บทที่10 น้องสาว

2123 คำ
ฉันกลับเข้าห้องอีกครั้งราวกับผู้ชนะถึงจะบาดเจ็บปางตายก็เถอะ แต่ยังไงมันก็คุ้มกับความรู้สึกอยู่ดีนั่นแหละ ได้อยู่กับเขาแค่สองคนในห้องนี้ มีความสุขที่สุดเลย ร่างบางบิดตัวอ้อนแอ้นเมื่อแสงอาทิตย์ของเช้าอีกวันสาดเข้ามาก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเพื่อต้องการติดต่อกับป๊าให้เร็วที่สุด เมื่อวานเกิดเรื่องขึ้นเล็กน้อยและสัญญากับป๊าเอาไว้แล้วว่าจะกลับให้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่ถึงบ้าน ป๊าและม๊าคงเป็นห่วงน่าดู "ป๊าาาา" ฉันลากเสียงยาวๆ เมื่อปลายสายกดรับแทบจะทันที "รัก! รักอยู่ไหนลูก หนูเป็นอะไรหรือเปล่า" น้ำเสียงเป็นห่วงดังขึ้นจนฉันรู้สึกใจแกว่งไปมา ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันมักจะเอาแต่ใจตัวเองเสมอ จนลืมคิดถึงความรู้สึกของป๊าว่าคนเป็นพ่อเป็นห่วงลูกสาวมากแค่ไหน "ปะ..เปล่าค่ะ รักลืมบอกป๊าไปว่ารักอยู่นอกเมือง" "รัก…" เสียงถอนหายใจดังขึ้นอย่างโล่งอก "วิดีโอคอลหน่อยได้ไหม" "ตอนนี้เหรอคะ? " หน้าเละยิ่งมาเอาหน้าไปไถกับถนนเสียอีก ถ้าป๊าเห็นคงจะเป็นห่วงมากกว่าเดิมด้วยซ้ำแต่ก็ไม่สามารถขัดได้เมื่ออีกฝ่ายโทรเข้ามาอย่างรวดเร็ว ฉันกดรับพร้อมกับเผยใบหน้าที่บวมช้ำให้ป๊าดู "รัก! " "ไม่มีอะไรหรอกป๊า รักแค่ตบกับไอ้อีผู้หญิงต่างหาก! " ฉันโกหกหน้าตายก่อนจะแสร้งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟให้ป๊ารู้สึกร่วม "แต่พวกมันรุมรักก็เท่านั้น ก็เลยเป็นอย่างที่ป๊าเห็น" "เฮ้อ! รัก...หนูจะทำอะไรก็ควรหัดคิดซะบ้าง โตแล้วนะ เรื่องอย่างนี้ก็เพลาๆ ลงบ้าง ป๊าเป็นห่วง" "ค่ะ! " กระแทกเสียงลงปลายสายเพื่อบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าฉันไม่เป็นอะไร "ป๊าจัดการพวกมันแล้วนะ หนูไม่ต้องกลับบ้านก็ได้" น้ำเสียงของป๊าดังติดๆ ขัด ฉันจับใจความได้อย่างดี ป๊าเป็นห่วงฉันมากแต่ก็ไม่กล้าขัดใจ การที่ฉันขอมาอยู่ด้านนอกนั้นแสดงว่าฉันคิดดีแล้วจริงๆ "รอให้แผลบนหน้าหายก่อนนะรักจะกลับไปหา..เดี๋ยวถ่ายรูปกับป๊าไม่สวยอีก ฮ่าๆ " "อือๆ ป๊าทำงานละนะ" "รักรักป๊านะ" "ครับ ป๊าก็รักหนูนะ" ฉันวางสายจากป๊าด้วยหัวใจพองโต พอได้เห็นใบหน้าหล่อๆ ของป๊าแล้วฉันก็มีชีวิตชีวามากขึ้น แต่ก็ต้องแกล้งเป็นคนเจ็บปางตายเสียก่อนเพื่ออ้อนเฮียชลโดยเฉพาะ ฉันค่อยๆ ก้าวขาลงจากเตียงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อมองกิริยาการกระทำของตัวเองว่าเสมือนจริงหรือยัง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปสิบนาทีที่ฉันเอาแต่ขึ้นลงจากเตียง แต่มันก็ประสบผลสำเร็จเมื่อตัวเองทำได้ดีกว่าที่คิด ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงสามารถวิ่งสี่คูณร้อยได้ด้วยซ้ำ ฝ่ามือเล็กๆ ค่อยๆ เปิดประตูอย่างช้าๆ พร้อมกับปั้นสีหน้าของคนใกล้ตายในอีกสองนาที