บทที่9 ไหลลื่น

2060 คำ
ชลธี พาร์ท กูดึงร่างบางออกห่างก่อนจะสับต้นคออีกครั้งจนเธอแน่นิ่งไป มือสากเช็ดริมฝีปากตัวเองที่เปียกชุ่มด้วยความเหนื่อยใจพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เด็กนี่มันร้ายจริงๆ ...ร้ายกว่าที่คิด กูลากคนตัวเล็กกับพื้นก่อนจะโยนลงบนเตียงนอนอย่างหยาบคาย เพราะไม่รู้ว่าจะเข้าห้องไอ้เด็กนี่ได้ยังไง คีย์การ์ดก็เสือกไม่ถือติดมือออกมา มันต้องกดใช้รหัสผ่านซึ่งกูไม่รู้ สายตาจ้องมองไปยังร่างบางอีกครั้งก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ ยังไงก็ต้องออกไปจัดการไอ้เฉินจ่งไอ้ฆาตกรที่พรากเมียรักกูไปเสียก่อน แล้วค่อยกลับมาไล่ไอ้เด็กดื้อนี่ซะ กูเดินออกจากห้องไปพร้อมกับล็อกประตูอย่างแน่นหนาเผื่อเกิดเหตุการณ์เหมือนครั้งก่อน ถ้าเกิดขึ้นอีกครั้งไอ้เด็กนี่คงไม่รอดแน่ การที่มันรอดออกมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไรนัก บางครั้งอาจจะมีข่าวเกี่ยวกับมันหลุดออกไป เฮ้อ! กูต้องปกป้องมันสินะ คฤหาสน์++ กูเดินเข้าไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยความไม่สบายใจเท่าไหร่นัก เพราะมันคือบ้านที่กูและมะลิอยู่ด้วยกันทุกวันและกูไม่มีวันลืมเรื่องราวต่างๆ ของเราสองคนได้ สองเท้าเดินเข้าไปอย่างมุ่งมั่นถึงจะมีเรื่องราวในอดีตย้อนไหลเข้ามาเหมือนดั่งสายน้ำก็ตาม แต่กูก็ต้องก้าวผ่านให้ได้ถึงแม้ว่ากูยังรักมะลิไม่เปลี่ยน เสี่ยวหลงก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูห้องใต้ดินอย่างช้าๆ กูเดินเข้าไปยังห้องอันมืดมิดและมีกลิ่นอับจนรู้สึกแสบจมูกและระคายเคือง หึ! การที่ถูกขึงในห้องนี้แค่หนึ่งวันมันคงไม่เยอะอะไรไปหรอกนะ เพราะยังไงไอ้เหี้ยนั่นก็ต้องตายอยู่ดี กูแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นชายคนหนึ่งฟุ่บกับพื้นในลักษณะหมดสภาพและสะบักสะบอม โดนกระทืบนิดหน่อยอย่าสำออยไปล่ะ มะลิเจ็บหนักกว่ามึงตอนนี้มาก รู้เอาไว้เสียด้วย! "อย่าเพิ่งตายตอนนี้ล่ะ" กูกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยเมื่อมาหยุดตรงหน้ามัน ทั้งๆ ที่ในใจอยากจะกระชากมันให้ตายตรงนี้เร็วๆ แต่การที่มันตายเร็วเกินไป มันไม่สะใจหรอก เพราะกูต้องทนทุกข์ทรมานตั้งหลายวัน กว่าจะหาตัวมึงเจอและจับมึงมาได้ ไอ้เหี้ยพิพักตร์เพื่อนมึงต้องช่วยหาที่กบดานให้กูไขว้เขวต้องหลายครั้ง "ปะ...