ไม่ยากหรอก ถ้าผมอยากได้เบอร์ยัยนาบี ยัยหลอดไฟคนนี้อ่ะ ผมมีวิธีของผมก็แล้วกัน
แล้วไอ้การที่ผมเสียจูบแรก ไม่ใช่สิ ลองได้สัมผัสจูบแรกกับเธอ มันกลายเป็นว่าผมอยากทำแบบนั้นซ้ำๆ กับเธอ ทำแค่กับเธอด้วย ยัยหลอดไฟนี่ชักทำให้ผมรู้สึกติดใจแหะ ติดใจจนผมยกเลิกสัญญากับคู่นอนผมหมดทุกคนและผมก็รู้สึกไม่อยากเอาใครอีกเลย นาบีต้องชดใช้
ผมตัดสินใจกลับคอนโด ในตอนที่ยืนขึ้นผมเหลือบแหวนของนาบีตกอยู่ข้างๆ ที่ผมนั่ง ที่ผมรู้ว่าเป็นของนาบีเพราะผมจำได้ เห็นเธอใส่อยู่บ่อยๆ แต่ปกติเธอจะใส่แหวนสองวงในนิ้วเดียวกัน นั่นเป็นแฟชั่นหรืออาจเป็นเพราะแหวนที่สวมใส่ด้านในหลวม เลยต้องหาแหวนวงที่เล็กกว่ามาใส่ปิดท้ายไว้ แต่วันนี้ผมเห็นเธอใส่มาแค่วงนี้วงเดียว
หึ… ผมน่ะมีข้อต่อรองเพิ่มแล้วล่ะ
เช้าวันภัดมา
นาบี
วันนี้ที่ฉันบอกว่ามีธุระแต่เช้า ก็คือ มาส่งเอกสารฝึกงานที่บริษัทฯ ของบรรดาแฟนเพื่อนฉัน สาเหตุที่ฉันมาส่งเอกสารช้าเพราะว่าเอกสารอยู่ที่บ้านแม่ ฉันเลยต้องไปที่บ้าน ส่วนพวกเพื่อนๆ ฉันเอกสารพร้อมกันทุกคนก็เลยให้พวกมันส่งเอกสารฝึกงานให้บริษัทฯ ไปก่อน ไม่ต้องรอ
@ โชว์รูมรถนำเข้า XXX
“มาติดต่อฝ่ายบุคคล ส่งเอกสารฝึกงานค่ะ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
พี่พนักงานรับเอกสารฝึกงานของฉันไป และฉันก็มองตามไปจึงเห็นว่าพี่พนักงานกดโทรศัพท์ภายในหาใครสักคน ฉันไม่ได้ยินหรอกนะว่าคุยอะไรกัน แต่ท่าทางที่คุยดูนอบน้อมแม้กระทั่งทางโทรศัพท์ และพี่พนักงานมองมาที่ฉันพร้อมพยักหน้าในตอนที่คุยโทรศัพท์จากนั้นก็วางสายไป
มองฉันทำไมกันนะ ทำอย่างกับว่าในสายกำลังพูดถึงฉันอยู่แบบนั้นเลย ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
“น้อง นาริษา”
“คะ” ฉันตกใจเพราะพี่พนักงานเรียกชื่อฉันซะเต็มยศเลย
“ชื่อเล่นน้องนาบีเนอะ”
“ใช่ค่ะ”
“งั้นพี่เรียกชื่อเล่นแล้วกันนะคะ”
“ค่ะ เอกสารเรียบร้อยไหมคะ”
“เรียบร้อยค่ะ แต่ผู้บริหารเรียกพบนะคะ เชิญเข้าไปพบด้านในได้เลยค่ะ”
“...”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ท่านแค่อยากทักทาย วันนี้ท่านเข้าบริษัทพอดี”
“อ๋อ ได้ค่ะ”
“ตามพี่มาค่ะ”
ฉันงงในงงมากแม่ ใครจะคุยกับฉันเพราะพี่วิลล์กับพี่เรนเดลล์ก็ไม่น่าจะคุยกับฉันนะ แล้วอีกอย่างเช้าขนาดนี้นอนกกเพื่อนฉันอยู่แน่นอนไม่มาหรอก ใครกันนะที่เรียกฉันไปพบ ช่างเหอะ เข้าไปก่อนแล้วกัน
“เชิญค่ะ เปิดประตูเข้าไปได้เลย พี่ขอตัวนะคะ”
“ขอบคุณนะคะ” เราต่างยิ้มเป็นมิตรให้กัน จากนั้นพี่พนักงานก็ไปนั่งประจำที่ในแผนกต้อนรับ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“เข้ามา”
“หืมมม เสียงคุ้นๆ แหะ”
แกร๊ก…
ฉันเปิดประตูเดินก้มหน้าเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานจากนั้นก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น และคนที่ฉันสงสัยว่าเป็นใครที่เรียกให้ฉันเข้ามาพบ เขาคือ…
“พี่เจย์!!”
