุณต้องรอจนกว่าจะประชุมเสร็จก่อน เดี๋ยวฉันจะพาคุณไปส่งให้กับผู้ช่วยเลขาของคุณชวินนะคะ” “ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ” พอรู้ว่าเขายอมให้พบเธอก็รู้สึกว่ามีความหวังขึ้นมา “ยินดีค่ะ” แสนดีถูกพาขึ้นมายังชั้นบนสุดของอาคารซึ่งเป็นที่ทำงานของชวิน แต่เธอก็ไม่ได้พบเขาเพราะตอนนี้มีเพียงผู้ช่วยเลขาเท่านั้น “เดี๋ยวคุณนั่งรอก่อนนะคะ ฉันจะไปชงกาแฟแล้วเอาของว่างมาให้” “ขอบคุณมากค่ะ ว่าแต่คุณชวินประชุมนานแค่ไหนคะ” “ไม่แน่นอนค่ะ บางทีก็เร็วบางทีก็ช้าบอกไม่ได้ค่ะ” “ค่ะ ขอบคุณค่ะ” หลายชั่วโมงต่อมา... เธอนั่งรออยู่หลายชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้พบกับชวิน แสนดีมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพบว่าท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจึงพลิกดูนาฬิกาที่ข้อมือ “หกโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย” หญิงสาวพึมพำพลางมองหาผู้ช่วยเลขาที่นั่งเป็นเพื่อนกันมาหลายชั่วโมง “มาพอดีเลย...” “มีอะไรหรือเปล่าคะ” “คือนี่มันก็หลายชั่วโมงแล้วนะคะ ทำไมคุณชวินยังไม่ออกมาอีกคะ” “เป็นเรื่องปกติค่ะที่ประชุมไตรมาสจะยาวนานแบบนี้ ดีไม่ดีอาจไปถึงครึ่งคืนก็เป็นได้ นี่ฉันก็กำลังจะกลับบ้านแล้วค่ะ ถ้าคุณติดธุระอื่นก็กลับก่อนดีกว่านะคะพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” ผู้ช่วยเลขาแนะนำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แสนดีครุ่นคิดเพียงครู่เดียวก็ส่ายหน้า “ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันมีธุระสำคัญจริง ๆ” “ค่ะ” พอผู้ช่วยเลขากลับไปแสนดีก็ต้องนั่งรอตามลำพัง และเธอไม่คิดที่จะกลับไปแล้วมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ตามคำแนะนำ ด้วยกลัวว่าจะหาโอกาสพบเขาได้ยากขึ้น และอย่างน้อย ๆ การรอของเธอก็อาจจะทำให้เขารู้ว่าเธอตั้งใจจริง แสนดีนั่งรอจนฟ้ามืดสนิทและสุดท้ายเธอก็ผล็อยหลับซบลงบนโซฟา “พรุ่งนี้สรุปมาด้วยนะ คุณกลับได้เลยไม่ต้องรอ” “ค่ะ” ชวินบอกเลขาแล้วชะลอฝีเท้าลงเมื่อเห็นแสนดีหลับอยู่บนโซฟา “คุณคะ...” “ชู่วววว!” ชายหนุ่มห้ามเลขาไม่ให้ปลุกเรียกคนหลับ “คุณกลับไปเถอะเดี๋ยวผมจัดการเอง” “ค่ะ” เขายืนมองเธอนิ่ง ๆ แล้วนึกถึงครั้งก่อน ๆ ที่ได้เจอ แสนดีในสายตาเขาน่ารักและเดียงสาจนไม่กล้าล่อลวง กว่าจะรู้ว่านั่นเป็นแค่เปลือกก็สายเสียแล้ว กรอดดด! กรามแกร่งบดกันแน่นเมื่อนึกถึงน้องสาวที่ตอนนี้กลายเป็นคนเสียสติ ถึงแม้คำพูดของคุณหมอจะบอกว่าเป็นโรคชนิดหนึ่ง แต่ในความคิดของเขาคือวีนัสไม่ใช่คนปกติอีกแล้ว น้องสาวที่เขารักและทะนุถนอมมาตลอดต้องเสียใจมากแค่ไหนถึงกลายเป็นแบบนั้น ยิ่งนึกถึงชวินก็ยิ่งคับแค้นจนแทบกระอัก “อื้อ...” คนตัวเล็กครางเบา ๆ เพราะนอนในท่าที่ไม่สบายก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น “คุณ!” เธอรีบนั่งตัวตรงแล้วกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อเรียกสติ เมื่อเห็นร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้า “ขอโทษค่ะ” “มาหาฉันมีธุระอะไร” เขาตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงกระด้างบ่งบอกถึงความไม่เป็นมิตรชัดเจน “แสน...