ปล่อยกูไปเถอะ! " "กระทืบมัน" กูสั่งเสียงนิ่งอีกครั้งก่อนจะถอยห่างร่างมันเพื่อให้คนของกูจัดการได้สะดวก เสียงฝ่าเท้ากระทบกระเทือนกับร่างมันนับครั้งไม่ถ้วนพร้อมกับหมัดรัวๆ ใส่ไม่ยั้ง กูยืนมองผลงานด้วยแววตาเฉยชา แค่นี้มันไม่สำนึกกับการกระทำของมันหรอก ถ้ามันสำนึกจริงๆ มันคงไม่หนีให้กูหัวเสียหลายวันหรอก "หนักอีก! " กูสั่งเสียงเข้มเมื่อร่างมันยังคงรับแรงกระแทกได้ดีและไม่มีแม้กระทั่งวี่แววของเสียงร้องโอดโอย อดทนไปก็ดี! กูจะยิ่งทรมานให้หนักขึ้นกว่าเดิม ลูกน้องกระทืบแรงขึ้นตามที่กูสั่ง ก่อนที่จะมีอะไรบางอย่างกระเด็นมาทางกูและหยุดลงตรงหน้า กูก้มมองอย่างพินิจก่อนจะยกยิ้มมุมปากเมื่อฟันชิ้นหนึ่งกระเด็นหลุดออกมา "หยุดก่อน" ลูกน้องทุกคนต่างถอยออกมาเมื่อได้ยินเสียงของกู สองเท้าเดินไปด้านหน้าพร้อมกับเหยียบกองเลือดของมันช้าๆ ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองใบหน้าที่บวมช้ำและปูดนูนอย่างสมเพช ริมฝีปากหนายกยิ้มชื่นชมในผลงานตนอย่างพอใจ "อดข้าว อดอาหาร มันห้าวัน! " สิ้นเสียงคำสั่งกูเดินออกจากจุดนั่นทันที เพราะอยู่ในที่อุดอู้นานๆ แล้วรู้สึกไม่ดีเอามากๆ เหมือนจะขาดใจตาย รักนารา พาร์ท "ค่ะ รักจะกลับเดี๋ยวนี้ค่ะ" ฉันตอบกลับปลายสายไปก่อนจะนวดต้นคอตัวเองเบาๆ หลังจากโดนสับคอจนสลบไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน ฉันสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อมีสายเรียกเข้าจากป๊า หลังจากวางสายไป ฉันค่อยๆ ลงจากเตียงนอนด้วยสภาพทุลักทุเล เจ็บเป็นบ้า! สงสัยกระดูกต้นคอคงจะร้าวแล้วมั้ง ฉันเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ เมื่อรู้ว่าเจ้าตัวไม่อยู่ และคงต้องหาแผนต่างๆ เพื่อจะเข้าห้องเขาอีกครั้งในเร็ววันด้วย การออกจากห้องในครั้งนี้เพราะว่าป๊าขอร้องให้ฉันกลับไป ถ้าป๊าไม่ขอร้องฉันจะยอมออกไปเหรอ? ความจริงคืองานมีปัญหาเล็กน้อย...คนที่ไม่ถูกกับป๊ากำลังเล็งตัวฉันเพื่อเอาไว้ต่อกลอน ฉันขับรถออกไปด้วยความเร็วเพราะอยากจะถึงจุดหมายปลายทางให้เร็วที่สุด แต่ต้องสะดุดเมื่อเห็นรถสีดำติดฟิล์มดำทึบกำลังขับตามหลังมาด้วย ฉันรีบส่งสัญญาณหาป๊าทันทีด้วยความนิ่งสงบ ขืนตื่นตระหนกและตกใจป่านนี้คงลงข้างทางแล้ว ฉันตบเก๊ะหน้ารถเพื่อสำรวจสิ่งของข้างในพร้อมกับใจเต้นรัวเมื่อต้องใช้จริงๆ เมื่อมีปืนกระบอกสีดำเงางามพร้อมกับบรรจุกระสุนเต็มแม็ก เพียงไม่นานรถสีดำทั้งสองเริ่มขับขนานข้าง ดวงตากลมโตจดจ้องแต่ถนนเพื่อประคองให้รถมั่นคง พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบปืนดังกล่าวไว้ข้างตัว โครมม! รถทั้งสองขับเบียดรถหรูอย่างตั้งใจ จนฉันเริ่มประคองรถไม่อยู่เลยตัดสินใจลดกระจกหน้ารถลงและยิงสวนกลับไปทันที ปัง! ปัง! เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับฉันประคองรถไม่ได้เมื่อมันจงใจยิงล้อรถจนรถหรูลงข้างทาง ฉันรับเปิดประตูรถพร้อมกับปืนหนึ่งกระบอกติดมือออกมา ฝ่ามือเล็กๆ คว้าผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาห้ามเลือดบริเวณศีรษะที่กระแทกกับพวงมาลัยรถเมื่อสักครู่จนเลือดสาด ไอ้พวกบ้าเอ๊ย! คนเขาอุตส่าห์รักษาผิวพรรณอย่างดี ต้องเสียโฉมเพราะพวกมันเลย ปัง! ฉันยิงสวนออกไปอีกครั้งเมื่อพวกมันกำลังล้อมตัวฉันไว้ ในใจคิดวิธีหนีออกจากจุดตรงนี้ให้เร็วที่สุดและกำลังภาวนาให้คนของป๊ามาช่วยทันเวลา เพราะไม่อยากเสียโฉมมากกว่านี้แล้ว! แค่เลือดหัวออกฉันก็อยากจะชักดิ้นบนพื้นแล้ว ผลั่ก! ฝ่ามือหนาสับลงบนข้อมือเล็กๆ จนปืนหลุดมือ ฉันเบ้หน้าออกด้วยความเจ็บพร้อมกับน้าตาคลอเบ้า แค่ดึงออกจากมือมันจะไปยากอะไร "ปล่อย! " ฉันสะบัดฝ่ามือพวกนั้นออกไปเมื่อมันกรูเข้ามาจับล็อกเอาไว้ เพลี๊ยะ! เพลี๊ยะ! ใบหน้าหวานถูกตบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนรับรู้ถึงเลือดสดๆ กำลังท่วมปาก ยิ่งขัดขืนมันยิ่งลงมือ แต่ใครจะยอมให้ป๊าเสียเปรียบพวกมันกันล่ะ! ยอมเจ็บตัวเพื่อท่วงเวลาให้ป๊ามาดีกว่า! ถึงจะรักษาตัวนานหน่อยก็เถอะ! "ปล่อย! ไอ้พวกเวรตะไล! " เรียวขางามยกถีบคนพวกนั้นอย่างไม่ยอมแพ้ ถึงจะโดนสวนกลับมาทุกครั้งจนแทบจะล้มทั้งยืนก็ตาม แต่ต้องกัดฟันเพื่อยื้อเวลา แสงไฟสาดส่องมายังฉันที่สู้ไม่ถอยพร้อมกับความหวังกำลังจะมาช่วย ร่างของชายสองคนเดินฝ่าแสงไฟเข้ามาอย่างไม่กลัวตาย ฉันยกมือบังแสงที่จ้าเกินไปด้วยความดีใจ อย่างน้อยการยื้อเวลาก็สำเร็จถึงจะเจ็บตัวก็เถอะ "เขตกู…" น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้นจนฉันต้องเพ่งตามอง..หลิวซุ่ยเหรอ? "ใครหน้าไหนกล้าหยามถิ่นกู กูไม่เลี้ยงไว้หรอก! " สิ้นเสียงคำพูดของเขาผู้ชายที่คอยยื้อแย่งตัวฉันไว้ถึงกลับปล่อยเป็นอิสระพร้อมกับเสียงสาดกระสุนดังขึ้นแทบนับไม่ถ้วน ฉันเบิกตามองด้วยความตกใจกลัวกับภาพตรงหน้า ถึงจะเคยเห็นภาพพวกนี้มาเยอะก็เถอะ แต่มันก็ไม่ชินสักครั้ง ฉันกลืนน้ำลายลงคอเมื่อได้เสียงร่างกายล้มลงกับพื้นทีละคนทีละคนจนเหลือไว้เพียงแค่ฉันที่ยืนนิ่งราวกับต้องมนต์สะกด "ปะ...ปล่อย" ฉันสะบัดแขนออกจากฝ่ามือหนาของชลธีเมื่อเขาจะดึงฉันออกไปจากตรงนี้ "กลับห้องเดี๋ยวนี้! " น้ำเสียงดุดันดังขึ้นเหมือนไม่พอใจ "ไม่อยากให้รักอยู่ไม่ใช่เหรอ! " เข้าแผนอย่างแยบยล ถึงเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับเขาก็ตาม "ออกมาแล้วนี่ไง! " "อย่าดื้อได้ไหม! กูไม่ชอบ! " เฮียชลกระชากแขนฉันไปบีบอย่างแรง "โอ๊ย! " ฉันร้องเสียงหลงเพราะเมื่อสักครู่ถูกฟาดไม่ยั้งและเขากำลังบีบบริเวณที่ฉันเจ็บอยู่ด้วย "กลับห้อง! " "ไม่กลับ! " ฉันสวนกลับไปเสียงแข็ง "กลับไปเฮียชลก็ไล่รักอีก! " "ไอ้เด็กดื้อนี่! พูดอะไรด้วยยากจริงๆ " "รักไม่กลับไปหรอก! " "กูบอกให้มึงกลับห้องไง! " "เดี๋ยวเฮียชลก็ไล่อีก! " "เออๆ กูไม่ไล่แล้ว! " กดฟันพูด "รักไม่เชื่อ! " "รักนารา! " กรี๊ดดดดด! ในที่สุดเขาก็เรียกชื่อฉันแล้ว "ฮึก! " เนียนเบ้ปากจะร้องไห้ "เออๆ สัญญาๆ กูจะไม่ไล่มึงอีก โอเคไหม" เขาพ่นลมออกจากปากเหมือนเหนื่อยใจกับการที่ฉันดื้อรั้นเกินไป "สัญญานะ" ฉันยื่นนิ้วก้อยไปด้านหน้า "เห็นกูเป็นเด็กเหรอ! " ชลธีมองฉันสลับกับเสี่ยวหลงพร้อมกับกดเสียงต่ำเพื่อข่มให้ฉันกลัว ฉันก้มหน้าลงเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดเล็กน้อยกับการดุเด็กน้อยอย่างฉันจนกลัวหัวหดได้และยังสั่นไหล่ให้เห็นว่ากำลังสะอื้น ทั้งที่ความเป็นจริงพยายามกลั้นหัวเราะจนเจ็บแก้ม "เออๆ " ชลธีดึงข้อมือของฉันเบาๆ ก่อนจะเกี่ยวนิ้วก้อยเอาไว้เพื่อเป็นสัญญา "มึงจะกลับห้องได้หรือยัง" "ไม่กลับหรอก" "อะไรอีกวะ! มึงต้องการอะไรอีก" ต้องการเฮียชลธีเป็นสามีไง! ฉันได้แต่ตะโกนในใจแต่กลับตอบออกไปได้เพียงเท่านี้ "เลือดท่วมตัวแบบนี้ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ! อย่างน้อยก็ควรไปโรงพยาบาลก็ได้! " "ไอ้เด็กดื้อเอ๊ย! " มือสากวางลงบนศีรษะของฉันเบาๆ ก่อนจะดึงออกจากจุดนี้ทันที ฉันมองแผ่นหลังกว้างด้วยรอยยิ้ม ถึงจะเขาจะชอบดุและชอบทำเสียงจริงจังขึงขัง แต่แววตาของคนไม่สามารถปิดบังความรู้สึกเอาไว้ได้ เห็นนะ...แววตาที่มองด้วยความเอ็นดูนั่นอะ เริ่มหลงรักฉันแล้วก็บอกนะ...ฉันจะได้เตรียมใจรับแรงปะทะ คอนโดฯ ** ฉันหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของเฮียชลก่อนจะลอบยิ้มเบาๆ เมื่อแกล้งหลับบนรถและไม่ยอมตื่นเมื่อเขาเรียกจนสุดท้ายเขาก็ต้องอุ้มฉันขึ้นห้องจนได้ ร่างสูงอุ้มแนบอกอย่างมั่นคงพร้อมกับจังหวะการก้าวเดินที่ทำให้ฉันผ่อนคลาย ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดใบหน้าสม่ำเสมอจนฉันซุกหน้าเพื่อลวนลามโดยเฉพาะ อ่าาา...หอมจัง ชลธีวางร่างเล็กๆ ลงบนเตียงก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม ฉันยังคงแกล้งหลับต่อไปเพื่อเฝ้ามองพฤติกรรมบางอย่างเงียบๆ ร่างสูงยืนปลายเตียงมองฉันไม่ไหวติงก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆ "แม่ง! เธอทำให้ฉันคิดถึงเอวาว่ะ" อีเอวานี่มันใคร! ใครหน้าไหนกล้าทำให้เฮียชลคิดถึงได้ คอยดูนะ! สักวันหนึ่งเฮียชลต้องคิดถึงแต่รักนาราเท่านั้น! "ดื้อเหมือนกันไม่มีผิด! " มือสากวางลงบนศีรษะพร้อมกับพร่ำเพ้อต่างๆ นานา "เพราะเธอเลยไอ้เด็กดื้อ! ทำให้กูคิดถึงน้องสาวกู! " โชคดีหน่อยว่าคนที่ชื่อเอวาคือน้องสาวของเขา ถ้าเขาไม่บอกฉันคงไปตบเอวาอะไรนั่นแล้วล่ะ โทษฐานแย่งคนรักฉันไป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม