"จะมีเพียงเธอ รักเพียงแต่เธอ..."
ทันทีที่เสียงเพลงขึ้น เสียงของแจ็คก็ร้องกลบไปตลอดชั่วโมงกว่าๆ เพราะสองคนนั้นเลิกตีกันแล้ว
เดินทางมาถึงจังหวัดราชบุรีในเวลาบ่ายโมงและนี่คือการมาเที่ยวบ้านมาร์คครั้งแรกของพวกเรา บ้านของมาร์คไม่ใช่แค่โรงงานผลิตตุ๊กตาแต่มีหน้าร้านขนาดใหญ่เพื่อจำหน่ายด้วย หลังจากทักทายครอบครัวเขาและเดินวนอยู่ในร้านจนได้ตุ๊กตามาทั้งหมดห้าโหลก็แบกขึ้นท้ายรถกระบะที่ใช้เป็นยานพาหนะในครั้งนี้
"กลับด้วยเลยนะ คืนนี้แอ้มฉลองใช่ไหม"
"ฉลองสิ แต่ที่ห้องฉันนะ ถ้าโอเคก็ไป ถ้าไม่..ฉันจะฉลองกับอีปุกสองคน"
"โอเคดิ ชิงหมาเกิดทั้งที" แจ็คกอดคอแอ้มแล้วยักคิ้วกวนให้ แต่น่าแปลกที่แอ้มกลับนิ่ง ทำเพียงถอนหายใจแรงๆ สงสัยจะเบื่อเพราะแจ็คก็เป็นแบบนี้นั่นแหละ "เฮ้ย! ไอ้โอม คืนนี้แดกเหล้าห้องแอ้มนะ"
โอมยืนสูบบุหรี่อยู่ท้ายรถพยักหน้าตอบรับ เป็นอันตกลงกันได้ พวกเราก็เดินทางกลับเพื่อมุ่งไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าย่านพุทธมณฑล ระหว่างทางก็แวะกินข้าวกันที่ร้านเนื้อต้ม อาหารขึ้นชื่อที่มาร์คแนะนำว่าเด็ดสุดๆ จนฉันถึงกับปากเจ่อเพราะปรุงรสชาติเผ็ดเกินไปและคืนนี้ก็รู้ชะตากรรมตัวเองแล้วว่าต้องแสบท้องแน่นอน
สาธุ! เสียงพวกเราสาธุแรงๆ หลังจากที่แอ้มอนุโมทนาบุญ จากนั้นแก้วเหล้าก็ถูกชูขึ้นมาชนกันก่อนที่ต่างคนจะยกกระดกดื่ม
“อิ่มบุญสุดๆ เลยว่ะ” แอ้มยิ้มแย้มอารมณ์ดีตั้งแต่แจกตุ๊กตาให้เด็กๆ
"แน่ใจว่าอิ่มบุญ เห็นแดกไม่ยั้ง" แจ็คแซว
"แกก็แดกไม่ยั้งเพราะไอ้มาร์คมันเลี้ยง คนที่แดกไม่คุ้มคืออีปุก เป็นไง..."
ฉันยกนิ้วขึ้นทำท่าโอเคตอบรับเพราะรู้ว่าแอ้มถามถึงเรื่องไหน ก็มือฉันกุมท้องตลอดเลยนี่ เข้าห้องน้ำถ่ายท้องหลายครั้งแล้วด้วย
"ปวดท้องก็ไม่ต้องดื่ม" มาร์คแย่งแก้วเหล้าจากมือฉันไปแล้วมีแก้วน้ำเกลือแร่จากมือโอมยัดใส่มาแทน
"อันนี้มีประโยชน์กว่า"
"พวกแกดื่มเหล้า แต่เราอดเนี่ยนะ ไม่เอาอ่า"
ฉันยัดแก้วเกลือแร่คืนใส่มือโอม แต่ก็ไม่ไวพอจะคว้าแก้วเหล้าของตัวเองเพราะเขานั่นแหละเอามันไปเทรวมใส่แก้วของเขาแล้ว
"เฮ้ย! โอม นั่นเราถุยน้ำลายใส่ไปแล้วนะเว้ย"
"ไม่เป็นกระสือก็แดกได้" โอมสะบัดเสียงใส่ฉัน ก่อนจะถือแก้วเหล้าลุกจากโซฟาไปยืนตรงระเบียง
เขาออกไปยืนคุยโทรศัพท์ ซึ่งเดาว่าน่าจะคุยกับรุ่นพี่ปีสี่คณะเดียวกันที่เห็นว่าช่วงนี้เข้ามาตีสนิท ถ้าจำไม่ผิดเธอคนนั้นชื่อว่า... พี่เบเบ้ ชื่อน่ารักซะด้วย แต่ไม่รู้ว่าตัวจริงจะน่ารักสมชื่อหรือชอบออกกำลังกายเหมือนดาราที่ชื่อเบเบ้หรือเปล่า
"นี่ๆ มีผู้ชายมาจีบฉันง่ะ เขาเรียนวิศวะปีสาม พวกแกว่าฉันลองคุยดีมะ"
ความสนใจของฉันถูกดึงกลับมาที่แอ้ม "ใคร ทำไมไม่เห็นรู้เรื่องเลย"
"นั่นดิ ก็อยู่ด้วยกันตลอดนี่หว่า" มาร์คงงเหมือนฉันเลย
"มีรูปไหม ขอดูหน่อย" แจ็คแบมือรอ ครั้นได้มือถือที่เปิดรูปของผู้ชายวิศวะที่ว่า พวกฉันสามคนก็หัวติดกันทันที
"ไอ้บอมบ์นี่ ไอ้นี่หญิงเยอะจะตาย อย่าๆ"
"แกรู้ได้ไงแจ็ค รู้จักเขาอ่อ"
"เขาก็รู้จักกันทั้งนั้น เวลาไปร้านเหล้าไอ้นี่มันชอบแกว่งตีนไปทั่ว ขนาดไอ้โอมที่แม่งไม่ค่อยสนใจใคร ยังเคยเขม่นกับมันเลย"
"แล้วได้มีเรื่องกันไหม" ฉันถามอย่างสนใจเพราะมาร์คก็บอกอยู่ว่าโอมไม่ค่อยสนใจใคร เวลาไปร้านเหล้ามักนั่งดื่มเงียบๆ ไม่เห็นช่องไหนที่โอมจะไปมีเรื่องกับคนอื่นได้
"แค่เกือบๆ เพราะไอ้โอมถือคติตีนไม่มา ขาไม่กระตุก ตอนนั้นเด็กไอ้นี่มาชอบมันเอง แต่ไอ้โอมแม่งไม่สนเพราะผู้หญิงวิ่งเข้าใส่ก็ถือว่าไม่ใช่ปัญหาของมัน เขาจะเตะแสกหน้าอยู่แล้ว ยังนั่งแดกเหล้าหน้าตาเฉย"
มาร์คเล่าเหมือนเรื่องตลก แต่ฉันกลับขำไม่ออกเพราะดันจินตนาการไปว่าหากโอมถูกกระทืบจนใบหน้าหล่อเหลาเละเทะขึ้นมาจริงๆ คงจะน่าเสียดาย
"ซี้ด!" จู่ๆ อาการปวดท้องก็กำเริบ ฉันจึงรีบลุกขึ้นยืนตัวงอ "แกคุยกันไปนะ เราขอไปสลายไขมันแปป"
ไม่รอให้เพื่อนตอบรับก็รีบวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำ ไม่น่ากินเผ็ดเลย รู้ทั้งรู้ว่าช่องท้องเปราะบางเพราะเป็นโรคกระเพาะ ดีนะที่เอามือถือเข้ามาด้วย ฉันเลยสลายไขมันไปได้แบบเพลินๆ
ติ๊ง! ข้อความแชทไลน์กลุ่ม ครอบครัวตัว ก. เด้งขึ้นมา มันคือกลุ่มไลน์ครอบครัวของฉันที่น้องชายวัยสิบสองปีเป็นคนตั้งขึ้น
แม่ไก่ : คงต้องเริ่มต้นกันใหม่
แม่ไก่ : รูปภาพ
แม่ของฉันส่งภาพถ่ายร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตั้งขายอยู่หน้าบ้านมาให้ซึ่งสภาพร้านนั้นเฉาแบบสุดๆ ช่วงที่ผ่านมามีสถานการณ์โรคระบาด ร้านก๋วยเตี๋ยวของแม่จึงได้รับผลกระทบเต็มๆ ลูกค้าไม่สามารถนั่งกินที่ร้านได้ ยอดขายในแต่ละวันจึงลดฮวบ แม่ต้องเอาเงินเก็บที่มีมาใช้จ่าย ไหนจะต้องส่งทั้งฉันและกระเป๋าน้องชายเรียนหนังสืออีก
เฮ้อ! รู้สึกว่าตัวภาระจะเป็นฉันนี่แหละ ขนาดหนึ่งเดือนฉันพยายามไม่ใช้จ่ายสิ้นเปลือง ดื่มเหล้าเฉพาะงานสำคัญ เสื้อผ้าก็อาศัยซื้อมือสองตัวละไม่เกินห้าสิบบาทใส่ แต่ก็เหมือนจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของแม่ไม่ได้เลย
ลูกกระปุก : ตั้งแต่เดือนหน้าแม่ลดเงินให้ปุกแค่เดือนละห้าพันก็พอ
แม่ไก่ : จากหนึ่งหมื่นน่ะเหรอ จะพอใช้ได้ยังไง ไม่ต้องหรอก
ลูกกระปุก : พอ เดี๋ยวปุกรับทำงานเสริมได้ แม่ไม่ต้องห่วงเลย
แม่ไก่ : เฮ้อ! แม่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ตอนยายไม่เคยทำแม่ลำบากแบบนี้เลย
ลูกกระปุก : แม่เก่งจะตาย พ่อมาเข้าฝันปุกเมื่อคืนชมแม่ใหญ่เลย
แม่ไก่ : อย่างน้อยก็เลี้ยงลูกให้ตอแหลเก่งได้ล่ะหนา
จากดราม่า แม่ฉันดึงเข้าบทคอมเมดี้ได้เฉย ให้เดาแม่คงหัวเราะทั้งน้ำตาซึมเพราะกำลังภูมิอกภูมิใจกับลูกที่รู้จักเห็นใจท่าน ก็แบบนี้ไงล่ะฉันถึงได้มาเรียนเชฟ อนาคตฉันจะฟื้นฟูร้านกลับมาให้ได้ และตั้งเป้าหมายว่าฉันกับแม่จะร่ำรวยด้วยอาหารจากฝีมือขั้นเทพของตัวเองแน่นอน