“หนูมินจำป้ากิ๊บได้ไหมคะลูก?”
“จำได้ค่ะ” มินตราพยักหน้า
“ดีมากจ้ะ งั้นวันนี้ช่วงที่แม่จ๋าไม่อยู่หนูมินไปอยู่กับน้าชมพูก่อนได้ไหมคะ?”
“แม่จ๋าไปนานไหมคะ…” น้ำเสียงของเจ้าตัวเล็กเริ่มมีความสั่นคลอน ศนันธฉัตรนึกสงสารแต่ต้องพยายามหักห้ามใจ
เพราะเธอรับปากทุกคนไปแล้วว่างานนี้จะไม่เบี้ยวอีก…
“ไม่นานค่ะ แม่จ๋าไปแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น” ศนันธฉัตรตอบพลางยิ้มอบอุ่น ก่อนจะเอ่ยถามต่อ “หนูมินอนุญาตให้แม่จ๋าไปได้ไหมคะ?”
“ถ้าแม่จ๋าไปไม่ได้ป้ากิ๊บต้องเสียใจมากๆ เลยใช่ไหมคะ?” มินตราย้อนถาม แววตาใสซื่อสมวัย
“ใช่ค่ะลูก”
“ถ้าอย่างนั้นแม่จ๋าไปเถอะค่ะ หนูมินไม่อยากให้ป้ากิ๊บต้องเสียใจ เดี๋ยวหนูมินไปอยู่กับน้าชมพูรอแม่จ๋ากลับก็ได้ค่ะ” เด็กน้อยพูดแล้วยิ้มอวดฟันขาว
“เก่งที่สุดเลยลูกสาวของแม่!”
ศนันธฉัตรลูบแก้มเนียนของหลานรัก…
หลังจากพามินตราไปส่งบ้านชมพูเพื่อนสนิทเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ศนันธฉัตรก็รีบกลับบ้านเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมพร้อมสำหรับงานในค่ำคืนนี้ แม้ตัวเธอจะไม่อยากไปแต่เพื่อเป็นการให้เกียรติรุ่นพี่ที่รู้จักและเคารพรัก เธอจึงต้องแต่งกายให้สวยและดูดีที่สุด
“จะรอดไหมเนี่ย?” เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสีแดงเลือดนกขับสีผิวขาวเนียนให้เด่นชัด ดวงหน้านวลแต่งแต้มเครื่องสำอางค์ราคาแพงนั้นยิ่งส่งผลให้ร่างเพรียวระหงส์สวยครบทุกองค์ประกอบ
ความจริงเธอไม่อยากใส่ชุดโชว์แผ่นหลังเว้าขนาดนี้หรอกถ้าไม่ติดว่าเป็นชุดที่วันวิสาให้ยืม ศนันธฉัตรไม่ค่อยได้ซื้อเสื้อผ้าเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ สำหรับหญิงสาวเลือกที่จะเก็บเงินฝากธนาคารเพื่อออมเป็นรากฐานให้กับชีวิตของมินตรามากกว่า
ศนันธฉัตรยืนรอหน้าบ้านเมื่อวันวิสาส่งข้อความมาบอกว่าใกล้ถึงแล้ว ร่างบางกล้าๆ กลัวๆ ที่จะให้คนอื่นเห็นตัวเองในลุคนี้ ดวงตากลมโตกวาดมองซ้ายขวาอยู่เป็นระยะๆ
“โห! สวยมากเลยนัน ทำไมถึงสวยได้ขนาดนี้”
วันวิสาลงจากรถมองรุ่นน้องคนสนิทตาค้าง ชุดที่หล่อนให้คนตรงหน้ายืมช่างเหมาะกับผิวพรรณคนใส่เหลือเกิน
“นันว่าชุดมันโป๊ไปหน่อยนะคะพี่สา นันอายเขา”
เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา มือเรียวพยายามดึงชายประโปรงที่สั้นเหนือเข่าหลายคืบลงอยู่ตลอดเวลา
“นี่ๆ หยุดนะ เดี๋ยวตีมือเลย แต่งตัวสวยแล้วยังทำท่าทางไม่มั่นใจอีก เธอสวยแล้วค่ะคุณน้อง” วันวิสาชี้ไปที่มือของสาวเจ้า ศนันธฉัตรลดมือที่ดึงชายกระโปรงออกอย่างไว
“แต่มันโป๊นะคะ นันไม่มั่นใจเลย”
“เที่ยวผับเขาก็ใส่กันแบบนี้ทั้งนั้นแหละค่ะคุณน้อง เธอจะใส่เสื้อปิดถึงคอกระโปรงยาวลากพื้นหรือไง”
“แต่นัน…”
“โน!” วันวิสายกมือห้ามคนตัวเล็ก “หยุดแต่นั่นนี่ได้แล้วค่ะ รีบไปกันดีกว่า ป่านนี้เจ้าของวันเกิดรอแย่ละ ขึ้นรถค่ะคนสวย”
สาวรุ่นพี่ตัดบทเพราะไม่อาจทนฟังคำพูดกระมิดกระเมี้ยนของร่างบางได้ ศนันธฉัตรจำต้องถอนหายใจแล้วขึ้นรถไปอย่างว่าง่าย แม้ในใจจะไม่เห็นด้วยที่วันวิสาจับเธอแต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้
ระยะเวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีทั้งสองก็มาถึงจุดหมายปลายทาง วันวิสาขับรถเร็วจนผู้โดยสารจำเป็นต้องกำสายเบลไว้แน่น ศนันธฉัตรนึกว่าตัวเองจะหัวใจวายตายเสียก่อนที่จะได้เข้าไปร่วมอวยพรเจ้าของวันเกิดเสียแล้ว
“ยืดอกและมั่นใจค่ะ วันนี้เราสวย ท่องไว้ ฉันสวย!” วันวิสา
บอกกับคนข้างกาย
“ค่ะ” ศนันธฉัตรรับคำ เจ้าหล่อนเดินตามหลังรุ่นพี่สาวที่ดูจะคุ้นเคยกับสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนเป็นอย่างดี ระหว่างทางนั้นบังเกิดเสียงแซวโห่ร้องยามร่างบางย่างกรายผ่าน ศนันธฉัตรไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ท่ามกลางชายหื่นกามที่พร้อมจะพุ่งชนตลอดเวลา
ไม่รู้ว่าพวกผู้หญิงเขาชอบมาเที่ยวในที่แบบนี้ได้ยังไง?