“ไงครับ นักศึกษาฝึกงาน”
“...”
“ต่อไปนี้ก็มาเรียนรู้งานกับฉัน”
“ทำไมต้องเป็นพี่เจย์ด้วยคะ”
“ฉันก็เป็นหุ้นส่วนของที่นี่อีกคน หรือเธอจะให้ไอ้วิลล์กับไอ้เวนเดลล์มาสอนงานเธอ”
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ นาบีหมายถึงให้พี่พนักงานคนอื่นมาสอนก็ได้นี่คะ”
“ฉันสะดวกแบบนี้”
“ห๊ะ”
“จะยืนอีกนานไหม นั่งสิ”
…“ทานข้าวเช้าเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
“...”
“หิวไหม ข้าวกำลังมา แต่ถ้าหิวมากก็กินฉันก่อนก็ได้”
“เหอะ” นาบีหัวเราะเย้ยหยันในลำคอ เธอไม่เคยเจอผู้ชายที่มั่นหน้าและพร้อมเสนอตัวขนาดนี้ การกระทำของนาบี ตัวตนของของนาบี นาบีไม่รู้ตัวเลยว่านั่นมันทำให้เขารู้สึกถูกใจ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“เข้ามา”
“ขออนุญาตค่ะคุณเจย์ อาหารมาแล้วค่ะ”
“ผมรบกวนคุณวางไว้ที่บนโต๊ะตรงนั้นครับ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง”
“ค่ะ”
พนักงานคนดังกล่าวคือคนเดียวกันกับที่นาบีคุยด้วยเมื่อก่อนหน้านี้ เธอยิ้มบางๆ ให้นาบีอย่างเป็นมิตร จากนั้นก็ขอตัวออกจากห้องไป
“มาสิ ทานข้าวเสร็จแล้วพี่มีเรื่องจะคุยกับเราเรื่องสัญญาฝึกงาน”
นาบีได้แต่งงในใจเพราะก่อนหน้านี้ยาหยีกับนัตตี้ไม่เห็นต้องคุยอะไรแบบนี้เลย
อาหารเช้าที่ถูกจัดการซื้อมาโดยเจย์นั้นจะเป็นข้าวต้มปลากระพง อกไข่เนื้อล้วนที่หั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ พร้อมนมพร่องมันเนยและน้ำส้มคั้นสดสองแก้วสองชุด
นาบีจัดการอาหารตรงหน้าอย่างเงียบๆ ทานจนหมดทุกอย่างจานสะอาดแทบไม่ต้องล้าง ตอนแรกก็เหมือนจะไม่อยากร่วมวงด้วยแต่พอทานไปแล้วกลับรู้สึกดีที่ได้ทานอาหารเช้าอร่อยแบบนี้
“อิ่มแล้ว?”
“ค่ะ พี่เจย์พูดเรื่องสัญญาฝึกงานมาได้เลย”
“เธอต้องมาฝึกงานกับฉันเป็นการส่วนตัว ในห้องทำงานของฉันทุกวัน”
“นาบีรู้ทันจุดประสงค์ของพี่เจย์นะ”
“งั้นก็ดี จะได้เข้าใจอะไรง่ายๆ”
“พี่เจย์หยุดมั่นก่อนนะคะ ถึงนาบีจะรู้ก็ใช่ว่านาบีจะทำตามเนอะ”
“นี่ยัยหลอดไฟ มากไปแล้วนะ”
… “เหอะ ทำไมกลัวจะตกหลุมรักฉันเหรอ ถึงได้หักห้ามใจตัวเองอยู่”
“หลงตัวเองจังเลยนะคะ นาบีจะบอกให้ก็ได้ค่ะ เผื่อพี่เจย์ไม่เก็ท”
“...”
“พี่เจย์ไม่ใช่สเปคของนาบีค่ะ ยังไม่ผ่านเกณฑ์”
เจย์
หนอย!!! ยัยตัวแสบกล้าพูดขนาดนี้เลย ยิ่งยากยิ่งท้าทาย ยิ่งอยากได้และต้องได้ ผมหมั่นเขี้ยวปากขมุบขมิบนั่นที่พูดจากระแทกแดกดันผมฉอดๆ แม่งน่าดูดให้ปากเจ่อซะเลยนี่
แล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นส้นตีนอะไรที่นึกติดใจรสจูบของยัยนี่จนทำให้ผมไม่อยากอยู่ใกล้ผู้หญิงคนไหนอีกเลย ช่วงล่างของผมรอเธอมาตรวจสภาพ แค่คิดก็เสียวหัว
“ฉันว่าเธอไม่เสียหายนะ ควงฉันไว้เล่นๆ ตบตาแม่เธอยังได้เลย”
“นี่ พี่รู้เรื่องนี้ได้ไง”
“ฉันเก่ง”
ที่ผมรู้ก็เพราะว่าเวลารวมกลุ่มสังสรรค์กัน นาบีเป็นคนที่เมาแล้วพูดทุกอย่างที่อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ ไม่ใช่แค่ผมที่รู้ ไอ้แท็คก็รู้ รู้กันทุกคน
… “นี่ฉันไม่เคยเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอให้ใครก่อนเลยนะ”
ที่เจย์พูดมันเป็นเรื่องจริงเพราะเขาน่ะ ไม่เคยถูกใจจนต้องเสนอเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะหิวเงินหน่อยเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาเอง ส่วนเขาก็ทำหน้าที่เลือกหน้าตาและสัดส่วน หากถูกใจเขา เขาก็เลี้ยงไว้กินชั่วคราว แบบเจย์ไม่เคยอยู่กับใครยาวๆ สามเดือนคือนานที่สุด และเร็วที่สุดคือสามวัน หากเขาเป็นฝ่ายขอยกเลิกข้อตกลงก่อน ทุกอย่างที่ตกลงไว้เขาจ่ายให้เหมือนเดิม จากนั้นก็แยกทาง มักไม่ค่อยมีใครกล้าขัดใจหากเจย์ยกเลิกข้อตกลงก่อน เพราะเจย์ก็เป็นคนปากจัดและเด็ดขาดคนนึง แต่กับนาบีกลับไม่ใช่แบบนั้น เธอไม่ง่ายเอาซะเลย ทำให้เจย์ต้องเปลี่ยนแผนการล่อเหยื่อใหม่อีกครั้ง แต่ก่อนจะเดินตามแผนใหม่ที่วางไว้ ก็อยากลองเสนอข้อตกลงตรงๆ กับนาบีดูสักครั้งเหมือนกัน
“นาบีก็ไม่เคยเจอผู้ชายมั่นๆ แบบพี่เจย์ค่ะ” ถ้าจะซัดตูทุกดอกขนาดนี้อย่าเรียกตูว่าพี่เลยยัยหลอดไฟ
“เข้าเรื่องกันดีกว่า ฉันยื่นข้อเสนอให้เธออยู่กับฉันสามเดือน บ้านหนึ่งหลัง รถสปอร์ตหนึ่งคัน เงินสดสิบล้าน เธอจะได้มันทันทีที่ตอบตกลง ฉันจะซื้อมันทุกอย่างด้วยชื่อเธอ” เจย์ไม่เคยให้อะไรใครขนาดนี้ ที่ผ่านมาเขาให้แค่เงิน แค่เงินจริงๆ
“นาบีไม่อยากได้พี่และก็ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น พอดีว่าสวยและรวยมากอยู่แล้ว”
... "นาบีจะบอกอะไรให้... ผู้ชายแบบพี่ต้องถอยห่างไม่ใช่ถ่างหอย"
เจย์กัดฟันกรอด เขาเริ่มจะหมดความอดทนเพราะนาบีพูดและใช้สายตาดูถูกเขา แต่ก็ต้องใช้ไม้อ่อนเข้าสู้ไว้ก่อน
“ถ้างั้นเปลี่ยนเป็นฉันจีบเธอล่ะ”
“อะ… อะไรนะ”
“ให้ฉันจีบเธอ”
ฉันที่มั่นใจในตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าฉันน่ะไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้เจ้าสำราญแบบพี่เจย์ แต่พอเขาบอกว่าจะจีบทำไมใจมันเต้นแรงขนาดนั้น ฉันเป็นอะไร… ฉันตื่นเต้นทำไม
“ว่าไง”
“มะ… ไม่รู้” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าฉันต้องตอบยังไง
“ฉันถือว่าเธอตกลงก็แล้วกัน”