อยากคุยเรื่องบ้านเอื้ออารีย์ค่ะ” “ไม่เห็นมีอะไรต้องคุยนี่ ทุกอย่างเป็นไปตามที่จดหมายบอก” “แสนรู้นะคะว่าที่คุณทำอย่างนั้นเป็นเพราะคุณโกรธแสน แสนรู้ดีว่าแสนทำผิดและแสนพร้อมชดใช้ทุกอย่าง แต่บ้านเอื้อไม่เกี่ยวอะไรด้วย เด็ก ๆ น่าสงสารมากนะคะคุณวิน ช่วยกรุณาพวกแกเถอะค่ะ” แสนดีอ้อนวอนหวังว่าเขาจะเห็นแก่เด็กตาดำ ๆ ที่ล้วนแต่กำพร้า แต่คำตอบที่ได้รับกลับเจ็บราวกับถูกตัดที่ขั้วหัวใจ “ไม่หรอก ใครจะกล้าอุปการะเด็กพวกนั้น ถ้าวันหนึ่งโตมาเป็นอย่างเธอจะทำยังไง ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวคนอื่นเขาไม่จบสิ้นหรอกเหรอ” “ขอร้องเถอะค่ะคุณวินเมตตาเด็ก ๆ ด้วยค่ะ ส่วนความผิดของแสนถ้าคุณอยากให้ชดใช้ด้วยอะไรก็บอกมาเลย ต่อให้เป็นชีวิตของแสนแสนก็ยอมให้ได้” ดวงตากลมโตแดงก่ำเพราะน้ำตากำลังจะหยด พลางยกมือขึ้นประนมที่กลางอก “หึ!” ชวินบิดริมฝีปากดูแคลนแล้วมองเธอราวกับเป็นเศษขยะชิ้นหนึ่ง ซึ่งเพียงแค่สายตาของเขาก็สามารถทำให้เธออับอายจนใบหน้าร้อนผ่าวได้ไม่ยาก “ชีวิตเลว ๆ ของเธอฉันจะเอามาทำอะไร ถึงแม้ฆาตกรอย่างเธอมันจะไม่สมควรหายใจต่อก็เถอะ” “ถึงแสนจะเลวแต่แสนไม่เคยฆ่าใครค่ะ” “เธอฆ่าหลานฉัน! วีต้องเสียลูกเพราะความระยำของเธอ” “แสนไม่ได้...” “หุบปาก! หยุดพูดก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน แล้วเธอก็กลับไปซะ เพราะฉันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในเมื่อบ้านเอื้ออารีย์สร้างเด็กให้โตมาเลวอย่างเธอก็ควรที่จะยุติ!” “ไม่นะคะคุณวิน...ฮึก...” พอเห็นว่าเขาปฏิเสธจริงจังเธอก็ลงจากโซฟาแล้วคุกเข่าบนพื้นต่อหน้าเขา “แสนกราบนะคะ...ฮึก...แสนขอโทษจริง ๆ ความแค้นที่คุณมีเอามาลงที่แสนคนเดียวเถอะนะคะ ปล่อยเด็ก ๆ กับบ้านเอื้ออารีย์ไปเถอะ พวกเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย แสนมันเลวเองค่ะคุณแก้แค้นที่แสนเถอะนะคะ” เธอกราบลงบนรองเท้าหนังแท้ซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยมีชวินมองด้วยแววตาเย็นชา เพราะเขาไม่อาจรู้สึกสงสารหรือเห็นใจคนที่ทำร้ายน้องสาวของเขาได้ “บอกตามตรงนะ ว่าฉันคิดไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าวิธีไหนที่จะตอบสนองความหน้าด้านของเธอให้สาสมได้เลย ความระยำที่เธอสร้างเอาไว้มันรุนแรงแค่ไหนรู้บ้างหรือเปล่า ยัยวีต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างสาหัส ต้องสูญเสียลูก ฉันมองไม่เห็นเลยว่าทางไหนที่เธอจะชดใช้ได้สาสม” ชวินเค้นเสียงลอดไรฟันเพราะความแค้นมันอัดแน่นอยู่ภายในใจ “ทั้ง ๆ ที่ยัยวีดีกับเธอขนาดนี้ เธอกล้าทำได้ยังไง!” “...ฮึก...แสนขอโทษค่ะ...แสนขอโทษ ฮือ ๆ ...” ถึงแม้จะรู้ดีว่าคำขอโทษไม่มีประโยชน์ใด ๆ แต่แสนดีก็ยังอยากที่จะพูดมันออกมา และสิ่งที่ทำให้เธอเสียใจยิ่งไปกว่านั้นคือเธอไม่ได้กล่าวคำนี้กับวีนัสเลย ชวินมองหญิงสาวที่นั่งสะอื้นด้วยแววตาว่างเปล่าไร้ความรู้สึก ในใจมีแต่ความเกลียดชังจนเต็มพื้นที่ ไม่เหลือที่ว่างให้ความสงสารได้แทรกซึมเข้าไปเลย “คุณวินขา...ฮึก...แสนขอร้องนะคะ ปล่อยเด็ก ๆ กับบ้านเอื้ออารีย์ไปเถอะ ไม่ว่าคุณต้องการให้แสนทำอะไรฉันก็จะทำให้คุณทุกอย่าง ถ้าคุณสั่งให้แสนไปตายแสนก็จะทำให้คุณเดี๋ยวนี้ ขออย่างเดียว...ฮึก...เมตตาเด็ก ๆ เถอะนะคะ” ชายหนุ่มยืนนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิดพลางกวาดตามองคนที่กำลังอ้อนวอนเขาอยู่ “ก็ได้...ฉันจะยอมปล่อยมือจากที่นั่น และก็เด็กตาดำ ๆ ที่น่าสงสาร แต่...” แสนดีไม่ได้รู้สึกตกใจที่ได้ยินคำว่าแต่จากเขา และต่อให้มันจะเลวร้ายแค่ไหนเธอก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธ หากมันจะทำให้บ้านเอื้ออารีย์พ้นวิกฤตเธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้า เพราะถ้าหากทุกอย่างต้องล่มสลายเพราะเธอ มันคงกลายเป็นความผิดบาปที่ติดตัวไปจนตาย “เธอต้องมาเป็นที่ระบายความใคร่ให้ฉันจนกว่าฉันจะพอใจ ต่อไปนี้เธอจะเป็นแค่สิ่งของที่ฉันจะทำอะไรก็ได้ เธอไม่มีสิทธิ์พูด ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ นอกจากจะยอมรับทุกอย่างที่ฉันหยิบยื่นให้ ถ้าเธอตกลงแล้วทำให้ฉันพอใจได้ ฉันจะยอมทำตามที่เธอขอ” หลังจากได้ฟังข้อแม้น้ำตาของแสนดีก็ไหลอาบแก้ม แต่เธอทำได้เพียงพยักหน้ารับโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ “ตกลงค่ะ” “หึ! ฉันว่าจะกลับไปคิดให้ดีก่อนไหม เพราะมันไม่ใช่แค่อ้าขาให้ฉันเท่านั้นหรอกนะ มันยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันจะทำเพื่อเรียกคืนจากเธอให้สาสม เธอจะต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นและไม่มีสิทธิ์มีความสุขอีกเลย!” “ทำไมคุณไม่ฆ่าแสนล่ะคะ หรือถ้าคุณไม่กล้าจะให้แสน ไปตายก็บอกมาแค่คำเดียว” “ตายแล้วจะสนุกอะไรล่ะ ตายแล้วเธอก็ไม่รับรู้อะไรอีก ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดหรือทรมาน เธอต้องอยู่สิถึงจะถูก อยู่ลิ้มรสความทุกข์ อยู่แบบตายทั้งเป็นเหมือนที่เธอ หยิบยื่นมันให้ยัยวี” “แสนตกลงค่ะ ต่อไปแสนจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการและพอใจ” “อ้อ...แล้วอย่าคิดนะว่าฉันพิศวาสเธอ ฉันก็แค่อยากรู้เท่านั้นว่าคนอย่างเธอมีอะไรดี ไอ้ภูมิมันถึงได้หลงหัวปักหัวปำ” แสนดีไม่โต้ตอบเพราะกลัวว่านั่นจะทำให้เขายิ่งโมโห มากขึ้น ตอนนี้ความผิดของเธอได้รับการพิพากษาแล้ว สิ่งที่ทำได้ก็คือยอมรับและชดใช้ “ตามมา!” เขาสั่งเสียงเข้มแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานเธอจึงตามไปเงียบ ๆ แต่พอรู้ว่าด้านในมีห้องนอนซ่อนอยู่ก็เริ่มใจสั่น “ถอดเสื้อผ้าออกสิ” “คะ” “ฉันบอกให้ถอดเสื้อผ้าออก” อึก! พอได้ยินคำสั่งชัดเจนหญิงสาวก็ถึงกับลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “อย่ามาทำเหมือนอายได้มั้ย ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะเชื่อ แต่ตอนนี้ฉันเห็นแล้วฉันคลื่นไส้!” ชวินตวาดใส่แล้วนั่งลงบนขอบเตียงเพื่อรอชม “เร็ว! ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ” แสนดีใจสั่นตัวสั่นเพราะประหม่าเกินกว่าจะทำได้ ยิ่งเห็นแววตาที่ไม่ต่างจากนักล่าก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก “ถอด!” มือบางสั่นน้อย ๆ แต่ก็รีบปลดกระดุมเสื้อออกตามด้วยกระโปรงตัวสวย ไม่นานนักทั้งตัวก็เหลือเพียงชุดชั้นในลายกระต่ายสีหวาน “หืม...” ชวินกวาดตามองเรือนร่างเกือบเปลือยอยู่หลายรอบคล้ายกำลังสำรวจจนแสนดีอับอาย “ก็ไม่เท่าไหร่นี่ ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ” เขาพูดทุกอย่างตรงข้ามกับความรู้สึก เพราะจะไม่มีวันกล่าวชมให้เธอได้ใจ “ถอดที่เหลือออกด้วย” ใบหน้าหวานซีดลงทุกขณะแต่ก็ยังยอมทำตามที่เขาบอก เธอปลดบราแบบตะขอหน้าออกช้า ๆ แล้วปล่อยมันหล่นลงบนพื้น อวดเต้าตูมเต่งที่แต่งแต้มด้วยปลายยอดสีชมพูสวย “เร็ว!” ชวินเร่งเร้าแล้วเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว เรือนร่างอรชรของคนตรงหน้าเย้ายวนจนลมหายใจเริ่มติดขัด “...ฮึก...” แสนดีเผลอสะอื้นตอนที่ก้มลงรูดซับในตัวน้อยออกจากช่วงขาเรียว แล้วยืดตัวขึ้นให้เขาได้มองอย่างเต็มที่ ถึงแม้จะอับอายจนเนื้อตัวเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่เธอก็ยังคงยืนนิ่งให้เขาสำรวจ “อืม...” มือหนายกขึ้นลูบคางพลางทำเสียงในลำคอ “วันนี้ฉันอยากให้เธอเป็นหมา ไหนลองคลานสี่ขาให้ดูหน่อย” แสนดีรู้ว่าสิ่งที่ชวินต้องการคืออยากให้เธอรู้สึก อับอาย ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จเพราะต่อให้มันจะเลวร้ายแค่ไหนเธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เธอยอมย่อตัวลงบนพื้นแล้วคลานสี่ขาตามที่เขาต้องการพร้อมน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย “เป็นหมาก็ต้องเห่าหน่อยสิ ไม่งั้นจะสมจริงได้ยังไง” “...ฮึก...” เพราะความอับอายจนสุดที่จะทนแสนดีจึงปล่อยเสียงสะอื้นให้ดังออกมาในขณะที่ชวินยกยิ้มสมใจ แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกคอแห้งเมื่อเธอคลานหันหลังให้ ทำให้เห็นกลีบอวบและบั้นท้ายขาวเนียนน่าขย้ำ “ฮึก...” แสนดีคลานไปมาในห้องตามที่เขาต้องการ แต่พอหันกลับมาอีกทีชวินก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว “ฮือ ๆ ...” พอรู้ว่าอยู่ลำพังเธอก็ปล่อยเสียงสะอื้นออกมาดัง ๆ สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่เรียกได้ว่าเป็นความอัปยศ แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงด้วยเหตุผลหลายอย่าง ซ่า!! พอได้ยินเสียงน้ำกระทบพื้นแสนดีจึงรู้ว่าชวินอยู่ในห้องน้ำ และถึงเธอจะไม่ใช่คนที่มีประสบการณ์จัดเจนแต่ก็พอเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม