ณ ดาดฟ้าของตึกผู้ป่วยวิกฤต
"และแล้วปราฏิหารย์ก็มีจริง" หมอฟ้าใสยืนเอามือกอดอก มองใบหน้าเพื่อนรักที่ยังคงปะปนไปด้วยความเศร้า ตอนนี้เพื่อนรักของเธอกำลังยืนเหม่อลอยบนดาดฟ้าของตึกสูงที่ลมกำลังพัดแรง
"ก็เราบอกแล้วพี่พอร์ตมันแมวเก้าชีวิต" หมอเกลเงยหน้าตอบกลับเพื่อนรัก
"แล้วเกลจะเป็นทาสแมวมั้ยล่ะ" หมอฟ้าใสหยอกล้อเพื่อนรัก เพราะอยากรู้ท่าทีของเพื่อนที่แสดงออกมา
"เอาอีกแล้วนะฟ้า" หมอเกลทำหน้าไม่สบอารมณ์กับที่เพื่อนรักหยอกล้อ
"ก็ได้ ไม่ล้อก็ได้ แล้วจากนี้ไปเกลทำไงต่อล่ะ ฟ้าหมายถึงถ้าพี่พอร์ตฟื้นอ่ะ" หมอฟ้าใสถามจริงจัง
"ก็ฟ้าบอกเกลเองไม่ใช่เหรอ รักษาเค้าหายก็จบแล้ว" เกลตอบกลับเพื่อนรัก
"ดีมากจ้าคุณหมอเกลเพื่อนรัก ฟ้าไม่อยากให้เกลกลับไปเจ็บอีก" หมอฟ้าใสยินดีในคำตอบของเพื่อนรัก
"เกลแค่ไม่อยากให้เค้าตาย แต่เรื่องกลับไปรักเค้าอีกครั้งไม่มีทางอ่ะฟ้า คนอย่างเกลเจ็บแล้วจำ จำแบบฝังลึกลงในใจด้วยแหละ" เกลตอบน้ำเสียงหนักแน่น
/ก็เชื่ออยู่หรอกผ่านมาจนกี่ปีแล้ว เกลยังไม่เปิดใจให้ใครดูแลหัวใจเลย มีอยู่สองทางแค่นั้นแหละเกลยังลืมพี่พอร์ตไม่ได้ อีกทางคือความเจ็บปวดมันสอนให้เกลเข็ดกับความรักจนไม่กล้ามีมันอีก/ หมอฟ้าใสมองหน้าเพื่อนรักอย่าครุ่นคิด
"ดีแล้วแหละเกล เราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ ที่เหลือครอบครัวเค้าดูแลเอง เอ่อ!! ตั้งแต่พี่พอร์ตเข้ารักษาตัวที่นี่ฟ้ายังไม่เคยเห็นครอบครัวเค้ามาเยี่ยมเลยนะ" หมอฟ้าใสเพิ่งคิดได้ถึงความจริงสิ่งนี้
"นั่นสิฟ้า เกลว่าลูกเจ็บปางตายขนาดนี้ไม่ควรมีแค่บอดี้การ์หน้าห้องนะ อย่างน้อยคนในครอบครัวเขาต้องมาเยี่ยมบ้าง" หมอเกลก็ฉุดคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะในระหว่างที่พอร์ตรักษาตัวที่นี่ ไม่มีใครมาเยี่ยมเขาเลยซักคน
"แบบนี้แสดงว่าพี่พอร์ตคงยังไม่มีครอบครัวสินะ" หมอฟ้าใสลองพูดหยั่งเชิงเพื่อนรัก
"ก็คงแบบนั้นล่ะมั้ง" หมอเกลตอบกลับโดยไม่ได้ใส่ใจอะไร
"อั่นแน่ๆ เกลแอบมีความหวังใช่มะ" หมอฟ้าใสทำทีหยอกล้อเพื่อนรัก
"บ้าไปแล้วฟ้า หยุดแซวเรื่องอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้เถอะ ไปทำงานกัน" ดูเหมือนหมอเกลไม่ได้มีท่าทีสนใจอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
"อั่นแน่ๆ ทำเขิน" หมอฟ้าใสเลยทำทีหยอกล้อต่อ
"พอได้แล้วยัยฟ้า ไร้สาระน่าไปทำงานได้แล้ว" หมอเกลทำทีโกรธเพื่อนที่หยอกล้อเธอเรื่องนี้อยู่หลายครั้งหลายครา