เล่นงานบ่าวรับใช้

1266 คำ
นอกจากเห่อตงจะเป็นขันที หนึ่งเดือนก่อนเว่ยเจิ้งหรงผู้นี้ยังเป็นถึงฉางตูจื้อเจียน[1] ขันทีระดับเก้าด้วยซ้ำไป หากไม่เพราะมีหนอนบ่อนไส้จัดฉากจนฝ่ายตรงข้ามกำจัดฉางตูกง[2]สำเร็จ ตัวตนเว่ยเจิ้งหรงอ๋องน้อยจิ้งในตอนนี้ คงยังไม่ถึงเวลาออกม่านทำการแสดง ตอนนี้ทุกอย่างพลิกผันไปหมด ฉากหน้าฉางตูกงผู้เหี้ยมโหดตายไปแล้ว ลูกน้องคนสนิททั้งหมดสิ้นใจตายไปพร้อมเขา เป็นเช่นนี้เองตัวตนอ๋องน้อยจิ้งตัวจริงที่ถูกทิ้งให้ตกระกำลำบากนานถึงยี่สิบปีถึงได้โผล่ออกมา นึกถึงความรุ่งเรืองอันแสนสั้นในหน่วยสุ่ยจื่อจวิน[3] หนึ่งเดือนก่อนทีไร สีหน้าเห่อตงราวกับมีคนบังคับกลืนแมลงวันลงท้อง “เห่อตงเจ้าเคยได้ยินชื่อคุณหนูสกุลซ่งหรือไม่” เว่ยเจิ้งหรงเอ่ยถาม น้ำชาในมือเย็นชืดไปแล้วเขายังคงไม่เปลี่ยนกาใหม่ “คุณหนูสกุลซ่ง บิดาคือซ่งเหลียงราชครูขั้นสาม นางสูญเสียมารดาตั้งแต่เล็กทำให้ได้รับความสะเทือนใจ เติบโตอยู่แต่ในเรือนหลังชื่อเสียงย่ำแย่แม่สื่อหมางเมิน ปีนี้อายุสิบเจ็ดยังไม่มีคู่ครอง” คำอธิบายยืดยาวของเห่อตงนั้นไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเว่ยเจิ้งหรง ประวัตินับย้อนไปสิบรุ่นของคนสกุลซ่ง เว่ยเจิ้งหรงรู้ละเอียดกว่าใคร แต่ท่าทางซ่งซือหลานที่เขาได้เห็นวันนี้กลับแตกต่าง สตรีที่ไม่ได้เรื่องจะรู้จักตบทรัพย์ผู้อื่นแนบเนียนเพียงนี้เชียว เว่ยเจิ้งหรงยิ้มหยัน รอยยิ้มนี้งดงามมาก ติดตรงที่กลิ่นอายเยือกเย็นท่วมท้นจากร่างเว่ยเจิ้งหรงนั้นทำผู้คนขนหัวลุก “เจ้ากับฉิงซีเรียนรู้ค่ายกลลวงตาไม่น้อย คุณหนูซ่งผู้นั้นดูเหมือนคนที่เจ้าพูดถึงงั้นหรือ” “นายท่านหมายความว่า พวกเราโดนซ่งเหลียงปิดหูปิดตามาตลอดหรือขอรับ” เห่อตงตาโตเรียวปากสั่นระริก สิ่งเดียวที่เห่อตงรับไม่ได้คือความตลบตะแลงของผู้อื่นที่อยู่เหนือสายตาเขา “นั่นยังไม่แน่หรอก แต่ข้าคิดว่านางน่าสนใจทีเดียว” เว่ยเจิ้งหรงเทชาเย็นชืดเพิ่ม “ไม่ใช่ว่าเจ้ากับเป่ยเหมินอยากหาเงินเพิ่ม คุณหนูซ่งร่ำรวยมากพวกเจ้ามองข้ามนางนี่ไม่สมควรอย่างยิ่ง” “นายท่านจะให้พวกเราตบทรัพย์คนโง่หรือขอรับ” แววตาเว่ยเจิ้งหรงคมปลาบทีเดียว “คนโง่อะไร? เจ้ารอดูไปเถอะอีกไม่นานจะได้รู้ว่าซ่งซือหลานโง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่” “ไม่ใช่ว่านายท่านหมายตาหร่วนอิงอิง” เห่อตงท้วง “สตรีโง่งมอย่างหร่วนอิงอิงเจ้าเคยเห็นน้อยไปหรืออย่างไร ไม่แน่ก้อนเงินที่นางครอบครอง เจ้าของแท้จริงอาจเป็นซ่งซือหลานก็ได้” “ที่แท้นายท่านคาดการณ์ไว้แล้ว เห่อตงโง่เขลาต่อหน้านายท่านสมควรตายยิ่งนัก” “เรียกคนของเจ้าในจวนซ่งกลับมา ข้าอยากจับตาคุณหนูซ่งด้วยตัวเองสักหน่อย” “เรื่องนั้นไม่ได้เด็ดขาดขอรับ” สายตาเว่ยเจิ้งหรงที่มองมาทำเอาเห่อตงขนหัวลุก น่าแปลกตรงที่สายตานั้นไม่ได้บ่งบอกว่าเอาเรื่อง แต่เป็นสายตาบ่งบอกว่าเห่อตงยังโง่ไม่พอ “นายท่านของข้าน้อยเช่นนี้ หมายความว่าอะไรขอรับ” “เห่อตงเจ้าจงรักภักดีเช่นนี้ จะปล่อยข้าเข้าจวนซ่งตามลำพังเชียวหรือ” คนโง่เห่อตงถอนหายใจยืดยาว “คราวนี้นายท่านอยากให้บ่าวเล่นบทงิ้วอย่างไร บัญชามาเถอะขอรับ” “ในเมื่อเจ้าเป็นคนโง่ก็ต้องเล่นบทคนโง่ มีอะไรไม่เหมาะสม” สายตาเว่ยเจิ้งหรงหันกลับไปมองเงาร่างนักเล่านิทานชั้นล่าง “คนผู้นั้นรู้มากเกินไปไม่เป็นผลดีกับข้าตอนนี้ ปิดปากซะ!” ทางด้านจวนซ่ง ความสงบสุขนั้นเริ่มส่อเค้าลางจางหาย ทันทีที่ซ่งซือหลานกลับมาถึงจวน หร่วนซื่อให้บ่าวรับใช้เรียกนางไปพบ ผู้มาเป็นเพียงบ่าวขั้นสองท่าทีดูหมิ่นดูแคลนซ่งซือหลานฉายออกทางสีหน้าชัดเจน ชุนหลันขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไม่หยุด ส่วนผู้เป็นนายนั้นเพียงจิบน้ำชาไม่สนใจกิริยาหยาบกระด้างสาวใช้จากเรือนเฉียนฮวา “คุณหนู ฮูหยินให้ท่านรีบไปพบนางเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” บ่าวชั้นต่ำพูดเตือนเป็นครั้งที่สามแล้วแต่ซ่งซือหลานยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบโต้ คราวนี้บ่าวปากดีเป็นฝ่ายร้อนรนเสียเอง นางฟังบ่าวรับใช้ในเรือนเฉียนฮวาพูดจาถากถางซ่งซือหลานต่อหน้าหร่วนอิงอิงเป็นประจำ ในใจนั้นไม่มีทางเคารพนับถือคุณหนูผู้แสนจืดจางไร้บารมีผู้นี้ แต่นางไม่อาจลากซ่งซือหลานกลับเรือนเฉียนฮวาได้เช่นกัน จะอย่างไรซ่งซือหลานยังคงมีฐานะเป็นคุณหนูสายตรงเพียงผู้เดียวในจวน น้ำเสียงบ่าวรับใช้อ่อนลงไม่น้อย “คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินให้บ่าวมาตามท่านไปพบนางดูรีบร้อนมากไม่รู้ว่ามีเรื่องร้อนใจอะไร คุณหนูรีบไปเถอะเจ้าค่ะ” “อ้อ นางร้อนใจแล้วข้าต้องตามใจด้วยหรือ” “คุณหนูพูดเช่นนี้ไม่ถูกนะเจ้าคะ ฮูหยินเป็นมารดาของท่าน เรียกไปพบคุณหนูชักช้าไม่สมควรอย่างยิ่ง” “นางร้อนใจอยากพบข้า ถึงกับส่งบ่าวรับใช้ชั้นต่ำมายืนชี้หน้าเรียกข้าเช่นนี้เชียว ข้าชักอยากรู้ว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร จะได้ให้คนไปแจ้งท่านพ่อสักรอบมาช่วยเบ่งเบาความร้อนใจของนาง” ได้ยินวาจาเชือดคนตายได้ในคำเดียว บ่าวรับใช้สองขาสั่นเทาคุกเข่าลงดังตุ้บ ซ่งซือหลานยังคงไม่มองทำเพียงจิบชาต่อไป ใบชาในเรือนจวี๋อิ่งเป็นของชั้นเลว ชงออกมาได้ไม่เพียงมีกลิ่นเหม็นสาบรสชาติยังเลวร้ายจนดื่มไม่ลง ชุนหลันสงสารคุณหนูยิ่งนักแต่ผู้เป็นนายยืนยันจะดื่มลงไป สาวใช้ผู้นั้นรู้ตัวว่าทำผิดร้ายแรงเข้าแล้ว รีบโขกหัวคารวะให้ซ่งซือหลานทั้งยังตะโกนเสียงดังหวังให้นางอภัยให้ “บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูอย่าถือสาบ่าวเลยนะเจ้าคะ ฮูหยินเรียกท่านไปพบเป็นเรื่องด่วนนัก คุณหนูอย่าโมโหฮูหยินเพียงเพราะบ่าวเลยเจ้าค่ะ” เพล้ง! จอกชาที่เหลือเกินครึ่งในมือซ่งซือหลานลอยไปกระทบร่างสาวใช้เต็มแรง น้ำชาเหม็นหืนสาดเข้าใส่ร่างสาวใช้โชคร้าย เสียงกระเบื้องชั้นดีแตกกระจายได้ยินไปถึงด้านนอก ซ่งเหลียงเดินมาถึงหน้าเรือนบุตรสาวพอดีได้ยินเข้า หัวคิ้วราชครูซ่งขมวดมุ่นปลายเท้าเตรียมหมุนเดินจากไปพลันได้ยินวาจาซ่งซือหลานเสียก่อน “ในเมื่อหร่วนซื่อเรียกข้าไปพบเร่งด่วน นางบอกหรือไม่ว่าเรื่องอะไร เจ้าเป็นบ่าวรับใช้มาทำกิริยาต่ำช้าใส่ข้าทั้งยังกล้าอ้างชื่อของนางข่มขู่ข้า ในเมื่อเจ้าไม่พูดเช่นนั้นข้าจะไปถามนาง!” [1] ขันทีระดับสูงสุด สามารถควบคุมกองกำลังพิทักษ์บัลลังก์ได้ [2] ตูกง คือ คำเรียกขันทีที่มีตำแหน่งขุนนาง ใช้เรียกต่อท้ายแซ่สกุล [3] หนึ่งในกองกำลังพิทักษ์เมืองหลวงสมัยโบราณ อีกหนึ่งหน่วยขึ้นตรงกับฮ่องเต้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม