เคยตั้งคำถามกับตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน ช่วงชีวิตที่ตกต่ำจนถึงขีดสุด มันจะยังสุดลงลึกไปมากกว่านี้ได้อีกไหม ยังจะมีอะไรแย่ไปมากกว่านี้ได้อีก แล้วจะแย่ตลอดไปหรือว่าท้ายที่สุดจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นบ้าง
‘ม่านไหม’ สูดจมูกแรงๆ พลางกระพริบตาขับไล่หยาดน้ำอุ่นที่คลออยู่ด้านใน เธอไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ ไม่ใช่คนอ่อนแออะไรพรรค์นั้น แต่ช่วงนี้ดันเจอแต่เรื่องแย่ๆ บั่นทอนจิตใจ
แววตาคู่งามทอดมองร่างชายชราผมขาวโพลนซึ่งนอนติดเตียงมานานนับเดือน บางวันรู้สึกตัว บางวันเสมือนร่างไร้วิญญาณ อาการป่วยของโรคที่เป็นอยู่ทำให้ร่างกายทรุดหนัก ย่ำแย่เข้าไปกันใหญ่
หัวใจของม่านไหมบีบรัดแน่นทุกครั้งที่คุณหมอแจ้งอาการของ ‘ปู่’ ว่าการรักษาแทบจะไม่ช่วยให้ดีขึ้นเลย อาจจะด้วยอายุที่มากขึ้น ไหนจะโรคแทรกซ้อนหลายอย่าง ทางเดียวที่พอจะยื้อชีวิตของปู่ไว้ได้คือการผ่าตัด แต่ค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วเกินกว่าเธอจะรับไหวทำให้ในหัวราวกับมีแมลงนับร้อยตัวกำลังชอนไชกัดกินก้อนสมอง
เธอเครียด คิดหนัก วิตกกังวลจนแทบจะอ้วกออกมา ม่านไหมไม่รู้เลยว่าจะหาเงินมากมายขนาดนั้นจากไหน
เธอไม่มีใครให้ปรึกษา ไม่มีใครให้พึ่งพาให้ยามยากลำบาก ชีวิตนี้เหมือนตัวคนเดียว เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ต้องแบกรับอะไรมากมายหลายอย่าง
ม่านไหมแทบจะจมดิ่งลงไปในมหาสมุทรความเศร้าที่ตัวเธอเป็นคนสร้างขึ้น เสียงเปิดประตูและฝ่าเท้าที่เหยียบย่างเข้ามาในห้องพักฟื้นทำให้ดวงตาอ่อนแสงรีบหันไปมอง
หัวใจเต้นแรงขึ้นมา ไม่ใช่เพราะความตื่นเต้นตกใจหากแต่เป็นความสับสนมึนงง คิ้วเรียวขมวดชิดติดกันแน่น ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความสงสัย
“แม่..” เสียงที่เอ่ยเรียกผู้มาใหม่นั้นเบาหวิว ผู้หญิงคนนั้นมีส่วนละม้ายคล้ายคลึงเธอแทบทุกอย่าง หากแต่แววตากลับไม่ได้มีความใจดีหรือชวนให้รู้สึกอบอุ่นอยู่เลย
“ปู่แกเป็นยังไงบ้าง” นี่คือประโยคแรกหลังจากไม่ได้เจอกันนานนับหลายปี เธอไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้ควรรู้สึกยังไง
หญิงสาวเบนสายตาออกจากใบหน้าของมารดา มองไปยังผู้ชายแปลกหน้าด้านหลังที่ตามเข้ามาด้วยกัน ผู้ชายคนนั้นส่งยิ้มให้เมื่อเห็นว่าม่านไหมจับตามองตัวเองอยู่ แต่รอยยิ้มของเขาไม่ได้ทำให้ม่านไหมรู้สึกว่าชายผู้นี้ดูน่าคบหาเลยสักนิด
