หลังเวทีการแสดง
โรงเรียน นานาชาตินารีศึกษา
09:00น.
อบเชย อบมณีรัตน์….
“สวยมากเลยค่ะหนูอบเชย^_^”
“ขอบคุณค่ะคุณครู^_^”ฉันยกมือไหว้ขอบคุณคุณครูชบาที่แต่งหน้าและแต่งตัวให้ฉัน ท่านเป็นครูประจำชมรมนาฏศิลป์ที่ฉันอยู่และท่านก็เป็นครูสอนรำฉันด้วยเช่นกัน วันนี้ฉันอยู่ในชุดกินรี ชุดที่เหมือนนกนั้นเองเครื่องประดับเต็มตัวและศีรษะสวมรัดเกล้ายอดสีทองอันใหญ่สวยงามและกรองคอประดับสีทองพร้อมกับจอนหูเล็กและเสื้อเกาะอกสีแดงพร้อมกับปีกกินรีสีทองผ้านุ้งสีทอง แต่งหน้าโทนเข้มนิดนึงแต่รวมๆแล้วดูดี ส่วนตัวฉันชอบกินรีมากดีใจที่รู้ว่าปีนี้จะได้ระบำกินรีร่อนเปิดงานของโรงเรียน
“วันนี้ทำให้เต็มที่เลยนะ^_^”
“ค่ะ^_^”
“เดี๋ยวครูจะออกไปยืนตบมือหน้าเวทีเลยนะอบเชย^_^”
“ค่ะคุณครู”
“งั้นเตรียมสแตนด์บายข้างเวทีเลยจ๊ะ…ใกล้เวลาเปิดงานแล้ว^_^”
“ค่ะ^_^”ฉันเอ่ยบอกคุณครูและเดินตามหลังของท่านไปยังด้านหลังเวที วันนี้คุณพ่อไม่ได้มาดูฉันอีกแล้วคุณป้าอรทัยก็ไม่ได้มาเช่นกัน พวกท่านบินไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่อคืนแล้วอีกสองสามวันถึงจะกลับ ส่วนส้มๆก็ไม่ว่างเพราะนางมีบูธร้านอาหารต้องดูแลเพราะเห็นว่าต้มยำกบของนางเอร็ดอร่อยจนคุณครูเอ่ยปากชมไม่ขาด
“ไหว้ครูบาอาจารย์นะอบเชย”
“ค่ะ”ฉันพยักหน้ารับคำคุณครูชบาและยกมือขึ้นพนมไหว้ทุกครั้งก่อนขึ้นเวที คือการไหว้คุณครูบาอาจารย์ของนาฏศิลป์ครูพักรักจำนั้นเอง
“เต็มที่ค่ะ^_^”
“ค่ะ^_^”ฉันยิ้มหวานให้คุณครูชบา
“เฉิดฉายให้สมเป็นกินรีสาวน้อยนะ”
“ค่ะ^_^”ฉันยิ้มให้คุณครูชบาและรอพิธีกรเรียนเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนและเจ้าของโรงเรียนขึ้นมาบนเวทีกล่าวเปิดงานเล็กๆน้อยๆและก็มาถึงคิวของฉันบ้าง
“วันนี้เรามีโชว์เปิดงานจากชมรมนาฏศิลป์ของคุณครูชบามาให้ท่านผู้อำนวยการและผู้บริหารรวมไปถึงคุณครูทุกท่านและคุณครูจากโรงเรียนอื่นพร้อมเด็กๆนักเรียนได้รับชมกันนะครับ”
“ระบำกินรีร่อนทำการแสดงโดยนางสาว อบมณีรัตน์ รัตน์ธิเบตนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่4เชิญรับชมได้แล้วครับ”
แปะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงปรบมือดังสนั่นจากด้านหน้าเวที ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆตั้งสมาธิให้มั่นและรอจังหวะเพลงขึ้นแล้วก็วิ่งร่ายรำออกไปอย่างสง่างามและอ่อนโยนอ่อนหวานและอ่อนช้อยไปตามทำนองเพลงตามที่ซ้อมมาเป็นเวลาสองอาทิตย์ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสายตาจับจ้องคนดูตามฉบับนักเรียนนาฏศิลป์ ฉันร่ายรำไปตามท่อนเพลงที่มีดนตรีเร็วขึ้นเรื่อยๆปลุกใจตามกินรีร่อนอย่างสวยงาม
ข้างล่างเวทีหลังสุด
ไบรท์ สุทธิพงศ์…..
“น่ารักว่ะ^_^”เสียงของนักเรียนชายต่างโรงเรียนของผมเอ่ยขึ้น ผมจึงละสายตาจากนางรำบนเวทีมองไปที่เด็กนักเรียนกลุ่มนี้กางเกงสีน้ำตาล พวกมันกำลังยืนมองอบเชยที่ร่ายรำอ่อนช้อยจนผมเผลอใจเต้นแรงและยิ้มตามเธอใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มหวานของเธอกำลังทำให้ผมเผลอหึงเธอโดยไม่รู้ตัว แต่ทำไงได้ในเมื่อมันเป็นการแสดงของเธอ นี่ผมคงหลงรักเธอมากกว่าเดิมอีกขึ้นอีกแล้วล่ะมั่งเนี่ย
“ชื่ออะไรว่ะ?”
“ไม่รู้ดิ…รู้แต่ว่าเธอเป็นคนน่ารัก”
“ไอ้บ้า!”เสียงแซวเล่นของคนพวกนั้นทำให้ผมเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ผมละสายตาจากพวกมันและมองไปที่อบเชยอีกครั้งเธอร่ายรำได้สวยจริงๆเพราะเป็นเธอการแสดงรำชุดนี้จึงเป็นที่จับจ้องของเด็กนักเรียนชายจากต่างโรงเรียนที่พากันเดินไปข้างหน้าเวทีเหมือนถูกต้องมนต์สะกด นั้นยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่แต่แวบหนึ่งผมก็นึกสมเพชตัวเองขึ้นมาเมื่อการแสดงของเธอได้จบลงและมีเด็กนักเรียนชายมากมายต่างพากันวิ่งเข้าไปแย่งกันมอบของขวัญให้เธอด้านหน้าเวทีของแต่ละอย่างมีตุ๊กตาตัวใหญ่ช่อดอกไม้ช่อใหญ่และราคาน่าจะแพงขนมช็อกโกแลตเป็นกล่องมากมายจนเธอถือไม่ไหวต้องมีคนขึ้นไปช่วยเธอถือของทำให้ผมเหลือบตามองดอกกุหลาบสีขาวหนึ่งดอกในมือของผมทันที มันมีราคาแค่ดอกละสิบบาทผมไปซื้อที่ตลาดมาเมื่อเช้า ยิ่งเห็นของขวัญพวกนั้นผมกลับยิ่งไม่กล้าเอาดอกกุหลาบดอกนี้ไปให้เธอ เพราะของของผมมันดูกระจอกไปเลยไม่เหมาะกับนางฟ้าอย่างเธอเลยสักนิด ที่ผมไม่ควรจะจับจ้องตั้งแต่แรก เธอทั้งสวยทั้งใจดีน่ารักอยู่ด้วยแล้วโคตรมีความสุข เธอกับผมมันอยู่กันคนละชั้นจริงๆ เธอเป็นนางฟ้าที่อยู่บนฟ้าส่วนผมเหมือนหมาวัดข้างถนนที่ไม่มีอะไรเหมาะสมกับเธอเลยสักนิด
“ไบรท์!”เสียงตะโกนเรียกชื่อผมเสียงดังแต่ผมก็ไม่ได้หันกลับไปมองเธอเลย ขาของผมก้าวอย่างรวดเร็วออกมาจากที่แห่งนั้น
ตึกๆๆๆๆ
“เดี๋ยวก่อนสิไบรท์!”
“ไบรท์รอเราด้วย!”
พรึบ
“โอ้ย!”เสียงร้องดังหลังจากเสียงที่เหมือนมีวัตถุกระแทกเสียงดังผมหยุดวิ่งและหันไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว ภาพที่ผมเห็นคืออบเชยนั่งอยู่บนพื้นดินสวนหญ้าของโรงเรียนเธอ
ตึกๆๆๆๆ
พรึบ
“เจ็บตรงไหนไหม?”
“เราขอโทษนะ”ผมเอ่ยขอโทษเธอทันทีที่ผมนั่งลงข้างๆเธอและช่วยพยุงร่างของเธอขึ้นยืนแลพยุงร่างของเธอพาไปนั่งที่ม้าหินอ่อนเธอก็เดินขากระเผลกเพราะว่าเธอไม่ได้สวมรองเท้า
“เจ็บที่หัวเข่านิดหน่อย”
“เราทำให้เธอเจ็บ….ขอโทษนะ”ผมก้มหน้าลงพลางเอ่ยขอโทษเธอ
“เราล้มเองไม่เกี่ยวกับเธอเลยนะ^_^”
“ว่าแต่เธอเดินหนีเราทำไม?”อบเชยเอ่ยถามผมคำถามของเธอทำให้ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเธอ หางตาชำเลืองมองไปที่ดอกกุหลาบสีขาวที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงนักเรียนของผม
“ไบรท์”
“อย่าเงียบสิ”ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าอบเชย รอยยิ้มที่เธอยิ้มให้ผมมันเป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุด ใจของผมเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ได้อยู่ใกล้ๆเธอ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้ผมอยากมีความรัก อยากรักเธอ
“วันนี้เธอสวยมากและก็รำสวยมากด้วย^_^”ผมเอ่ยชมเธอไป ทั้งๆที่ผมชมเธอแต่ทำไมใบหน้าของผมกลับร้อนผ่าวขึ้นมาและไม่กล้าสบตาคู่สวยของเธอนะ
“ขอบคุณนะ^_^”
“เรานึกว่าเธอจะไม่มาดูเราซะแล้ว^_^”
“ไม่มาได้ไง…ก็เมื่อวานสัญญากับเธอแล้วไง^_^”ผมว่าพลางนึกถึงเรื่องเมื่อวานที่ผมให้สัญญากับเธอว่าผมจะมาดูเธอรำและก็มีเรื่องน่าแปลกเกิดขึ้นกับผมและเธอเธอมักจะเจอเงินหนึ่งร้อยบาทที่เดิมมาสองวันแล้วและเมื่อวานเธอก็ชวนผมไปกินข้าวขาหมูที่อยู่ถนนฝั่งตรงข้ามเหมือนเมื่อวานซืนที่เธอเจอเงินและชวนผมไปกินก๋วยเตี๋ยวและผมก็สั่งมาสองที่ทั้งสองวันแต่เธอก็ไม่เคยได้กินเลยเพราะรถแท็กซี่มารับเธอกลับบ้านก่อน ผมเลยต้องกินทั้งของผมและของเธอ ผมไม่เคยได้กินของดีๆแบบนี้เลยแต่พอได้มาเจอเธอ เธอเหมือนแสงสว่างในชีวิตของผม เธอคือสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิตที่มืดมนของเด็กไม่มีใครต้องการแบบผม
“เรายังไม่เคยมีแฟน”อยู่ดีๆอบเชยก็เอ่ยคำที่ผมฟังแล้วงุนงงขึ้นมา แต่คำพูดของเธอกลับทำให้หัวใจของผมพองโต
“คำตอบของคำถามที่เธอเคยถามเราไง…ตอนครั้งแรกที่เราเจอกัน^_^”เธอไม่เขินเลยเหรอไง ผิดกับผมที่หน้าร้อนและชาหนักมากขึ้นกว่าเดิมอีก ผมกระพริบตาปริบๆมองหน้าหวานของเธอที่วันนี้สวยมากขึ้นเพราะเธอแต่งหน้า
“อะอ๋อ”ผมพยักหน้าเข้าใจ อบเชยยิ้มให้ผมและสายตาของเธอก็มองมาสบเข้ากับดอกกุหลาบสีขาวที่ดอกมันโผล่พ้นกางเกงของผมออกมา
“เอาไปให้ใครเหรอ?”อบเชยเอ่ยถามผม ผมก็มองหน้าเธอสลับกับดอกกุหลาบในกางเกงของผมและผมก็เอื้อมมือมาหยิบดอกกุหลาบขึ้นมาถือไว้
“ให้เธอ….”ผมเอ่ยขึ้นพลางยื่นดอกกุหลาบสีขาวไปตรงหน้าของอบเชย เธอก็ยิ้มมองหน้าผมสลับกับดอกกุหลาบ ใบหน้าของเธอและแววตาที่บ่งบอกว่าเธอดีใจที่ได้ดอกกุหลาบจากผม ผมก็ยิ้มตามเธอที่เธอชอบของถูกแบบนี้ เพราะผมเองก็คงจะมีปัญญาซื้อแค่ดอกไม้ดอกเดียวให้เธอ
พรึบ
“ขอบคุณนะ….ไบรท์^_^”อบเชยยื่นมือมารับดอกกุหลาบไปจากผมพลางเอ่ยขอบคุณผม เธอยื่นจมูกโด่งของเธอมาสูดดมกลิ่นดอกกุหลาบพลางหลับตาพริ้ม น่ารักจัง^_^