ดวงตากลมโตสาดส่องบุคคลดังกล่าวทั่วทั้งห้องก็ไม่พบกับคนที่ต้องการเจอ ฉันถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดแต่ก็ต้องพยายามฝืนแสดงต่อไป ในใจเตือนตัวเองเสมอว่าในห้องนี้มีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้แทบทั้งห้องยกเว้นห้องนอน ขืนเดินปกติเดี๋ยวก็โดนจับได้ว่าไม่เป็นอะไร การแสดงยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เพื่อรอให้ชลธีกลับมา ฉันเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาอาหารประทังชีวิตตัวเอง ก็พบกับนมหนึ่งกล่องและไข่จำนวนไม่มาก ฉันทำอาหารไม่เป็น ไข่ทอดเหรอ? อย่าหวัง... เฮ้อ! ห้องผู้ชายเป็นแบบนี้นี่เอง ฉันเปิดตู้ภายในห้องครัวแทบทุกบานก่อนจะเจอกับกล่องซีเรียลขนาดใหญ่ ฉันหยิบมันออกจากด้วยความทุลักทุเลเพราะตู้มันสูงเกินไปแต่ก็แสร้งเล็กน้อยเมื่อกล้องกำลังทำงาน เอาให้รู้ไว้เลยว่าการปล่อยให้คนเจ็บอยู่คนเดียวเป็นอะไรที่ผิดมาก ฉันนั่งกินซีเรียลเงียบๆ คนเดียวพร้อมกับแผนต่างๆ กำลังไหลพรั่งพรูยังกะดอกเห็ดบานในหน้าฝน คิดวิธีการอ้อนต่างๆ นานา ลวงไปยัดเหยียดความเป็นเมียให้แทบจะทุกวิถีทาง หวังว่าสักวันเฮียชลธีคงจะเสร็จฉันแน่นอน เพื่อสิ่งที่อยากได้...รักนาราทำได้ทุกอย่าง เสียงเปิดประตูดังขึ้นฉันแทบหันกลับไปมองคอแทบหักแต่ก็ต้องนั่งนิ่งใจเย็นๆ ถ้าเกิดกระโตกกระตากขึ้นมาเดี๋ยวเขาหาว่าฉันเจ็บไม่จริง ริมฝีปากยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นเฮียชลเดินเข้ามาพร้อมกับอาหารมากมาย มืออันสั่นเท่าค่อยๆ ตักซีเรียลเข้าปากอย่างทุลักทุเลจนเลอะริมฝีปากอวบอิ่ม ถ้วยซีเรียลถูกดันออกไปพร้อมกับอาหารมากมายถูกวางตรงหน้าด้วยฝีมือของเฮียชล จังหวะนี้อยากดึงมาจูบแทนคำขอบคุณจริงๆ แต่ก็ต้องนั่งนิ่งๆ แกล้งว่าโกรธจากเรื่องเมื่อคืนที่ทำให้ฉันโดนทำร้าย ทั้งที่เรื่องราวทั้งหมดไม่เกี่ยวอะไรกับเขาด้วยซ้ำ "รักกินไม่ได้หรอก..มันเผ็ด" ฉันผลักอาหารพวกนั้นออกไป ครั้งก่อนเกือบตายเพราะรสเผ็ดนี่แหละ จำขึ้นใจมาถึงทุกวันนี้เลย เฮียชลไม่พูดอะไรก่อนจะดึงอีกกล่องมาให้ฉัน ซึ่งมันไม่มีสีที่บ่งบอกว่าเผ็ดเลยสักนิด อย่าบอกว่าเขารู้แต่แกล้งให้ฉันโวยวาย ฉันมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจก่อนจะรีบยกมือมาปิดใบหน้าเอาไว้อย่างเร็ว กรี๊ด! หน้าเละยิ่งกว่าหลุมบนดวงจันทร์ เฮียชลไม่คิดว่าเป็นผีเหรอ! "สงสัยจะเจ็บจริง" เฮียชลที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นก่อนจะดึงตะเกียบออกจากมือฉันไปถือเอง "คิดว่ารักแกล้งเหรอ" "ใช่ ปกติโวยวายแล้ว" รู้ทันอีกแหละ อุตส่าห์ใส่อารมณ์การแสดงเต็มที่แล้วนะ ริมฝีปากหนายกยิ้มมุมปากด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะคีบอาหารมาจ่อปาก ฉันได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจพร้อมกับอาหารเขินจนตัวจะบิดเป็นเลขแปดเมื่อเจอกับท่าทีอ่อนโยนนั้น ถึงปากจะร้ายแต่ก็กร้าวใจรักนาราที่สุด ฉันค่อยๆ อ้าปากรับอาหารอย่างช้าๆ ทั้งที่ในใจอยากจะจับคนป้อนกินใจจะขาดก็ตามเถอะ! นี่ขนาดยังไม่อ่อยนะก็ถูกเอาใจมากขนาดนี้ ถ้าเกิดเขาตกเป็นของฉันแล้วเขาจะดูแลดีขนาดไหน อ่าาา...อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ จัง "มึงทำให้กูคิดถึงน้องสาว" จากที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่ในปากจังหวะนี้ที่ได้ยินว่าฉันเหมือนน้องสาวของเขา จากที่เคี้ยวก็อยากจะคายมันทิ้งทันที จะเอาทำผัวเว้ย! ไม่ได้อยากเป็นพี่น้อง! "ไม่เป็น! ยังไงรักก็ไม่เป็น! " ฉันส่ายหน้าปฏิเสธคอแทบเคล็ด "อยากได้เป็นแฟน! " "ฝันไปเถอะ! " "เฮียชลไม่ต้องห่วงหรอก! รักฝันทุกคืน! " สะบัดหน้างอนๆ ก่อนจะกินเองทันที ไม่ต้องป้อนมันแล้วถ้าเห็นว่าฉันเป็นเพียงน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น ฮือๆ ทำไมผู้ชายคนนี้จีบยากจังเลยวะ! "เหมือนน้องกูไม่มีผิด! " "ไม่เหมือน! และรักก็ไม่อยากมีพี่ชายเพิ่มด้วย! มีตั้งสองคนแล้ว ไม่รับเพิ่มหรอกนะ! " อยากโยนอาหารพวกนี้ลงถังขยะเสียจริงๆ เปรียบฉันเป็นดั่งน้องสาวทั้งๆ ที่ฉันไม่อยากจะเป็น ใครจะไปมีอารมณ์กินกันเล่า! "เหมือนน้องกูจริงๆ " "บอกว่าไม่เหมือนไง! น้องสาวเอาทำเมียไม่ได้นะ! " ฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยสายตาจริงจัง "น้องสาว.." "เฮียชล! " "น้องสาวกูสวยนะ อยากดูไหม" "แหม… อยากชมรักก็บอกตรงๆ เถอะ ไม่ต้องเอาน้องสาวมาอ้างหรอก" ฉันยิ้มกว้างอย่างลืมตัวจนแผลที่ปากฉีกเลือดสาด แต่ไม่เจ็บอะไรเพราะเขินกับอีกฝ่ายกล่าวคำชมที่ทำให้ใจเต้นตึกตักถี่ยิบ นี่ไม่ได้เข้าข้างตัวเองหรอกนะ เฮียชลบอกด้วยตัวเองเลยว่าฉันเหมือนน้องสาวเขา ดังนั้นฉันสวย...แต่ฉันรู้ตัวมาตลอด "มึงนี่นะ..! " น้ำเสียงดุดันดังขึ้นก่อนจะจับเรียวคางให้เงยขึ้นมองหน้าเขา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้ไม่กี่เซนติเมตรพร้อมกับบางอย่างที่บางเบากำลังแตะลงบนริมฝีปากอวบอิ่มเพื่อห้ามเลือดที่กำลังไหลออกมา ดวงตากลมโตจับจ้องแต่โครงหน้าหล่อบาดใจอย่างไม่ลดละด้วยหัวใจสั่นระรัว ยิ่งใกล้ยิ่งหล่อ ยิ่งทำให้ฉันหวั่นไหวหนักกว่าเดิม "จูบได้ไหม" ฉันเอ่ยถามเสียงแหบพร่า "อะไรของมึง! " กระดาษทิชชูที่ซับห้ามเลือดถูกโยนลงบนใบหน้าฉันอย่างแรงแต่ด้วยกระดาษมันเบาราวขนนกเลยทำให้ไม่รู้สึกอะไร "เขินไปได้...จูบกันไม่รู้กี่สิบครั้งแล้ว" ฉันโน้มใบหน้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบจ้องมองอย่างไม่ใส่ใจแต่ก็ไม่ขยับหนีราวกับรู้ว่าต่อให้หนียังไงก็ไม่พ้นคนตัวเล็กอยู่ดี กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งตรงหน้าดีกว่า จนใบหน้าสวยใสกลายเป็นคนเขินเสียเองแต่ก็ไม่ยอมลดละ "ไม่กล้าเหรอ…" มือสากลูบแก้มอมชมพูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะหยิกแก้มป่องเบาๆ "ท้ารักเหรอ คิดถูกหรือเปล่า…" ฉันจับมือสากที่คอยลูบไล้พวงแก้มตัวเองอย่างเบาๆ ก่อนจะวางบนต้นขาตัวเอง "อย่า!! " ฉันร้องเสียงหลงเมื่อรับรู้ถึงอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีทางด้านหลัง ลมเบาๆ ผ่านต้นคอจนฉันต้องหลีกหนีจากเขาแทบจะทันที สับคออีกครั้งฉันคอหักตายเลยนะ "รู้ทันแล้วสินะ...ใช้มุขนี้ไม่ได้แล้วสิ" เฮียชลหัวเราะในลำคอเบาๆ ฉันที่ดีดตัวออกห่างถึงกับกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ หลอกให้อยากแล้วโยนทิ้งกลางทางได้ยังไง ใจร้ายที่สุดเลย รู้อย่างนี้จูบไปเลยไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ อย่างน้อยก็ได้จูบก่อนจะถูกสับคอจนสลบไปอะ "จะใช้มุขอะไรก็ใช้ไปเถอะ! อย่างน้อยรักก็อยู่ที่นี่อยู่ดีและเฮียชลจะเสร็จรักสักวันหนึ่ง คอยดูเถอะ! " ฉันกอดอกด้วยความจริงจังและบ่งบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเอาจริงทุกคำพูด "พูดอะไรไร้สาระ! " นั่งไขว่ห้างมองหน้าฉันด้วยสีหน้าตลกขบขำ เรื่องนี้มันตลกตรงไหนไม่ทราบ เดี๋ยวจะตลกไม่ออกคอยดูเหอะ! พูดดีๆ ไม่ฟังก็ต้องยัดเหยียดแล้วล่ะ แต่รอให้แผลหายก่อนแล้วค่อยเผด็จศึก จะจับให้ครางทั้งวันทั้งคืนไปเลย! เรียกหาแต่รักจ๊ะ รักจ๋า รักครับ และก็เมีย! "จะอ่อยทั้งวัน ทั้งคืน ทุกเวลาไปเลย! " "มโนเก่ง" "ห้องนอนไม่ต้องล็อกนะ! เดี๋ยวคืนนี้ไปหาถึงห้องแน่! " "ต่อให้มึงเอาปืนมายิงประตูห้องกูก็เปิดไม่ได้หรอก! " "อย่าท้านะ" "ท้าอยู่นี่ไง! " "เฮียชล! รักเอาจริงๆ นะ" "อะไรนะครับ น้องสาว" กรี๊ดดดดด!! เอามีดมาแทงฉันเถอะถ้าจะพูดประโยคเฮงซวยนั้นออกมา "ไม่เป็นน้องสาว! จะเป็นเมีย! " "ทำให้ได้นะ" "ทำได้อยู่แล้ว! " "เพราะมึงจะไม่มีวันได้อ่อยกูหรอก! " "ทำไมรักจะทำไม่ได้ รอให้แผลหายก่อนเฮียชลรอรับการอ่อยเถอะ! " "เพราะกูจะกลับไปนอนที่บ้าน! " "ไปด้วยน้าาา" ฉันรีบเดินไปหาเขาพร้อมกับนั่งลงบนตักแกร่งอย่างออดอ้อน เขาจะทิ้งให้ฉันอยู่ห้องนี้คนเดียวสินะ ถึงได้ลั่นประโยคนั้นออกมา แสดงว่าเขาวางแผนทุกอย่างเอาไว้ก่อนหน้านี้ แล้วฉันจะอ่อยจะจับเขาได้ยังไง ไม่ยอมหรอกนะ "ลงไป! " "ไม่ลง! " ฉันส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะซุกหน้าลงบนอกแกร่ง "เฮียชลจะทิ้งรักไม่ได้…." น้ำเสียงง่องแง่งกล่าวแทบขาดใจ "เฮียต้องดูแลรักสิ" "เสี่ยวหลงจะดูแลมึงเอง" "จะเอาเฮียชลเท่านั้น! " "ไอ้รักอย่าดื้อ! กูต้องทำงาน" "งื้อออ" ฉันช้อนตามองร่างหนาด้วยสายตาเว้าวอน "ให้รักไปด้วยนะ รักไว้ใจเฮียชลคนเดียวเท่านั้น" "...! " "นะๆ " "เออๆ " "เย้ๆ รักที่สุดเลย" ฉันหอมแก้มสากซ้ายขวาด้วยความดีใจจนอีกฝ่ายที่ถูกกระทำถึงกับแสดงสีหน้าเหลอหลาออกมา จับทางได้แล้วล่ะ...ผู้ชายคนนี้แพ้ผู้หญิงขี้อ้อน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม