Demon's Love แอบรัก... นายรุ่นน้อง!
Writer : Aile'N
ตอนที่ 1 (ครึ่งหลัง)
กรุ้งกริ๊ง!
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของร่างสูงของผู้มาใหม่ ทันทีที่เข้ามาก็เริ่มตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนในร้าน แต่เขาหาได้สนใจ ตาคมกวาดมองไปรอบร้านจนเจอเป้าหมายที่กำลังมองหา จึงสาวเท้าเดินตรงไปยังโต๊ะที่มีคนสองคนนั่งอยู่ หญิงสาวคนรักหันมาเห็นเขาพอดีเลยฉีกยิ้มกว้างทำเอาตาคมต้องมองดุกวาดไปรอบข้างเพราะสายตาผู้ชายกำลังมองจ้องคนของเขาอย่างสนใจจนออกนอกหน้า พอเดินมาถึงเนตันก็นั่งลงข้างเมโลดี้พร้อมเบียดตัวเธอไปติดกำแพงกระจกใสจนร่างแทบจะจมหายไปกับกระจก ก่อนเอาตัวเองบังร่างเล็กนั้นไว้จากสายตาคนอื่นจนมิด
"โอ้ย เนตัน! นายเป็นอะไรของนายเนี่ย? เบียดทำไมที่นั่งมีเยอะแยะ ฉันอึดอัดนะเถิบไปอีกสิ" ร่างบางมุ่ยหน้าอย่างขัดใจ พยายามจะดันตัวสูงใหญ่ของคนรักออกห่างแต่ด้วยพละกำลังอันน้อยนิดจึงทำอะไรเขาไม่ได้ แถมใบหน้าหล่อคมนั้นยังหันมาทำตาดุใส่เธออีก ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด!
"ไมไม่กินก่อน.. แล้วนี่.. ของฉันงั้นหรอ?" เนตันพูดเสียงเรียบพร้อมหันไปมองหน้าคนรักสลับกับแก้วนมสดปั่นตรงหน้าเขาอย่างตั้งคำถาม เหลือบตาไปมองตรงหน้าร่างบางกลับเป็นแก้วกาแฟเสียอย่างนั้น มันมีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ทำไมเขาต้องกินนมสดปั่น - -''
"ใช่.. ก็นายไม่กินกาแฟหนิ ก็สั่งนมให้แล้วไง^^" คนข้างกายฉีกยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิ คนมองหน้านิ่งไปนิดก่อนยกมือขึ้นโยกหัวมนไปมา แล้วยกแก้วนมปั่นไปวางแทนที่แก้วกาแฟตรงหน้าร่างบางอย่างเอาแต่ใจ
"เธอก็ไม่กินหนิ.. อย่าอวดดีไปหน่อยเลย" เนตันดุเสียงเรียบ ก่อนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ เขาแค่ไม่ชอบกินแต่ก็ใช่ว่าจะกินไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะเขาเบื่อเสียมากกว่าเพราะที่ทำงานเลขาคนใหม่ชอบชงมาให้บ่อยๆ นั่นก็เพราะเขาไม่ได้บอกเองนั่นแหละว่าไม่ชอบกิน ลูกน้องจึงไม่รู้
"ใครบอกล่ะ กินด๊าย!" เมโลดี้เถียงกลับเสียงสูงแต่ก็ยอมเลื่อนแก้วนมสดปั่นมากินเองอย่างว่าง่าย บทสนทนาของทั้งคู่ตกอยู่ในสายตาของเพื่อนร่วมโต๊ะอีกคนตลอดเวลา ทำเอาหมดอารมณ์จิบชาไปเลยก็ว่าได้..
แอลถอนหายใจเล็กน้อยก่อนเลิกสนใจเพื่อนกับคนรัก เหม่อมองนู่นมองนี่ไปเรื่อยจนสายตามองไปเห็นพนักงานคนที่มารับออเดอร์โต๊ะเขาอีกครั้ง แล้วสายตาเขาก็เหมือนถูกล็อกไว้ที่ร่างสูงเพรียวนั้นโดยอัตโนมัติ... ไม่ชอบความรู้สึกค้างคาแบบนี้เลยแฮะ ไม่รู้ทำไมถึงอยากรู้นักว่าเคยเจอกันที่ไหน ทั้งที่จะไม่สนใจก็ได้
ร่างบางนั้นเดินวุ่นไปมาเพื่อบริการลูกค้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย มีหลายครั้งที่เธอมองมาที่โต๊ะของเขาและหลบสายตาไปเมื่อเห็นว่าเขากำลังมองอยู่ จนร่างสูงเป็นฝ่ายละสายตาออกไปเองเพราะเขาคงจะมองมากเกินไปร่างบางเลยสงสัยล่ะมั้งว่ามองทำไม มันค่อนข้างจะเสียมารยาทเขารู้ดีแต่มันสงสัยนี่นา..
"มึงจะกลับยัง กูจะกลับแล้วนะ" เนตันถามขึ้น แอลหันกลับมามองเพื่อนเล็กน้อยก่อนก้มลงมองของกินบนโต๊ะที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย แต่ชาที่เขาสั่งมากลับไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย
"มัวแต่เหม่อเมียกูก็แดกเรียบดิ" เนตันพูดขึ้นอีกเมื่อเห็นสายตาของเพื่อน มือบางของคนข้างกายฟาดใส่ไหล่แกร่งเบาๆ แก้เขิน แอลยกยิ้มก่อนพยักหน้ารับ
"กลับเลยก็ได้.. อยากกลับแล้วเหมือนกัน" หนุ่มหน้าสวยบอกเสียงเบา เนตันจึงเรียกพนักงานมาเช็คบิล แล้วทั้งสามก็เดินออกมาจากร้านท่ามกลางสายตาผู้คนที่มองมาอย่างสนใจตลอดเวลา ก่อนต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับ
"เฮ้อ.." น้ำขิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทันทีเมื่อเห็นคนทั้งสามเดินออกจากร้านไป เธอแทบจะไม่มีสมาธิทำงานเพราะเห็นสายตาที่แอลมองมายังเธอตลอดเวลาเหมือนมีอะไรในใจ เธอไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ เลยทำได้แค่พยายามประคับประคองตัวเองให้ทำงานอย่างตั้งใจต่อไปเรื่อยๆ ทำตัวให้ยุ่งจะได้ไม่มีเวลาสนใจเขานัก อีกทั้งยังเริ่มตีรวนกับตัวเองอย่างหนักเมื่อเห็นบุคคลที่สามเดินเข้ามาในร้านแล้วตรงเข้าไปนั่งข้างเธอคนนั้นอย่างแนบชิดต่อหน้าต่อตาแฟนเขา.. หรือจริงๆ แล้วแอลกับเธอคนนั้นจะไม่ได้เป็นแฟนกัน? แต่ทำไมคำพูดและแววตาของเขามันช่างอ่อนโยนนัก เธอไม่เข้าใจ..
"กลับบ้านกันดีๆ ล่ะเด็กๆ ขอบใจวันนี้ที่ทำงานกันอย่างหนักนะ" อายบอกพนักงานทุกคนก่อนกลับ น้องๆ พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มอ่อนแรงเพราะโหมงานกันมาทั้งวันก่อนยกมือไหว้เจ้าของร้านแล้วพากันแยกย้ายกลับ
น้ำขิงเดินออกมาหามายด์กับมะนาวที่มารอรับอยู่หน้าร้านอย่างเช่นทุกวัน ก่อนจะพากันไปหาอะไรกินแล้วกลับหอ วันนี้น้ำขิงเริ่มงานที่คิงผับเป็นวันแรก เมื่อกลับถึงหอเธอก็รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วนอนพักเอาแร'สักหน่อย ได้นอนเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นเธอก็ต้องรีบแต่งตัวด้วยชุดพนักงานของผับเพื่อไปเริ่มงานในตอน 2 ทุ่ม วันแรกคิมยังไม่ให้น้ำขิงทำอะไรมาก ให้ยืนประจำที่เคาน์เตอร์บาร์เสียก่อนโดยที่มีคิมกับเจสลับกันสอนงานให้ หญิงสาวเป็นคนหัวไว เรียนรู้เร็วบวกกับความตั้งอกตั้งใจสอนไม่เท่าไรก็เป็นงานและทำเองได้แล้ว มีเพียงไม่กี่อย่างที่ยังต้องถามต้องเรียนรู้จากคิมและเจอยู่อย่างเช่นชื่อและชนิดของเครื่องดื่ม เพราะการจดจำชื่อของมึนเมาที่วางเรียงรายล่อตาล่อใจนักดื่มเป็นร้อยๆ ชื่อมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ!
"พี่คิมๆๆ แย่แล้วว่ะ!" เด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาคิมที่กำลังเช็คของอยู่ใกล้บาร์อย่างรีบเร่ง คิมเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจแต่ไม่ได้พูดอะไร รอให้อีกฝ่ายเป็นคนพูดเอง
"ไอ้แบล็คมันเกิดอุบัติเหตุอยู่โรงบาล ไม่มีใครเล่นคีบอร์ดแล้วเนี่ย ไอ้แก้วก็ลากลับบ้านเมื่อวานนี่เอง.. ไม่มีตัวสำรองแล้วนะพี่ วันนี้งดเล่นไม่ได้ด้วยสิ!" เด็กหนุ่มเจ้าของตำแหน่งนักร้องนำของวงดนตรีดังประจำผับบอกคิมด้วยสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมือคีบอร์ดในวงทั้งตัวจริงและตัวสำรองต่างไม่มีใครว่างขึ้นเล่นให้เลยสักคน จะเปิดเพลงทำเนียนลิปซิ้งค์เอาก็ยังอยู่ คนคงวิจารณ์กันหนักเนื่องจากวงนี้เน้นเล่นสด ไม่เคยลิปซิ้งค์และไม่เคยทำให้ทุกคนผิดหวังเพราะมันกลายเป็นเสน่ห์ของวงในสายตาคนอื่นไปแล้ว
"ไม่มีใครเล่นเป็นแล้วจริงหรอ?" คิมถามกลับเคร่งๆ เนมได้แต่ส่ายหน้าไปมารัวๆ เพราะเขาถามมาหมดแล้ว ไม่งั้นไม่มาขอความช่วยเหลือจากคิมหรอก มันกะทันหันเกินไปจนเขาเองก็ตั้งตัวไม่ทัน
"เดี๋ยวถามให้.. เจ! มีใครเล่นคีย์บอร์ดเป็นบ้างวะ?" คิมบอกเด็กหนุ่มตรงหน้าก่อนเดินไปหาเจอที่บาร์ เจทำหน้าครุ่นคิดก่อนส่ายหัวระรัว
"เอ่อ.. จะเป็นไปได้มั้ยถ้าหนูจะช่วย.." จู่ๆ พนักงานใหม่ที่ได้ยินบทสนทนาก็พูดขึ้นมาเรียบๆ ทั้งคิมและเจต่างหันไปมองอย่างแปลกใจ
"เล่นเป็นหรอ?" คิมถามย้ำคำพูดของน้ำขิง คิ้วเรียวคลายปมออกเล็กน้อยแต่ยังเคร่งติดกันอยู่มาก แต่พอหญิงสาวพยักหน้ารับปมมันก็คลี่คลายออกจากกันจนไม่เห็นร่องรอยความเครียดเดิมอยู่อีกเลย
"มานี่สิ.." ร่างสูงเรียกให้น้ำขิงเดินตามไปหาเนมที่อยู่ห่างไปไม่ไกล เธอเดินตามไปอย่างว่าง่าย เนมเริ่มมองคนทั้งสองอย่างมีหวังทั้งแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นหน้าน้ำขิงมาก่อน
"นี่น้ำขิง.. เพิ่งมาทำงานวันแรก เธอจะช่วย.. ส่วนนี่เนม นักร้องนำวงดนตรีประจำผับ วันนี้ต้องการมือคีบอร์ด" คิมแนะนำคนทั้งสองให้รู้จักกัน เนมยิ้มกว้างพร้อมก้มหัวให้น้ำขิงเล็กน้อยเป็นการทักทาย เธอก้มตอบเช่นกัน
"หวัดดีนะ.. อีกไม่กี่นาทีจะเล่นแล้วอ่ะ ผมขอตัวเค้าไปเลยได้มั้ย ไปเตรียมตัวก่อน" เนมทักทายหญิงสาวเล็กน้อยก่อนหันไปถามคิดอย่างรีบเร่ง
"ดูแลดีๆ ห้ามใครรุ่มร่าม น้องยังใหม่" เมื่อคิมพยักหน้ารับเนมก็ดึงน้ำขิงไปข้างหลังเวทีอย่างรวดเร็ว
เพราะคนเดิมเป็นผู้ชายจึงไม่มีชุดให้น้ำขิงเปลี่ยน เนมจึงให้น้ำขิงถอดเสื้อกักสีดำกับโบหูกระต่ายที่คอเสื้อออกเหลือไว้แค่เสื้อเชิ้ตสีขาวโค้งเว้าตามสรีระผู้หญิงกับกางเกงขายาวสีดำ พับแขนเสื้อขึ้นนิด ปล่อยผมยาวสลวยสยายลงหน่อย แค่นี้ก็ดูดีกว่าเดิมหลายเท่า ถ้าให้ใส่ชุดฟอร์มพนักงานแบบเดิมคงจะน่าเกลียดเกินไป เนมพาน้ำขิงไปแนะนำกับเพื่อนร่วมวงพอผิวเผิน ก่อนเอารายชื่อเพลงพร้อมโน้ตที่จะขึ้นเล่นให้น้ำขิงดูและซักซ้อมก่อนขึ้นเล่นจริง โชคดีที่มีแต่เพลงสบายๆ โน้ตง่ายๆ บวกกับพื้นฐานเดิมที่เจ้าสัวสอนให้กับมือสมัยยังเรียนอยู่ ม.ปลาย น้ำขิงจึงเรียนรู้ได้เร็ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงทำเอาเนมเบาใจขึ้นมาก
"ไงเฮียยยยยยย" เจทักทายพร้อมลากเสียงยาวอย่างยียวนเมื่อเห็นร่างสูงของหนึ่งในบรรดาเจ้าของผับเดินเข้ามานั่งลงตรงบาร์ที่เขาทำงานอยู่ คิมหายไปไหนไม่รู้เหลือเจกับพนักงานคนอื่น เด็กหนุ่มจึงมีปากมีเสียงคุยเล่นกับเจ้านายได้
"อยู่บ้านไม่มีใครให้หยอกหรอวะ" แอลถามหน้านิ่ง เพราะเดินมานั่งตรงนี้ทีไรเจจะต้องกวนตลอดยกเว้นเนตันกับซีเตอร์ที่สามารถทำให้เจสงบปากสงบคำลงได้
"แหม.. ก็ผมรักเฮียไง ก็อยากหยอก วันนี้เป็นไรเนี่ยอารมณ์บูดเชียว ขี้ไม่ออกหรอฮะ^0^" เจยิ้มทะเล้น ร่างสูงทำหน้านิ่งไปทันทีเมื่อได้ฟังก่อนกระดิกนิ้วเรียกเจให้เข้าไปใกล้ๆ เจยอมทำตามอย่างว่าง่ายเพราะคิดว่าแอลมีอะไรจะคุยด้วย แต่พอเจเข้าใกล้มือหนาก็ฟาดลงบนหัวเจอย่างแรงจนรู้สึกได้ว่าโลกหมุนเร็วขึ้น
พลั๊วะ!
"โอ้ย! ซี้ดดด.. เฮียแม่ง มือหนักว่ะ ทำร้ายร่างกายนะเนี่ย เดี๋ยวฟ้องปวีณาเลย" เด็กหนุ่มลูบหัวตัวเองป้อยๆ หน้าบิดเบ้ไปด้วยความเจ็บปวด
"ปวีณาเขาเพื่อเด็กและสตรี เขาไม่ช่วยควายอย่างมึงนะ" แอลเป็นฝ่ายยียวนกลับ เจเบ้ปากเล็กน้อยอย่างไม่จริงจัง เขาแค่อยากให้เจ้านายอารมณ์ดีขึ้นก็แค่นั้น ถึงจะแลกมาด้วยการเจ็บตัวก็เถอะ!
เจแกล้งทำปากบ่นอุบอิบพร้อมมองค้อนร่างสูงอย่างไม่พอใจนิดๆ ก่อนจะได้กวนกันต่อเสียงบรรเลงเพลงจากปลายนิ้วลงบนคีย์บอร์ดก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ตาคมหันไปบนเวทีโดยอัตโนมัติเช่นเดียวกับเจ ทุกอย่างเหมือนเดิมเช่นทุกวัน.. ยกเว้นมือคีย์บอร์ด ดวงตาคมเบิกกว้างเล็กน้อยเพราะจำได้ว่าเพิ่งเจอกันที่ร้านกาแฟ แล้วทำไมถึงมาเล่นคีย์บอร์ดอยู่ที่ผับเขาได้.. ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ จะบอกว่าทำงานสองที่งั้นหรอ?
"ทำไมเปลี่ยนมือคีย์บอร์ดใหม่ แบล็คกับแก้วไปไหน?" ใบหน้าสวยค่อนไปทางสตรีเพศหันไปถามเจที่ยังไม่ละสายตาไปจากเวที งานล้นมือยังจะมีน่ามาเหล่สาว เดี๋ยวหักเงินเดือนแม่งซะดีมั้ย! =_=*
"สองคนนั้นไม่ว่างครับ พี่น้ำขิงเลยขึ้นเล่นแทนชั่วคราว" เจตอบทั้งที่ยังไม่ละสายตาไปจากร่างบาง อดสงสัยไม่ได้คนเราเวลาตั้งใจทำอะไรสักอย่างแบบใจจดจ่อทำไมมันถึงได้ดูมีเสน่ห์ได้ขนาดนั้น
"น้ำขิง? รู้จักหรอ?" แอลเบนสายตากลับมาที่หญิงสาวบนเวทีอีกครั้งก่อนเอ่ยถามต่อ
"พี่เค้าเพิ่งมาทำงานวันนี้วันแรกฮะ อยู่กับผมนี่แหละ" เจบอกก่อนผละไปหยิบไวน์บนชั้นวางมาให้ลูกค้า แล้วเดินไปไหนต่อก็ไม่รู้ร่างสูงจึงไม่มีโอกาสได้ถามอีก
ตาคมเพ่งมองไปบนเวทีด้วยคำถามมากมายเต็มหัวไปหมด ทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟแล้วยังจะมาทำในผับกลางคืนอีกงั้นหรอ? แล้วจะเอาเวลาที่ไหนพัก ทำไมต้องหักโหมขนาดนั้น ร้อนเงินงั้นหรอ? ความสงสัยต่างๆ นานาวิ่งวนอยู่ในหัวแอลโดยไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมต้องเก็บมาคิด อาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนั้นแล้วอีกอย่างใครที่ไหนจะมาหักโหมทำงานหนักขนาดนี้ ทั้งที่เป็นผู้หญิงแท้ๆ
ร่างสูงนั่งเหม่อมองไปบนเวทีพร้อมฟังเพลงไปด้วยเนิ่นนานหลายต่อหลายเพลง เป็นบรรยากาศที่ไม่ค่อยได้สัมผัสนักเพราะทุกวันเขาจะขึ้นไปนั่งชั้นบนห้องวีไอพี แต่วันนี้เซ็งๆ เลยมาหาเพื่อนคุยเล่น เจกลับมาประจำที่บาร์อีกครั้งแต่ก็ไม่ว่างมาชวนคุยนัก ร่างสูงจึงนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น มองร่างบางที่กำลังบรรเลงเพลงต่อไปเรื่อยด้วยปลายนิ้วเรียวเล็กที่ดูคล่องแคล่วดึงดูดสายตา ใบหน้าสวยแผ่ออร่ายามแสงไปตกกระทบ แม้จะเรียบนิ่งเฉยชาแต่หากมีเสน่ห์เกินคาด ผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนสะบัดพลิ้วไปพร้อมจังหวะการโยกตัว ทุกท่วงท่าดูมุ่งมั่นตั้งใจจนอดมองต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้ พอเพลงสุดท้ายจบก็ทำสีหน้าโล่งอกออกมาอย่างเห็นได้ชัด.. คงกดดันน่าดูสินะ
"เฮียไม่ขึ้นข้างบนหรอวันนี้?" เจถามขึ้นเมื่อว่างจากงาน ทำร่างสูงหันไปมองเล็กน้อยก่อนพยักหน้ารับ พอหันกลับมาอีกทีบนเวทีก็มืดสนิทถูกแทนที่เข้ามาด้วยเสียงเพลงจากดีเจประจำผับ ที่นี่จะมีความบันเทิงเป็นช่วงๆ มีวงดนตรีหลายวงและดีเจหลายคนสับเปลี่ยนกัน ทั้งที่ประจำผับและไม่ประจำ ตอนหัวค่ำจะเล่นเพลงเบาๆ สบายๆ ก่อนจะเปลี่ยนให้หนักหน่วงขึ้นตามบรรยากาศ ดังคำกล่าวที่ว่ายิ่งดึกก็ยิ่งสนุก!
"เฮียๆๆ พี่น้ำขิง!!" เสียงเจตะโกนขึ้นมาดึงสติร่างสูงให้หวนกลับ มองไปตามที่เด็กหนุ่มชี้ก็เห็นร่างท้วมของตาลุงแก่ๆ ขี้เมากำลังฉุดกระชากตัวพนักงานของเขาอยู่ กว่าที่เจจะออกจากบาร์ได้ร่างสูงก็พุ่งเข้าไปประชิดตัวคนทั้งสองก่อนแล้ว เจถึงหยุดยืนมองให้เจ้านายจัดการเพราะตัวเองก็ยังมีงานอยู่เลยคอยมองอยู่ห่างๆ
หลังจากที่เล่นดนตรีเสร็จน้ำขิงก็กะจะเดินกลับมาทำงานต้อที่บาร์ แต่ระหว่างทางเจอกับเสี่ยคนนี้เข้าเลยถูกฉุดกระชากลากถูกันไปมาอย่างที่เห็นเพราะน้ำไม่ยอมไปด้วย เธอกลัว..
"ไปนั่งกับเสี่ยก่อนซี่.. เดี๋ยวเสี่ยให้ทิปไม่อั้นเลย หนูนี่ถูกใจเสี่ยจริงๆ ป้ะๆ ไปด้วยกัน" เสี่ยใหญ่กระเป๋าหนักคนนั้นพยายามพูดกล่อมน้ำขิงด้วยสายตาโลมเลียส่อถึงเจตนาชัดเจน ร่างบางพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากมือร่างท้วมแต่ไม่เป็นผล
"ไม่ไป! หนูไม่ไป! ปล่อยนะ" เธอพยายามดิ้นอย่างสุดกำลัง พยายามจะหาคนช่วยแต่มันเป็นมุมมืดที่ไม่มีใครสนใจ ก่อนที่เธอจะหมดแรงต่อต้านมือหนาของใครบางคนก็วางทับลงบนหลังมือหยาบๆ ของเสี่ยคนนั้นแล้วงัดมือของเขาออกจากแขนเรียวอย่างแรงจนได้ยินเสียงเสี่ยร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด น้ำขิงเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจยิ่งได้เห็นหน้าคนที่เข้ามาช่วยก็ยิ่งตกใจจนขาสั่นไปหมด
"อ้ากกก! ปล่อยๆๆ เจ็บๆๆ"
"ถึงเสี่ยจะเป็นลูกค้าประจำของผับผม แต่ถ้าไม่เคารพกฎ.. ผมก็ไม่เอาเสี่ยไว้เหมือนกัน!!... โยนออกไปแล้วห้ามให้เข้ามาที่นี่อีก!" เสียงทุ้มเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นที่ข้างหูของเสียใหญ่ ก่อนที่ร่างท้วมนั้นจะถูกเตะล้มลงคุกเข่ากับพื้น ไม่นานการ์ดที่เดินตามมาก็เข้าไปหิ้วแขนเสี่ยขี้เมาขึ้นแล้วลากออกไปจากผับ น้ำขิงได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะมันอุกอาจและรวดเร็วมากจนเธอตั้งรับไม่ทัน รู้สึกตัวอีกทีมือหนาอุ่นๆ ก็ทาบลงมาที่ไหล่พร้อมเขย่าเบาๆ
"เป็นไรหรือเปล่า?" เสียงทุ้มนุ่มหูเอ่ยถามเบาๆ แต่กลับทำให้ร่างบางตื่นตระหนกจนตัวสะดุ้งไหว เผลอมองสบตาเขาด้วยแววตาสั่นๆ ไม่ใช่แค่แววตาแต่ร่างทั้งร่างสั่นระริกไปหมดจนเขารู้สึกได้
"ขะ.. ขอบคุณ.. ค่ะ" น้ำขิงส่ายหน้าไปมาก่อนหลบตาพูดขอบคุณเสียงสั่นไม่เป็นคำ เพราะเธอหารนเรื่องเองแท้ๆ รู้ทั้งรู้ว่าสถานที่แบบนี้มันไม่ปลอดภัย แต่จะทำไงได้ มันไม่มีทางเลือกสำหรับเธอเลยนี่นา
"ไปนั่งก่อนไป" แอลพูดพร้อมดึงแขนคนตัวเล็กให้เดินตาม แต่ขาเธอสั่นระริกไปหมด เดินไปสะดุดไปจนน่าสงสาร แต่ร่างสูงกลับลอบยิ้มขำ
"เป็นไงบ้างพี่น้ำขิง.. เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" เจถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย หลังจากที่แอลพาน้ำขิงมานั่งลงตรงเก้าอี้ที่เขาเคยนั่ง ตอนนี้เต็มเหลืออยู่ที่เดียวร่างสูงจึงยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์แทน น้ำขิงส่ายหัวไปมาทั้งที่ยังตกใจไม่หาย
"ระวังหน่อยนะพี่ บอกแล้วว่างานแบบนี้มันอันตราย ยิ่งผู้หญิงสวยๆ ไอ้พวกเสี่ยๆ หัวงูมันยิ่งชอบ วันก่อนพี่ใจก็โดน แต่รายนั้นเป็นมวยไอ้แก่นั่นเลยโดยเสยจนเลือดนองเต็มพื้น ไม่รู้ฟื้นขึ้นมาจะจำทางกลับบ้านตัวเองได้หรือเปล่าเลย ฮ่าๆๆ" เจพูดติดตลกเพื่อคลายบรรยากาศตึงเครียดให้น้ำขิงหายใจหายคอโล่งๆ แต่ร่างบางกลับยิ่งหวั่นใจหนักมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าเกิดขึ้นอีกแล้วไม่มีคนช่วยเธอจะทำยังไง? จะเอาตัวรอดได้ไหม? มันเป็นโลกใบใหม่ที่น้ำขิงจะต้องเรียนรู้! ไม่เคยก็ต้องเคยและต้องเอาตัวรอดให้ได้ไม่งั้นเธอคงพลาดงานกลางคืนที่นี่แน่ๆ
"ทำงานไปเจ.. บอกคิมด้วยว่าให้เพิ่มความปลอดภัยให้เข้มงวดกว่านี้! ใครไม่เคารพกฎก็โยนมันออกไป จะใหญ่มาจากไหนช่างแม่ง!" แอลพูดเสียงเข้ม คิ้วเรียวขมวดชนกันเล็กน้อย ก่อนหันมามองหญิงสาวข้างกายที่ยังคงนั่งก้มหน้านิ่ง ไหล่บางยังสั่นไหวอยู่เล็กน้อยเหมือนเพิ่งพบเจอกับอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรก
"มาคุยกันหน่อยสิ.." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่น้ำขิงไม่คิดว่าเขาคุยกับเธอจึงนั่งก้มหน้าเงียบอย่างเดิม จนกระทั่งมือหนาคว้าจับเข้าที่แขนเธออีกครั้งแล้วพาเดินขึ้นชั้นบน ท่ามกลางความตกใจของเธอและความสงสัยของเจ
ตากลมเพ่งมองแผ่นหลังกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนมองต่ำลงมายังแขนตัวเองบริเวณที่ถูกมือหนาอุ่นๆ จับอยู่ด้วยหัวใจพองโต เต้นถี่ระรัวอยู่ในอก อยู่ๆ ก็รู้สึกร้อนหน้าร้อนแขนบริเวณที่ถูกจับอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอเพ้อจนเห็นภาพหลอนหรือกำลังฝันไปใช่มั้ย? พอเดินตามเขามาถึงชั้นสองมือแกร่งก็ปล่อยแขนเล็กออกเพื่อสแกนลายนิ้วมือหน้าประตู ก่อนเปิดออกและเดินนำเข้าไป
"เข้ามาสิ.." เขาหันมาบอกนิ่งๆ น้ำขิงจึงต้องเดินตามเข้าไปอย่างไม่มีทางเลือก ทั้งที่ประหม่าเกร็งจนแทบก้าวขาไม่ออก เธอยืนเคว้งอยู่หน้าโซฟาอย่างคนหลงทาง ความหรูหราของห้องไม่ได้ทำให้เธอตื่นเต้นได้เท่าเจ้าของห้องที่กำลังนั่งมองหน้าเธออยู่ตอนนี้เลยสักนิด!
"นั่งสิ.." เขาบอก น้ำขิงก็นั่งลงบนโซฟาตรงข้ามร่างสูงอย่างว่าง่าย เธอเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมมองสบตาจนเขาเริ่มหงุดหงิด แต่ยังทำใจเย็นได้เพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนจ้องตาเขาได้นานๆ เท่าไร อีกอย่างเขาก็เป็นเจ้านายคนหนึ่งของเธอเหมือนกัน ลูกจ้างจะนั่งสู้ตาเจ้านายโต้งๆ ก็ยังไงๆ อยู่ =_=^
"นอกจากร้านกาแฟวันนี้แล้ว.. เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า?" ร่างสูงชะงักไปนิดกับคำพูดตัวเองที่เอ่ยถามออกไปเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจชวนขึ้นมาเพราะคุยเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนส่วนลึกของจิตใจที่ตัวเองกำลังสงสัยผลักดันให้เขาพูดมันออกไปก่อนเสียได้ น้ำขิงเองก็ดูเหมือนจะอึ้งไปนิดเหมือนกันเพราะเคยคิดว่าเขาจะจำเธอไม่ได้!!
..
..
..
..