“ตายแล้วๆๆๆๆๆ! ดูสิใครมา โอ้เอ็มจี… น้องนันของพี่ สวยเว่อร์ สวยมาก สวยเลอค่าที่สุด!” ทันทีที่ศนันธฉัตรปรากฏตัวบรรดาเพื่อนร่วมงานต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน
“พี่กิ๊บก็… พูดแบบนี้นันก็เขินแย่สิคะ” คนถูกชมยิ้มเอียงอาย
“พี่พูดความจริงนี่จ้ะ สวยคือสวย ไม่สวยก็คือไม่สวย อย่างยัยสาไง แต่งให้ตายก็ไม่สวย” กิ๊บหันไปเล่นงานสาวรุ่นน้องอีกคน ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานหลายปี
“แหมๆ… คุณพี่ขา น้องรู้ดีค่ะว่าไม่สวย ใครจะไปสวยสู้นางพญาเทียบคุณพี่ได้ล่ะคะ” วันวิสาลากเสียงยาว แม้คำพูดจะดูจิกกัดแต่เป็นที่รู้กันทั่วว่าทั้งสองรักกันฉันท์พี่น้อง
“อะแน่นอน! ใครจะมาเทียบฉันได้ ไม่มีหรอกย่ะ” เจ้าของวันเกิดเชิดหน้าขึ้นรับคำชมของอีกฝ่าย
“แต่วันนี้พี่กิ๊บต้องยอมน้องนันเขานะพี่ สวยจริงๆ สวยจนพวกผมอยากกลับไปทุบหน้าเมียที่บ้านเลย” ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ย เรียกเสียงหัวเราะได้ดีจากทุกคน รวมไปถึงศนันธฉัตรด้วยเช่นกัน
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะพี่”
“ถ่อมตัวไปอี๊ก…” วันวิสาว่า “นั่งๆ สั่งอะไรกันยังคะเนี่ยคุณเจ้าของวันเกิด” เจ้าหล่อนหันไปถามรุ่นพี่สาว
“เรียบร้อยละ คืนนี้ไม่เมาไม่กลับ!” เสียงเฮดังลั่นอย่างสนุกสนาน ศนันธฉัตรมองบรรดาแอลกฮอล์ที่ถูกยกมาเสิร์ฟกลางโต๊ะแล้วหนักใจ
“พี่ๆ คะ นันขอเป็นน้ำเปล่าได้ไหมคะ?”
“ตายแล้วน้องนัน…! งานวันเกิดพี่ทั้งทีจะกินแค่น้ำเปล่าหรือลูก” กิ๊บทำท่ายกมือทาบอก
“พี่กิ๊บก็รู้ว่านันไม่ดื่ม” ศนันธฉัตรทำหน้าเศร้า
“สั่งน้ำเปล่าให้น้องมันเถอะพี่ สงสาร กว่าจะลากตัวมาได้ยืนกล่อมตั้งนาน” วันวิสาเห็นใจร่างบางจึงช่วยพูดอีกแรง
“ก็ได้ เห็นแก่ความสวยแซ่บของคุณน้องในวันนี้หรอกนะถึงยอมน่ะ” คนพูดยิ้มกว้าง
“ขอบคุณค่ะพี่กิ๊บ” ศนันธฉัตรว่าพลางหัวเราะเบาๆ
ความสนุกสนานครื้นเครงไม่ได้ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของเธอรู้สึกอยากปลดปล่อยเหมือนคนอื่น ที่ตอนนี้เริ่มลุกจากโต๊ะแล้วบรรเลงลวดลายเต้นกันสนั่นหวั่นไหว หญิงสาวเวียนหัวกับกลิ่นบุหรี่ที่คละคลุ้งไปทั่ว มองไปมุมไหนก็เห็นแต่แสงไฟหลากสีวิบวับท่ามกลางเสียงดนตรีดังจนใจเต้น ทุกอย่างดูน่าอึดอัดจนอยากออกไปจากตรงนี้ไวๆ ร่างบางคอยมองเวลาที่ข้อมือข้างซ้ายอยู่เป็นระยะๆ อยากให้ครบหนึ่งชั่วโมงเร็วๆ เธอจะได้กลับไปหาเด็กหญิงตัวน้อยที่เป็นห่วงทุกขณะจิต
“พี่ๆ คะ เดี๋ยวนันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
“รู้ทางเหรอ ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม?” วันวิสาหันมาถาม
“ไม่เป็นไรค่ะพี่สา พี่สนุกต่อเถอะ แค่บอกทางนันมาก็พอเดี๋ยวนันไปเองค่ะ” เจ้าตัวไม่อยากรบกวนเวลาแห่งความสุขของใคร
“เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายนะ”
“ค่ะพี่”
เสียงหวานรับคำแล้วรีบลุกออกจากโต๊ะอย่างว่องไว โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องทุกการกระทำอยู่ตลอดเวลา
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินตามร่างบางไปติดๆ!