“เราคิดว่า…..”อบเชยเงยหน้าจากดอกกุหลาบขึ้นมามองหน้าผมเธอจ้องตาผมอย่างไม่กระพริบตา ผมก็มองหน้าเธอกลับ
“เราชอบ….”อบเชยว่าและหยุดไป คำพูดของเธอทำให้ผมลุ้นจนตัวโก่ง
“ชอบ…เธอชอบ?”ผมเอ่ยขึ้นอย่างคนที่รอคอยอะไรบางอย่าง รอคอยคำว่าชอบผมจากปากของเธอ
“ชอบดอกกุหลาบ^_^”เพล้ง โพล๊ะทั้งหน้าผม ทั้งหัวใจของผมแตกเป็นเสี่ยงๆอย่างไม่เป็นชิ้นดี เมื่อคำตอบออกมาจากปากของอบเชยว่าเธอชอบดอกกุหลาบไม่ได้ชอบผมซะหน่อย คนอย่างเธอจะมาชอบผมได้ยังไงล่ะ แค่เธอลดตัวลงมาเป็นเพื่อนกับผมก็ดีมากเท่าไหร่แล้ว
“ปกติเราไม่ค่อยชอบน่ะ….เพราะหนามของดอกกุหลาบทิ่มนิ้วเราเจ็บ^_^”
“แต่ตอนนี้เราชอบแล้วล่ะ….เราจะเก็บรักษาดอกกุหลาบดอกนี้ไว้เป็นอย่างดีเลยนะ^_^”
“ครับ^_^”ผมทำได้เพียงแค่ยิ้มแหยๆให้เธอไปแค่นั้น เพราะเธอคงไม่รู้หรอกว่าเพื่อนคนนี้ คิดกับเธอเกินเพื่อนไปแล้ว เป็นแค่เพื่อนกันดีกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันเลย
“เราออกมานานแล้วเราคงต้องกลับไปเปลี่ยนชุดก่อน…เธอรอเราตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวเราจะพาเธอไปเที่ยวบูธเรา”
“ครับ^_^”ผมพยักหน้ารับคำเธอ เธอก็พยักหน้าให้ผมและยิ้มให้ผมก่อนจะลุกขึ้นยืน
พรึบ
“โอ้ย!”แต่เธอก็ล้มลงมานั่งทับบนตัวผม ผมรีบกอดร่างของเธอไว้อย่างรวดเร็วเพราะกลัวเธอจะล้มอีก
“ระเราเจ็บขา”อบเชยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดขัดผิดกับผมที่ตัวแข็งทื่อเพราะตื่นเต้นหัวใจเต้นเร็วผิดปกติเพราะใบหน้าของเราสองคนอยู่ใกล้กันมาก มากจนผมได้กลิ่นตัวหอมๆของเธอ ปลายจมูกของผมแทบจะโดนแก้มเธออยู่แล้ว
พรึบ
“ดะเดี๋ยวเราพยุงเธอไปดีกว่า”ผมพูดขึ้นหลังจากที่ตั้งสติได้แล้ว
“อืม”อบเชยเองก็หลบสายตาผม ผมค่อยๆลุกขึ้นและช่วยพยุงตัวของอบเชยขึ้นมาพร้อมๆกันด้วยเพราะเธอนั่งอยู่บนตักผมน่ะสิ มองดูเธอจะเจ็บขานะ
“เราขอดูหน่อย”ผมเอ่ยขออนุญาตจากเธอเพื่อจะขอดูขาของเธอ อบเชยที่เอามือไปจับต้นไม้เพื่อพยุงร่างของเธอไว้ไม่ให้ล้มก็พยักหน้าเป็นการอนุญาต ผมก็นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเธอและค่อยๆยกชายผ้านุ้งของเธอให้ขึ้นมาเหนือหัวเข่าก็พบว่าเธอเป็นแผลที่เท้าไม่ได้เป็นที่หัวเข่า เท้าของเธอถลอกนิดหน่อยคงเป็นตอนที่เธอล้มเมื่อกี้นี้แน่เลย
“เจ็บมากไหม?”ผมเงยหน้าจากแผลของเธอขึ้นไปเอ่ยถามเธอ เธอเองก็มองผมอยู่ก่อนแล้ว เราจึงสบตากันเข้าโดยบังเอิญ อีกแล้วสบตาอีกแล้ว หัวใจผมเต้นแรงจนมันจะทะลุออกมาแล้วเนี่ย!
“นิดหน่อยจ๊ะ”เธอยิ้มแหยๆให้ผม ผมจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วเดี๋ยวเราจะได้ไปทำแผลให้เธอ”
“เธอทำเป็นเหรอ?”เธอเอ่ยถามผมอย่างสงสัย ผมก็ยิ้มให้เธอ
“เป็นครับ^_^”
“งั้นก็ไปเลยเพราะเราหิวแล้ว^_^”
“หิวอีกแล้วเหรอ?”ผมขมวดคิ้วมองหน้าเธอ เธอก็ยิ้มให้ผม เธอมักจะหิวในเวลาที่ผมเองก็หิวเหมือนกัน เพราะใจเราตรงกันใช่ไหม^_^ ไม่ได้ผมจะคิดกับเธอเกินเพื่อนไม่ได้!!ผมไม่อยากเสียเธอไป!