“คุณหนูเจ้าคะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ นี่ก็สายมากแล้ว เป็นสตรีไม่ควรนอนตื่นสายนะเจ้าคะ”
“เสี่ยวผิง เจ้าอย่าพึ่งมากวนข้า ข้ายังนอนไม่อิ่มเลย ข้าขอนอนต่ออีกสัก 10นาทีได้หรือไม่”
“10นาทีคืออะไรเจ้าคะคุณหนู บ่าวไม่เข้าใจเจ้าคะ”
“เอ่อ!!ช่างเถอะๆ ว่าแต่ว่าตอนนี้ยามใดแล้ว”
“ยามซื่อ (9.00-10.59) แล้วเจ้าค่ะ”
“ห๊าาา ยามซื่อแล้วหรือ ทำไมเจ้าพึ่งมาปลุกข้า เห็นมั๊ยว่าข้าตื่นสายเพราะเจ้า เสี่ยวผิง” เสิ่นชิงหลีพูดหยอกสาวใช้แล้วแหย่ว่าเป็นความผิดของเสี่ยวผิงที่ทำให้นางตื่นสาย
“โถ่!!คุณหนู”
“เอาหละๆ เจ้าไปรอข้าข้างนอกก่อนก็แล้วกัน วันนี้และวันต่อๆ ไปข้าจะอาบน้ำเอง เว้นเสียแต่ข้าจะเรียกใช้เจ้า”
“แต่คุณหนู ไม่เคยอาบน้ำเองนะเจ้าคะ ให้บ่าวอาบให้ดีกว่าเจ้าคะ”
“ไม่เคยทำ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้เสียหน่อย เจ้ารอข้าข้างนอกนั่นแหละข้าอาบเสร็จแล้วข้าจะเรียกเจ้ามาแต่งตัวให้”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
เวลาผ่านไปราวๆ 2 เค่อ (30นาที)
"เสี่ยวผิงข้าอาบน้ำเสร็จแล้ว”
“เจ้าค่ะๆ มาแล้วๆ”
“วันนี้ข้าจะแต่งหน้าประทินโฉมเอง เจ้ารอดูแล้วกันเสี่ยวผิง”
“แต่คุณหนูแต่งหน้าประทินผิวไม่เป็นนะเจ้าคะ”
“มันจะไปยากอะไรเสี่ยวผิงเดี๋ยวเจ้าคอยดูฝีมือข้าแล้วกัน รับรอง เริศ”
“อะไร เริดเริด เจ้าคะคุณหนู “เสี่ยวผิงทำหน้างง
“ช่างเถอะๆ เอาเป็นว่าข้าแต่งหน้าได้ งามและดูดีก็แล้วกันเจ้าเตรียมคำชมรอได้เลย”
พูดจบว่านชิงหลีก็บรรจงแต่งหน้าด้วยเครื่องประทินโฉมบางเบาแค่แต่งนิดๆๆ หน่อยๆ ใบหน้านี้ก็งดงามมากแล้วเพราะเสิ่นชิงหลีเป็นหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งก็ว่าได้ใบหน้าเรียวรูปไข่ผิวพรรณผุดผ่องขาวอมชมพูผมดำยาวนุ่มรื่นดูสลวย หุ่นก็ดีเอวบางร่างเล็กเอวคอดกิ่ว หน้าอกเต่งตึงกำลังดี ปากนิดจมูกหน่อยคิ้วโก่งดั่งคันศร ลงตัวสุดๆ
“โอ้โห คุณหนูงามมากเลยเจ้าคะ บ่าวไม่คิดว่าคุณหนูจะแต่งหน้าประทินผิวออกมาได้งามขนาดนี้”
“เอาไว้วันหลังข้าจะแต่งให้เจ้าบ้างดีหรือไม่”
“จริงหรือเจ้าคะคุณหนู บ่าวขอบคุณคุณหนูมากเจ้าคะ”
“แต่งตัวเสร็จแล้วเราออกไปข้างนอกกันเถอะ ข้าจะไปหาท่านพ่อกับพี่ใหญ่”
“นายท่านไม่อยู่เจ้าคะ ไปวัดตั้งแต่เช้าเดี๋ยวคงกลับส่วนคุณชายใหญ่อยู่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ”
“งั้นเราไปหาพี่ใหญ่กัน”
“คุณหนูจะไม่รับมื้อเช้าก่อนหรือเจ้าคะ”
“ไม่หละ”
ห้องหนังสือ
“พี่ใหญ่ข้ามาแล้ว” เสียงเจื้อยแจ้วได้ยินมาแต่ไกลทำให้คนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมามองอย่างเลี่ยงไม่ได้
“หลีเออร์ เจ้าหายดีแล้วอย่างงั้นหรือ?"
“ข้าหายดีแล้วพี่ใหญ่ ข้าไม่เป็นไรมาก แค่นี้เรื่องจิ๊บๆ” นางพูดพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของพี่ชายของนาง
“อะไรจิบจิบ เจ้าพูดภาษาอันใดของเจ้าพี่ใหญ่งงไปหมดแล้วหลีเออร์
“อ้อ ไม่มีอะไรหรอกเจ้าคะพี่ใหญ่ ท่านอย่าถือสาข้านักเลยข้าสมองอาจจะกระทบกระเทือน อาจจะพูดจาไม่รู้ความบ้างก็เท่านั้น” นางพูดท่าทางออดอ้อนเฉาะเลาะมีหรือผู้เป็นพี่จะไม่คล้อยตาม
“เจ้ามาหาพี่มีเรื่องอันใดหรือไม่?"”
