ตอนที่1 ข้าคือเสิ่นชิงหลี1
ตอนที่1 ข้าคือเสิ่นชิงหลี
จวนตระกูลเสิ่น
ยามโหยว่ (17.00-18.59)
“โอ๊ย ปวดหัวจัง ทำไมมันปวดแบบนี้นะ”
ลิลลี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องแต่ก็ต้องแปลกใจเพราะนี่ไม่ใช่ห้องของเธอหรือโรงพยาบาลที่เธอรู้จัก
“คะ..คุณหนู คุณหนูฟื้นแล้ว ฮื้อๆ บ่าวดีใจจังเลยเจ้าค่ะที่คุณหนูฟื้น ฮื้อๆ”
“นี่เธอร้องไห้ทำไม ที่นี่ที่ไหน แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วเธอเป็นใคร” ลิลลี่เอ่ยถามเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่ข้างเตียงของเธอด้วยความสงสัย
“โธ่!! คุณหนูจำบ่าวไม่ได้หรือเจ้าคะบ่าวชื่อเสี่ยวผิงเป็นคนรับใช้ของคุณหนู คุณหนูก็คือคุณหนูรองแห่งจวนตระกูลเสิ่น ชื่อเสิ่นชิงหลีเจ้าค่ะและที่นี่ก็คือจวนตระกูลเสิ่น และคุณหนูได้รับบาดเจ็บศรีษะกระแทกพื้น นอนสลบไปตั้งสามวันเลยนะเจ้าคะทุกคนเป็นห่วงคุณหนูมากเจ้าค่ะ โดยเฉพาะนายท่านและคุณชายใหญ่”
“ข้ามีพี่ชายด้วยหรือ?แล้วท่านพ่อกับพี่ใหญ่ของข้าหละ”
“บ่าวให้คนไปตามนายท่านกับคุณชายใหญ่แล้วอีกสักประเดี๋ยวก็คงมาเจ้าค่ะ นั่นไงนายท่านมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”
“หลีเออร์เจ้าเป็นอย่างไรบ้างลูกพ่อ พ่อเป็นห่วงเจ้าแทบแย่” เสิ่นซื่อหยวนนายใหญ่ของจวนเอ่ยถามบุตรสาวคนรองด้วยความเป็นห่วง
“ข้าไม่เป็นไรมากเจ้าค่ะท่านพ่อ แค่ปวดหัวนิดหน่อยเองเจ้าค่ะ นอนพักอีกหน่อยเดี๋ยวก็หาย” นางบอกบิดาออกไปพร้อมด้วยรอยยิ้มเป็นการบอกบิดานัยๆ ว่านางไม่เป็นไรจริงๆ ขณะเดียวกันพี่ชายใหญ่ของนางก็เข้ามาพอดีพร้อมกับหมอชราท่านหนึ่ง
“หลีเออร์ เจ้าฟื้นแล้ว” เสิ่นซื่อหยางเอ่ยออกมาพร้อมกับเอามือมาจับที่ศรีษะของน้องสาวเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู
“พี่ใหญ่” นางเอ่ยออกมาเบาๆ
“ให้ท่านหมอตรวจดูอาการเจ้าสักหน่อยเถอะหลีเออร์ ว่ามีอะไรที่น่าเป็นห่วงหรือไม่” ผู้เป็นบิดาบอกกับบุตรสาวถึงแม้ว่านางจะฟื้นแล้วแต่เพื่อความสบายใจของทุกคนก็อยากให้ท่านหมอตรวจดูอาการสักหน่อย
“ได้เจ้าค่ะ”
หลังจากที่ท่านหมอได้ตรวจดูอาการของเสิ่นชิงหลีอย่างละเอียดแล้วก็ไม่มีอาการใดน่าเป็นห่วงและได้จัดเทียบยาให้2ชุดเป็นยาบำรุงและยาบรรเทาอาการเจ็บปวดหลังจากนั้นท่านหมอก็ขอตัวกลับและทุกคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเองรวมทั้งท่านพ่อและพี่ชายใหญ่ของนางด้วย
“หลีเออร์เจ้าพักผ่อนเถอะ พ่อกับพี่ชายของเจ้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว พรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันใหม่”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ พี่ใหญ่”
หลังจากที่ทุกคนออกไปหมดแล้วลิลลี่ก็หันไปพูดเสี่ยวผิงทันที