“ยกมือไหว้ซะสิ นี่ลุงเดช พ่อเลี้ยงของแก”
แม่คงเห็นว่าม่านไหมเอาแต่ตกตะลึงนิ่งค้างกับการปรากฏตัวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จึงต้องเริ่มจากการแนะนำตัวกันก่อน
กว่าม่านไหมจะยอมเข้าใจว่าแม่กลับมาเจอหน้าเธอและปู่ก็เพราะรู้อาการป่วย เธอยังอดน้อยใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ หากไม่มีใครล้มป่วย แม่ก็คงไม่มีทางโผล่หน้ามาแน่นอน เธอแทบจะลืมหน้าแม่ไปแล้วด้วยซ้ำหากดีเอ็นเอระหว่างเราสองคนไม่เหมือนกันขนาดนี้
“ค่าผ่าตัดเยอะแยะขนาดนั้นแกมีปัญญาจ่ายเหรอ” ม่านไหมส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น ลำพังแค่หาเงินจ่ายค่ายาและค่ารักษาก่อนหน้าเธอก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว
“คนอื่นล่ะได้ติดต่อมาบ้างไหม” ศรีษะยังคงส่ายไปมาช้าๆ เหมือนเดิม แววตาอ่อนแรงจับจ้องท้องฟ้าปลอดโปร่งแลดูว่างเปล่า
“ไม่มี”
“ไม่มีเลยเหรอ เป็นไปได้ไง ทำไมใจจืดใจดำกันขนาดนั้น แล้วใครเป็นคนสั่งให้แกมาดูแลปู่ ฉันอยากจะตามไปจิกหัวรายตัวจริงๆ”
ท่าทางดูอารมณ์เสียไม่น้อยหลังได้คำตอบจากเธอ ม่านไหมถอนหายใจแผ่วเบา ไม่พูดไม่กล่าวอะไรออกไป
“ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรทางสายเลือดกับแกสักหน่อย แต่ก็ยังตามให้แกมาดูแล พอเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาก็ผลักภาระให้ ไม่มาดูดำดูดีกันสักคน แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน”
ก็ถูกของแม่ ชายชราผมขาวที่นอนติดเตียงตรงนี้ไม่ได้เป็นปู่แท้ๆ ของเธอ แต่เป็นปู่เลี้ยงที่รักเธอเสมือนหลานแท้ๆ และเธอก็รักปู่เหมือนกัน ต่อมาเมื่อย่าตายจาก ปู่ก็มีย่าคนใหม่ ย่าคนนี้ไม่ชอบม่านไหมเอาแต่คอยดุด่า พูดจาทำร้ายจิตใจ จนเมื่อม่านไหมเริ่มโตขึ้นก็ต้องระเห็จออกมาจากบ้านด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างที่กดดันจนเธอไม่สามารถทนอยู่ต่อไปได้
ม่านเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัยแตกเนื้อสาว กว่าจะโตขึ้นมาเป็นเธออย่างในทุกวันนี้มันไม่ง่ายเลยจริงๆ
หากถามถึงพ่อ รายนั้นเลิกรากับแม่ไปมีครอบครัวใหม่ก่อนม่านไหมจะทันเดินได้ด้วยซ้ำ ม่านไหมอยู่กับแม่จนถึงอายุเก้าขวบ แม่บอกไม่มีปัญญาเลี้ยงเธออีกแล้ว จึงได้พามาทิ้งไว้กับปู่ สาเหตุนี้ล่ะมั้งย่าเลี้ยงถึงได้เกลียดชังน้ำหน้าเธอนัก
ย่าเลี้ยงมีลูกติดหนึ่งคน แต่ก็เป็นคนไม่เอาไหนเหมือนกัน อย่างที่เห็นในตอนนี้ตั้งแต่ปู่ไม่สบายเจ็บไข้ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเดือนๆ ทางนั้นก็ตามหาตัวเธอให้มาดูแลโดยอ้างถึงบุญคุณน้ำข้าวที่เคยให้ตอนเด็กๆ
ม่านไหมนึกหัวเราะเยาะอยู่ในใจ น้ำและข้าวที่แลกมากับการแอบหยิกแอบตีเธอหลับหลังปู่แบบนั้นน่ะหรือ เธอซึ้งน้ำใจจนกำหมัดแน่นเลยล่ะ
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เมื่อรับรู้เรื่องที่ปู่เจ็บไข้ไม่สบายหนักขนาดนี้จะให้เธอทนนิ่งดูดายโดยที่ไม่ทำอะไรเลยสักอย่างเธอก็ทำไม่ได้ ต่อให้ท่านจะไม่ใช่ปู่แท้ๆ ที่มีสายเลือดเดียวกัน แต่ยังไงท่านก็คือคนที่มอบความรักความอบอุ่นและดูแลเธอในตอนโหยหาความรักโดยที่พ่อกับแม่ไม่สามารถทำแบบนี้ได้
“แล้วหลายปีมานี้แม่ไปอยู่ที่ไหนมาล่ะ” ม่านไหมสูดลมหายใจช้าๆ เปลี่ยนเรื่องไม่ให้บรรยากาศรอบตัวชวนอึดอัดไปมากกว่านี้
ผู้หญิงตรงหน้านิ่งเงียบไปเล็กน้อย ไม่รู้กำลังเรียบเรียงคำพูดหรือคิดหาข้อแก้ตัวดีๆ อยู่กันแน่
“ก็ไปเรื่อยนั่นแหละ นี่ก็เพิ่งกลับมาจากใต้ตอนรู้ข่าวปู่แกไง อยากมาเจอแกด้วย แม่คิดถึ..”
“อย่าพูดว่าคิดถึงถ้าไม่ได้คิดแบบที่พูดจริงๆ เพราะถ้าแม่คิดถึงฉัน แม่คงหาทางติดต่อมาหาฉันบ้างแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันรอวันแล้ววันเล่า รอจนมีความคิดที่ว่าชาตินี้ฉันจะยังได้เห็นหน้าแม่อยู่อีกไหม” น้ำเสียงของเธอไม่ได้ฟังดูตัดพ้อแต่ออกไปทางระบายความอัดอั้นออกมามากกว่า
แววตาของแม่วูบไหวอยู่เสี้ยววินาทีหนึ่ง จะด้วยตกใจหรือสำนึกได้ก็ตาม ฝ่ามือที่เคยอ่อนนุ่มแต่บัดนี้หยาบกระด้างรีบจับมือม่านไหมลูบเบาๆ ราวอยากให้เธอใจเย็นลง
“แม่ขอโทษ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ แม่ก็ไม่ได้อยากทิ้งแกหรอก แต่ตอนนั้นมันมีทางเลือกที่ไหนล่ะ ถ้าแม่พาแกไปด้วย แกก็ต้องไปตกระกำลำบากกับแม่น่ะสิ” น่าแปลกที่ม่านไหมไม่ได้น้ำตารื้นกับประโยคนั้น เธอรู้สึกราวกับว่ามองเห็นความคิดของแม่ทะลุปรุโปร่งในทุกๆ คำพูดซึ่งเปรียบเหมือนคำแก้ตัว
ไม่อยากพาเธอไปด้วยงั้นหรือ? กลัวพาไปแล้วลำบาก เธอก็อยากบอกแม่ว่าเธอยอมลำบากดีกว่าโดนทิ้งให้อยู่กับคนใจร้ายที่คอยแต่จะสาดคำพูดแย่ๆ ใส่เธออย่างย่าเลี้ยงยังจะดีกว่าซะอีก
ม่านไหมหยุดการซักถามแต่เพียงเท่านี้ คำตอบที่ได้รับล้วนแล้วแต่เป็นข้อแก้ตัวให้ตัวเองดูดี สู้ไม่รู้ ไม่ต้องรับฟังจะดีกว่า
แต่มันก็มีอีกอย่างที่เธอคาใจ..
“แม่ตั้งใจมาเยี่ยมปู่จริงๆ หรือว่ามีอะไรกันแน่” เป็นคำถามที่ทำเอาอีกฝ่ายต้องหันไปสบตากับสามีเลยทีเดียว เธอถามตรงไปอย่างนั้นหรือ ทำไมรู้สึกไม่ชอบมาพากลเลย
“พอฉันรู้ข่าวเรื่องปู่แก ฉันมั่นใจว่าแกคงไม่มีทางมีปัญญาหาเงินค่ารักษาได้หรอก เงินขนาดนั้นจะหาได้จากที่ไหนถูกไหมล่ะ” นั่นน่ะสิ จะหาได้จากที่ไหน นอกซะจากจะถูกหวยรางวัลที่หนึ่งซึ่งมันก็เป็นเพียงความคิดตลกๆ ของเธอเท่านั้น
“ฉันก็เลยมาหาแกนี่ไง มีข้อเสนอมาให้”
“จะให้ฉันยืมเงินเหรอ” ม่านไหมแกล้งถามออกไปทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคำพูดที่เธอจะได้ยินจากปากอีกฝ่ายมันจะออกมาประมาณไหน
“งงเงินอะไรกันล่ะ ฉันไม่มีให้แกยืมหรอก ลำพังตัวเองกับผัวยังจะเอาตัวกันไม่รอด แกอย่ามาถามเรื่องเงินจากฉันหน่อยเลยน่า” แม่ดูจริงจังขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แม้จะเป็นแม่ลูกกันแต่เรื่องเงินก็ไม่เข้าใครออกใคร
“แล้วข้อเสนอที่แม่ว่าคืออะไร?”
“หาผัวรวย”
“ห๊ะ!” คิ้วที่มุ่นตึงมาพร้อมสีหน้างุนงงพิสดารใจ หากไม่ใช่สถานการณ์กำลังตึงเครียดอยู่แล้ว ม่านไหมก็คงหลุดขำกับคำพูดน่าขบขันนั้น
“งงอะไรของแก ฉันจริงจังอยู่นะ แกต้องหาผัวรวย แล้วฉันก็มีคนมาเสนอแกด้วย คนนี้น่ะรวยมาก เป็นถึงเจ้าของเกาะเลยล่ะแกเอ๊ย ที่สำคัญยังโสด ไม่มีเมีย ถ้าแกจับเขาทำผัวได้นะ สบายไปทั้งชาติ ได้เป็นคุณนายนั่งกินนอนกิน ไม่ต้องลำบากแบบนี้อีก แล้วแกก็จะได้เอาเงินมารักษาปู่แกด้วยไง” ทุกคำของแม่ยิ่งกว่าคนเพ้อฝัน จากที่คิดว่าแม่คงพูดเล่นแต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้ว
“พูดอย่างกับละคร คนรวยขนาดนั้นเขาจะมาสนใจคนจนๆ แบบฉันทำไม ถ้าจะช่วยก็ช่วยเรื่องที่มันเป็นไปได้หน่อยเถอะ”
ม่านไหมส่ายหน้าไปมา ข้อเสนอของแม่ยิ่งทำให้เธอหดหู่ขึ้นไปอีก และอาจเป็นเพราะแม่ห่างหายจากชีวิตเธอไปนาน ความสนิทสนมกันจึงไม่มี เหมือนคนเคยรู้จักกันเมื่อนานมาแล้วได้กลับมาพูดคุยกันอีกครั้งมากกว่า สายใยแม่ลูกอะไรเทือกนั่น ม่านไหมสัมผัสมันไม่ได้เลยจริงๆ
“ฉันก็ช่วยแกอยู่นี่ไง แกฟังฉันก่อนสิแล้วจะรู้ว่าข้อเสนอที่หยิบยื่นให้แกเนี่ย มันมีแต่คุ้มกับคุ้ม” เธอชักจะเอือมระอา เหมือนแค่แม่เปิดปากก็เห็นลิ้นไก่ คนเป็นแม่ต้องมีสิ่งที่ทำให้ลูกสาวอย่างเธอรู้สึกเชื่อใจได้บ้างสิ แต่นี่เธอไม่รู้สึกแบบนั้นเลย
“นายหัวน่ะเป็นเจ้าของเกาะสมุทรมันตรา เกาะนี้ชื่อเสียงโด่งดังจะตาย แกน่าจะรู้จักบ้างสิ” ม่านไหมส่ายหัวในทันที แต่ล่ะวันเธอหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องงานจะให้เอาเวลาที่ไหนไปสนใจอย่างอื่น
“งั้นก็ช่างมัน แต่แกรู้ไว้เลยนะ นายหัวรวยมาก นอกจากจะเป็นเจ้าของเกาะครอบครองทุกอย่าง เขายังมีโรงแรม กาสิโนร้านอาหารใหญ่ๆ หลายร้าน สวนทุเรียนแล้วก็ที่ดินเยอะแยะเต็มไปหมดอีก ถ้าแกจับเขาทำผัวได้ แกอยู่แบบสบายๆ ทั้งชาติเลยนะม่านไหม” คำพูดแม่ราวกับจะล่อตาล่อใจให้เธอหลงติดกับดัก สายตาที่พราวระยับเป็นประกายแวววาวยามเอ่ยถึงนายหัวอะไรนั่น แต่ในหัวเธอกลับเกิดเป็นภาพผู้ชายแก่ หัวล้าน พุงพลุ้ย หน้าตาหื่นกามชอบลวนลามเด็กสาวมากกว่า แค่คิดม่านไหมก็ขนลุกแล้ว
“แม่จะให้หนูจับคนไม่รู้จักกันมาก่อนทำผัวเนี่ยนะ แม่คิดได้ยังไงเนี่ย”
“เอาน่า มันไม่ใช่เรื่องยากหรอก แกออกจะสวยขนาดนี้ ดูซิ ไม่ว่าจะหน้าตา ทรวดทรงองเอวก็ได้แม่ไปเต็มๆ ถ้านายหัวเห็นแกนะ เขาต้องตกหลุมรักแกตั้งแต่แรกเห็นแน่ ใช่ไหมพี่เดช” แม่หันไปถามผู้ชายของตัวเองเสียงหวาน ผู้ชายคนนั้นก็ส่งสายตาบางอย่างมองม่านไหม เป็นสายตาแบบที่เธอไม่ชอบเลย
“อื้ม ลูกสาวเธอสวยได้เธอจริงๆ นั่นแหละ สเปคนายหัวเลย” ยิ่งพูดก็ยิ่งดูเหมือนการค้ามนุษย์ยังไงไม่รู้
“นายหัวอะไรนั่นของแม่รักคนง่ายจังเลยนะ ถ้าเห็นคนสวยๆ เป็นไม่ได้แล้วตกหลุมรักทันที ป่านนี้เขาคงมีเมียเป็นร้อยไปแล้วมั้ง” เพราะม่านไหมเชื่อว่าผู้ชายประเภทนั้นย่อมต้องมีสาวน้อยสาวใหญ่อยู่ข้างกายเต็มไปหมดแน่ๆ
“ไม่หรอก นายหัวไม่ใช่คนชอบใครมั่วซั่ว แต่แค่แกเนี่ยอยู่ในลิสต์ที่เขาสนใจ แม่คิดว่างั้นนะ” มันก็แค่สิ่งที่แม่คิดเอาเอง และที่พูดมาก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องตลกทั้งนั้น จะให้เธออ่อยเจ้าของเกาะทำผัว..อืม สุดยอดเลยจริงๆ
“แกสนใจไหมล่ะ ฉันอยากให้แกสนใจนะ เพราะฉันมีวิธีให้แกเข้าถึงตัวนายหัวแบบที่ผู้หญิงคนอื่นก็ทำไม่ได้”
“วิธีแบบไหน?”