“ก็ไม่มีอันใดเจ้าคะ ข้าแค่อยากรู้ว่าพี่ใหญ่ทำอะไรบ้างในแต่ละวันก็เท่านั้นเอง”
“เมื่อก่อนไม่เห็นเจ้าจะใส่ใจกับเรื่องของพี่เลยนะหลีเออร์ วันๆ พี่เห็นแต่เจ้าวิ่งตามอี้เทียนตลอด ไยวันนี้ถึงเริ่มมาสนใจพี่ได้เล่า”
“โธ่! พี่ใหญ่ตอนนั้นข้าโง่งมยิ่งนัก ไปรักคนที่เขาหามีใจให้ไม่ ตอนนี้ข้าตาสว่างแล้ว รู้แล้วว่าคนที่รักและหวังดีกับข้าคือใคร”
“เจ้าโตแล้วจริงๆ นะหลีเออร์ พี่ดีใจด้วยที่เจ้าคิดได้ พี่อยากเห็นเจ้ามีความสุขดีกว่าต้องมาทุกข์ใจเพราะบุรุษคนเดียว” ถึงแม้หลงอี้เทียนจะเป็นเพื่อนกับเขาและยังเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นต้าหลี่และเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาแต่เขาก็ไม่อยากให้น้องสาวของเขาต้องเสียใจเพราะบุรุษไม่รักหลีเออร์ควรจะได้พบเจอคนที่รักนางด้วยใจจริงมากกว่า
“พี่ใหญ่ ไยต้องพูดถึงคนอื่นด้วยเล่า และตอนนี้ข้าทำใจได้แล้ว บุรุษผู้นั้นไม่มีผลต่อจิตใจข้าอีกต่อไปแล้ว เพราะข้าคือใครเล่าพี่ใหญ่ เพราะข้าคือคุณหนูรองตระกูลเสิ่น เสิ่นชิงหลีคนใหม่อย่างไรเล่า หาใช่คนเดิมไม่ ต่อไปนี้ข้าจะไม่ทำให้ท่านพ่อพี่ใหญ่และทุกคนต้องเป็นห่วงอีกเป็นอันขาด” เสิ่นชิงหลีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทำให้เสิ่นซื่อหยางรู้สึกภูมิใจและสบายใจไม่น้อยที่น้องสาวของเขาตัดใจจากอี้เทียนได้สักที
“เมื่อเจ้ายืนยันขนาดนี้ พี่ก็สบายใจ” ทั้งคู่ยิ้มและหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขนานเท่าใดแล้วที่เขากับน้องสาวไม่ได้พูดคุยกันเช่นนี้เลย
วันเวลาผ่านไปหลายวันแล้วที่ลิลลี่มาอยู่ในร่างนี้ นางเริ่มรู้สึกเบื่อเพราะตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้ออกไปที่ไหนเลย วันนี้นางว่าจะขออนุญาตท่านพ่อออกไปเดินเล่นที่ตลาดสักหน่อย
“ท่านพ่อเจ้าคะ”
“มีอะไรอย่างงั้นหรือหลีเออร์ จะมาอ้อนอะไรพ่ออีกหละ หือ” ตั้งแต่ลูกสาวคนรองของเขาฟื้นขึ้นมารู้สึกว่านางเปลี่ยนแปลงไปมากทั้งขี้อ้อนพูดจาฉอเลาะน่าฟังมีเหตุผลมากขึ้นไม่ใจร้อนเหมือนเมื่อก่อนซึ่งเขาชอบแบบนี้มากกว่า
“ข้าจะมาขออนุญาตท่านพ่อไปเดินตลาดหาซื้อของมาทำอาหารเจ้าคะ”
“ซื้อของมาทำอาหาร ทำอันใด เจ้าทำเป็นอย่างงั้นรึ?” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย
“ก็ซื้อของหลายอย่างเจ้าค่ะ ข้าต้องไปเลือกเอง เพราะของบางอย่างที่โรงครัวของเราไม่มีเจ้าคะ และอีกอย่างลูกอยากทำอาหารให้ท่านพ่อและพี่ใหญ่ได้ชิมด้วยเจ้าคะ ตอนนี้ในสมองน้อยๆๆ ของลูกมีเมนูเป็นร้อยๆๆ เมนูเลยนะเจ้าคะ”
” …..”
“เมนู คือสิ่งใด?” บิดาสงสัย
“เอ่อ!!เมนูคือรายการอาหารเจ้าคะท่านพ่อ”
“ไยเจ้าไม่พูดว่ารายการอาหาร”
“เอ่อ!! ข้าพูดตามเสี่ยวผิงนะเจ้าคะท่านพ่อเสี่ยวผิงชอบพูดให้ข้าฟังข้าเลยจำได้”
‘ขอโทษนะเสี่ยวผิง’ เสิ่นชิงหลีพูดในใจ
“……” เสี่ยวผิง
“ตกลงท่านพ่ออนุญาต ใช่มั๊ยเจ้าคะ”
“เจ้าพูดมาขนาดนี้แล้ว มีหรือที่พ่อคนนี้จะปฏิเสธเจ้าได้”
“ขอบคุณเจ้าคะท่านพ่อ ลูกรักท่านพ่อที่สุดเลยเจ้าค่ะ ท่านพ่อใจดีสุดๆ ไปเลย” พูดจบเสิ่นชิงหลีก็เข้าไปกอดบิดาแล้วยิ้มจนตาหยีอย่างมีความสุข
“เดี๋ยวพ่อให้พ่อบ้านหวังเตรียมรถม้าให้ก็แล้วกัน”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ เดี๋ยวลูกรีบไปรีบกลับนะเจ้าคะ ไปกันเถอะเสี่ยวผิง” พูดจบนางก็เดินนำเสี่ยวผิงไปขึ้นรถม้าที่หน้าจวนและเริ่มออกเดินทางไปตลาดทันที