“ข้าจำอะไรไม่ค่อยได้เลยเสี่ยวผิง เจ้าช่วยเล่าเรื่องของข้า ให้ข้าฟังได้หรือไม่ แต่ก่อนจะเล่าเจ้าช่วยไปหาอะไรมาให้ข้ากินก่อนเพราะตอนนี้ข้าหิวมาก”
“ได้เจ้าค่ะคุณหนู คุณหนูรอบ่าวสักครู่นะเจ้าคะ”
เสี่ยวผิงออกไปได้ไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมด้วยอาหาร 2-3อย่างพร้อมขนมและน้ำชา ลิลลี่เมื่อเห็นอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าก็ทนหิวไม่ไหวจึงจัดการอาหารตรงหน้าทันที เมื่อทานเสร็จเสี่ยวผิงก็เริ่มเล่าเรื่องของเสิ่นชิงหลีให้นางฟังว่า
เสิ่นชิงหลีเป็นหญิงสาวอายุ 17 หนาวมีนิสัยใจร้อนเอาแต่ใจโมโหง่าย เป็นบุตรสาวคนรองของอดีตกุนซือชื่อเสิ่นซื่อหยวนซึ่งเป็นเจ้าของจวนนี้ซึ่งตอนนี้ได้ลาออกแล้วเนื่องจากต้องการอยู่อย่างสงบไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับทางการ มีมารดาชื่อเสิ่นชิงหรูซึ่งได้เสียชีวิตตั้งแต่เสิ่นชิงหลีมีอายุได้ 5หนาว มีพี่ชาย 1คนชื่อเสิ่นซื่อหยางอายุ 23ปีเป็นกุนซือแห่งแคว้นต้าหลี่ต่อจากผู้เป็นบิดาและมีพี่สาวอีก 1คนชื่อเสิ่นชิงหรานอายุ 19ปีซึ่งตอนนี้ได้ออกเรือนไปแล้วกับท่านแม่ทัพแห่งแคว้นต้าเหลียงและสาเหตุที่นางได้รับบาดเจ็บเพราะไปมีเรื่องทะเลาะกันกับแม่นางเหมยฮวาจึงทำให้นางเสียหลักล้มลงศรีษะกระแทรกพื้นและสลบไป
“ที่แท้ก็เรื่องผู้ชายสินะ เรื่องแบบนี้มันมีทุกยุคทุกสมัยจริ๊งจริง ข้าหละอยากเห็นหน้านักไอ้ท่านแม่ทัพป่าเถื่อนพรรค์นั้นมีดีอะไรให้เจ้าชอบกันนะเสิ่นชิงหลี เจ้าถึงได้หูตามืดบอดโง่งมเช่นนี้ เฮ้อ!!” นางพูดจบก็ถอนหายใจออกมา 1ครั้ง
“คุณหนูพูดอะไรแปลกๆ ไยคุณหนูพูดเช่นนั้นเจ้าคะ คุณหนูก็เจอท่านแม่ทัพออกบ่อย คุณหนูพูดเหมือนกับว่าไม่เคยเจอท่านแม่ทัพมาก่อน” เสี่ยวผิงทำหน้างงๆ
“เปล่า เปล่าๆ ข้าก็พูดไปอย่างงั้นแหละ ไม่มีอะไรแล้ว เจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ ข้าก็จะพักผ่อนเหมือนกันข้าเริ่มง่วงแล้ว”
“คุณหนูไม่ให้บ่าวนอนเฝ้าหรือเจ้าคะ”
“ไม่ต้อง ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว เจ้าไปเถอะ”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
เมื่อเสี่ยวผิงออกไปแล้วลิลลี่ก็มานั่งคิดทบทวนว่านางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร คิดทีไรก็ปวดหัวทุกที เอาว่ะ! ไหนๆ ก็มาอยู่ในร่างนี้แล้วก็คงต้องอยู่ต่อไป ร่างนี้เป็นของข้าต่อไปนี้ข้าคือคุณหนูรองตระกูลเสิ่น เสิ่นชิงหลีแต่จะเป็นเสิ่นชิงหลีคนใหม่หาใช่คนโง่งมในรักเหมือนแต่ก่อนไม่
“ใช่ข้าคือเสิ่นชิงหลี คุณหนูรองตระกูลเสิ่น”
พูดจบนางก็เอนกายลงนอนบนที่นอนอันแสนนุ่มพร้อมกับห่มผ้าที่หนาเพื่อให้คลายหนาวแล้วหลับตาลงในที่สุด